...เขียน Blog นี้...เพราะ Destiny of LOVE
Group Blog
 
<<
เมษายน 2557
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
15 เมษายน 2557
 
All Blogs
 

Korea..Subway Trip..ตะลอนทัวร์





การเดินทางออกนอกประเทศของเราในรอบนี้ นอกจากภารกิจหลักคือไปกี๊ดให้กำลังใจผู้ชายในงานคอนเสิร์ต “HERE” ของชินฮวาเมื่อวันที่ 22-23 มีนา 57 แล้วน๊านนน เราก็ถือโอกาสลางานยาวเพื่อท่องเที่ยวให้คุ้มค่าตั๋วเครื่องบินกันซักนิสส อยู่เกาหลี 7 วัน ไปเยือนได้ 19 ที่แค่นั้นเองจริงๆ ค่ะ (ถ้านับจิงๆ ก็ 20 เพราะไปชินคอมมา 2 รอบ หุหุ)


เราเน้นสถานที่ท่องเที่ยวที่คนไม่แน่นมากนัก (ส่วนมากไม่อยู่ในโปรแกรมหลักของทัวร์) และเดินทางได้โดยซับเวย์หรือรถไฟใต้ดิน เพราะสะดวก รวดเร็ว ไม่ต้องเจอรถติดให้หงุดหงิด (3 สาวในทริปนี้ โดยพื้นฐานอยู่ ตจว.ทั้งสิ้นค่ะ ไม่มีภูมิต้านทานรถติดอย่างรุนแรง 5555) แถมระยะเวลาที่ใช้ในการเดินทางค่อนข้างตายตัว ตัวช่วยสำคัญในการเดินทางคือ app subway korea (Jihachul) ต้องลงไว้ในโทรศัพท์เพื่อการวางแผนท่องเที่ยวด้วยนะค๊า



Gangnam Underground Shopping Center : แหล่งช้อปปิ้งในร่มที่คนไม่แน่นจนเกินไปนัก

โดยปกติ ตามเส้นทางซับเวย์ในเกาหลี นอกจากเป็นเส้นทางเดินรถปกติแล้ว มักจะมีร้านค้ามากมายตั้งอยู่ด้วยค่ะ โดยเฉพาะสถานีที่เป็นจุดเปลี่ยนเส้นทาง Gangnam Underground Shopping Center เป็นแหล่งรวมร้านค้าที่ตั้งอยู่ในสถานี Express Bus Terminal ถือเป็นย่านการค้าใหญ่แห่งหนึ่งเลยค่ะ

การเดินทาง : ซับเวย์ Line 3 สายสีส้ม ต้นทาง Daehwa – ปลายทาง Ogeum (ตรงประตูทางเข้าจะเขียนเฉพาะต้นทางและปลายทางค่ะ)

ลงที่สถานี : Express Bus Terminal เดินตามลูกศรสีส้มที่เขียนว่า Gangnam Underground Shopping Center ไปเรื่อยๆ ตอนที่เราไป เปลี่ยนชื่อเป็น Go To Mall แล้ว

ประเภทสินค้า : เสื้อผ้า เครื่องประดับ รองเท้า เครื่องสำอางค์ ของแต่งบ้าน ฯลฯ เสื้อผ้าส่วนมากราคาเริ่มต้นที่ 10,000 วอน สำหรับเครื่องสำอางค์ มักเจอโปรโมชันดีๆ ที่แตกต่างจากแถวเมียงดงค่ะ

สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง : ห้าง Shinsaegae (อันนี้ไม่สามารถบอกทิศทางได้แน่ชัดค่ะ...รู้แต่ว่า เดินทะลุไป ทะลุมา มันเข้ามาห้างนี้ได้ไงเนี่ย 555)

 photo gotomall_zps9f5489d1.jpg


Gaepan : ร้านเหล้าธรรมด๊า ธรรมดา...

เป็น Landmark สำคัญย่านอับกูจองที่ชินฮวาชางโจหลายคนต้องไปเยือน

การเดินทาง : ซับเวย์ Line 3 สายสีส้ม ต้นทาง Daehwa – ปลายทาง Ogeum ลงที่สถานี Express Bus Terminal แล้วเปลี่ยนเป็น Line 7 ต้นทาง Bupyeong ปลายทาง Jangam แล้วต่อไปลงที่สถานี Gangnam-gu Office แล้วเปลี่ยนเป็นสาย Bundang ปลายทาง Wangsimni ลงที่ Apgujeong-Rodeo

หาซอย Apgujeong 42 เลี้ยวซ้ายเข้าซอย เดินไปประมาณ 10 เมตร จะเจอร้าน Kona Bean ของ SJ เยื้องกับ Kona Bean จะเป็นร้านไก่ Kyochon ที่ชินฮวาเคยเป็นพรีเซนเตอร์ยุคโน้นนน สิ่งที่ยังหลงเหลือในร้านคือรอยประทับมือของชินฮวาทั้ง 6 คนค่ะ

เดินตามถนนนี้ไปจนสุดทาง มองเข้าไปในซอยด้านซ้าย จะเจอป้ายสีเหลืองมีรูปหมากับปูอยู่หน้าร้าน เดินตรงเข้าไปเลยค่ะ

มีอะไรดี ? : หาก็ยาก ลึกก็ลึก มีดีตรงเจ้าของชื่อ อี มินอู ค่ะ 5555 วันดีคืนดีอาจได้เจอเจ้าของร้าน หรือเพื่อนๆ เจ้าของร้านแวบมาตอนดึก (มากๆ) ปกติพี่สาวพี่เอ็มจะเป็นคนดูแลร้านค่ะ

เมนูแนะนำ : ถึงจะเป็นร้านสไตล์นั่งดริงค์ แต่อาหารก็เวิร์คค่ะ ทั้งกิมจิซีฟู๊ดจอน ต็อกบกกี พิซซา โปรดระวัง...อย่าสั่งเยอะค่ะ แต่ละจาน..ใหญ่โตตามสไตล์เกาหลี รอบนี้ก็เหลืออีกเช่นเคย (ขออนุญาตใช้รูปของเจ๊ๆ นิสนะคะ...รอบนี้ก้มหน้าก้มตากินอย่างเดียว 5555)

 photo gaepan2_zps96d675a5.jpg


Herb island ที่เมือง Pocheon Gyeonggi-do : ตามรอยชินฮวาบังซง ep 27

สวนสมุนไพรนอกเมือง ที่ได้แรงบันดาลใจจากชินฮวาล้วนๆ (ถ้าไม่เคยเห็นมาก่อนคงไม่กล้าไปอะค่ะ...เพราะออกนอกเมืองไปไกลพอสมควร)

การเดินทาง : ซับเวย์ Line 1 สายสีน้ำเงิน ต้นทาง Sinchang – ปลายทาง Soyosan

ลงที่สถานี : Soyosan สุดสายเลยค่ะ แต่...อาจต้องเจอให้ไปต่อขบวนอื่น ของเราเจอที่สถานี Wolgye ค่ะ ดังนั้นโปรดสังเกตุว่า ถ้าลงจากรถไฟกันหมด เราควรต้องลงด้วยนะคะ แต่จะมีป้ายบอกทางว่าไป soyosan ให้ต่อที่ขบวนไหน

ลงจากรถไฟ เดินออกขึ้นรถเมล์ตรงป้ายฝั่งตรงข้ามเลยค่ะ ไป Herb Island นั่งสาย 57 ลงสถานี Samjoeng-ri Elementary school (ตรงป้ายรถเมล์จะมีป้ายเส้นทางที่รถเมล์วิ่งผ่าน...แต่เป็นภาษาเกาหลีโอนลี่นะคะ สำหรับสถานีซัมจองรี สังเกตุง่ายนิดเดียวค่ะ ป้ายไหนที่มีคนจิ้มเยอะสุด อันนั้นแหละ)

อันนี้เป็นตารางเวลาของสาย 57 ค่ะ
เวลารถออก : 8.50/9.50/10.50/11.50/12.50/13.50/14.50/15.50/16.50/17.50/18.50

เวลารถถึง 9.20/ 10.20/11.20/12.20/13.20/14.20/15.20/16.20/17.20/18.20/19.20

อย่าลืม...เที่ยวเพลินจนลืมเวลารถหมดนะคะ

นั่งไปประมาณครึ่งชั่วโมงก็ถึงค่ะ แถมคนขับยังมากลับรถตรงใกล้ป้ายนี้ซะอีก ไม่ต้องกลัวจะนั่งรถเลยค่ะ เดินเท้าเข้าไปอีกประมาณ 300 เมตร ก็จะถึงทางเข้า ตั๋วผู้ใหญ่ราคาเต็ม 6,000 วอนค่ะ แต่เราใช้คูปองส่งเสริมการท่องเที่ยวเลยเหลือ 4,000 วอน

มีอะไรดี ? : เป็นสวนสมุนไพร ตกแต่งสไตล์อิตาลี ติดใจตั้งแต่ตอนชินฮวาไปถ่ายบังซง ep 27 ค่ะ เห็นว่ามันสวยดี เลยลองตามไปหารายละเอียดดูซะหน่อย แต่...แนะนำว่า ควรไปซักช่วงเมษา – กันยา ค่ะ เราไปตอนปลายมีนา เป็นช่วงลูกเมียน้อยที่สุด ดอกไม้ปลอมที่ใช้ช่วงฤดูหนาวเริ่มซีด ส่วนดอกไม้ใหม่เพิ่งทยอยเอามาลง แถมอยู่จนค่ำมืดช่วงเค้าโชว์ไฟก็ไม่ได้อีก รถหมด... เรียกว่ามาช่วง low season ของ Herb Island เลยดีกว่า คนไม่เยอะมาก แต่ก็ไม่ใช่ร้างผู้คน เดินได้สบายๆ อากาศดี โดยรวมก็ชอบนะคะ ให้อารมณ์ประมาณ English village


สินค้า/เมนูแนะนำ :
พี่ที่ไปด้วยกันซื้อชาสมุนไพรมาค่ะ เจ๊คอนเฟิร์มว่าเวิร์คมากกกกก พวกน้ำมันอโรมา เทียนหอม และอย่าพลาด..ซี่โครงย่างสมุนไพรในร้านเนื้อย่างค่ะ

 photo herb12_zps6a569dcd.jpg

 photo herb2_zpsb47232f4.jpg

 photo herb3_zpsd867437c.jpg

 photo herb4_zps3b021abb.jpg

 photo herb5_zps3f4390d1.jpg


Chickenmania สาขา Hyehwa : ร้านไก่ทอดที่ชินชางคู่ควร

ชิคเคนมาเนีย เป็นแบรนด์ไก่ทอดชิ้นที่ 2 ที่ใช้ชินฮวาเป็นพรีเซนเตอร์ค่ะ แม้ในปลายปีที่แล้วแอนดี้จะมีข่าวไม่ดีเกิดขึ้น แต่เค้าก็ยังยืนยันไม่เปลี่ยนพรีเซนเตอร์ (ยังใช้รูปทั้งหกคนโปรโมทอยู่...ผิดกับ......) เข้าอกเข้าใจกันแบบนี้ ชางโจอย่างเรา...ต้องไปอุดหนุนชิมิ

การเดินทาง : ซับเวย์ Line 4 สีฟ้า ต้นทาง Oido – ปลายทาง Danggogye

ลงที่สถานี : Hyehwa เราเลือกสาขา Hyehwa เพราะใกล้ที่พักเราค่ะ สาขาที่คนเยอะหน่อยน่าจะเป็นเมียงดง หาป้าย exit 4 ออกมาจากสถานีแล้วจะเห็นถนนใหญ่ ให้เดินเลียบถนนตรงไปเรื่อยๆ คือถ้าหันหน้าเข้าหาถนน ให้เดินไปทางซ้ายมือ เดินไปประมาณ 100 เมตรค่ะ

มีอะไรดี : มีดีตรงพรีเซนเตอร์ค่ะ 5555 ยอมรับกันแบบไม่อายว่ามาที่นี่เหตุผลเพราะผู้ชายล้วนๆ แต่ไก่เค้าก็อร่อยดีนะคะ แถมถ้าโชคดีเจอคุณลุงเจ้าของร้าน ถ้าเค้ารู้ว่าเป็นชินฮวาชางโจอาจได้ของแถมเป็นโปสเตอร์หรือสินค้าที่ระลึกเล็กๆ น้อยๆ ค่ะ (รอบนี้ได้ที่รองเมาส์ ^^)

สินค้า/เมนูแนะนำ : ไก่ทอด&กุ้งทอด (ไม่รู้ว่าเซตนี้เรียกว่าอะไร รู้แต่ไปกัน 3 คนกินไม่หมดค่ะเพราะเยอะมากกก) อ้อ..จัมปงก็เวิร์คค่ะ น้ำซุปอร่อยมาก

 photo chickenmania_zpseffb66ab.jpg


ตึก 63 : ชมบรรยากาศยามค่ำคืนของโซล

เคยใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำเรื่อง My girl ค่ะ (อีดงอุค, อีดาเฮ, อีจุนกิ แสดงนำ) เราเองก็จำฉากนี้ในซีรีส์ไม่ได้แล้ว รู้แต่ว่าเป็นจุดชมวิวของโซลในมุมสูง นอกเหนือจากโซลทาวเวอร์ค่ะ เคยขึ้นโซลทาวเวอรตอนกลางวัน มาตึก 63 เลยลองขึ้นตอนกลางคืนค่ะ

การเดินทาง : ซับเวย์ Line 5 สีม่วง ต้นทาง Macheon – ปลายทาง Banghwa

ลงที่สถานี : Yeouinaru ออก exit 1 แล้วขึ้นมาโบกแท็กซี่ หรือเดินชมบรรยากาศไปเรื่อยๆ ก็ได้ค่ะน่าจะประมาณ 700-800 เมตร ตั๋วเข้า Sky Art 12,000 วอนค่ะ ปิด 4 ทุ่ม แต่ประมาณ 3 ทุ่ม 45 จะเริ่มเคลียร์คนออกแล้วค่ะ

มีอะไรดี : ทิวทัศน์ของโซลและแม่น้ำฮันยามค่ำคืนค่ะ จุดนี้เสียดายที่ไม่ได้เอากล้องถ่ายรูปดีๆ ไปด้วย ใช้โทรศัพท์ถ่ายอย่างเดียว ได้มาแค่นี้ค่ะ

 photo 63bld_zps98751963.jpg


ชางด็อกกุง : วังใกล้ที่พัก...ที่เดินไม่ทั่วซักที

ด้วยความที่อยู่ใกล้ที่พักเรามาก (ออกจากปากซอยก็ถึงแล้วค่ะ) เราเลยมักมองข้ามที่นี่ไปบ่อยๆ ถ้าจะให้ดีน่าจะมีเวลาซัก 3 ชั่วโมงค่ะ ถึงจะเดินได้ทั่วๆ

การเดินทาง : ซับเวย์ Line 3 สีส้ม ต้นทาง Daehwa – ปลายทาง Ogeum

ลงที่สถานี : Anguk ทางออกที่ 3 เดินตรงไปประมาณ 5 นาที

มีอะไรดี : เป็นวังที่สวยและสมบูรณ์ที่สุดในบรรดาวังของเกาหลีทั้งหมดค่ะ ที่นี่มีสวนลับ Huwon ซึ่งจะสวยงามที่สุดช่วงฤดูใบไม้ร่วง และในส่วนนี้ต้องไปกับไกด์เท่านั้น ที่นี่ปิดวันจันทร์ค่ะ

เฉพาะส่วนวัง ค่าตั๋ว ผู้ใหญ่ (อายุ 19-64 ปี) 3,000 วอน / เด็ก (อายุ 7-18 ปี) 1,500 KRW

สวนลับ หรือฮูวอน (Huwon) ผู้ใหญ่ (อายุ 19 ปีขึ้นไป) 8,000 วอน (รวมค่าเข้าชมวังแล้ว) เด็ก (อายุ 7-18 ปี) 2,500 วอน

 photo chandokgoong_zps86d9cf15.jpg


บุคชอน ฮันอก : หมู่บ้านโบราณ ที่ซ่อนตัวแบบเนียนๆ ใจกลางกรุงโซล

เป็นโปรแกรมติดค้างตั้งแต่ครั้งที่แล้วค่ะ เพราะวันที่ตั้งใจจะไปเดินบุคชอนดันเจอฝนตก มารอบนี้เลยลุยเดี่ยวบุกไปเที่ยวตั้งแต่เช้า (รอบนี้ไม่เจอฝนซักวันค่ะ..โชคดีสุดๆ) อารมณ์คล้ายๆ หมู่บ้านชิโน-โปรตุกิสแถวภูเก็ต แต่ที่นี่เดินโหดกว่า มากกกกกกกกกก

การเดินทาง : ซับเวย์ Line 3 สีส้ม ต้นทาง Daehwa – ปลายทาง Ogeum

ลงที่สถานี : Anguk Exit 2 พอขึ้นมาแล้วก็เดินตรงไปเรื่อยๆประมาณ 300 m เลี้ยวเข้าไปในซอย 11 Gahoe-dong หรือ 31 Gahoe-dong ก็จะถึงจุดเริ่มต้นของหมู่บ้านบุคชอนแล้วค่ะ

มีอะไรดี : เป็นหมู่บ้านโบราณที่ยังคงอนุรักษ์ไว้ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว และมีคนอาศัยอยู่จริงค่ะ ถ้าจะให้ดี แวะตรง Information เพื่อรับแผนที่ภาษาอังกฤษของเส้นทางหมู่บ้านบุคชอน และลองตามหาจุดถ่ายรูปให้ครบทั้ง 6 จุดตามแผนที่ แนะนำว่าควรฟิตกำลังขาให้ดีก่อนด้วยนะคะ ทั้งขึ้นเนินลงเนิน เล่นเอาหมดแรงไปเหมือนกัน และเพื่อเป็นการไม่รบกวนผู้คนที่อาศัยอยู่ที่นั่น เน้นชมบรรยากาศและสถานที่...อย่าส่งเสียงดังค่ะ

 photo bukchon_zps12c028eb.jpg


อิแทวอน : ย่านชาวต่างชาติ ดูดีและไฮโซมวากกก

การเดินทาง : ซับเวย์ Line 6 สีน้ำตาล รู้แต่ต้นทาง Bonghwasan ส่วนปลายทาง Yeonsinnae หรือ Bulgwang ค่ะ (นั่งแป๊บเดียวเรยจำได้แค่นี้ค่ะ แหะๆ)

ลงที่สถานี : Itaewon ความทรงจำสำหรับที่นี่ค่อนข้างลางเลือนค่ะ เพราะเดินตามพี่ๆ ไปอย่างเดียว ทั้งปวดขา ทั้งหนาว จำได้แค่ว่า ผู้คนแถวนั้น หน้าตาดี...แต่งตัวดี มวากกก หันมามองตัวเอง ทำไมโทรมเยี่ยงนี้

มีอะไรดี : ถ้าอยากเที่ยวผับแบบผู้ใหญ่ ดูดี ไฮโซหน่อย นอกจากแถวอับกูจองคงที่อิแทวอนนี่อะค่ะ สำหรับเราจุดหมายในอิแทวอนคือร้าน Le Blanc ค่ะ ถ้าใครเคยเห็นรูปของลุงคิมที่ถ่ายกะน้องพุดเดิ้ลตัวโตๆ มัดจุกด้านหน้า น้องอยู่กะเจ้าของที่ร้านนี้ค่ะ และเจ้าของก็เป็นเพื่อนอิลุงนั่นเอง พิกัดร้านโดยละเอียดขออภัยค่ะ จำไม่ได้จริงๆ เพราะตอนไปถึงนั่นคือหลังคอนเสิร์ต เมื่อย หนาว หิวสุดๆ จำไรไม่ได้เรยค่ะ -*-

อินซาดง : ตลาดศิลปะ ของเก่า ของที่ระลึกจากเกาหลี (ที่ไม่ได้มีแค่พวงกุญแจกับ Magnet นะเออ)

ทริปเกาหลีแต่ละครั้งของเรา ไม่เคยมีนัมแดมุน ทงแดมุน อยู่ในลิสต์เรยค่ะ ของที่ระลึกทั้งหมดเลยได้จากที่นี่ (เค้าว่า...ของเยอะกว่า และถูกกว่า ไม่รู้ว่าจริงรึเปล่า) เราชอบมาเดินตอนเช้าๆ ที่คนยังไม่แน่น กรุ๊ปทัวร์ยังไม่ลง อารมณ์ไปประเดิมเค้านั่นแหละ พ่อค้าแม่ค้าเลยจะใจดีกว่าปกติ (มั๊งนะ...ยังไม่เคยเจอร้านไหนเหวี่ยงใส่ซักที ^^)

การเดินทาง : ซับเวย์ Line 3 สีส้ม ต้นทาง Daehwa – ปลายทาง Ogeum

ลงที่สถานี : Anguk ทางออกที่ 6 เดินข้ามทางม้าลายมายังฝั่งอินซาดง คือฝั่งตรงข้ามค่ะ ตรงต้นซอยจะมีปฏิมากรรมพู่กันยักษ์ตั้งอยู่

มีอะไรดี : ร้านของที่ระลึกเยอะมากกกค่ะ เลือกดูแทบไม่หวาดไม่ไหว ร้านเครื่องสำอางค์ก็แบรนด์คุ้นตาอย่าง ETUDE SKINFOOD Face Shop Nature Republic อ้อ..อย่าพลาดเดินเล่นที่ SSamziegil หรือห้างที่ไม่มีบันไดค่ะ แต่จะเป็นทางลาดเอียงขึ้นไปเรื่อยๆ นัยว่าจะได้เดินดูได้ทั่วๆ เราเองยังไม่มีโอกาสได้ขึ้นไปซักทีค่ะ

 photo insadong_zpsd1be7f43.jpg


วัดโจเกซา : ศูนย์กลางพุทธศาสนานิกายเซน ชมโคมไฟรูปดอกบัว

ถ้ามีโอกาสได้เดินอินซาดง หาเวลาซักนิดเดินเลยไปวัดโจเกซาค่ะ หากโชคดีเจอช่วงที่ประดับด้วยโคมไฟ จะได้รูปถ่ายสวยๆ เก็บไว้ในเมมโมรี่ค่ะ

การเดินทาง : เดินมาช่วงกลางของอินซาดง จะมีทางแยกใหญ่ เลี้ยวขวาเข้าไปเลยค่ะ เดินไปประมาณ 200 เมตร จะถึงถนนใหญ่ วัดโจเกซาอยู่ฝั่งตรงข้ามทางออกนี้เลย

มีอะไรดี : ถ้าใกล้ถึงช่วงวันวิสาขบูชา จะมีการแห่โคมไฟรูปดอกบัวค่ะ และทางวัดจะขึงโคมสีๆ ไว้ระหว่างต้นไม้กับโบสถ์ สองปีที่แล้วไปไม่เจอ แต่คราวนี้โชคดีมีโอกาสได้เห็นพอดีค่ะ

 photo jogyesa_zpsade419f9.jpg


ตลาดควางจัง : ตลาดสด & อาหารพื้นเมือง ราคาเบาๆ

หลายๆ ท่านอาจคิดว่า มาเที่ยวเกาหลีค่าใช้จ่ายในการกินอยู่สูงเนอะ ค่าอาหารแต่ละมื้อก็หลักหมื่น(วอน) ถ้าไม่พึ่งพามินิมาร์ท จะอยู่ไหวเร้ออ วันนี้อยากให้ลองเปลี่ยนบรรยากาศมาเที่ยวตลาดสด และร้านขายอาหารพื้นบ้านของเกาหลี พวกต็อกบกกี จับเช บิบิมบับ มันดู ซุนแด ฯลฯ ในราคาย่อมเยาว์ค่ะ

การเดินทาง : ซับเวย์ Line 1 สายสีน้ำเงิน ต้นทาง Sinchang – ปลายทาง Soyosan

ลงที่สถานี : Jongno 5-ga exit 8 เดินตรงไปประมาณ 100 เมตรค่ะ ตลาดอยู่ด้านซ้ายมือ

มีอะไรดี : เป็นตลาดสด ขายผัก ผลไม้ และอาหาร ได้อารมณ์ตลาดพื้นบ้าน อาหารราคาถูก...มากก (แต่ปริมาณเนื้อสัตว์ก็ลดลงไปตามราคานะคะ หุหุ) อยากสัมผัสบรรยากาศพื้นบ้านเกาหลี อาจุมม่า อาจัสซี่ เป็นพ่อค้าแม่ขาย ลองมาเที่ยวดูค่ะ

 photo kwangjang_zpsd4344778.jpg


Shinhwa Company

การเดินทาง : แท็กซี่โอนลี่เลยค่ะ เพราะไปด้วยซับเวย์ไม่ถูก 5555 เอาที่อยู่ให้พี่แท็กซี่ พี่เค้าก็จิ้มเข้าเครื่อง GPS ถ้ารถไม่ติดมากจากที่พักเราแถวชางด็อกกุง ไม่เกิน 20 นาทีค่ะ

 photo Photo13-4-57171344_zpsd5c14d47.png

ที่นี่ไม่ได้อยู่ในแพลนตั้งแต่แรกค่ะ แต่พี่ๆ ที่ไปด้วยกันถามว่าอยากไปมั๊ย เราว่ามันก็ไม่เสียเวลาอะไรมากมาย ไปก็ได้ (พี่นิ่มตั้งใจจาเอาของไปฝากอิลุงคิมด้วยค่ะ) แต่วันที่เราเลือกไปคือ 24 มีนา (หลังคอนเสิร์ต 1 วัน และเป็นวันเดบิวต์ของชินฮวาค่ะ) ก็ลังเลกันพอสมควรว่ามันจะเปิดเหรอ ? วันเดบิวต์เป็นวันหยุดบริษัทด้วยรึเปล่า ? แต่ในเมื่อตั้งใจแล้ว...เราก็ต้องไปค่ะ

และก็...ปิด จริงๆ ด้วย ไม่ได้ผิดหวังอะไรมากมายค่ะ เพราะเผื่อใจไว้อยู่แล้ว ไว้วันพุธค่อยมาใหม่แล้วกัน

จนถึงวันพุธ...เราเริ่มด้วยการเดินทางไปชินคอมเป็นที่แรกค่ะ และเดินทางด้วยแท็กซี่เหมือนเดิม แต่ที่ไม่เหมือนเดิมคือ รถติด...มากกก ค่ะ แถมคุณลุงก็ดูไม่ค่อยคุ้นกับเส้นทางแถบนั้นด้วย จนเราตัดสินใจที่จะลงก่อนถึงที่หมายนิดหน่อย กะว่าเดินต่อเอาก็ได้

ก่อนถึงตึกเป้าหมาย...มองไปตรงที่จอดรถด้านข้าง เห็นสาวๆ 2 นาง(แฟนคลับแน่ๆ ค่ะ) กำลังยืนซุบซิบอยู่แถวๆ รถ Kia Carnival สีดำ ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าในบรรดาชินชางว่า มันคือรถของบริษัทชินคอมค่ะ แต่พวกเราก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก เพราะคิดว่า...รถของบริษัท จอดอยู่ที่บริษัท ก็ถูกแล้วนี่นา...

พวกเราขึ้นลิฟต์มายังชั้น 6 มองเข้าไปด้านใน เห็นไฟตรงประตูหน้าบริษัทเปิดอยู่ เฮ้อ...โล่ง วันนี้บริษัทเปิดทำการตามปกติแล้วค่ะ แต่พี่นิ่มบอกว่า...นี่แค่ด่านแรก ยังต้องรอลุ้นว่าจะมีใครเปิดประตูออกมารึเปล่า จะได้ฝากของ แต่...ถ้าไม่มีใครออกมา ก็ยืนรอไปเถอะ

สำหรับชินชาง การได้ถ่ายรูปตัวเองที่หน้าประตูบริษัทแค่นั้นก็เพียงพอแล้วค่ะ ไม่ได้คาดหวังอะไรมากกว่านี้จริงๆ สำหรับเรากับเจ๊นุชก็กำลังเล็งกล้องเตรียมถ่ายกันอยู่ ทันใดนั้นก็ปรากฎร่างของหนุ่มตัวสูง (ไม่ใช่เมมเบอร์ชินฮวาค่ะ..ไม่ต้องตกใจ 5555) เค้าเห็นว่าเรากะเจ๊นุชกำลังเล็งกล้องถ่ายประตู ก็ทำมือเป็นท่ากากบาท คือห้ามถ่ายนั่นแหละ เรากับเจ๊นุชลดกล้องลงทันที พยักหน้าเข้าอกเข้าใจในสิ่งที่เค้าจะสื่อ อืมม..ไม่อยากให้ถ่าย ไม่ถ่ายก็ได้ฟระ

พี่นิ่มยื่นถุงของฝากให้หนุ่มคนนั้น....พร้อมกำชับ “For Kim Dongwan” น้องเค้ายื่นมือออกมารับถุง ก่อนรีบผลุบหายเข้าไปข้างในอย่างรวดเร็ว !!
บอกตรงๆ.. อารมณ์แรกเดี๊ยนหงุดหงิดนะคะ จะหวงอะไรกับแค่ป้ายบริษัท? เราไม่ได้จะขอเข้าไปซักหน่อย เปงไรมากป่ะน่ะ ?

พวกเราเดินออกมาจากหน้าบริษัท ด้วยอารมณ์งงๆ ...เพราะปกติที่เคยมา ไม่เคยเจอห้ามอะไรแบบนี้ค่ะ สตาฟชินคอม (ส่วนมากเป็นสาวๆ)จะน่ารักมาก รับฝากของด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม แระหมอนี่คือใคร ? หรือจะเป็น...ชินเมคนใหม่? (Shinhwa Manager)

“หวงขนาดนี้...มีใครอยู่ข้างในแน่ๆ” เราเริ่มตั้งข้อสังเกตุ

“เห็นป่ะ...พอเจอเรา วางกระเป๋าทิ้งแล้วเดินกลับไปเลย” อันนี้จากพี่นิ่ม

“นิสัยแบบนี้...ชินเมชัดๆ” ต่อด้วยเจ๊นุช

พอคิดได้ถึงตรงนี้...พวกเราก็เริ่มเดาสถานการณ์ออกว่า คงมีชินฮวาซักคนอยู่ในบริษัท น้องคนนั้นคงกำลังจะเอาของไปไว้ที่รถ แต่ดั๊นมาเจอพวกเราก่อน เลยต้องรีบเคลียร์เส้นทาง (ถ้ายอมให้ถ่าย... พวกเราคงยังอ้อยอิ่งอยู่บนนั้นอีกพักใหญ่ค่ะ ถ้าไม่รีบจัดการก่อน อิน้องชินเมฝึกหัดคงโดนเฉ่งแน่ๆ)

“พี่เคยเห็นรถคันนี้ ตอนงานคอนเสิร์ตที่เอ็มปลายปี” พี่นิ่มให้ข้อมูล หลังจากพวกเราเดินลงมาที่จอดรถเพื่อพิจารณาอิรถต้องสงสัยใกล้ๆ

“ถ้าให้ลุงแท็กซี่มาส่งด้านหลัง อาจเจอตัวเลยก็ได้นะ” พวกเราถามกันยิ้มๆ เพราะถ้าบวกลบเวลาที่เราเดินมาเองกับให้ลุงวนรถมาส่งซึ่งต้องใช้เวลามากกว่าก็อาจได้เจอกันตรงที่จอดรถพอดี ตัดสินใจพลาดจริงๆ

“อยากจะรอรึเปล่าหล่ะ ไม่น่าเกินครึ่งชั่วโมง” พี่นิ่มถามความเห็นน้องๆ แต่พวกเราสมัครใจที่จะไม่รอค่ะ เราไม่ใช่พวกความอดทนสูง ยืนรอเพื่อเจอผู้ชายแค่ 1-2 นาที ไม่เอาดีกว่า พวกเราไม่อยากรุกล้ำความเป็นส่วนตัวของพวกเค้ามากเกินไปค่ะ

ณ ปัจจุบัน เรายังตามหากันอยู่ค่ะ ว่าน้องคนนั้นเป็นเมเนเจอร์ฝึกหัดประจำตัวใคร (ชินฮวา 6 คน มีผู้จัดการ 6 คนเช่นกัน)

ถ้าใครเคยเจอประสบการณ์โดนไล่จากหน้าชินคอมฯ เช่นเดียวกับเรา เมนท์ไว้หน่อยได้นะคะ จะได้รู้ว่าไม่ใช่แค่พวกเราที่โดน 5555

 photo shincom_zps8f112efd.jpg


Cat Cafe เมียงดง : ทาสแมว...เลี้ยงไม่ได้...ขออาศัยเล่นหน่อยก็ยังดี

เมียงดงนอกจากเป็นแหล่งช้อปปิ้งแล้ว ยังมีสารพัดคาเฟ่ตั้งอยู่ในนั้นด้วยค่ะ สำหรับเราคนรักแมว แต่เลี้ยงแมวไม่ได้ (มีน้องหมาชิสุห์อยู่แล้ว) เลยต้องไปเยือนหาน้องแมวซักหน่อยค่ะ

การเดินทาง : ซับเวย์ Line 4 สายสีฟ้า ต้นทาง Oido – ปลายทาง Danggogye

ลงที่สถานี : Myeongdong เดินตามเส้นทางหลักมาเรื่อยๆ ปกติจะมีคนใส่ชุดมาสคอตแมวมาเดินเรียกลูกค้าค่ะ ร้านนี้อยู่ชั้น 3 ใกล้กับร้าน Croc ค่ะ (รู้สึกในเมียงดงมี 2 ร้าน ร้านที่เราเข้า ใส่ชุดมาสคอตแมวสีเหลืองค่ะ)

มีอะไรดี : มีดีที่น้องแมวค่ะ เสียค่าเครื่องดื่มประมาณ 7,000 วอน ก็สามารถเล่นกับน้องแมวได้แล้ว (แจ็กเก็ท กระเป๋า เค้าจะมีถุงพลาสติกใบใหญ่ให้ใส่แยกไว้ ป้องกันน้องแมวฉี่ใส่ค่ะ) ก่อนเข้าต้องเปลี่ยนเป็นรองเท้าแตะของทางร้าน ล้างมือด้วยแอลกอฮอล์ให้สะอาด กฎง่ายๆ คือ ถ้าน้องแมวไม่อยากเล่นด้วย อย่าไปเซ้าซี้ เพราะอาจโดนกัดหรือข่วนได้ และห้ามอุ้ม แต่สามารถจับ ลูบ ถ่ายรูป เล่นด้วยได้แค่นั้นค่ะ

เจ้าหน้าที่ของทางร้านมี 2 คนค่ะ น้องผู้ชายทำหน้าที่รับออเดอร์ ทำเครื่องดื่ม น้องผู้หญิงอีกคนมีหน้าที่ทำความสะอาดสถานที่ และทำความสะอาด แปรงขนน้องแมว มีคนดูแลอยู่ตลอดเวลาแบบนี้นี่เอง น้องแมวถึงดูสะอาด ขนนุ่มมากก ทุกตัว

 photo catcafe_zps508891fe.jpg


Myeongdong : ย่านช้อปปิ้งกลางเมือง ไม่ไป....ไม่ถึงเกาหลี

ปกติเราจะหลีกเลี่ยงสถานที่ท่องเที่ยวหลักๆ ของกรุ๊ปทัวร์ แต่สำหรับเมียงดง เลี่ยงไม่ได้จริงๆ ค่ะ มีทั้งภารกิจซื้อเครื่องสำอางค์ฝากพี่ๆ น้องๆ (ลิสต์ยาวเป็นหางว่าว) หาเครื่องสำอางค์สำหรับตัวเอง (อยากได้อะไรนอกเหนือจาก ETUDE หรือ Skinfood อะค่ะ) และที่สำคัญหาซื้อผลิตภัณฑ์ชินฮวา ทั้งอัลบั้มหรือ DVD เก่า ซึ่งจะมีอยู่สองสามร้านเท่านั้น

การเดินทาง : ซับเวย์ Line 4 สายสีฟ้า ต้นทาง Oido – ปลายทาง Danggogye

ลงที่สถานี : Myeongdong exit 6

มีอะไรดี : เป็นสถานที่อันตรายกับกระเป๋าเงินอย่างแรงค่ะ ทั้งร้านเครื่องสำอางค์สารพัดแบรนด์ แหล่งรวมร้านขาย CD และ DVD ทั้งของใหม่และของ rare item

เราเสียเงินตั้งแต่ด่านแรกค่ะ ร้านขายผลิตภัณฑ์หรือ Fanmade ของชินฮวา ตั้งอยู่ในสถานีซับเวย์ของเมียงดงเลยค่ะ เรากับเจ๊นุชได้แฟ้มมาคนละอัน ในราคาเบาๆ (เพราะมันไม่ใช่ของ Official) ตามด้วย Shinhwa Storybook ครบรอบ 15 ปี (เพิ่งวางแผงเดือน ม.ค.พรีออเดอร์ในราคา 1,200 บาท ปัจจุบันราคาพุ่งไปที่ 1,700 บาท และมีชุดเดียว รีบหยิบมาโดยไม่ลังเลค่ะ เพราะเจอชุดแรก..และชุดเดียว และมีแค่ร้านเดียว มันหมดเร็วไปมั๊ยเนี่ย...)

ส่วนร้านขายสินค้า rare item ของชินฮวา อยู่ที่ซอยด้านในสุดค่ะ (อธิบายได้แค่นั้นเพราะเป็นลักษณะเดินไปเรื่อยๆ แต่ไม่ใช่เส้นหลักของเมียงดง) อยากได้ CD หรือ DVD ชุดไหน...ร้านนี้มีให้เกือบทุกอย่างค่ะ แต่...แลกมาด้วยราคาที่สูง...ใช้ได้เรยค่ะ เราเองตามหาชินฮวาอัลบั้ม 9 white edition พร้อม photobook ราคาวางแผงประมาณ 1,400 บาท (ปี 2008) แต่ราคาในร้านนั้น ตกประมาณ 3,000 กว่าบาทค่ะ อยากได้แค่ไหนก็ต้องห้ามใจเพราะตังค์ไม่พอ T-T รายการยั่วยวนชวนเสียตังค์อื่นๆ ก็เช่น Photobook ชุด Colour, MBC Collection, DVD คอนเสิร์ตมีเกือบครบอะค่ะ บางชิ้นเป็นของมือสองสภาพดี แต่ราคา...น่ากลัวมากกกกกกกก

 photo myeongdong_zpsb14c0734.jpg


MBC Dramia Yong-In : แฟนซีรีส์เกาหลีย้อนยุค...ไม่ควรพลาด
อีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เราสนใจเกาหลีและอาหารเกาหลีมากขึ้น คือซีรีส์ แดจังกึมค่ะ เมื่อมีโอกาสไปเกาหลีจึงพยายามหาทางไปเยือนโรงถ่ายนี้ให้ได้ แถมตอนไปปรึกษาพี่ๆ ที่ไปด้วยกัน พี่ๆ ยกมือสนับสนุนทันทีเพราะยังไม่มีใครเคยไปเช่นกัน การเดินทางไปโรงถ่าย MBC จึงเกิดขึ้นค่ะ

การเดินทาง : ซับเวย์ Line 3 สีส้ม ต้นทาง Daehwa – ปลายทาง Ogeum

ลงที่สถานี : Numbu Bus Terminal เดินออกมานอกซับเวย์ กลับหลังหัน เดินวกกลับไปที่ Numbu Bus Terminal ที่อยู่ตรงหัวมุมพอดีค่ะ เดินขึ้นไปด้านบน สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติสามารถซื้อตั๋วได้จากเคาน์เตอร์ Information เลยค่ะ แจ้งว่าไป Baek-am (ตอนแรกเธอฟังไม่ออกค่ะ เลยบอกว่าไป MBC Dramia เธอเก็ททันที เลยออกตั๋วให้เรา 3 ใบเพื่อเดินทางไป Baek-am ค่ะ) ตั๋วจะเขียนระบุเวลารถออก อย่าลืมไปขึ้นรถให้ตรงเวลาด้วยค่ะ ถ้ากลัวลงไม่ถูกเดินไปบอกพี่คนขับก่อนได้เรยว่าจะลงที่ Baek-am ค่ะ รถบัสจะจอดฝั่งตรงข้ามมินิมาร์ท นั่งรถไปประมาณ 1 ชั่วโมง หรือประมาณ Bus Stop ที่ 3 ลงรถปั๊บ...จะเจอคิวแท็กซี่จอดรออยู่แล้ว บอกพี่แท็กซี่ว่าไป MBC ค่าแท็กซี่ประมาณ 8,000 วอน (ออกไปไกลมวากกกก...อยู่ในแท็กซี่อีกราวๆ 20 นาทีค่ะ) แท็กซี่จอดหน้าที่ขายตั๋วพอดิบพอดีค่ะ

ใกล้ๆ ที่ขายตั๋วมีบอร์ดแสดงเวลารถ shuttle bus เข้าเมืองค่ะ เราเลยถ่ายเก็บไว้ เพราะดูแววแถวนั้นไม่มีพี่แท็กซี่ให้ใช้บริการซะด้วย ขากลับเลยได้ใช้บริการ shuttle bus ตามรอบที่ระบุไว้ค่ะ แถมสามารถใช้ T-Money จ่ายได้เลย ขากลับรถบัสวิ่งแบบชิวๆ ได้สัมผัสบรรยากาศเกาหลีแบบบ้านน๊อก บ้านนอกได้เลยค่ะ อาจุมม่าหิ้วจอบ เสียมขึ้นรถบัส แต่จ่ายเงินค่ารถด้วยการ์ดคล้ายๆ กับ T-money ที่เราพกค่ะ

มีอะไรดี : ถ้าเคยดูซีรีส์เกาหลีย้อนยุค คุณจะรู้สึกอินมากกกค่ะ ทั้งโรงครัวแดจังกึม บ้านชาวบ้าน บ้านขุนนาง วัง วัด ท้องพระโรง คุก ตลาด ฯลฯ เรียกว่าถ้าคุณเป็นแฟนซีรีส์เกาหลีย้อนยุคต้องเคยผ่านตากับฉากพวกนี้มาแล้วแน่ๆ

แต่...ฉากมันก็คือฉากนะคะ ไม่ได้สวยงามเป๊ะเวอร์เหมือนที่เห็นในจอ สระบัวแสนสวยก็อาจมีแค่สระเปล่าๆ ตลาดใหญ่โตก็อาจมีแค่กองสินค้าวางๆ ไว้ ทุกอย่างจะสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อมีการถ่ายทำเท่านั้น บางโซนที่เซนสิทีฟหน่อยก็มีป้ายห้ามเข้าค่ะ ถ้าใครโชคดีได้มาเยือนตอนที่นี่มีคิวถ่ายทำ คุณอาจได้กระทบไหล่ดาราชื่อดังด้วยก็ได้นะคะ ^^

 photo mbc1_zpscf9a5571.jpg

 photo mbc2_zps0102c1c4.jpg

 photo mbc3_zps704d13fc.jpg

 photo mbc4_zps564dc621.jpg

ฮงแด ตลาดย่านมหาวิทยาลัยฮงอิก : ย่านช้อปปิ้งของเหล่านักศึกษา สินค้าหลากหลาย..ราคาเบาๆ

สำหรับคนที่ไม่ใช่เซียนช้อปปิ้งอย่างเรา ให้ความรู้สึกไม่ต่างจากเมียงดงนะคะ ทั้งสารพัดเครื่องสำอางค์ อ้อ...แต่ราคาของหลายๆ อย่างจะเบากว่าเมียงดงนิดหน่อย ราคานักศึกษา เสื้อผ้าจะออกแนววัยรุ่น เครื่องประดับแฮนด์เมดเยอะค่ะ

การเดินทาง : ซับเวย์ Line 2 สายสีเขียว สายนี้วิ่งเป็นวงกลมค่ะ ระบุสถานีต้น-ปลายทางไม่ถูก -*-

ลงที่สถานี : Hongik University exit 9

มีอะไรดี : เป็นสถานที่อันตรายกับกระเป๋าเงิน อันดับ 2 รองจากเมียงดงค่ะ แต่พอดีเรามาเดินในช่วงปลายๆ ทริปแล้ว พูดง่ายๆ คือจนนั่นเอง ถึงอยากได้แทบตายก็ไม่มีตังค์ค่ะ 555

 photo hongik_zpse66096e7.jpg

ควางฮวามุน : จตุรัสใหญ่ใจกลางกรุงโซล เยือนพิพิธภัณฑ์กษัตริย์เซจง และแม่ทัพ Yi sunshin

เชื่อว่าหลายๆ คนที่เคยไปเยือนเกาหลีคงเคยเห็นอนุสาวรีย์นายพล Yi sunshin ที่ยืนตระหง่านสง่างามกลางจตุรัส ถัดไปอีกนิดเป็นอนุสาวรีย์กษัตริย์เซจง ผู้ให้กำเนิดตัวอักษรเกาหลี แต่ถ้ามีเวลามากอีกหน่อย แนะนำให้เดินลงไปที่พิพิธภัณฑ์กษัตริย์เซจงและแม่ทัพ Yi sunshin ที่ทางเข้าอยู่ด้านหลังฐานของอนุสาวรีย์กษัตริย์เซจงค่ะ

การเดินทาง : ซับเวย์ Line 5 ต้นทาง Banghwa ปลายทาง Macheon

ลงที่สถานี : Gwanghwamun exit 3 เดินตามทางมาเรื่อยๆ ก็ถึงจตุรัสควางฮวามุนแล้วค่า

มีอะไรดี : นอกจากจะมีอนุสาวรีย์ของแม่ทัพ Yi sunshin และกษัตริย์เซจงแล้ว ด้านล่างยังเป็นพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจมากอยู่ด้วยค่ะ ที่นี่เป็นพิพิธภัณฑ์สมัยใหม่ ที่ทำให้คำว่าพิพิธภัณฑ์ไม่ใช่โบราณหรือน่าเบื่อหน่าย ตรงกันข้าม ทั้งสถานที่ การจัดแสง สีเสียง ระบบ Interactive ทำให้เรารู้สึกอยากเดินให้ทั่ว เพลิดเพลินสุดๆ ค่ะทั้ง 2 พิพิธภัณฑ์เลย เมื่อไหร่เมืองไทยจะมีพิพิธภัณฑ์เวิร์คๆ แบบนี้มั่งน้อ....

 photo sejongmu_zps85ec9e34.jpg

 photo lisunshin_zpsb28b8c89.jpg

คลองชองเกซอน : อดีต...คลองน้ำเน่า ปัจจุบัน...สถานที่ท่องเที่ยวที่ทุกคนอยากไปเยือน

ถ้าเคยดูกวน มึน โฮ คงจำฉากที่หนูนาตะโกนด่าแฟนเก่าได้ ต้นคลองชองเกซอนอยู่ใกล้กับจตุรัสควางฮวามุนนี่เอง (มีปฏิมากรรมหอยสีม่วงเป็นแลนด์มาร์คค่ะ) รอบนี้โชคดีมาก ไปช่วงที่เพิ่งเอาต้นไม้มาลง เลยได้เห็นดอกซากุระสามสี่ต้น ดอกไม้ออกดอกสวยสดใสมากกค่ะ

การเดินทาง : เดินข้ามจากจตุรัสควางฮวามุน ข้ามถนน 2 รอบ ก็ถึงแล้วค่ะ

มีอะไรดี : ที่นี่มักมี event สลับสับเปลี่ยนตลอดทั้งปีค่ะ แถมความสวยงามก็ต่างกันทั้งกลางวันและกลางคืน ถ้าอยากมาเดินสวีทกะแฟน บรรยากาศเป็นใจสุดๆ ค่ะ

 photo chongeson_zps48f6f9f8.jpg


เดินทางเดี่ยวสู่อินชอนกลับไทย

ทริปนี้เดินทางพร้อมกัน 3 คนก็จริง แต่เราลางานได้แค่ 5 วันค่ะ เลยต้องบินเดี่ยวกลับก่อนตั้งแต่วันพุธ ส่วนอีก 2 สาวบินกลับวันอาทิตย์ค่ะ

ถึงจะกลับคนเดียว แต่การเดินทางสะดวกสบายมากมายค่ะ เราเดินออกจากที่พักมาพร้อมกับพี่ๆ มาขึ้นรถ Limusine Bus ซึ่งป้ายรถอยู่ห่างจากวังชางด็อกกุงไม่ถึง 200 เมตรเท่านั้นเอง (วิธีสังเกตุป้ายรถ Limusine Bus จะมีรูปเครื่องบินอยู่ด้านบนของป้ายค่ะ) เวลาขึ้นต้องไปขึ้นฝั่งตรงข้ามกับขามานะคะ ตรงป้ายระบุเวลาขึ้นรถไว้เสร็จสรรพ รถมาก่อนเวลาเล็กน้อย และมีคนรอขึ่นรถป้ายเดียวกับเราหลายคนเลยแหละ ใช้เวลาเดินทางประมาณเกือบชั่วโมงก็ถึงอินชอนค่ะ

 photo IMG_3039_zps3668b75d.jpg

ถึงสนามบินก็ยืนงงอยู่พักนึงค่ะ ยืนระลึกว่าต้องทำยังไงต่อ โชคดีทียืนใกล้บอร์ดเช็คอิน เรยไปยืนดูเวลาเช็คอินก่อน แถมไฟล์ทที่จะเราจะบินเพิ่งขึ้นลิสต์ด้วย เราเลยรีบไปต่อแถวเช็คอินค่ะ แอบลุ้นนิดหน่อยกับน้ำหนักกระเป๋า เฉียดๆ ไปพอเสียวที่ 20.6 ค่ะ เงิน 10,000 วอนที่เผื่อไว้ค่าปรับเลยยังไม่ทันได้ใช้ แถมเราได้เช็คอินเป็นลำดับต้นๆ อีกต่างหาก น้องนางเลยจัดที่นั่งริมหน้าต่างให้เดี๊ยนค่ะ และเพราะการเดินทางคนเดียวอีกเช่นกัน ขั้นตอนต่างๆ เลยเสร็จเร็วมากกก ห้าโมงครึ่งเราก็โหลดกระเป๋าเสร็จแล้วค่ะ (บินสองทุ่มสี่สิบ บอร์ดดิ้งสองทุ่มกว่า) เลยเดินไปหาซื้ออะไรรองท้องแถวมินิมาร์ท หาที่นั่งกินและหาสัญญาณ wi-fi เล่นเน็ตฆ่าเวลา

ใกล้ๆ หกโมงครึ่ง ไม่รู้จะทำไรต่อเลยกะว่าไปรอหน้าเกทเลยดีกว่า ดีนะ...ที่ตัดสินใจถูก ตอนเราไปคนรอคิวเยอะมากกก แถมเดินเข้าไปพร้อมกับกรุ๊ปทัวร์ไทยกรุ๊ปใหญ่ด้วย ทุกคนหอบหิ้วสตรอเบอรี่เต็มมือคนละกล่องสองกล่อง กว่าจะผ่านด่านตรวจเข้ามาได้ก็ราวๆ ทุ่มกว่า Duty Free ที่ว่าจะไปเดินเล่นก็ไม่มีอารมณ์ลันล๊า (มะมีคนเมาท์ด้วย...เหงาปากอ่ะ 5555)

เปิดดูตั๋วอีกรอบ เกทเรา 131 ซึ่งอยู่ไกลมากก ต้องนั่ง shuttle train ในสนามบินไปด้วย เลยตัดสินใจเดินตามป้ายไปเรื่อยๆ ซึ่งมันก็หาไม่ยากจริงๆ แหละ เดินตามทาง เดินตามป้ายไป ในที่สุดเราก็มาถึงเกท 131 ประมาณ 5 คนแรกของไฟล์ทนั้นเลยดีกว่า (เร็วไปแมะ...)

ขากลับเมืองไทย...จะใช้เวลาบินนานกว่าเดิมเกือบชั่วโมงเพราะบินต้านลมค่ะ เราทั้งหลับ ทั้งฟังเพลง ทั้งดูวิว ก็ยังไม่ถึงซะที แถมคู่รักชาวเกาหลีด้านข้างก็ขยันสวีทกันเลื๊อเกิน (วัย 40 อัพทั้งคู่ค่ะ จะไปฮันนีมูนที่เมืองไทย แอบใช้สายตาอันว่องไวแอบดูใน passport เค้ามาค่ะ คิคิ..เรื่องเงือกนี่ถนัดจิง) เดี๋ยวจับมือ เดี๋ยวกระซิบกระซาบ เอิ่ม...จะทำไรเกรงใจสาวโสดอย่างเดี๊ยนนิดนึงนะคะ -*-

เครื่องแตะรันเวย์ประมาณเที่ยงคืนครึ่ง แต่กว่าจะผ่านพิธีการและรับกระเป๋าออกมาก็เกือบตีหนึ่ง อารมณ์นั้นทั้งง่วง ทั้งมึน เราอยากเข้าที่พักให้เร็วที่สุดแล้วค่ะ เพื่อสวัสดิภาพ ความปลอดภัยของตัวเองและความปลอดภัยของอารมณ์ เราเลยตัดสินใจใช้รถลีมูซีนของการท่าฯ ค่ะ (เสียไป 950 เดินทางประมาณ 20 นาทีถึงโรงแรมแถบวิภาวดี แพงหน่อย...แต่เรามองว่าคุ้มนะ) ถ้าเดินทางหลายๆ คนมีรถตู้ให้บริการด้วยนะคะ หารต่อหัวแล้วน่าจะคุ้มแหละ ถือว่าเป็นทางเลือกอีกทางสำหรับคนที่บินเดี่ยวหรือบินไฟล์ทดึกแล้วไม่อยากเสียอารมณ์กับพี่ๆ แท็กซี่สนามบินค่ะ


เฮ้อ...ทริปการท่องเที่ยวเกาหลี 7 วันของเราก็จบลงซะที ต่อไปก็ทำงาน..หาเงิน ส่งเสียชินฮวา และเก็บตังค์สำหรับทริปต่อไปค่ะ ^^


Update 17/4/57

แอร๊ย...ว่าแล้วเดี๊ยนลืมอะไร ขอขอบคุณพี่ๆ ทั้งสองนะคะ พี่นิ่ม พี่ใหญ่ใจดีที่จัดการเรื่องตั๋วเครื่องบิน ที่พัก และตั๋วคอนเสิร์ต (ทุกเรื่องเรย อิอิ) และเจ๊นุช เหรัญญิกประจำทริป ผู้บันทึกค่าใช้จ่ายทุกสิ่ง และตั้งหารอย่างเป็นธรรมที่สุด ขอบคุณมากมายที่เอานู๋ไปด้วยนะค๊า เด๋วฤกษ์งามยามดีและมีตังค์ จิติดสอยห้อยตามไปอีก


...........................................




 

Create Date : 15 เมษายน 2557
0 comments
Last Update : 17 เมษายน 2557 20:55:01 น.
Counter : 2783 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


แม่ยกชินฮวา
Location :
พิษณุโลก Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 9 คน [?]




Friends' blogs
[Add แม่ยกชินฮวา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.