ชีวิตอิสระ เที่ยวไปเรื่อย
Group Blog
 
 
กันยายน 2551
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
2 กันยายน 2551
 
All Blogs
 

ภูเขาหิมะมังกรหยก ที่ไปไม่ถึง ภาค 1

From China Kunming Shangrila 10-20 April 2008


วันที่ 4 เม.ย.. ตัดสินใจอย่างด่วน ทริปแรกที่เดินทางออกนอกประเทศไทย หลังจากที่พี่ปุ้ยเป่าหูหลายรอบ สุดท้ายก็ตัดสินใจเอา 3 วันสุดท้าย ต้องรีบทำ visa อย่างด่วน รีบหารถทัวร์ เพราะเป็นช่วงสงกรานต์ กว่าจะหาได้ต้องตระเวนหมอชิตจนคนขายจำหน้าได้แล้ว สุดท้ายก็ได้ตั๋วรถทัวร์ไปลงเชียงใหม่ก่อน แล้วค่อยต่อรถบัสไป เชียงของ จ.แม่ฮ่องสอนอีก 8 ชม. คิดค่ารถแล้ว แพงกว่านั่งจาก กทม.- เชียงของซะอีก ส่วนจะไปเที่ยวไหนบ้างก็ยังไม่รู้ ไม่มีเวลาหาข้อมูลเลย แต่เอาเหอะ ทริปนี้เขาคงไม่เอาเราไปขายหรอก

วันที่ 10 เม.ย. ออกเดินทางจากหมอชิตล่วงหน้าไปก่อนคนเดียว ตอนบ่าย 3 มีแม่ไปส่งที่หมอชิตด้วยความเป็นห่วง พอรถออกก็แจกน้ำส้ม ขนม นั่งไปเรื่อยๆ ก็ตื่นเต้นดีจะได้ออกไปต่างประเทศแล้วเรา ถึงแม้จะไปรถโดยสารก็เหอะ ผ่านสิงห์บุรี ก็ยังคิดถึงว่าเมื่อก่อนเรายังเข้าๆ ออก จังหวัดนี้อยู่เลย จนถึงนครสวรรค์ก็ทุ่มกว่า ๆ แวะจอดกินก๋วยเตี๋ยว แวะซื้อกล้วยเบรคแตกจากกำแพงเพชรติดไปเมืองจีนด้วยดีกว่า เด๋วอด 5 ทุ่ม ก็ถึงลำพูน แจกผ้าเย็น 5 ทุ่มครึ่งถึงเชียงใหม่ โดยไม่ได้หลับเลย กำลังจะหลับก็เปิดทีวี เฮ้อ อยากนอน ไปถึงเดินไปทางไหนห้องว่างถูกๆ แถวขนส่งก็ไม่มี ก็เลยต้องเสียเงินค่าห้อง 500 บาทสำหรับนอนรอรถไป เชียงของตอน 2 โมงเช้า ห้องนอนสุดยอดแห่ง..... เหม็นมาก

วันที่ 11 เม.ย. ตื่นมาด้วยความงง ตรูอยู่ไหนฟะเนี่ย ตั้งสติได้ เฮ้ย จะ 2 โมงเช้าแล้ว ต้องรีบไปสำรองตั๋วก่อนครึ่งชม.
หลังจากขึ้นรถแล้วก็รีบกินยาแก้เมารถไป 2 เม็ด แล้วก็หลับยาวไปจนเกือบถึง พะเยา นั่งมาก็ 6 ชม.แล้ว เพลงที่เตรียมมาก็ฟังหมดแล้ว เลยนั่งเฉย ๆ ไปอีก 2 ชม.ถึงเมืองเชียงของ ก็รีบหาที่พักเพื่อวางกระเป๋า แล้วออกไปเดินเล่นดีกว่า ได้ห้องพัก ราคา 150 บาท ก็ดีถูกดี ห้องพัดลม แต่ฝรั่งตรึมเลย

From China Kunming Shangrila 10-20 April 2008

อาบน้ำเสร็จก็คิดว่าไปเดินเล่นเมืองลาวหารถตู้รอไว้วันพรุ่งนี้ดีกว่า พอถึงด่าน ตม. เมืองไทย ก็ประทับตราออกจากเมืองไทยเรียบร้อย เสียค่าเรือ 10 บาทข้ามไปลาว พอถึงลาว ก็เดินดุ่ย ๆ ตามคนลาวที่หน้าตาเหมือนคนไทยเข้าเมืองเขาไปเลย เดินไป เดินมา เจอพี่น้องชาวลาวเขาปะแป้งกันแปลก ๆ อย่างเมืองไทย เขาจะปะแป้ง หน้าขาว แต่ชาวลาวนี่จะปะถ่าน หน้าดำ เชียว ตลกดี ฝรั่งหน้าดำ แล้วก็ข้ามกลับเมืองไทย แต่ขากลับนี่สะเหร่อ เดินเข้าไปในด่านตม.เมืองลาว เท่านั้นแหละ จนท.ถามเลยว่าเข้ามาลาวนี่ไม่ได้ประทับตราเข้ามา เข้ามาได้ยังไง เคยมาตปท.ไหม เนี่ยจะต้องเสียค่าปรับ 100 US dollars โอย ตรู ตายๆๆๆๆ ทำไงดีฟะเนี่ย จนเขาเห็นหน้าว่าเอ๋อรับประทาน แล้วก็เลยประทับตราขาเข้า และ ขาออก ให้ แล้วก็บอกจำไว้ด้วยนะ (เออ ตรู จะจำไว้จนวันตายเลย ไอ้เขียวเอ้ย)
From China Kunming Shangrila 10-20 April 2008


นั่งรอเพื่อนร่วมทริป ที่หน้า ตม.เมืองไทย จนเจอ กลุ่มจักรยานดอนเมือง เขามาข้ามเรือที่นี่ เพื่อจะปั่นไป หลวงพระบางต่อ คิดแล้วก็อยากปั่นบ้าง แต่เอาไว้ก่อน
From China Kunming Shangrila 10-20 April 2008

รอไปสักพัก พี่ปุ้ย กับเพื่อนชาว สว.ก็เดินทางมาถึง เห็นบอกรถออกจาก กทม.มากเหมือนกันเลยช้า หลังจากนั้นก็นั่งเรือข้ามฟากจากเชียงของ ไปยัง บ่อแก้วเมืองลาว เสียค่าเรือ 20 บาท ค่าสัมภาระอีกชิ้นละ 10 บาท
From China Kunming Shangrila 10-20 April 2008


เวลานั้นก็เกือบเที่ยงแล้วต้องรีบเดินต๊อกแต๊ก ไปติดต่อหาเช่ารถตู้เพื่อจะไปชายแดนจีนให้ทัน 4 โมง ไม่งั้นด่านบ่อฮั่นจะปิด สุดท้ายก็ได้รถตู้ Toyota ที่คนขับบอกว่าเป็นรถนอก นั่งสบายกว่ารถตู้เมืองไทย พอเห็นรถปุ๊ป โอ๊ย ไม่เห็นจะต่างอะไรกับไทยเล้ย ฮ่วย!!! ราคาก็แพง ตั้ง 4,000 บาท แต่ดีหน่อย แอร์เย็นโคตร เบาะก็นุ่ม ใช้เวลานั่งเอียงซ้าย เอียงขวาไป 3 ชม. ระหว่างทาง พี่สาวเราเกิดอาการเบื่อเส้นทาง กับ อาหารเก่าที่กินไป เลยต้องรีบหาถุงพลาสติกมาโดยเร็ว จน 4 โมง พวกเรามาถึงชายแดนเมืองจีน บ่อฮั่น แต่ลืมอะไรที่สำคัญเวลาไปต่างแดน คือ ลืมปรับเวลา ซึ่งประเทศจีนเวลาจะเร็วกว่า 1 ชม. เท่ากับว่า เรามาถึงบ่อฮั่นตอน 5 โมงเย็น ซวยไป เลยต้องหาที่พักแถวชายแดนจีนนั่นแหละ ก็เป็นโรงแรมราคาถูก ๆ ของพวกที่มาเล่นการพนัน ราคาห้องละ 40 หยวน (200 บาท) ก็โอเค ดี แต่เหม็นบุหรี่น่าดู โดยเฉพาะที่นอน หลังจากนั้นก็เดินมาเรื่อย
From China Kunming Shangrila 10-20 April 2008


จนเจอกับ ร้านขายอาหาร ที่มีลูกหมีสีดำอยู่ในกรง คิดว่า น่าจะเอาไว้ขายอุ้งตีนหมีนะ เห็นแล้วน่าสงสาร


ก็เลยเดินมาเจออีกร้านนึง ก็ตกลงกันที่ร้านนี้แหละ เป็นมื้อแรกที่ต้องสั่งเป็นภาษาใบ้ ก็ได้ ไก่ดำผัดเผ็ดมันเยิ้ม ไข่เจียว มะระขมโคตรผัดไข่ ทั้งหมดประมาณ 600 กว่าบาท กินอิ่มก็เดินเข้าไปสำรวจ กาสิโน ซะหน่อย เข้าไปไม่เห็นจะมีอะไรเลย มีแต่ไพ่ ไอ้เราก็คิดว่ามันจะมี slot machine ให้โยกเล่นซะหน่อย ไปถามพนักงานว่าเล่นยังไง ดีนะที่เขาพูดภาษาไทยได้ (แสดงว่าคนไทยไปเยอะเหมือนกัน) เขาว่า มีเล่นทั้ง ป็อกแปด ป็อกเก้า,สมสิบ, ป็อกยี่เอ็ด ประมาณนั้น ออกมาก็ 2 ทุ่มกว่า อากาศเย็นสบายที่ 20 องศา เข้าห้อง ดูทีวี ช่อง 7 ซะหน่อย ไม่มีอะไรทำ เลยชวนพี่ปุ้ยออกไปตัดผมดีกว่า ไม่ไหวยาวแล้ว ก็ดีเสีย 75 บาทได้ทรงฮิตสุดของจีนมาแล้ว ก็รีบนอนเพราะต้องออกแต่เช้า ระยะทางอีกยาวไกล คร่อกกกกกก


วันอาทิตย์ 13 เม.ย. วันนี้เราต้องเดินทางอีกหลายเมือง ก็คือ เมิงล่า จิ่งหง(สิบสองปันนา) ต้าหลี่(เมืองหิมะ) รีบจัดกระเป๋าออกมา กินบะหมี่เกี๊ยวกับพี่ปุ้ย 2 คน เป็นเกี๊ยวที่อร่อยมาก นุ่มนิ่ม หอมน้ำมันงา แค่ 15 หยวนเอง (75 บาท) น่าให้ชายสี่ หมี่เตี๊ยวหน้าเซเว่นมาชิมซะหน่อย จะได้เป็นลูกค้าไปอีกนานๆ กินอิ่มซัดน้ำเต้าหู้เพิ่มอีกคนละแก้ว (10 บาท เท่าเมืองไทยเลย) ก็รีบเดินไปหาพรรคพวก ระหว่างด่านลาว กับ ด่านจีน จะเห็นอารายธรรมความเจริญที่แตกต่างกันมาก เมืองจีนมีแต่ตึกรามสวยงาม เมืองลาวมีแต่บ้านไม้กระต๊อบๆๆ
พอเข้าเมืองจีนได้ก็เอาเงินไทยทั้งหมดที่มี แลกเงินหยวนทั้งหมดเลย ได้มาเพิ่มอีก 2,200 หยวน กลัวจะได้แบงค์ปลอมก็กลัว แต่แลกไปแล้วอ่ะ แล้วก็มีชาวจีนอ้วนๆ เดินมาถามว่าจะเข้า เมืองล้า ไหม เนี่ยไปรถตู้ คนละ 15 หยวน ออกเลย พวกเราเห็นรถตู้แล้วก็บอกไปไม่หมดหรอกเพราะมีคนนั่งอยู่ในรถ ตั้ง 4 คน พวกเราอีก 8 คน โคตรปลากระป๋องเลย ชาวจีนก็ยังยืนยันว่าไปหมด ก็เลยเอาวะ ลองเป็นปุ้มปุ้ยดูแป๊ปเดียว อาศัยวิวข้างทางสีเขียว ๆ ไปก่อน ต้นส้ม กับ ชา เยอะมาก 10 โมงมาถึง เมิงล่า ก็นั่งรถบัสคันเล็ก ไป จิ่งหง (สิบสองปันนา) ค่ารถ 35 หยวน ที่ผู้โดยสารนั่งกันเต็มรถพร้อม ตะกร้าผัก กระเป๋าใบใหญ่ ๆ เพราะกระเป๋าพวกเราเก็บอยู่หลังรถหมด จนพวกเขาไม่มีที่ไว้ ต้องวางไว้ตรงทางเดิน พอมีคนลงระหว่างทางก็ต้องเหยียบอีตะกร้าผัก กระเป๋าไปเรื่อย ๆ จนที่จับกระเป๋าใบใหญ่ของผู้ชายคนนึงโดนเตะ จนหลุดออกมาทั้งยวงเลย แต่เจ้าของก็ไม่ได้ว่าอะไรนะ แต่ไอ้เราหนะ ฮาขี้แตกเลย ถ้าเป็นคนไทยนะ โวยสามบ้านแปดบ้านแล้ว แต่หน้าเขาเฉยมาก ช่างมัน ระหว่างทางเจอบุหรี่ตลอดทางเลย ทั้งสูบ ทั้งขาก มันในรถนั่นแหละนั่งมาสักพัก โชเฟอร์ประมาณสาย 8 ก็พาแวะห้องน้ำ นึกถึงภาพที่คนอื่นเขาพรรณนา กันไว้ คือ เหม็น ยากจนประตู ไม่มีน้ำราดโอ๊ยจะเข้าดีไหมฟะเนี่ย เอาวะ มาถึงแล้วก็ต้องเข้า แต่ก่อนที่จะเข้าต้องข้ามกระเป๋าใบใหญ่ๆ ใบเดิม เผอิญขาสั้นไปหน่อย เลยไปเตะซ้ำรอยเดิม หลุดออกมาทั้งยวงอีกแล้ว ก็ได้แต่ขำ แล้วก็ขำ จนต้องลงออกมาขำข้างล่าง ดีวุ้ย ไม่โกรธด้วย เดินมาเรื่อยๆ เสียตัง 1 หยวน เห็นหลังคาปูน ปลอบใจตัวเองว่าแค่ ฉี่เอง เลี้ยวโค้งเข้าตัวห้องน้ำปุ๊ป กลั้นหายใจ พรวด ออกมาก่อน มาปลดเข็มขัดก่อน เด๋วลมหายใจจะหมดซะก่อน
From China Kunming Shangrila 10-20 April 2008

(บ้านเมืองเขาจะไม่มีท่อกักเก็บของเสียเลย ปล่อยโล่งโจ้ง เอาไว้ตักไปทำเป็นปุ๋ยใส่ผัก)

แล้วก็รีบสูดเข้าไปใหม่ เข้าไปจะมีเหมือนคอกหมูอยู่ 5 คอก คอกแรกมีอีเจ๊วัยรุ่นคนนึง นั่งหันหน้าโชว์อล่างฉ่างเลย ต้องรีบเข้าคอกตัวเอง นั่งปุ๊ป ส่องข้างล่างตามความเคยชิน ว้า ซวยอีกแล้ว ทั้ง ขนมปังสตอเบอรี่ แผ่นเบ้อเริ่ม แกงกะหรี่ ทิชชู่มีคราบสตอเบอรี่ กับ แกงกะหรี่ที่คนที่แล้วทิ้งไว้ เสียสายตาชมัดยาด ตอนปล่อยออก ก็บ่นกับตัวเองว่า เมื่อไหร่จะหมดกระเพาะฉี่ซะทีวะ ลมหายใจบริสุทธิ์จะหมดแล้วนะ 54321 เย้ เสร็จแล้วโว๊ย เผ่นหละ แล้วก็ขึ้นสาย 8 ต่อ +++
เมื่อไหร่จะถึงสักที จน บ่าย 2 โมงก็ถึงสวรรค์แล้ว เมืองสิบสองปันนา ที่ชาวจักรยานอยากมากันมาก มาถึงแล้วก็ไม่เห็นจะมีอะไรเลย นอกจากขายน้ำชา ขายเต้าหู้ปิ้ง อร่อยดี
From China Kunming Shangrila 10-20 April 2008


ตกลงกันกับพี่ปุ้ยว่าจะไปหาอะไรของชาวเมืองกินซะหน่อย แล้วปล่อยให้ทีมที่เหลือไปกินอาหารไทยกัน ซึ่งเราก็ไม่ได้อยากกินเล้ย เบื่อ แต่ทำไงได้ มาเป็นทีม ก็ต้องอยู่แบบทีม แต่ยังดีหน่อย มีเวลาเดินกัน 2 คนบ้าง เจออะไรแปลก เพียบ ๆ เช่น วันสงกรานต์ชาวไตใหญ่ที่นี่จะนิยมแต่งชุดไทยแบบออกงานแต่งงานบ้านเรา มาเดินกันตามท้องถนน ถ่ายรูปสติ๊กเกอร์เอามาโชว์กัน
From China Kunming Shangrila 10-20 April 2008


เวลานั่งก็นั่งแบบไม่เกรงใจฟ้าดินกันเล้ย เฮ้อ อกอีอ้น จะแตก เดินตามมวลชนไปจนถึงสะพานข้ามแม่น้ำโขงชุดไทยตรึมเลย
From China Kunming Shangrila 10-20 April 2008


แต่ไม่เห็นจะมีกิจกรรมอะไรให้ดูเลย ไม่รู้จะเดินมาทำไม ก็เลยเดินกลับ ที่นี่เขาเล่นหมากรุกกันกลางถนน เหมือนบ้านเราเลย


แวะซื้อแอปเปิ้ลไป 5 หยวน 8 ลูก หวาน กรอบ อร่อย แต่ขี้เกียจซื้อเยอะ หนัก!! เดินมาเรื่อยๆ จนมาเจอกับทีม เพื่อจะซื้อตั๋วรถนอน ไป เมืองต้าหลี่ ได้รถนอนเที่ยว 19.00 ดูเวลาแล้วพึ่งจะ 5 โมงเองไปหาที่อาบน้ำกันดีกว่า ไปดูในขนส่งแล้วมีแต่ห้องส้วมเป็นคอก ไม่เอาดีกว่า ก็เลยคิดว่า โรงพยาบาลน่าจะมีห้องน้ำ ก็เลยปลอมตัวเป็นญาติคนไข้ อาบมันที่ห้องรวมซะเลย ดีหน่อย มีฝักบัว ที่สำคัญ มีประตู สบายตัวแล้วเรา นอนได้
นี่ก็น่าจะเป็นเหมือนคลีนิคบ้านเรานะ แต่ไม่มีประตู
From China Kunming Shangrila 10-20 April 2008

เตรียมขึ้นรถนอน ถอดรองเท้าใส่ถุงก๊อบแก๊บสีแดง เดินเข้าไปหลังสุด ระหว่างทางกลิ่นถุงเท้ามีโชยมาเป็นระยะๆ ผ้าห่มสีเขียวตุ่น หมอนมีคราบเป็นดวงๆ ก็กลั้นต่อไปจนมาถึงที่ เราได้ที่นอนชั้นล่าง ไม่ได้ชั้นบน ข้อดีของข้างล่างคือ ไม่โคลงเคลง แต่ไม่มีแอร์ เพราะท่อแอร์จะลงที่ข้างบนก่อน ร้อนโคตร เอ้า พี่ปุ้ยเข้าไปก่อน จะได้นอนติดหน้าต่าง อีชั้นจะนอนติดกับชายแปลกหน้าเอง ก็จัดการเอาถุงรองเท้าสีแดงวางไว้บนชั้นซึ่งก็คือ หัวนอนของอีกคนนึง เวลานอนจะนอนเรียงยาวเป็นแถว ๆ รถคันนึง นอนได้ 40 คน แถวละ 4 คน นอนขโยกเขยก ไปเรื่อยๆ จนตกดึก ตื่นขึ้นมาเพราะรถจอดเติมน้ำ ก็มาฉี่มันข้างทางนั่นแหละ เย็นตูดดี ประมาณ 5 องศา แล้วก็ขึ้นมาทนอีชายชาวจีนสุดแสนจะปากเหม็นต่อไป หันขวาก็เหม็น หันซ้าย ก็เหน็บ โอ๊ย ทรมานอิบอ๋าย
From China Kunming Shangrila 10-20 April 2008


วันจันทร์ 14 เม.ย. มาถึง ต้าหลี่ เมืองใหม่ ตอน 8 โมง เริ่มใบ้กิน เพราะพูดจีนไม่ได้ ได้แต่ชี้หนังสือกันว่าเราจะไป ต้าหลี่เมืองเก่า ก็ได้ taxi มาคันนึง เหมาะไป 200 หยวน หลังเหวอะเลย แต่ก็ยังดี เขาพามาโรงแรมที่ใหม่มาก ราคาก็เท่าเดิม คนละ 20 หยวน มีผ้าห่มไฟฟ้า น้ำร้อน แต่ไม่มีพัดลม หรือ แอร์นะ ตอนแรกก็ตกใจ เขาบอกว่า ที่นี่หนาว ไม่ต้องมีแอร์หรอก ก็เอาวะ คงไม่หนาวเท่าไหร่หรอก เพราะมีผ้าห่มไฟฟ้า



แล้วก็ออกมาหา อาหารเหลากินกันอีกแล้ว มี สาหร่าย (น่าจะเป็นไลเคนที่ขึ้นตามเขาในเมืองไทยนี่แหละ) ผัดไข่ ต้มจืดดดดด ไข่เจียว ผัดเห็ด อร่อยมาก (โว๊ย เมื่อไหร่จะได้กินอาหารแปลก ๆ มั่งเนี่ย )
From China Kunming Shangrila 10-20 April 2008


แล้วเราก็แยกกันมา 2 คน เดินตามใจฉันซะที เข้าประตูตลาดสี่เหลี่ยม อายุกว่า 200 ปี

ที่ข้างในขายของเหมือนเชียงใหม่บ้านเรา ขายผ้าถอมือ หวีกระดูกสัตว์ กระเป๋า ผลไม้อบแห้งเหมือนที่ตลาดเก่า เยาวราชบ้านเรา มีร้านขายทุกอย่าง 2 หยวนเหมือนกันเลย


ระหว่างทางที่จะเดินไป Golden Three Pagodas ต้องผ่านเมืองเก่าที่มีชาวบ้านใส่ชุดพื้นเมืองอยู่



จากนั้นก็นั่งรถเมล์ออกจากตลาดเก่าไป Golden three Pagodas ระหว่างทางไป รู้สึกจะผ่านเหมือน โรงถ่ายหนัง กันตนาบ้านเรา แต่สวยกว่านะ


มาถึงก็ได้แต่ชมด้านนอกเฉยๆ


เพราะถ้าเข้าไปเสียเงิน แถมเดินแป๊ปเดียวเพราะใกล้เวลาปิดทำการแล้ว ก็ได้รูปสวยๆ มามากเหมือนกัน


ขากลับก็นั่ง taxi กลับ เกือบหวิดมีเรื่องกันแล้วไหมหละ เพราะเราบอกว่า 6 คน 50 หยวน แต่พอลงจากรถมันบอกว่าคนละ 10 หยวน โกงตรูนี่หว่า ว่าแล้วก็เดินหงุดหงิดเข้ามาในตลาดเจอ แม่บ้านชาวจีนมาแอโรบิคกัน ท่าทางตลกดี

ระหว่างทางแวะกิน เห็ดเสียบไม้ย่าง เผาแล้วทาด้วยพริก อร่อย มีอีกหลายอย่างเลย ไม่แพงด้วย ตกไม้ละ 5-10 บาท ถ้าเป็นปลาก็แพงหน่อย 10 บาท

แล้วก็เดินกลับชมวิวไปเรื่อย ๆ อากาศเริ่มหนาวแล้ว ฝนก็จะตก นอนซุกผ้าห่มไฟฟ้าดีกว่า แต่อนิจจัง ไม่ทำงาน แถมยังช๊อตตรูอีก



วันอังคาร 15 เม.ย. หลังจากคุยกับอีเจ๊เจ้าของโรงแรมเรื่องรถที่จะไปลี่เจียงแล้ว สรุปได้ว่า เป็นรถไม่มีพัดลม ไม่มีแอร์ แต่ไม่มีบุหรี่ มีแต่คนแก่ เออ ค่อยยังชั่ว แต่ห้องน้ำ ไม่มีประตูเหมือนเดิม กลิ่นเหมือนเดิม แต่วิวข้างทางสวยกว่าเดิม เริ่มเป็นภูเขามากขึ้น นาขั้นบันได เพียบเลย อากาศเย็นขึ้น

จนเริ่มเข้าเขตลี่เจียง ก็เห็นภูเขาหิมะ สีขาวตัดกับด้านล่างที่เป็นสีดำ สวยมาก เมืองลี่เจียงนี่นิยมปลูก ต้นมัสตาร์ดมาก เหลืองไปหมดเลย ไม่รู้ที่มันเหลืองนี่ เพราะปุ๋ยจากมนุษย์หรือเปล่า เสียดายที่ถ่ายรูปมาไม่ทัน

วิวภูเขาหิมะมังกรหยก ที่เราไม่ได้ขึ้น ฝากไว้ก่อนเต๊อะ!


แล้วก็มาถึง ลี่เจียง มาเจอกับเจ๊ เพื่อนกับเจ๊ที่ ต้าหลี่ ประมาณเป็นนายหน้า ก็รีบพาเราขึ้นรถสุดแสนจะเล็กโคตรมาที่พัก ที่โคตรแพงเลย คืนละ 200 หยวน นอนได้ 2 คนเอง พอพวกเราบอกไม่เอา อีเจ๊ ตกใจมาก บอกเด๋วพาไปที่อื่น พวกเราก็ลงมติกันว่าไปหาเองดีกว่า น่าจะถูกกว่า แต่วิวบนบ้านพักที่นี่สวยมาก

ก็เลยเดินลงจากเขามาหาเองได้ ราคา 100 หยวน แต่ 3 คนนะ ห้องก็พอได้ สวยดี แล้วก็เหมือนเดิม ไปหาอาหารเหลากินกันอีกแล้ว หลังจากคุยกับพี่ปุ้ยแล้วว่า พรุ่งนี้แหละ ที่เราจะเป็นไทต่อทีมแล้ว ก็ไปกินด้วยกันซะหน่อย มีปลาแซลมอนนึ่งขิง ,ไก่ดำตุ๋นหม้อไฟ,สาหร่าย(ไลเคน)ผัดไข่,ไก่ผัดพริกไท มื้อนี้แพงสุด จำไม่ได้น่าจะเป็นหลักพันบาทนี่แหละ ได้แทะตีนไก่ดำ แล้วก็อร่อยดี เหมือนไก่ตุ๋นมะระบ้านเราเลย แต่กรอบกว่า


เดินไปเดินมา ก็เจอกับ กระดิ่ง ที่เชื่อว่าถ้าใครได้เขียนแล้วจะได้กลับมาอีก ไปส่องๆ ดู เจอลายมือคนไทยด้วย



แล้วก็แยกย้ายกันเดิน เรา 2 คนแยกไปนั่งรถชมเมืองเล่น รอบนึง ก็ 1 หยวน นั่งเข้าไปเถอะ แล้วก็วนกลับมา


แวะร้านขายเสื้อกันหนาวเดินป่า สวยๆ เต็มไปหมด ไอ้เราก็จ้อง The northface ไว้ตัวนึง 180 หยวน ถูกกว่าเมืองไทยอีก แต่ดันหลงกับพี่ปุ้ยซะนี่ กระเป๋าตังค์ก็ไม่มี กลับไปห้อง กุญแจก็ไม่มี พรุ่งนี้ก็ต้องออกแต่เช้าอีก ก็เลยยืมเงินของพนักงานที่โรงแรมนั่นแหละ แต่พอกลับมาร้านปิด ก็ได้แต่ปลงว่า มันคงไม่ใช่ของเรา ก็คงทนใส่เสื้อหนาวบางๆ ไปก็แล้วกัน

เดินคนเดียวไปเรื่อย ๆ จนมาเจอพี่ปุ้ยอีกรอบ ไม่คิดว่าจะได้เจอกัน เพราะเมืองลี่เจียง ใหญ่มาก ซอกซอยเพียบ นี่แหละหนา เพื่อนกัน ตัดไม่ขาดหรอก หลงก็เจอกัน ก็เลยเดินชมวิวไปเรื่อย ๆ บรรยากาศ เหมือนปายบ้านเราเลย แต่ร้านขายเหล้าเยอะกว่า เห็นแล้วอยากไปนั่งกินเล่นจัง ปฏิญาณกับตัวเองไว้ว่าจะกลับมาอีกให้ได้

กลับมาที่โรงแรมเพื่อจะบอกว่าเราจะแยกกันแล้วนะ แต่พวก สว.ดันไปเจอทัวร์ที่บอกว่าไปหลายที่ อย่าง แก่งเสือโจน,โค้งแรกเม่น้ำแยงซีเกียงเชียงกรีล่า ,ธารน้ำแข็งหมิงโหย่ว ซึ่งถ้าไปเองเนี่ยแพงมาก แต่เขาคิดเราที่ 500 หยวน ก็เลยต้องไปกับทีมต่อไป แต่เราจะไม่ได้ขึ้นภูเขาหิมะมังกรหยกที่คุยกันไว้กับพี่ปุ้ย แต่ยังดีได้เพื่อนใหม่ เป็นชาวจีนนี่แหละ ไปร่วมร้องเพลงด้วยกัน แม้จะฟังไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่
From China Kunming Shangrila 10-20 April 2008

กว่าจะเสร็จจากร้าน ก็ตี 1 กว่าแล้ว ไม่อาบน้ำ นอน แต่ดันนอนไม่หลับ เพราะนอนเตียงเดียวกับพี่ปุ้ย กลัวจะถีบพี่ตกเตียง เลยนอนแข็งทื่อเลย เมื่อยชะมัดยาด


วันพุธ 16 เม.ย. เช้าก็รีบเดินออกจากโรงแรมมาถ่ายกังหันวิดน้ำที่อดถ่ายตอนเย็น เพราะคนตรึม อือ สวยมากเลย ใหญ่มาก

ก็จะมีทหารมาคอยตรวจการณ์ให้ด้วย



จากนั้นก็เดินทาง 8 โมงเช้า แบกกระเป๋าอันสุดจะหนักไปขึ้นรถระหว่างทางเห็นร้านเสื้อกันหนาวที่เมื่อวานซื้อไม่ได้เปิดอยู่เลย รีบเข้าไปซื้อมาใส่ซะก่อน สมใจหวังในราคา 180 หยวน สีเหลืองสดใส ไปกับไกด์ชาวจีน ลูกทัวร์ชาวจีน ไม่มีภาษาอังกฤษหลุดออกจากปากไกด์เลย นอกจาก Go ๆๆๆ นั่งรถไปจิตหุดหิดมาก ฟังจีนก็ไม่ออก ฮึ่มไอ้บริษัทบ้า หรอกกรู

ก็ทนนั่งต่อไป ขโยกเขยก ซ้ายขวา ไป

จนแวะห้องน้ำไม่มีห้องน้ำ ไอ้เราก็เห็นคนเยอะ เลยไปในทุ่งข้างหลังห้องน้ำ นั่งไป ดูภูเขาหิมะไป มีความสุขจริงๆ พอออกมา อาม่าขอเก็บ 1 หยวน ไอ้เราก็บอกให้ไปแล้วไง แต่ไม่เข้าในห้องน้ำ ยังไงอั๊วะก็ไม่จ่าหรอก ว่าแล้วอาม่า ก็เดินไปเอากิ่งไม้มาปิดทางเดินไปฉี่มันซะเลย เชอะ!!! อ้อ จุดที่แวะเนี่ยเจอทัวร์คนไทย ตรึมเลย ภาษาไทย โช้งเช้งกันใหญ่ แถมมีตำรา กามาสุตราขายด้วย
From China Kunming Shangrila 10-20 April 2008
แล้วก็นั่งรถต่อไป แก่งเสือโจน แวะกินข้าวกลางวันกันก่อนจะขึ้นไป โตรกเสือโจน ก็จะมีอากงแก่ๆ มาขายหินสี เหมือนบางลำพูบ้านเราอีกเหมือนกัน


จุดเด่นของที่นี่ก็คือจะมีก้อนหินก้อนใหญ่ อยู่กลางแม่น้ำที่แรงมาก เขาว่า เมื่อก่อน เสือจะกระโดดไปที่หินก้อนนั้น แล้วก็กระโจนขึ้นภูเขาหินไป โคตรเก่งเลย


ระหว่างทาง สังเกตว่าภูเขาที่นี่ สูงใหญ่มาก เมืองไทยเรานี่เป็นแค่ก้อนหินไปเลย รถตู้ที่เรานั่งต่อมา มันขับซะไม่บันยะบันยังเลย ดีนะยังมีประกันชีวิตอยู่ ข้างทางเนี่ยเป็นแม่น้ำ ตกไป ก็แอ๊ก

มาถึงก็เริ่มเดิน trail ลงไปประมาณ 1 ชม. จนถึงจุดชมวิว โอ๊ย กระแสน้ำมันแรงมาก ประมาณล่องแก่ง ระดับ 15 ได้มั้ง หินแต่ละก้อน ก็ใหญ่

นั่งเล่นไปสักพัก อีไกด์เหียก ก็เริ่มเรียกให้กลับขึ้นไปได้แล้ว แต่เรากับพี่ปุ้ย ไม่อยากกลับทางเดิม ก็เลยตัดสินใจว่าจะกลับทางใหม่ ที่คนก่อนหน้านี้สำรวจเส้นทางไว้ เสียค่าผ่านทาง 10 หยวน เพราะเขาต้องทำทาง ตอนแรกก็ไม่เข้าใจ พอขึ้นไปแล้วก็เข้าใจเลย แต่เราต้องไปบอกไกด์ก่อน เพราะเด๋วเขาจะสงสัยว่าเราหายไปไหน พอบอกจะกลับทางใหม่ที่ใช้เวลาแค่ 40 นาที ตรงกว่าทางเก่า อีไกด์ก็เลยพาลูกทัวร์ทั้งหมด มาเส้นทางนี้กันหมดเลย
ซวยไป หรือจะนั่งเสลี่ยงก็ได้ ไม่น่ากลัวหรอก
From China Kunming Shangrila 10-20 April 2008


หรือจะใช้บริการม้าแคระ ก็ไม่ว่ากัน


เดินมาสักพัก ก็เงยหน้าขึ้นมาหน่อยว่ามันจะกลับทางไหนฟะ เฮ้ย นั่นมันบันไดลิงแบบ 90 องศาเลยนี่หว่า นี่เราต้องผ่านจุดนั้นหรือเนี่ย เอาวะ เดินทางความกว้างแค่ 3 ฝ่าเท้า +ปีนบันไดลิง 90 องศา + Hiking อีก นี่มันไม่ใช่ทริปชมวิวแล้วนะ นี่มัน Adventure แล้ว กว่าจะขึ้นมาถึงใช้เวลา 1.30 นานกว่าเส้นนั้นอีก ขึ้นมาก็พบกับความสดชื่นคือ ธารน้ำไหลเล็กที่ละลายมาจากน้ำแข็งบนเขา เย็นมาก



แต่พอกลับไปถึง แว่นกันแดดสุดที่รักกลับอันตรธานไปจากรถตู้ซะงั้น เฮ้อ เสียของชิ้นที่ 1 เสียดายจัง

แล้วก็รีบนั่งรถตู้กลับมาขึ้นรถบัสคันเล็กไป โค้งแรกแม่น้ำแยงซีเกียง +เชียงกรีล่า ขึ้นรถไปสักพักก็ถึง โค้งแรกแม่น้ำแยงซีเกียง มันโค้งได้สวยมาก
From China Kunming Shangrila 10-20 April 2008
พวกเราก็ตามสไตล์ Trekking thai ไปไหนเราต้องโดด อีไกด์พอเห็นมันบอก Noๆๆๆ ไอ้เราก็ไม่สน โดดอย่างเดียว จนได้ภาพพี่แจ๊ค เอ็กซ์แตกมา
From China Kunming Shangrila 10-20 April 2008


แล้วก็นั่งรถต่อ จนถึงเชียงกรีล่า เมืองที่สวยที่สุดติดอันดับโลก
From China Kunming Shangrila 10-20 April 2008


หนาวมาก อากาศอย่างนี้น่าตั้งวงเจียะจิ๊วเนอะ

ความชื้นที่เมืองนี้มีมากจนซักเสื้อผ้าแล้วก็ไม่แห้ง แต่พอทดแทนได้กับบรรยากาศของห้องพัก ที่มองเห็นภูเขาหิมะตลอดเลย



แล้วอีไกด์ก็พาไปกินอาหารเย็น พวกเราก็เลยแยกตัวมากินอีกแล้ว พระจันทร์ที่นี่สวยมาก รู้สึกเหมือนเรายืนอยู่ใกล้ๆ เลย เพราะที่นี่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 2,000 เมตร สูงกว่าอินทนนท์อีก จากนั้นก็เดินแยกย้ายไปหาซื้อเสื้อกันหนาวที่ขึ้นชื่อว่าถูกกว่า ลี่เจียงมาก อย่างเสื้อที่เราซื้อมา เขาขายแค่ 150 หยวนเอง โดนไป 30 หยวน ช่างมัน กลับห้องชมวิว ภูเขาหิมะจากหน้าต่างในห้อง ซุกผ้าห่มไฟฟ้า ที่ไม่ช๊อตเราแล้ว ก็หลับไป




 

Create Date : 02 กันยายน 2551
1 comments
Last Update : 22 ตุลาคม 2551 13:23:14 น.
Counter : 1332 Pageviews.

 

ลงภาำพให้ดูด้วยซิ เขาว่ากันว่าที่ลี่เจียง ต้าหลี่สวยมาก

 

โดย: athena-th 2 กันยายน 2551 17:14:33 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


Maiyaraph
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add Maiyaraph's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.