แชร์ประสบการณ์รักษามือแพ้น้ำยาล้างจานและสารซักล้างทุกชนิด


สวัสดีค่า ห่างหายกันไปนานพอสมควรเลยเนอะ
ช่วงนี้มัวแต่มุ่งเน้นเรื่องดูแลสุขภาพตัวเอง
เรียกได้ว่าปฏิวัติจัดระเบียบตัวเองก็ว่าได้ค่ะ 5555
หลังจากปล่อยปะละเลยมานาน จนอายุเข้าใกล้หลักสี่เข้าไปทุกที^^'
เริ่มจะสนใจใส่ใจกับร่างกายตัวเองมากขึ้น
ซึ่งผลจากการเคี่ยวเข็ญตัวเองมาได้ประมาณ 1เดือน พบว่า...
 มีเรื่องอเมซิ่งที่เกิดขึ้นอย่างไม่ได้คาดหวังค่ะ นั่นก็คือ...
มือข้างขวาที่มีอาการแพ้น้ำยาล้างจาน สารซักล้าง
รวมทั้งโลชั่นต่างๆที่อ่อนโยนสุดๆอย่างยูเซอรีน มีอาการดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ซึ่งต้องขอบอกไว้เลยค่ะว่า อาการแพ้ที่มือขวานี่หนักมาก
และเป็นเรื้อรังรักษาไม่หายมานาน ไม่น้อยกว่า2ปีแล้วค่ะ ประมาณนี้...



ทายาแก้แพ้จากคุณหมอ มันก็พอบรรเทาอาการคัน ขึ้นเม็ดใสๆได้อยู่
แต่เวลาที่ไปสัมผัสโดนสิ่งที่แพ้แค่นิดๆหน่อยๆก็คันมาอีกแระ ก็ต้องทายาวนไป
ซึ่งหลังจากที่เราทายาแล้ว ผิวที่มือเราก็จะแห้งถึงแห้งมาก
ถึงขั้นผิวแตกกันเลยทีเดียว (ลองนึกถึงส้นเท้าแตกค่ะ ประมาณนั้นเลยล่ะ)
เวลาโดนน้ำนี่แสบมาก แรกๆนี่ น้ำตาไหลเลยนะ
หลังๆมา แสบกันจนชินละ (เอ๊ะ!รึเราเริ่มจะชอบความเจ็บปวดละนิ คริ คริ)
ซึ่งสิ่งที่ทำได้ตลอดเวลาที่ผ่านมา ก็คือ...
ต้องหาครีมบำรุงผิวเพื่อช่วยรักษาอาการผิวแห้ง หลังจากทายาหมอ
และในที่สุดก็...ค้นพบครีมทาตัวนึงค่ะ นั่นก็คือ...



#DiabeDerm Urea cream นั่นเอง--เราใช้ที่ 20%ค่ะ
(ปกติจะมี 2รุ่นค่ะ 10%กับ20%)
เคยลอง10%ปรากฏว่าเอาผิวเราไม่อยู่ค่ะ^^'
ครีมตัวนี้เป็นครีมตัวเดียวที่เราสามารถใช้ควบคู่กับยาแก้แพ้แก้คันของคุณหมอได้
โดยมีคุณสมบัติรักษาอาการผิวแห้งแตกขั้นสุด ซึ่งเราใช้ตัวนี้มาโดยตลอด
หาซื้อได้ตามร้านขายยานะคะ หลอดละ35g ราคา120บ.
ตัวนี้ดีจริงค่ะ ทาได้ทั่วตัวเลยค่ะ ยกเว้นหน้ายังไม่เคยลองนะคะ
ใครที่ปัญหาผิวแห้งมากๆแนะนำเลยค่ะ^^!

นอกจากการทายาจากคุณหมอแล้ว และทาครีมบำรุงรักษาอาการแห้งของผิวแล้ว
ในชีวิตประจำวัน เราก็พยายามหลีกเลี่ยงสิ่งที่แพ้ด้วย
เช่น ใส่ถุงมือยางทุกครั้งที่ล้างจาน
(ต้องใส่ถุงมือพลาสติกก่อนชั้นนึงก่อนสวมถุงมือยางด้วยนะ)
อาบน้ำก็ต้องฟอกสบู่ด้วยมือข้างเดียว สระผม ทาโลชั่น อาบน้ำลูก ฯลฯ
ใช้มือซ้ายข้างเดียวตลอด (ยังดีที่แพ้ที่มือขวาข้างเดียวเนอะ^^')
แต่นั่นล่ะค่ะ มันเลี่ยงไม่ได้100% อ่ะเนอะ ก็เลยต้องทายาวนไปๆ


จนหนึ่งเดือนก่อนหน้านี้...เราเริ่มปฏิวัติตัวเองอย่างง่ายๆ
แต่ต้องอาศัยความมีวินัยต่อตัวเองสูงค่ะ คือ...

1.การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมออย่างน้อย 3วันต่อสัปดาห์
   วันละไม่น้อยกว่าครึ่งชม.
2.นอนหลับไม่เกินสี่ทุ่ม
   (ข้อนี้ทำยากที่สุดบอกเลย...ทุกวันนี้ยังทำได้บ้างไม่ได้บ้างค่ะ แหะ แหะ)
3.ไหว้พระสวดมนต์
4.ดื่มน้ำขิง 1แก้ว ช่วงเช้าหลังตื่นนอนทุกวัน ย้ำ*ทุกวัน*

จริงๆแล้วข้อ 1-3 เราทำมาได้ซักระยะนึงแล้วค่ะ
เพราะเคยดูยูทูปของคุณหมอแอมป์
ที่แนะนำถึงเวชศาสตร์การชะลอวัย ว่าถ้าบรรจุสามสิ่งนี้ในชีวิตประจำวันเราได้
เราจะสามารถชะลอวัยหรือชะลอความเสื่อมของเซลล์เราได้
จริงๆ --คือ คุณหมอไม่ต้องพูดอะไรมากเลยค่ะ
ดูจากหน้าคุณหมอใสและละอ่อนขนาดนี้
หนูก็เชื่อหมดใจแล้วค่ะ
กร๊๊ดดดFCคุณหมอแอมป์ค่ะ^^ รู้จักคุณหมอแอมป์ได้ที่นี่ค่ะ

ส่วนข้อที่4 การดื่มน้ำขิงค่ะ--เริ่มจากมีช่วงนึงเป็นหวัดบ่อยมาก
อาจจะเป็นเพราะอากาศที่แปรปรวน ประกอบกับคลุกคลีกับลูกๆ
ที่ติดหวัดวนกันไปจากที่รร.
คุณย่าของเด็กๆท่านชอบทานน้ำขิงต้มเองอยู่เป็นประจำ
เพราะท่านบอกว่ามันช่วยต้านหวัดได้นะลูก
เลยทำแบ่งให้เราได้ทานด้วย
เราก็เลยลองทานเป็นมันเทศต้มน้ำขิงแทนมื้อเย็นติดต่อกันได้
ประมาณ 2-3สัปดาห์ ก็สังเกตุว่า ช่วงที่เราทานนี้ ไม่เป็นหวัดเลยแฮะ
เลยติดใจในสรรพคุณของน้ำขิง ตั้งแต่นั้นมาค่ะ^^

ทีนี้เลย หาข้อมูลในยูทูปบ้าง พันทิปบ้าง เกี่ยวกับการต้มน้ำขิงทานเอง
พร้อมกับสรรพคุณและวิธีดื่ม
ซึ่งมันมีหลายหลากวิธีมาก จนเราเลือกใช้วิธีต้มน้ำขิงที่ง่ายที่สุด
เหมาะกับคนขี้เกียจอย่างเรา
แล้วดื่มน้ำขิงต้มเองอย่างน้อยวันละ 1แก้ว หลังตื่นนอนทุกวัน
ทำอย่างนี้ติดต่อกันมาเรื่อยๆได้1เดือน
นอกจากจะสังเกตุเห็นว่า อาการเป็นหวัด คัดจมูก น้ำมูกไหล ไอจาม
มีเสมหะ ทุกเช้า จะหายไป
มือข้างขวาที่แพ้น้ำยาล้างจานเรื้อรังมานานกว่าสองปี มันดีขึ้น*ย้ำ* มันดีขึ้นจริงๆ
มันดีขึ้นยังไง...มาดูกันค่ะ:)





มันดีขึ้นตรงที่ มือข้างที่แพ้นี้ สามารถทาโลชั่นต่างๆได้แล้ว
ไม่ว่าจะเป็นยูเซอรีน จอห์นสัน รวมทั้งแฮนด์ครีมยี่ห้อต่างๆ
ซึ่งแต่เดิมเราไม่สามารถใช้ได้เลย ขนาดยูเซอรีนทาแล้ว
ยังคันขึ้นเม็ดใสๆเลยค่ะ ซึ่งข้อนี้เลยทำให้เข้าใจว่า
การจะแก้ไขอาการแพ้ต่างๆที่อยู่ภายนอก
เราจะมุ่งเน้น แต่การทายาทาครีมบำรุงเพียงด้านเดียวไม่ได้
เราจำเป็นต้องกระตุ้นและเสริมภูมิต้านทานของร่างกายจากภายในด้วย

ซึ่งเรื่องนี้ เราเคยปรึกษากับเภสัชกรที่ร้านขายยาใกล้บ้าน เกี่ยวกับปัญหาแพ้ที่มือ
เค้าก็แนะนำให้เราทานวิตามินตัวนึง ซึ่งมุ่งเน้นในเรื่องกระตุ้นภูมิต้านทาน
เพื่อรักษาอาการแพ้นี้ แต่ราคาค่อนข้างสูงนะ ประมาณพันกว่าบาท
สำหรับปริมาณทานได้ แค่หนึ่งเดือน
เราเลยไม่ได้ซื้อมาทาน ผ่าม!!
จนได้มาต้มน้ำขิงทานเองนี่ล่ะค่ะ กระตุ้นและเสริมภูมิต้านทานได้เหมือนกัน
แต่ประหยัดกว่ากันเยอะ
คำนวณคร่าวๆนะคะ  ซื้อขิงแก่จากตลาด กก.ละ 70บ. แบ่งต้มได้ 4หม้อ
1หม้อแบ่งทานได้ 1สัปดาห์ ตีไปคร่าวๆก็ 1กก.ทานได้1เดือน

โอ้ว...แม่จ้าว คุ้มเว่อร์ค่ะ!
ช้าอยู่ใย น้ำขิงมันสรรพคุณดีขนาดนี้ ดื่มเถอะค่ะ (ถ้าคุณไม่แพ้ขิง)
รีบไปต้มน้ำขิงกันเร้ววววว



ปล.ทำเอง เห็นผลเอง เลยกล้าบอกต่อ--อยากให้ทุกคนมีสุขภาพที่ดี
ไปด้วยกันค่ะ^-^)/










Create Date : 04 กันยายน 2560
Last Update : 5 กันยายน 2560 15:28:03 น.
Counter : 81 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

makeup party
Location :
สงขลา  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



สวัสดีค่า ^=^)/

ห่างหายจากการเขียนบล็อกมานานมากกกก ตั้งแต่เป็นสาวออฟฟิศที่กรุงเทพฯ จนตอนนี้มาเป็นคุณแม่ลูกสองแล้วที่สงขลา แต่ความอยากสวยอยากงามก็ยังคงมีเหมือนเดิม แต่เพิ่มเติมคือมีสติ เพราะไม่สามารถช๊อปได้ตามใจเหมือนสมัยเก่าก่อน ต้องเก็บเงินไว้ให้ลูกๆด้วยนะจ๊ะ(อันนี้ต้องคอยเตือนตัวเองอยู่เสมอค่ะ 55555) สถานที่ช๊อปจากเอ็มโพเรียม เปลี่ยนเป็น7-11 ตลาดกิมหยง โลตัส อืม...ม ก็โอเครนะ ความชอบลองก็ยังคงอยู่ พอลองแล้วก็อยากเอามาเล่าสู่กันฟัง เผื่อเป็นข้อมูลให้แก่ทุกคนที่สนใจในเรื่องเดียวกัน เอาล่ะ...ทั้งนี้ทั้งนั้นขอเวลาไปดูแลลูกๆก่อนนะคะ ว่างเว้นจากงานลูกเมื่อไหร่ จะรีบมาแชร์เรื่องราวต่างๆให้ทุกคนได้อ่านกัน ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนนะคะ:)
กันยายน 2560

 
 
 
 
 
1
2
3
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30