...เขียน Blog นี้...เพราะ Destiny of LOVE
Group Blog
 
 
กรกฏาคม 2560
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
16 กรกฏาคม 2560
 
All Blogs
 

Korea ....Chill Trip 2017 ปรับเปลี่ยนได้ตามที่ร่างกายสะดวก







ฮี่ๆ  บอกจะอัพภายในสองสามวัน  ลากยาวกันไปครึ่งเดือนคร่า  วุ๊ย..เขิลลลลล  อ่ะเริ่มเลยเนาะ


ก่อนจะไปเรื่องเที่ยว...ขอบอกเลยว่าการไปเกาหลีของพวกเรารอบนี้มีการเตรียมตัวแบบหนักมากกก  5555 คงได้ยินข่าว เกี่ยวกะเรื่อง ตม.เกาหลี อันลือลั่นกันเนาะ กับ ผีน้อยชาวไทยที่ลักลอบเข้าไปทำงานที่นั่น ขนาดเราเองกะพี่นิ่มและนิช ที่มีประสบการณ์ไปเกาหลีกันคนละหลายรอบแล้วก็ยังไม่วายจะระแวงตม.อ่ะ  ทุกคนเตรียมหลักฐานการทำงาน  การเงิน หรือพาสปอร์ตเล่มเก่าไปเผื่อด้วย พร้อมด้วยโปรแกรมเที่ยว เวอร์ชั่น Eng เรยค่ะเพิ่มความแอดวานซ์  เรียกว่าโปรแกรมพิเศษเฉพาะสามคนนี้Limited Edition จ่ะ  แระคำตอบของเราถ้าถามว่ามาทำอะไร ให้ตอบอย่างภาคภูมิใจว่าเรามาดูคอนเสิร์ตชินฮวาค่า 555555 (อ้อ  ถ้าใครจะหนีไปทำงานแระเอาจุดนี้มาเนียนเป็นติ่งวงนั้นวงนี้บอกเลอ...มันไม่ง่ายจ้ะ  สำหรับพวกเรามีใบรับตั๋วคอนเสิร์ตที่มีชื่อเราพิมพ์อยู่เรียบร้อย  แถมเอาตั๋วคอนเสิร์ตปีก่อนๆที่มีชื่อเราพิมพ์บนตั๋วติดไปเผื่อด้วย  อ้อ...สำหรับก๊วนเรามีบัตร OFFICIAL SHINHWA CHANGJO ทุกคนจร้า ^^)


รอบนี้เราบินกะ AirAsia ค่ะ จุดเริ่มต้นเพราะโปรโมชั่นข้ามปี มันก็ถูกจิงอ่ะนะ แต่สิ่งที่ยากจะเดาคือผู้ชายของเดี๊ยนเนี่ยแหละทำให้เสียทรัพย์ค่าเลื่อนตั๋วอีกเกือบเจ็ดพัน ถือเป็นค่าประสบการณ์ไป > < แต่การบินกะ Low Cost สัญชาติไทย ทำให้เราได้เจอกับ...ก๊วนผีน้อย...เรียกว่าเจอกันตั้งกะสนามบินดอนเมืองเลย นี่ไม่ได้ดูถูกใครนะ แต่พวกเราก็พอจะมองออกว่า ใครจะไปเที่ยวใครจะไปทำงาน หรือมันเป็นเซนส์ของไทยด้วยกันรึเปล่าก็ไม่รู้ แต่เราว่า ตม.ที่มีประสบการณ์ก็น่าจะดูออก สิ่งที่พวกเราทำได้อย่างเดียวคือ เดินให้ห่างๆ คนกลุ่มนั้นเข้าไว้เป็นพอ นี่ก็ยังคุยกันอยู่ว่า...เอออยากเห็นเวลาเค้าโดนเรียกเข้าห้องเย็นกันอ่ะ (แต่ไม่ใช่เรียกเรานะ><) เด๋วรอบนี้คงได้เห็นบรรยากาศจริง


ตม.เกาหลี โหดจิงป้ะ ?


สำหรับเราสามคน ไม่โหดเรยจ้าเด๋วเล่าให้ฟังว่าตอนเราไปเป็นไงบ้าง....

อย่างที่เรากะเพื่อนตกลงกันว่า ถ้าก๊วนนั้น(ผีน้อย)อยู่แถวไหน เราจะไปให้ห่างพวกเค้าที่สุด เค้าแวะห้องน้ำแรกหลังจากเข้าอาคารเราก็เดินจ้ำอ้าวกันเรยจ้า แต่พอใกล้จะถึงตม. เราก็แวบเข้าห้องน้ำตรงนี้ก่อน กะว่าปลอดคนด้วยไรงี้ พอเดินออกมาอีกที ฝูงชนที่เดินมาพร้อมกะเราเค้าต่อแถวตรงForeign Passport กันหมดแระค่ะ แถวยาวเหยียด พวกเรามีแอบชะงักเพราะคิดว่ารอนานชัวร์ แต่ก็จำเป็นต้องเดินไปต่อแถวกัน ถัดจากเราก็มีนักท่องเที่ยวจีนวัยรุ่นอีก 2 คน แล้วเราก็หันมาเม้ามอยกันสามสาวตามปกติ ตอนนี้ด้านหน้าเป็นไงไม่เห็นเลยนะคือคนบังหมดอ่ะ แระพวกเราก็สูงด้วยอะเนาะ

ระหว่างที่เราเดินตามแถวไปเรื่อยๆ ก็มีตม. ผู้ชายวัยคุณลุงกวักมือเรียกพวกเราให้ย้ายมาอีกโซนที่ไม่มีคนแล้ว พวกเราก็รีบแจ้นไปเรยค่า เดินมากัน 3 คนพร้อมน้องจีนที่ต่อหลัง หันมาดูอีกทีว่าคนตามมาทางนี้เยอะป่าว อ่าว...คุณลุงแกเอาเส้นกั้นมาปิดแถวจ้ะดึงมาเฉพาะ 5 คนหลังสุด เราก็งงๆ กันอยู่พักนึง ก่อนจะเห็นว่าห่างไปไม่กี่เมตร ก็มีตม. อีกคนยืนสังเกตการณ์อยู่รอบๆ คาดว่าน่าจะจับตาดูคนที่มีแนวโน้มไม่มีปัญหามาแถวนี้ก่อน(มั๊งนะ...เดาเอา)

เราสามคน ยืนแยกกันกับ ตม. 3 คน ผ่านกันไปแบบโคตรชิว พี่นิ่มกะนิชไม่โดนถามอะไรเลย (มีตราประทับประเทศอื่นแล้ว) เราโดนถามเพิ่งมาครั้งแรกหรอ (พาสปอร์ตเล่มใหม่) ก็บอกไปว่ามาครั้งที่ 3 ละค่า  กับถามว่าอยู่กี่วันแค่นั้น  อ่ะ..มองกล้อง ประทับตรา  ผ่าน....คริ คริ


ขอบคุณคุณลุง ตม.ท่านนั้นมากนะคะที่เล็งเห็นว่าพวกเราเป็นนักท่องเที่ยว เรยได้ผ่านตม.เร็วกว่าที่คิดมากๆ โคตรโชคดีอ่ะ ^^


รอบนี้เรียกว่า Chill Trip มากๆ เลย  ใช้เวลาในแต่ละที่ค่อนข้างนาน ถ้าร้อน ถ้าเมื่อย มีกลับห้องไปนอนเอาแรงก่อนด้วย > < และรอบนี้เราก็ใช้บริการซับเวย์เป็นหลักเช่นเคย เอาเฉพาะที่ๆ ไม่ค่อยมีคนรีวิวละกันเนาะ



เช่าชุดฮันบกที่อินซาดง

นี่เป็นเป้าหมายที่เราวางแผนกันมาข้ามปีเลยค่ะ กะว่าวันแรกที่มาถึงช่วงบ่ายๆจะไปเช่าฮันบกใส่เดินถ่ายรูปแถวๆ วังใกล้บ้าน แต่หลังจากได้สัมผัสอากาศที่ร้อนและแดดแรงมาก แถมสภาพร่างกายที่นอนหลับๆตื่นๆ บนเครื่องมาประมาณ 5 ชั่วโมงก็คิดว่าวันนี้คงไม่รอดเลยเปลี่ยนใจกลับไปนอนเอาแรงก่อนดีกว่าแล้วกลับมาใหม่วันรุ่งขึ้น แต่ก่อนเข้าที่พักก็แวะไปดูเวลาเปิดร้านที่ทางเข้าเขียนว่าเปิด 10 โมงเช้า ลองขึ้นไปถามราคาค่าเช่าชุด 15,000 วอน / 2 ชั่วโมง (ราคา ณ วันที่ 17 มิ.ย.60) เค้าบอกว่ามาซัก 9 โมงครึ่งก็ได้ โอเค...เข้าทางเราเลย  จะรีบมานะค๊า…


ที่ตั้ง/การเดินทาง : นั่งสายสีส้ม (Line 3) ลงสถานี Anguk ทางออก 6 เดินเข้ามาในซอยอินซาดง ประมาณ 50 เมตร ร้านจะอยู่ด้านขวามือติดกับร้านขายโจ๊ก มีหุ่นโชว์ชุดฮันบกอยู่หน้าร้าน เดินขึ้นไปชั้น 3 เลยค่ะ

ก็แจ้งไปว่าจะแต่งตัวกันกี่คน เค้าก็จะเอากุญแจล็อคเกอร์ให้ เก็บของอื่นๆให้เรียบร้อยก่อนเลือกชุด สำหรับเรา 3 คนถือเป็นลูกค้ากลุ่มแรกของวันนั้นเลยค่ะ ชุดแน่นเต็มราว  พนักงานก็ปล่อยให้เลือกตามสบาย แถมแนะนำนิดๆ หน่อยๆ ไม่ได้ทำให้รู้สึกอึดอัดอะไรนะ พอได้ชุดแล้วพนักงานก็จะให้ใส่ชุดขาวเป็นซับในที่มีโครงกระโปรงให้ใส่ก่อน 1 ชั้น ก่อนใส่ชุดฮันบกทับ รัดแน่นม๊ากกก เหมือนเอวจะเล็กลงได้ซักนิ้ว เราเลือกกะโปรงสีแดงเข้ม เค้าก็แนะนำให้ใส่เสื้อสีอ่อน โอเค...ตามนั้น  ส่วนชุดพี่นิ่มพิเศษค่ะ จะเป็นเสื้อสีดำ กะโปรงสีส้ม ที่อยู่ในหุ่นโชว์ของเมื่อวาน  แนะนำว่าถ้าไปกะเพื่อนหลายๆ คนก็ตกลงเลือกโทนสีต่างกันจะดีมากค่ะรูปจะได้ออกมาสวย อ้อ...ร้านนี้ทำผมให้ด้วยนะคะ ถึงแม้จะสื่อสารกันยากหน่อย แต่เค้าก็ช่วยเราเต็มที่



อึนเฮียนกุง วังเล็กๆ ที่คนไม่พลุกพล่าน

ในเมื่อแต่งชุดฮันบกแล้ว ก็ควรต้องหาโลเคชั่นแบบวังบ้าง แต่ข้อแม้ของพวกเราอีกอย่างคือไม่อยากได้คนเยอะ ดังนั้นชางด็อกกุงนี่ตัดเลยเพราะคนเยอะตลอดชางเกียงกุงก็ต้องเดินอีกไกล อึนเฮียนกุงเลยเป็นคำตอบสำหรับพวกเราค่ะ ถึงแม้วันนั้นในวังจะมีซ้อมเตรียมการแสดงอะไรซักอย่างแต่คนก็ไม่แน่นนะ เดินสบายๆ ถ่ายรูปกันชิลล์ๆ อ้อ วังนี้เล็กนะคะเล็กที่สุดในบรรดาวังในโซนใกล้เคียงใครชอบความใหญ่โตอลังการวังนี้อาจไม่ตอบโจทย์ค่ะ


ที่ตั้ง/การเดินทาง : นั่งสายสีส้ม (Line 3) ลงสถานี Anguk ทางออก 4 จะเห็นป้ายเล็กๆอยู่ด้านขวามือเขียนว่า Unhyeongung  เดินเข้าไปได้เลยค่ะ



บ้านก็อบลิน ใน Duksung University : ตามรอยซีรีย์ Goblin คำสาปรักผู้พิทักษ์วิญญาณ

สาวกพี่ยักษ์พี่ยมจากซีรีส์ Goblinไม่ควรพลาดค่ะ เห็นในรีวิวว่าบ้านพี่ยักษ์พี่ยมอยู่ใกล้ที่พัก เราก็วางแผนเตรียมไปแวะเช่นกัน ไม่อยากบอกเลยว่าหาทางเข้าอยู่ 2 วัน 555 จริงๆ หาไม่ยากนะ แต่เราแค่เดินเลย > < พอได้ใส่ชุดฮันบกสวยงาม เราก็ต้องไม่พลาดเข้าไปเก็บภาพ


ที่ตั้ง/การเดินทาง : นั่งสายสีส้ม (Line 3) ลงสถานี Anguk ทางออก 4 เดินตรงไปเรื่อยๆจะผ่านอึนเฮียนกุง และรั้วติดกันจะเป็น Duksung University ค่ะ ทางเดินจะเป็นประตูแบบโบราณๆ หน่อยคล้ายๆประตูวัง แถมด้านหน้าจะมีป้ายไวนิล ตั้งตรงทางเข้ามหาวิทยาลัยว่านี่เป็นบ้านที่ใช้ถ่ายทำเรื่องGoblin นะจ๊ะ เดินตรงเข้าไปอีกประมาณ200 เมตรก็เจอค่ะ แถมตอนเราไปเจอเด็กหนุ่มอีกกลุ่มก็เตรียมดาบไปถ่ายรูปกันด้วยค่ะ เสียดายเราหยุดถ่ายรูปกันนานไปนิส ไม่งั้นจะยืมตัวเข้าฉากเป็นพี่ยักษ์ซักหน่อย



Team Lab @Lotte world : เล่นกับแสงสี...ที่ค่าเข้าเด็กแพงกว่าผู้ใหญ่!!

ชื่ออาจจะยังไม่คุ้นเคยกันเท่าไหร่นะคะ ประมาณการใช้เทคนิคแสงสีประกอบ interactiveเพิ่งเปิดเมื่อประมาณกลางปี 2016 นี่เอง อยู่ในโซนของ Lotteworld ค่าเข้าสำหรับผู้ใหญ่ 20,000 วอนหรือประมาณ 600 บาทค่ะ แต่เข้าสำหรับเด็กจะแพงกว่า อยู่ที่ 24,000 วอนตอนแรกก็งงกันว่าอ่านผิดรึเปล่า แต่พอเข้าไปด้านในถึงเก็ทละค่ะ เด็กวิ่งกันขวักไขว่มากอ่ะ เหมือนสนามเด็กเล่นดี ๆ นี่เอง จะมีด่านเป็น Theme ต่างๆ เช่น โซนทะเลก็จะมีรูป กุ้งหอย ปู ปลา โซนรถก็จะเป็นรถยนต์รถบัส ให้ได้ระบายสีพอระบายเสร็จก็เอารูปให้เจ้าหน้าที่ไปเอาเข้าเครื่องฉาย สารพัดสิ่งของๆ เราก็จะไปเป็นส่วนนึงในฉากค่ะและไฮไลท์ตอนท้ายก่อนออก


ที่ตั้ง/การเดินทาง : นั่งสายสีเขียว (Line 2) ลงสถานี Jamsil ทางออก 4 เดินเข้าห้าง Lotte แล้วต่อไปที่โซน Lotte World ค่ะ



Ihwa Mural Village : เดินขึ้นเขาNaksan ไปถ่ายรูปกานนน

เป็นหมู่บ้านที่มีงานศิลปะ street art เก๋ๆ อยู่ตามมุมต่างๆ ตามทางเดินค่ะแต่บัดนาว 2560 รูปในตำนานบางรูปลบไปแล้วนะคะ ทั้งบันไดดอกไม้ บันไดปลาคาร์ฟ แต่ก็ยังเหลืองานอื่นๆ ให้ชมอีกหลายภาพ อ้อ...ถ้าใครอยากแต่งตัวคอสเพลย์เป็นนักเรียนเกาหลียุคโบราณก็มีชุดให้เช่าอยู่นะคะ แต่พวกเราไม่ถนัด เลยเดินชิวๆเก็บบรรยากาศอย่างเดียว


ที่ตั้ง/การเดินทาง : นั่งสายสีฟ้า (Line 4) ลงสถานี Hyehwa ทางออก 2 เดินตรงไปประมาณ 200 เมตร จนถึงหน้ามหาวิทยาลัยแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าไปเดินตามทางเรื่อยๆจนถึงช่วงเนินเขา เลี้ยวซ้ายขึ้นไปตามทางเลยจ้า



Hyeri art valley : หมู่บ้านศิลปะนอกเมือง

มันสวย...มันเก๋...มัน Chic ดีงาม...มากกกกค่ะ แต่...โบชัวร์ไม่มีภาษาอังกฤษจ่ะ !! เกาหลีล้วนๆขนาดจะขอให้คุณลุงที่ขับรถด้านในไปส่งยังสื่อสารกันมะเข้าใจเรย ฮือออออ....เลยต้องอาศัยกำลังขาล้วนๆถ้าแนวเดินชิลล์ถ่ายรูป แวะทานกาแฟ เพลินแน่ๆ ค่ะ อยู่ได้ทั้งวัน นี่เราอยู่จนบ่ายสองยังเดินได้ประมาณ20% เองเพราะหมดแรงก่อน แถมเราไปช่วงหน้าร้อนด้วยแหละดูดพลังงานมากก 5555 มีคาเฟ่ ร้านกาแฟ ร้านอาหาร มากมายค่ะเลือกไม่ถูก สำหรับเรานั่งคาเฟ่ไปร้านนึงเป็นร้านที่ติดกับร้านอาหารที่เคยถ่ายทำเรื่อง Gentleman Dignity ค่ะ บรรยากาศดูดี อบอุ่นแต่ไม่กล้าลองร้านอาหารเพราะราคาไม่ธรรมดาเลย ส่วนอาหารเที่ยงลงเอยที่ร้านอาหารอิตาเลียนค่ะ บรรยากาศดี อาหารอร่อยและราคาไม่โหดมาก อันนี้จำพิกัดไม่ได้ ไปลองเสี่ยงๆ เอาละกันเนาะ อิอิ


ที่ตั้ง/การเดินทาง : นั่งสายสีเขียว (Line2) ลงสถานี Hapjoeong ทางออก1 แล้วต่อรถเมล์สาย 2200 ตามรีวิวอื่นๆ ที่อ่านก่อนไปเค้าบอกเป็นทางออก 2 นะ แต่พอเราไปจริงๆ ป้ายรถเมล์ตรงทางออก 2 มันไม่มีสาย 2200 ติดอยู่เราก็อึมครึมกันอยู่พักนึง ก่อนนิชชี่จะตาดีไปเห็นสติ๊กเกอร์ลอกๆ แปะอยู่อันนึงแล้วมีคำว่า 2200 อยู่ด้วย ซึ่งมันเป็นภาษาเกาหลีอ่านะ เดาๆ รวมๆเหมือนจะย้ายไปป้ายอื่น เลยต้องเดินย้อนไปอีกหน่อย ก็เจออีกป้ายที่มีสาย 2200 ผ่านนั่งไปอีกประมาณครึ่งชั่วโมงค่ะ พอถึงพาจูเอาท์เลทก็เตรียมตัวได้เลย อ้อที่นี่ฝั่งนึงอยู่ติดกะ English Village ด้วยถ้าใครฟิตอยากเที่ยวสองที่ก็ได้นะ อ้อ...ถ้าจะจ่ายค่ารถด้วย T-Money ในรถเมล์เช็คเงินที่เหลือนิสนะคะ ของเราเลยจ่ายเงินสดแทนเพราะเงินในบัตรไม่พอ...พลาดไปนิสส



Banpo Bridge / Some Sevit

สะพานบันโพและโชว์น้ำพุสายรุ้งน่าจะเป็นหนึ่งในจุดหมายของนักท่องเที่ยวที่ไปเยือนโซลกันอยู่แล้วเนอะ สำหรับเราปกติจะได้มาช่วงปลายมีนาตลอดซึ่งเป็นช่วงงดการแสดง รอบนี้ได้ไปเดือนมิ.ย. เลยตั้งใจจะไปเยือนซักครั้งเตรียมกล้อง หิ้วขาตั้ง กะถ่ายรูปเต็มที่อ่ะ แต่บอกเลอ...Fail... ไม่สวยเท่าที่คิดเลย ไม่เห็นความเป็นสีรุ้ง หรือที่เค้าถ่ายมาสวยๆ นั่นเป็นช่วงเทศกาล แต่ที่ดีงาม...คือบรรยากาศของคนดูค่ะ มากันเป็นคู่เยอะมากกก โอ้ยย...ต่อมอิจฉาทำงานหนักสุดๆ นี่แอบเซ็งกะสะพานบันโพนะ เลยเดินข้ามถนนไปถ่ายรูปกับเกาะจำลอง Some Sevit อันนี้พอแก้มือได้หน่อย ไฟรอบๆเปลี่ยนสีได้ แถมสวนสาธารณะฝั่งเกาะจำลอง ริมแม่น้ำอากาศก็ดีม๊ากกกกลมเย็นๆ ประมาณ 24-25 องศา มีพนักงานออฟฟิศมาปิกนิก Hang-out นั่งคุย กันหลายกลุ่ม เสมือนเปิดแอร์ทั้งเมือง จุดนี้อิจฉาชาวเกาหลีจริงๆ ค่ะ


ที่ตั้ง/การเดินทาง : นั่งสายสีส้ม (Line 3) หรือสายสีน้ำตาล (Line 9) ลงสถานี Express Bus Terminal ทางออก 8-1 ตามป้าย Banpo HangangPark ไปเลยค่ะ จนถึงทางเดินออกมาข้างนอก ฝั่งตรงข้ามจะเป็นห้าง Shinsaegae จากนั้นก้มมองที่พื้นค่ะ ป้ายบอกทางจะเป็นป้ายทองเหลืองอยู่บนทางเดินนี่แหละ ตามไปเรื่อยๆ เลย จนถึงทางลง จะคล้ายๆ ทางลง Subway ก็เดินลงไปเลยค่ะ เดินตามทางไปเรื่อยๆ จะมีแยกด้านขวามือเดินตามอุโมงค์ลงไปจนเจอถนน ขวามือเป็นโชว์น้ำพุค่ะ ส่วนด้านซ้ายมือเป็น Some Sevit



Iksoen-Dong : ย่าน Hipster กลางเมือง

นี่ก็เป็นอีกย่านใกล้บ้านค่ะ เพราะความที่ใกล้...เลยหาไม่เจอซักที >< เลยต้องเปิดรีวิวของคุณคนนี้ประกอบซักนิส


พอได้รู้ที่แล้วเราก็ลองมาเดินสำรวจช่วงเช้าประมาณ 10 โมง ร้านยังไม่เปิด ส่วนมากเริ่มที่ 11 โมง แล้วอีกรอบลองมาช่วงเย็น บรรยากาศคึกคักม๊ากกกก โดยเฉพาะร้านเนื้อย่างค่ะ เหมือนเป็นแหล่ง Hang-Out หลังเลิกงานที่ใหญ่มากๆ 99% คนเกาหลีล้วนๆ เดินผ่านโซนร้านเนื้อย่าง ลักษณะแบบร้านในซีรีส์อะค่ะโต๊ะกลม มีเตาตรงกลาง เปิดโล่งๆ มีร้านนึงปิดลานจอดรถตั้งโต๊ะกันยามเย็นราวๆ 20-30 โต๊ะเลย แถมมีคนรอคิวอีกเพียบ อยากลองบ้างแต่ไม่มีโต๊ะว่างเลยค่ะ เลยเดินเข้าไปอีกนิดหาร้านเล็กๆที่ไม่ไกลกันนักเป็นมื้อเย็นค่ะ ร้านนี้เหมือนจะคนไม่แน่น แต่ผ่านไป 10 นาทีก็เต็ม โอ้ย...ว่าแล้วก็หิว อ้อ...ใครไม่ทานเนื้อใช้ชีวิตลำบากนิสนะคะบางร้านก็มีหมูแต่เป็นแนวสามชั้น(ของโปรด) สำหรับร้านนี้ด้วยความ Lost in Translation พวกเราสั่งเนื้อ1 ชุด หมู 1 ชุด เค้าก็เอามาเสิร์ฟ จุดไฟแระวางตะแกรงเหล็กบางๆ ด้านบน แล้วก็เดินหายไป เราก็จัดการกันเองเลยค่ะหมูฝั่งนึง เนื้อฝั่งนึง ซักพักไฟลุกแรงมากค่ะ นางก็มาบ่นๆ อะไรซักอย่างและเอาเนื้อหมูขึ้น เราก็งงกันว่ามีไรแว๊...ตรูทำไรผิด นางบ่นงุ๊งงิ๊งๆ ซึ่งแน่นอนว่าฟังไม่ออก เราก็อึมครึมกันตามระเบียบ  ซักพักนางกลับมาใหม่พร้อมกระทะเล็กๆ แล้วจัดการเอาหมูวางด้านบน อ้อ....เพิ่งเก็ทว่าเค้าแยกกันค่ะ ตะแกรงย่างเนื้อจะเป็นโปร่งๆ แต่หมูย่างจะลักษณะแบนๆ คล้ายๆ ร้านหมูกระทะนี่แหละ ได้ความรู้ใหม่อีกแล้ว

ร้านฮิตๆที่เป็นซิกเนเจอร์มีสองสามร้านนะคะ ร้านแรกเป็นร้านดอกไม้ เห็นมาถ่ายรายการ ถ่าย MV กันหลายเพลงอยู่ อีกร้านเป็นคาเฟ่ค่ะ รู้สึกต้องจองเพราะคนเต็มตลอด (จำชื่อร้านไม่ได้แล้วสำหรับเรา เดินถ่ายรูปกันหนุกหนานดีค่ะ


ที่ตั้ง/การเดินทาง นั่งสายสีม่วง หรือส้มก็ได้ค่ะ ลงสถานี Jongno3ga ทางออก 4 เดินไปอีกไม่ไกลจะเห็นทางเข้าอยู่ด้านซ้ายมือค่ะ


แหล่งช้อปปิ้งในโซล ในความเหมือน...ก็มีความต่างนะ

สำหรับพวกเรานี่ไม่ได้เป็นโปรด้านช็อปปิ้งนะคะ แต่รอบนี้มีโอกาสได้ไปช้อปในหลายๆที่ทั้งแบบตั้งใจและเดินผ่านๆ (แต่ได้ของติดมือตลอดมากบ้างน้อยบ้าง) ตั้งแต่ Jamsil underground Mall / Lotte Department Store / Myeongdong Underground ShoppingCenter / Myeongdong / Goto Mall / Hongdae /Insadong / Samchongdong รีวิวรวมๆตามที่เราเห็นละกันเนาะ


เครื่องสำอางค์

- Nature Republic แบรนด์เดียวกัน แต่ของในร้านไม่เหมือนกัน ที่เราเห็นชัดๆก็ ในเมียงดงนี่จะเน้นสำหรับกลุ่มวัยรุ่น แพคเกจหลายๆ ตัวมีรูปพรีเซนเตอร์ (Exo) ทั้ง Hand Cream ลิปสติก และราคาโหดเอาการถ้าเทียบกับแบรนด์อื่นๆระดับเดียวกัน แน่นอนว่าเราเดินออกมามือเปล่าค่ะเพราะของแพงไม่ได้กินตังค์เราแน่ แต่...มาเดินเล่นอินซาดง Nature Republic ยี่ห้อเดิมนี่แหละ เจอของลดราคาหลายตัวเลย นี่ก็ได้โฟมล้างหน้ามา 2 หลอด แถมราคาเป็นมิตรมากก แต่ไม่เจอแพคเกจเฉพาะแบบที่เมียงดงนะ

- ETUDE เป็นแบรนด์ที่เดินเข้าออกมากที่สุด เพราะเจอออเดอร์ของหนักมากก แถมเป็นช่วงลิปไอติมกำลัง Hot มีน้องฝากซื้อ เจออยู่ที่เดียวในห้าง Lotte แต่วันนั้นเราไม่ได้ซื้อหรอกเพราะคิดว่าเด๋วจะไปหาที่เมียงดงน่าจะมีเหมือนกัน แต่...ของหมดทุกที่ค่ะ เมียงดง ฮงแด อินซาดง ซัมซองดงดังนั้นถ้าของตัวไหนฮิต ลองเดินดูตามห้างค่ะ อาจจะยังพอมีแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตเผื่อใจไว้สำหรับของหมดด้วยจ้า

- It’s skin เป็นแบรนด์ที่ไม่คิดจะเข้าจริงๆ นะ เพราะกิตติศัพท์ว่าของแพงแต่รอบนี้ เจอของเซลล์เยอะเรย เราได้ของมาหลายอย่างอยู่

- Vproveเพิ่งรู้จักยี่ห้อนี้เพราะโบกอมล้วนๆ ค่ะ เจอออเดอร์ Hand Cream โบกอมมา ตอนแรกว่าจะไม่รับหิ้วละเพราะกลัวหาร้านไม่เจอ แต่ผิดคาดมาก ร้านเยอะพอๆ กะพวก Etude เลย แถม BA ที่หน้าร้านนี่คัดหน้าตาสไตล์โอป้าหลายคนนะ  ขายของเก่งมากกกก อย่าได้หลงเข้าไปเชียว แต่เราไม่ได้ไรเพิ่มมานะ ทำตัวจนๆ เข้าไว้ 555

- Skin Food สาขาลดลงไปเยอะมากอ่ะ (ถ้านับในเมียงดงแถมลูกค้าก็ไม่เยอะเท่าไหร่  

- 3CE ยี่ห้อสุด Hot ของสาวไทย เราซื้อจาก Shop ที่ Lotte Department Store Jamsil ค่ะ เออ เรียก shop ดูใหญ่ไป จริงๆ มันเป็น Corner มากกว่า แอบหายากนะคะสำหรับที่นี่ แต่...BA น่ารัก ของแถมก็เป็นชิ้นเป็นอันมากอ่ะ นิชชี่ได้อายไลเนอร์ เราได้มาสคาร่า ปลื้ม....



สไตล์เสื้อผ้า

- Hongdae แหล่งเสื้อผ้าวัยรุ่น รู้ๆ กันอยู่เนอะ ราคาไม่โหดมากถ้าเมียงดงก็แบบแบรนด์หน่อย

- Jamsil Underground Mall, Goto Mall เสื้อผ้าแนวผู้ใหญ่ขึ้นมาอีกหน่อย แต่เสื้อผ้าวัยรุ่นก็มีนะ ราคาเป็นมิตรม๊ากกก แถมเราไปช่วงเซลล์ช้อปหนุกมากฮ่ะ

- Myeongdong Underground Shopping Center สำหรับสายติ่งค่ะ 555 ร้านขายของ Non-Official และ Official ของไอดอลสารพัดวง เตรียมเงินไปเปย์เยอะๆน๊า

Samchongdong ถ้าเป็นสไตล์เสื้อผ้าจะแนว Brand Local เก๋ๆ ในสไตล์แต่ละร้าน ซึ่ง..ไม่ใช่แนวเราเช่นกัน > <



เขียนๆ บ่นๆ ตามประสาเราเนอะไม่รู้จะมีประโยชน์กะคนอ่านบ้างรึเปล่า 5555 เอาเป็นว่าขอบคุณมากนะคะที่ทนอ่านมาได้จนถึงบรรทัดนี้


และก่อนจบขอขอบคุณเพื่อนร่วมเดินทางทั้ง 2 คน พี่นิ่ม กะ นิชชี่ ร่วมเดิน ร่วมหลง ร่วมเมื่อยขา ร่วมสนุกร่วมกรี๊ดกร๊าดไปด้วยกัน มีโอกาสดีๆคงได้ร่วมทริปกันอีกครั้งนะค๊า ^^


................................




 

Create Date : 16 กรกฎาคม 2560
0 comments
Last Update : 16 กรกฎาคม 2560 11:08:42 น.
Counter : 311 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


แม่ยกชินฮวา
Location :
พิษณุโลก Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 9 คน [?]




Friends' blogs
[Add แม่ยกชินฮวา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.