หากวันนี้คือกรวดทรายที่ไร้ค่า แต่วันข้างหน้าจะเจียระไนให้ได้มาซึ่งเพชรแก้ว
ให้แวววาวกระจ่างตา พร่างพราวกระจ่างใจ และแข็งแกร่งยากนักจะทำลาย

Ichi Rittoru No Namida : 1 litre of tear ซีรี่ย์ที่ทำให้น้ำตาไหลมากกว่า 1 ลิตร {สปอยล์เต็มๆ}




"Ichi Rittoru No Namida" หรือชื่อที่คุ้นหูกันดี "1 litre of tears" จัดเป็นซีรี่ย์ญี่ปุ่นเรื่องแรกที่เจ้าของบล็อกดูจนจบและยกให้เป็นซีรี่ย์ในดวงใจไปเรียบร้อยอย่างไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ ทั้งสิ้น

จะว่าไปแล้วเคยดูซีรี่ย์ญี่ปุ่นมาบ้าง แต่ทุกเรื่องที่เคยผ่านมานั้น ยังไม่มีเรื่องไหนที่ดูจบ ..ไม่ใช่ว่าซีรี่ย์เรื่องนั้นๆ ไม่สนุก แต่เพราะความจำเป็นหลายๆ อย่าง เช่น โอกาสไม่อำนวย ไม่มีเวลา ขี้เกียจและไม่มีอารมณ์(สองข้อหลังนี่ใช่เรื่องจำเป็นหรือ ) ทั้งที่หลายๆ เรื่องนั้นก็นึกอยากดูจนไปหามาเก็บไว้ แต่ก็อาจจะเพราะส่วนหนึ่งว่าช่วงที่ผ่านมากำลังบ้าหนังจีนกำลังภายใน จึงทำให้ผลัดซีรี่ย์ญี่ปุ่นมาเรื่อยๆ จนกระทั่งอาทิตย์ที่ผ่านมา หลังจากที่ดูหนังจีนจบไปเรื่อง กำลังคิดว่าจะดูเรื่องไหนต่อดีนะ แต่ก็เพราะว่ายุ่งๆ เลยไม่อยากดูเรื่องยาวๆ ด้วยกลัวว่าจะทำให้กระวนกระวาย ถ้าไม่ได้ดูต่อเนื่องจนจบ จึงคิดว่า เอานะ ดูซีรี่ย์ญี่ปุ่นดีกว่า เพราะมันค่อนข้างสั้น แล้วอะไรก็ไม่รู้ ทำให้ดลใจไปหยิบ "น้ำตา 1 ลิตร" (เป็นชื่อที่หลายๆ คนเรียก เพราะแปลตรงตัวมาจากชื่อภาษาอังกฤษ แต่จขบ. ชอบอีกชื่อที่เคยเห็นมากกว่า "ไดอารี่ของหยาดน้ำตา/Diary of tear) ขึ้นมาเปิดดู

จริงๆ เรื่องนี้มีพี่คนหนึ่งแนะนำให้ดูนานแล้วล่ะ แต่ด้วยเหตุผลอย่างที่กล่าวมาข้างต้น ตอนนี้จึงเพิ่งจะได้ดู เดิมทีไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร คิดว่าคงไม่ต่างจากซีรี่ย์ดราม่าหลายๆ เรื่องที่ถ้าตัวเอกของเรื่องเป็นโรคร้ายก็มักจะลงที่มะเร็ง (และมักจะเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว ลูคิเมีย เสียด้วยสิ) แต่เรื่องนี้กลับไม่ใช่มะเร็ง..



"อิเคอุจิ อายะ" เด็กสาวอายุ 15 ปี เพิ่งจะเริ่มต้นชีวิตที่สดใสโดยการสอบเข้ารร.มัธยมปลายที่ต้องการ รายล้อมไปด้วยครอบครัวอันเป็นที่รัก มีความสุขและสนุกอยู่กับเพื่อนๆ กีฬาที่โปรดปรานอย่างบาสเก็ตบอล และดูเหมือนกำลังจะไปได้ดีกับรุ่นพี่ที่แอบปลื้ม แต่ชีวิตอย่างนั้นเกือบจะพังทลายลงเมื่อวันที่หญิงสาวพบว่าตัวเองเป็นโรคร้ายที่มีชื่อว่า "spinocerebellar degeneration" โรคที่ภาวะสมองส่วนแกนและไขสันหลังเสื่อมจนไม่สามารถทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของการเคลื่อนไหวของร่างกายได้ อาการของโรคไม่ได้เป็นไปโดยฉับพลัน แต่จะค่อยๆ ทรุดลงเรื่อยๆ เริ่มจากภาวะเดินเซ สะดุดหกล้มทั้งที่ไม่มีอะไรมาขวาง ตาพร่า เห็นภาพไม่ชัด กะระยะโดยสายตาคลาดเคลื่อน จนกระทั่งไม่สามารถบังคับแขนขาให้เป็นไปตามที่สมองสั่ง ทำให้การเดินหรือการเขียนหนังสือเป็นไปได้ยาก การพูดก็ลำบากขึ้น ในที่สุดก็พูดไม่ได้ จะเขียนหนังสือ หรือเดินเองก็ไม่ได้ สุดท้ายก็ได้แต่นอนเฉยๆ เพียงอย่างเดียว ซึ่งนับเป็นโรคที่โหดร้ายมากๆ เพราะถึงจะทำอะไรไม่ได้เลยก็ตาม แต่สมองส่วนความคิดความจำกลับไม่มีปัญหา ผู้ป่วยรับรู้สภาพของตัวเองได้เป็นอย่างดี ซึ่งถ้าเป็นเราเอง การที่มีชีวิตอยู่ไปโดยทำอะไรไม่ได้เลยนั้น เราคงท้อแท้ หมดหวังจนแทบไม่อยากจะมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้อีกต่อไปก็เป็นได้

แต่อายะจังกลับไม่ทดท้อหมดหวัง พยายามที่จะใช้ชีวิตของตนต่อ ทำกายภาพบำบัดอย่างหนัก เพื่อที่จะเดินด้วยขาตนเองให้ได้นานที่สุด ไดอารี่ที่เริ่มเขียนเพื่อสังเกตการดำเนินไปของโรคก็กลายมาเป็นไดอารี่ที่ปลุกปลอบและให้กำลังใจคนรอบข้าง เมื่อเธอเขียนความรู้สึกที่มีและคำพูดให้กำลังใจตนเองเพื่อไม่ให้ต้องท้อแท้ที่จะมีชีวิตต่อ ซึ่งนอกจากหัวใจที่เข็มแข็งแล้ว อายะยังโชคดีว่าเธอมีครอบครัวที่รักและพร้อมจะต่อสู้เคียงข้างเธอตลอดเวลา

"อิเคอุจิ ชิโอกะ" คุณแม่ของอายะจัง คุณแม่ที่อยู่เคียงข้างคอยปลอบโยนและร้องไห้ไปกับความทุกข์ของคนเป็นลูก จขบ.ประทับใจกับความรักอันยิ่งใหญ่ของคนเป็นแม่อย่างสุดซึ้ง นอกจากนั้นอายะก็ยังมีคุณพ่อมิซูโอะ น้องสาวอักโกะ ริกะ และน้องชายฮิโรกิ น้องๆ ที่ไม่ว่าพี่สาวจะเป็นอย่างไรก็ไม่เคยรังเกียจ ให้ความเคารพและรักอย่างที่เคยอย่างไรก็อย่างนั้นไม่เปลี่ยนแปลง

บุคคลอีกคนที่ทำให้ชีวิตสั้นๆ ของอายะจังมีค่ามากขึ้น ถ้าไม่กล่าวถึงก็คงไม่ได้ "อาโซ ฮารุโตะ" เพื่อนร่วมห้องที่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่เคยยินดียินร้ายกับอะไรในโลกนี้ แต่แท้ที่จริงแล้ว ลึกๆ อาโซคุงเป็นชายหนุ่มที่มีจิตใจดีมากๆ เพราะในขณะที่รุ่นพี่ที่อายะจังเคยปลาบปลื้ม พอรู้ว่าหญิงสาวเป็นโรคก็ค่อยๆ ตีตัวออกห่าง แต่อาโซคุงกลับคอยอยู่ข้างๆ ไม่ทอดทิ้ง เป็นกำลังใจ และรักอายะ แม้อายะไม่สามารถใช้ชีวิตเช่นคนปกติทั่วไปได้ก็ตาม..




นี่คือซีรี่ย์ที่มีเค้าโครงจากเรื่องจริง ถูกดัดแปลงมาจากไดอารี่ของเด็กสาวที่ป่วยเป็นโรค spinocerebellar degeneration "คิโตะ อายะ" ซึ่งถูกถ่ายทอดตัวตนในชื่อ "อิเคอุจิ อายะ" คุณแม่ "คิโตะ ชิโอกะ" ก็กลายเป็น "อิเคอุจิ ชิโอกะ" รวมไปถึงคนในครอบครัวคนอื่นๆ ด้วย ส่วนตัวละครที่เพิ่มขึ้นมาก็คือ "อาโซ ฮารุโตะ" เพราะอายะในชีวิตจริงยังไม่มีคนรัก

คิโตะ อายะ เริ่มป่วยตั้งแต่อายุ 15 และเขียนไดอารี่มาตลอดจนกระทั่งไม่สามารถเขียนได้ และจากไปเมื่อเธออายุ 25 ปี

10 ปีกับการใช้ชีวิตอยู่กับโรคนี้ อายะจังได้เขียนไดอารี่ทั้งหมดรวมแล้ว 46 เล่ม ต่อมาก็ถูกรวบรวมขึ้นเป็นหนังสือในชื่อว่า "1 Litre of tear/Diary of tear" เมื่อรวมกับหนังสือที่คุณแม่ชิโอกะเขียนขึ้น "อุปสรรคของการใช้ชีวิต" (ไม่ทราบทั้งชื่อญี่ปุ่น ชื่ออังกฤษ) ก็กลายมาเป็นซีรี่ย์ในชื่อเดียวกับหนังสือว่า "1 Litre of tear"

"ซาวาจิริ เอริกะ" มารับบทนำในครั้งแรกกับบทของ "อิเคอุจิ อายะ" คู่กับ "นิชิคิโดะ เรียว" 1 ในวง NEWs มารับบทของ "อาโซ ฮารุโตะ"





อิเคอุจิ อายะ.. เด็กสาวสดใสร่าเริง มองโลกในแง่ดี แต่กลับถูกเลือกให้กลายเป็นโรคที่ไม่มีทางรักษา แต่ก็ยังไม่คิดย้อท้อ ใช้ชีวิตอย่างเต็มที่จนกระทั่งถึงช่วงสุดท้ายของตนเอง





อาโซ ฮารุโตะ.. เด็กหนุ่มที่ดูเหมือนจะไม่สนใจอะไรในโลกนี้เลย แต่กลับมาคอยเป็นห่วงเป็นใยและอยู่เคียงข้างอายะจังจนเกือบถึงวันสุดท้ายของชีวิต





อิเคอุจิ อักโกะ.. น้องสาวคนรองจากอายะ ที่ตอนแรกเหมือนเด็กมีปัญหาเพราะคิดว่าพ่อแม่ไม่สนใจ เห็นแต่พี่สาวคนโตเป็นคนสำคัญเพียงคนเดียว แต่พอรู้ว่าพี่สาวต้องกลายมาเป็นโรคที่รักษาไม่หาย ก็เปลี่ยนจากเด็กมีปัญหา เอาแต่ใจ เป็นที่พึ่งทางใจให้พี่และพ่อแม่ได้เป็นอย่างดี





"ครอบครัวที่น่าประทับใจ" - ภาพนี้ จขบ.ประทับใจที่สุดกับคำพูดของอักโกะจังที่พูดกับพี่อายะประมาณว่า ..ที่ตรงนี้คือที่อยู่ของพี่อายะนะ พวกเรารอพี่กลับมาเสมอ..





ภาพนี้น่าจะเป็นเบื้องหลัง ฉากแรกที่พระนางได้เจอกัน - อายะรีบวิ่งไปเข้าสอบจนชนจักรยานล้ม แม้อาโซจะไม่คิดไปสอบเข้าที่เมวะไดฮิกาชิ(ชื่อรร.มัธยมปลายที่อายะจังจะไปสอบเข้า)แล้ว ชายหนุ่มก็ยังให้หญิงสาวซ้อนท้ายพาไปส่งที่รร. จนในที่สุดตัวเองก็ได้ไปสอบเช่นกัน





ฉากที่เรียกน้ำตาได้สุดๆ ฉากหนึ่ง - ตอนอายะจังมาได้ยินเพื่อนๆ พูดถึงความลำบากใจที่ต้องมาคอยดูแลตัวเอง พอหญิงสาวออกจากห้องไปแล้ว อาโซคุงก็วิ่งตามไปส่ง และเขาก็มาระบายความอัดอั้นตันใจว่าแม้จะเห็นเธอเป็นทุกข์ แต่เขาก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้เลย (ซึ้งสุดๆ ตรงนี้จขบ.แทบจะกลั้นสะอื้น ส่วนน้ำตาไหลพรากมาตั้งกะตอนแรกๆ แล้ว)





ฉากในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่อาโซพาอายะจังไปเที่ยว ตอนนี้อายะไปเรียนที่รร.คนพิการแล้ว แต่ก็ยังติดต่อกับอาโซมาตลอด (ช่วงนี้พระเอกเริ่มมีบทบาทมากขึ้นกว่าเดิมเยอะ แถมยังน่ารักขึ้น ดูดีขึ้นกว่าช่วงแรกๆ จม)





อีกช็อตที่สะเทือนใจสุดๆ เมื่ออายะจังตัดสินใจเขียนจม.บอกเลิกเพราะไม่อยากเป็นตัวถ่วงแก่อาโซคุง รู้ดีว่าตัวเองไม่อาจเคียงข้างเขาได้เช่นคู่รักคนอื่นๆ





สุดท้าย.. ภาพที่อักโกะวาดขึ้นซึ่งถูกจัดแสดงในรร.เมวะไดฮิกาชิ ภาพวาดที่เป็นตัวแทนช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดในชีวิตของพี่สาว (รู้สึกตอนหลังจะถูกตั้งชื่อภาพว่า อรุณสวัสดิ์) และตอนนี้อักโกะจังก็เข้ามาเรียนต่อที่ม.ปลายเดิมของพี่สาวเพื่อสานต่อความฝันที่จะจบจากเมวะไดฮิกาชิให้กับคนเป็นพี่


เพลงประกอบซีรี่ย์

ในเรื่องนี้จะมีเพลงประกอบซีรี่ย์หลักๆ อยู่ 3 เพลงด้วยกัน

1. 9th march หรือ วันที่ 9 เดือนมีนาคม..



...ในเรื่องเพลงนี้ถูกใช้เป็นเพลงที่พวกอายะนำมาประกวดร้องประสานเสียง ที่เอามาลองให้ฟังกันเป็นเวอร์ชั่นที่นักร้องวง(เป็นวงหรือเปล่า จขบ. ก็ไม่ค่อยแน่ใจนักนะคะ เพราะไม่ค่อยได้ตามงานเพลงของญี่ปุ่น) Remioromen ร้อง แต่เวอร์ชั่นที่จขบ.ชอบที่สุดคือเวอร์ชั่นที่เพื่อนๆ ร้องส่งตอนอายะจังลาออกจากรร. (เล่นเอาว่าตอนหลังแค่ฟังเฉยๆ ไม่เห็นภาพก็น้ำตาซึมเพราะนึกถึงฉากลา ที่ดูกี่ครั้งก็น้ำตาไหลสงสารนางเอกทุกครั้ง)


2. Konayuki - Remioromen



...จริงๆ จะบอกว่าเป็นเพลงหลักในเรื่องก็อาจจะไม่เชิงนัก เพราะไม่เคยได้ยินจนจบสักครั้ง โดยเพลงนี้จะดังขึ้นเกือบจะทุกครั้งที่พระเอกกับนางเอกอยู่ด้วยกัน ซึ่งดังขึ้นครั้งแรกก็ตอนที่อายะกำลังจะวิ่งไปสอบจนชนกับจักรยานล้มและทำให้เจอกับอาโซคุงนั่นแหละ ทำนองของเพลงนี้ค่อนข้างเร็ว ฟังดูแล้วไม่ทำให้โทนเรื่องกลายเป็นเศร้ามากนัก แต่จขบ.เคยไปเปิดเจอเพลงนี้ประกอบกับ mv ที่แฟนๆ ทำขึ้นเองในเว็บยูทูปก็ไม่วายน้ำตาซึมๆ อีก (ไว้มีโอกาสจะเอาคลิปในยูทูปมาแปะให้ดูกัน)



3. Only Human - K



...เพลงที่ทำนองเศร้าที่สุด ขับร้องโดยนักร้องเกาหลีที่ไปดังในญี่ปุ่น K เพลงนี้จะเป็น End Title ดังขึ้นทุกครั้งหลังจบตอน(ยกเว้นตอนสุดท้าย) พร้อมกับประกอบภาพถ่ายของอายะตัวจริง ที่แต่ละตอนจะเห็นความเป็นไปของโรคพร้อมๆ กับเนื้อเรื่องในซีรี่ย์ และด้วยคำแปลที่ทั้งซึ้งทั้งให้กำลังใจ(ต้องบอกว่าคุณ freeze แปลซีรี่ย์รวมทั้งเนื้อเพลงนี้ได้ดีมากๆ) ดังขึ้นมาเมื่อไหร่ คิดว่าเรียกน้ำตาคนดูได้แทบทุกครั้งแน่นอน



สุดท้ายคือความรู้สึกส่วนตัวของจขบ.ค่ะ

อย่างที่บอกมาแล้วตั้งแต่ขั้นต้นว่าไม่เคยดูซีรี่ย์ญี่ปุ่นแบบตั้งใจดุจนจบมาก่อน ซีรี่ย์เรื่องนี้จึงเป็นอะไรที่สร้างความประทับใจได้อย่างมาก

จะถามว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเศร้าไหม.. ก็คงต้องบอกว่าเศร้าค่อนข้างมากอยู่ เสียน้ำตาให้กับเรื่องนี้เกือบจะทุกตอน ซึ่งตัวเองดูต่อเนื่องกันเป็นเวลาสองวัน (เพราะว่าต้องตื่นไปทำงาน ไม่งั้นคงดูยาวไม่ต้องนอนแล้วตาคงบวมปูดยิ่งกว่านี้) วันแรกยังไม่เท่าไหร่ วันที่สองหลังกลับจากทำงานมาดูตอน ตื่นเช้าขึ้นมาอีกวันก็ตาบวมปูดจนคนที่บ้านทัก ดีว่าวันนั้นไม่ต้องไปทำงาน แต่ก็เล่นเอาปวดหัวแทบลุกไม่ขึ้นทีเดียว

แต่ก็คงพูดได้ว่าเป็นเรื่องเศร้าที่ไม่เศร้าเพราะถูกยัดเยียดให้เศร้าเหมือนซีรี่ย์หรือหนังเรื่องอื่นๆ แต่มันเศร้าด้วยตัวเนื้อเรื่องของมันเองเสียมากกว่า เหมือนกับว่าเราร้องไห้ไปกับตัวอายะเวลาที่อายะแสดงความรู้สึกเป็นทุกข์ออกมา ไม่ว่าจะคำพูดที่ถามพ่อแม่และคุณหมอมิซูโนะว่า "โรคนี้.. ทำไมถึงเลือกหนู" หรือตอนที่อายะระบายความรู้สึกออกมาเป็นตัวอักษร ซึ่งแม้หลังๆ เธอแทบจะไม่สามารถเขียนหนังสือได้แล้ว อายะก็ยังพยายามที่จะกลั่นกรองถ้อยคำออกมา

และถ้าจะบอกว่าเป็นซีรี่ย์ที่ควรค่าแก่การเสียน้ำตาให้ก็คงไม่เว่อร์เกินไปนัก..


บทบาทของอาโซคุง แม้หลายคนอาจเห็นว่าเขาดูเป็นคนดีเว่อร์ เพราะในชีวิตจริงคงหาผู้ชายที่ดีขนาดนี้ได้ยากนัก แต่จขบ.รู้สึกว่าบทอาโซเป็นอะไรที่ลงตัว เด็กผู้หญิงที่ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตาอย่างอายะจัง เราก็อยากที่จะให้เธอได้รับความรักจากผู้ชายดีๆ ซึ่งถึงดูภายนอกอาโซคุงเป็นคนพวกไม่สนใจใคร แต่เขากลับแคร์ความรู้สึกของอายะมาตั้งแต่ต้น แม้ตอนแรกเหมือนอาโซจะมีความสำคัญกับอายะไม่มากเท่าคนในครอบครัว แต่พอตอนหลังบทบาทของตัวละครตัวนี้เพิ่มมากขึ้น ในบรรยากาศที่พวกเขาอยู่ด้วยกันก็ทำให้จขบ.รู้สึกว่าความทุกข์ในชีวิตของอายะจังลงน้อยลงไปได้ระดับหนึ่งทีเดียว ตอนหลังที่หลายคนตั้งคำถามว่าอาโซหายไปไหนตอนที่ถึงวาระสุดท้ายในชีวิตของอายะจังแล้ว แต่สำหรับจขบ. ไม่ค่อยรู้สึกแปลกใจเท่าไหร่ เพราะสังเกตได้ว่า ที่ใดมีคนเยอะๆ ที่นั่นไม่เจออาโซอะ (เหตุผลให้เอง เหอๆ) เหมือนอาโซเป็นคนที่อยู่ในโลกของตัวเองมากกว่าที่จะอยู่ในโลกของคนอื่น มีแค่คนเดียวที่อาโซคงอยากอยู่ในโลกเดียวกันด้วยคงเป็นอายะจังเท่านั้น


และคนที่จขบ.ประทับใจที่สุดคงไม่พ้นคุณแม่ชิโอกะของอายะจัง ประทับใจในความรักอันยิ่งใหญ่ของคนเป็นแม่ ซึ่งทุกข์ที่สุดของคนเป็นแม่คือไม่สามารถเจ็บแทนลูกได้ คุณพ่อมิซูโอะเองก็เป็นคุณพ่อที่น่ารัก น้องชาย น้องสาวของอายะก็น่ารักทุกคน

ฉะนั้นสำหรับความคิดของจขบ. ถ้าซีรี่ย์เรื่องนี้เป็นเรื่องเศร้า ก็เป็นเรื่องเศร้าที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเรื่องราวความรัก เป็นดราม่าที่ทำให้ยิ้มไปพร้อมๆ กับรอยน้ำตา และก็เป็นหนังครอบครัวที่ดีเรื่องหนึ่งทีเดียว



++++++++

Credit : เว็บไร่ข้าวโพด เว็บ jkdramas รวมไปถึงบล็อก (ขออภัยที่จำชื่อไม่ได้นะคะ) ที่จขบ.ไปแอบเอารูปภาพสวยๆ รวมทั้งข้อมูลมาโดยไม่ได้ขออนุญาตก่อน แต่เพราะความประทับใจ จึงอดไม่ได้ที่จะมาเขียนบอกเล่าถึงน่ะค่ะ




 

Create Date : 22 กันยายน 2550
30 comments
Last Update : 23 กันยายน 2550 14:10:05 น.
Counter : 1298 Pageviews.

 

แวะมาเยี่ยมยายมะกอกดองจ้า ดองทั้งนิยายไห ดองทั้งบอร์ด ...555...

 

โดย: มณีนาคา 23 กันยายน 2550 16:50:31 น.  

 

ฮ่า แวะมาเยี่ยมมะกอกดองด้วยคน อิอิ
ไม่เป็นไรจ้าว่างๆค่อยทำการบ้านเราก็ได้นะจ้า หุหุ
แต่แอบอยากดูเรื่องนี้จัง โฮะโฮะ

 

โดย: sweetwind 23 กันยายน 2550 20:08:09 น.  

 

หวัดดีตอนเช้าเด้อ
ตื่นยังๆ ....
มาก่อกวน....อิอิ

 

โดย: sweetwind 28 กันยายน 2550 8:21:21 น.  

 

ขอบคุณที่แนะนำนะคะ กำลังคิดอยู่ว่าจะดูเรื่องนี้ดีเหรอไม่ นางเอกน่ารักดีค่ะ แล้วก็ชอบเรียวเป็นเดิมทุนอยู่แล้ว เป็นละครดีอย่างนี้ต้องดู

 

โดย: TaMaChAN (narumol_tama ) 8 ตุลาคม 2550 19:57:42 น.  

 

อยากได้เพลง konayukiอ่ะครับ รบกวนส่งให้ผมได้มั๊ยครับ
peeba2002@hotmail.com

ขอโทษที่รบกวนแล้วก้อ ขอบคุณครับ

 

โดย: peeba IP: 124.120.147.54 11 ตุลาคม 2550 19:30:00 น.  

 

แวะมาเยี่ยมจ๊ะ

เรื่องนี้ดูทีไรน้ำตาแตกท่วมจอทุกทีสิน่า เหอ เหอ

 

โดย: ดาว..กลางวัน IP: 124.121.99.94 28 ตุลาคม 2550 14:38:51 น.  

 

 

โดย: จอน IP: 125.26.84.129 3 พฤศจิกายน 2550 15:27:00 น.  

 

Happy New Year จ้ะ ไม่ได้คุยกันมานานมาก หวังว่าจะยังจำพี่สาวคนนี้ได้น้า

ขอให้เกดมีความสุขและรอยยิ้มในทุกๆ วันนะจ๊ะ

 

โดย: อุรัสยา 29 ธันวาคม 2550 21:22:42 น.  

 

 

โดย: NuenG (blue_diamond ) 30 ธันวาคม 2550 19:34:01 น.  

 


สวัสดีปีใหม่ค่ะ คุณ makokchor และครอบครัว



 

โดย: ไม้หอม (Maihom ) 1 มกราคม 2551 12:15:16 น.  

 

หวัดดีปีใหม่เด้อ
ขอให้เกดและครอบครัวมีแต่ความสุขนะจ้า สมหวังในทุกๆเรื่องเลย
สุขภาพร่างกายแข็งแรง

 

โดย: sweetwind 2 มกราคม 2551 21:03:09 น.  

 

สวัสดีปีหนู ๒๕๕๑ ค่ะพี่เกด

 

โดย: YUI_MUNMOO 4 มกราคม 2551 18:47:16 น.  

 

สวัสดีปีใหม่จ้าเกด
ปีใหม่นี้ขอให้เกดมีความสุขมากๆ
มีสุขภาพแข็งแรง คิดสิงใดก็ขอให้สมปรารถนานะจ๊ะ


Happy New Year 2008 Glitter Graphics

New Year 2008 Glitter Graphics

 

โดย: ธาร นาวา 13 มกราคม 2551 2:42:39 น.  

 

ซึ้งจริง ๆค่ะ น้ำตาท่วมจอทุกตอน

 

โดย: amm IP: 125.25.48.166 17 มกราคม 2551 22:07:53 น.  

 



เชิญร่วมแจมความรู้สึก
ที่มีต่อเรื่องนี้นะคะ

ร่วมวิจารณ์
1 Litre of tears

 

โดย: โสดในซอย 4 กุมภาพันธ์ 2551 23:58:17 น.  

 


 

โดย: ไม้หอม (Maihom ) 14 กุมภาพันธ์ 2551 13:03:35 น.  

 

หวัดดีคร้าบ แวะมาทักทายครับ ช่วงนี้อากาศดีนะครับ

 

โดย: orcahappy (orcahappy ) 24 กุมภาพันธ์ 2551 14:13:07 น.  

 

เราเคยดูเรื่องนี้แล้ว

ร้องไห้ตั้งแต่ต้น เลยแหละ

T T

 

โดย: Sherlock Holmes IP: 58.9.125.133 6 พฤษภาคม 2551 11:01:28 น.  

 

อยากได้เพลงที่เพื่อนๆร้องอ่ะคับ รบกวนจัดให้ทีนะค้าบ baby_genius_11@yahoo.co.th

 

โดย: คนผ่านมา IP: 118.172.63.68 10 พฤษภาคม 2551 23:48:37 น.  

 

ชอบเรื่องนี้มากเลย

 

โดย: nuy IP: 117.47.195.26 19 พฤษภาคม 2551 22:03:08 น.  

 

หนุกค่า สงสารนางเอกอ่ะ

 

โดย: ดี IP: 202.129.17.174 30 พฤษภาคม 2551 20:47:28 น.  

 

ดีคร้า
อยากได้เนื้อเพลง only humanจางเรยค่า ช่วยลงหั้ยหน่อยได้ป่าวอ่า

 

โดย: ดีๆ IP: 202.129.17.123 16 มิถุนายน 2551 20:26:26 น.  

 

หวัดดี เรื่องนี้ดูตอนจบเราร้องไห้ตลอดเรื่องเลย ซึ้ง มักๆ
อยากได้เพลงประกอบซีรี่นี้ทั้ง3เพลงเลย
ปล.ไม่อยากให้นางเอกตายเลยงะ

 

โดย: คนอ่อนแอ IP: 61.19.54.164 21 มิถุนายน 2551 12:29:45 น.  

 

ประกาศแจกหนังสือฟรีในบล็อคจ้า ไม่ได้แวะมานาน ก็เลยมาส่งข่าว เผื่อสนใจไปร่วมสนุกกันน้าเกด

 

โดย: อุรัสยา 5 ตุลาคม 2551 8:42:30 น.  

 

Merry X'mas 2008 จ้า


 

โดย: waidhaya 25 ธันวาคม 2551 0:49:38 น.  

 

Photobucket


ขอให้ 2009 เป็นปีที่งดงาม พรั่งพร้อมไปด้วยทรัพย์สินเงินทอง ความสำเร็จ ความสุข และความรักนะคะ

สุขสันต์วันขึ้นปีใหม่ค่ะ

 

โดย: ...ศุวิลา... 1 มกราคม 2552 5:18:44 น.  

 

ดูแล้ว เศร้ามากเลย
ร้องไหห้ตามเลยอะ


เศร้าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

 

โดย: จังจัง IP: 113.53.26.255 11 พฤษภาคม 2552 21:26:46 น.  

 

ชอบมากมายเรยเรื่องนี้...

 

โดย: RIYA IP: 124.121.110.97 9 กรกฎาคม 2552 18:02:33 น.  

 

ทาทักทายครับ

 

โดย: ปฐพีหอม 16 สิงหาคม 2552 15:49:21 น.  

 

Happy New Year 2010 ค่ะ ขอให้เจอแต่สิ่งดีๆ ตลอดปีและตลอดไปนะคะ

ขอบคุณสำหรับมิตรภาพและกำลังใจตลอดเวลาที่เรารู้จักกันมาค่ะ :)

 

โดย: อุรัสยา 31 ธันวาคม 2552 12:23:33 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


Katenipa
Location :
นครปฐม Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






(รายละเอียดข้อมูลอัพเดตเจ้าของบล็อกติดตามได้ในหน้า "สมุดเยี่ยม" เลยนะคะ ^ ^)




ชักเริ่มจะเปลี่ยนแนวจากบ้าซีรี่ย์เกาหลี มาเป็นย้อนยุคกลับไปสู่หนังจีนกำลังภายใน และวกกลับมาคลั่งไคล้แดนปลาดิบ ณ บัดนาว ^ ^





ตัวฉัน(มั้ง) ^ ^"


มนุษย์(ธรรมด๊า ธรรมดา)เดินดินกินข้าวแกง(รวมถึงอาหารอื่นๆ )ไปตามประสา แค่บางวันอาจอยากกินก๋วยเตี๋ยวบ้างก็เท่านั้น เพศคงไม่ต้องบอกกันล่ะเนอะ คิดว่าเห็นจากรูปถ่าย + เวลาพูดคุย ก็น่าจะรู้(หรือเปล่า - -') ส่วนอายุ.. ความลับดีก่า กรั่กๆ .. แบบหยุดไว้ที่ 18 ส่วนที่เพิ่มมาฝากธนาคารทั้งนั้น เหอๆ .. สำหรับอาชีพ.. ตอนนี้ไม่วิจัยฝุ่นเพิ่มภาวะภูมิแพ้อากาศให้กะตัวเองและเพื่อนๆ แล้วนะ ..เพราะตอนนี้คือ pharmacist เต็มๆ ตัวแล้ว เพิ่งจะเปลี่ยนงานโดยลาออกจากเภสัชกรโรงพยาบาลไปเป็นที่เรียบร้อย แต่ก็กำลังจะได้งานใหม่ คิดว่าน่าจะสบายขึ้นเล็กน้อยเพราะเลือกทำพาร์ทไทม์ค่ะ แบบอยากหาเวลาว่างในการทำงานอดิเรกที่ชอบ แต่ไหงงานพาร์ทไทม์ที่ได้กลับกลายว่าทำงานอาทิตย์ละ 6 วัน วันละ 8 ชม. ไม่ต่างจากงานประจำเลยง่ะ - -"

แล้วตกลงว่าจะได้ว่างไหมยังไม่แน่ใจเลยนี่ เฮ้อ..


อื่นๆ ก็ไม่รู้จะบอกอะไรอีกแล้วล่ะ ปล่อยๆ ให้มันเป็นไปตามวิถีของมันไปแล้วกันเน้อ.. ^ ^


..........

อัพเดตเพลงใหม่..









ยังไม่มีเพลงติดบล็อกใหม่ๆ ไปฟังเสียงผิวปากของอีวานใน Heaven's tree กันค่ะ (ไม่รู้จะชวนหลับหรือเปล่า ^ ^")






ปล. อัพเดตโปรไฟล์ส่วนตัว 26/10/2006 ค่ะ ^ ^


Guestbook




Group Blog
 
<<
กันยายน 2550
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
22 กันยายน 2550
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Katenipa's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.