...เขียน Blog นี้...เพราะ Destiny of LOVE
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2559
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
2829 
 
18 กุมภาพันธ์ 2559
 
All Blogs
 

[Fan Fic Y]..I'm Your Man...




……I’m your man……
By Jinny



 photo rs_zpsqwej06pu.jpg


ปัง ปัง ปัง!!!!


เสียงปืนยิงรัวอย่างต่อเนื่องเพื่อกันฝ่ายตรงข้ามไม่ให้ตามติดเข้ามาได้ง่ายนัก แต่ถึงอย่างนั้นกลุ่มชายฉกรรจ์ก็ยังตามเข้ามาใกล้จวนจะประชิด เหงื่อกาฬแตกพลั่กแม้เวลาตอนนี้จะเกือบเที่ยงคืนเข้าไปแล้วและอากาศก็ยังหนาวเย็น


ปังๆๆๆๆๆๆๆ! กระสุนรัวเข้ามาเป็นห่าฝนจนแทบกระโจนหาที่หลบไม่ทัน


“บ้าชิบ!” เสียงสบถอย่างหัวเสียเมื่อฝ่ายตรงข้ามก็ยิงรัวลูกตะกั่วเข้ามาเพื่อขัดขวางการหลบหนีของอีกฝ่ายไม่ให้ไปได้ง่ายๆ เช่นเดียวกัน


“เป็นแบบนี้เราคงต้านพวกมันได้ไม่นาน”ชายร่างบึกบึนในชุดสูทสีดำหนึ่งในทีมบอดี้การ์ดพูดพลางจับจ้องไปยังทิศทางที่ศัตรูกำลังไล่บี้เข้ามา เพราะมีหนอนบ่อนไส้ทำให้ตอนนี้ตกเป็นฝ่ายที่เสียเปรียบเนื่องจากไม่คิดว่าจะมีใครรู้ความเคลื่อนไหวภายใน ที่วันนี้คุณหนูของตระกูลชินจะออกมาปาร์ตี้ในหมู่เพื่อนสนิทเท่านั้น และที่สำคัญคนคอยติดตามคุ้มกันก็มีแค่สี่ห้าคนด้วยเจ้าตัวไม่อยากให้เพื่อนและคนอื่น ๆ ต้องอึดอัดและลำบากใจ


“ถึงจะตายเราก็ต้องคุ้มกันคุณหนูให้หนีออกไปจากที่นี่ให้ได้ เข้าใจไหม” คำสั่งหนักแน่นจากที่ปรึกษาอาวุโสของหัวหน้าทีมบอดี้การ์ดประกาศกร้าว แววตาดุดันและจริงจังนั่นต่างจากสังขารภายนอกและอายุที่ดูอยู่ในวัยที่ควรนอนหลับพักผ่อนอยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือนเลี้ยงลูกหลานมากกว่าจะมาทำหน้าที่เสี่ยงตายอยู่ตรงนี้


“แต่คนของเราแค่นี้...”


“ต่อให้เหลือตัวคนเดียวก็ห้ามหนีเด็ดขาด!” คนเป็นหัวหน้าประกาศลั่นนั่นทำให้รู้กันโดยปริยาย


“ทราบแล้วครับ!”เพราะด้วยหน้าที่หากใครคิดหนีมันผู้นั้นก็ไม่พ้นความตายเช่นเดียวกัน


**************************************************

ข้างล่างเสียงปืนยังดังอย่างต่อเนื่อง เสียงเพลงและงานปาร์ตี้ได้จบลงแล้ว คนที่ไม่เกี่ยวข้องต่างถูกต้อนไปอยู่ในที่ที่ปลอดภัย เพราะในแวดวงของผู้มีอิทธิพล และคำว่ามาเฟีย มีดีอยู่เพียงไม่กี่อย่าง และหนึ่งในนั้น นั่นคือจะไม่ยุ่งกับคนที่ไม่เกี่ยวข้อง...ถ้ามันไม่จำเป็น?


ร่างโปร่งบางของคุณหนูทิ้งตัวพิงโซฟาอย่างมีท่าทีเบื่อหน่าย ใบหน้าเรียวที่เริ่มขึ้นสีจากเครื่องดื่มที่มีดีกรีหลากหลายชนิดบนโต๊ะ บอกให้รู้ว่าเจ้าตัวคงไม่อยู่ในอาการที่ปกติอย่างคนทั่วไปนัก ภายใต้ใบหน้าสะสวยและนิ่งเงียบนั่นไม่มีใครรู้ว่าตอนนี้คุณหนูของตระกูลใหญ่กำลังคิดอะไรอยู่


ที่ปรึกษาหัวหน้าบอดี้การ์ดสูงวัยและมากด้วยประสบการณ์มองคนตรงหน้าอย่างเห็นใจ


ชิน เฮซอง ลูกชายคนเดียวของตระกูล ผู้ที่ต้องรับภาระและสืบทอดกิจการหลายอย่างทั้งที่ถูกและผิดกฎหมายของตระกูลชินเพียงหนึ่งเดียว จึงไม่แปลกที่ศัตรูฝ่ายตรงข้ามจ้องจะอยากกำจัดเสี้ยนหนามตั้งแต่ยังไม่มีพิษสง


“คุณหนูครับ”บอร์ดี้การ์ดผู้ภักดีเอ่ยเรียกเสียงร้อนรนเมื่อขึ้นมาถึงชั้นบน นั่นทำให้เจ้าตัวรู้ทันทีว่าสถานการณ์ตอนนี้ไม่ดีเท่าไหร่ เฮซอง ลุกขึ้นอย่างไม่รีรอพร้อมกับกำชับเสื้อโค้ทบอกให้รู้ว่าเค้าเตรียมพร้อมรออยู่แล้ว แต่ก่อนจะไปร่างโปร่งบางหันมองคนสูงวัยตรงหน้าอย่างรู้สึกผิด


“ขอโทษนะครับคุณลุงเพราะผมที่เอาแต่ใจ”


“ไม่เป็นไร...อะไรที่เป็นความสุขของคุณหนูทำเถอะนะครับ”


“แต่ถ้าคุณลุงเป็นอะไรไปอีกเพราะปกป้องคนในตระกูลของผม...เค้าคง....”


“ผมเชื่อว่าสักวันไอ่คนหัวดื้อพรรค์นั้นจะเข้าใจ”


“แต่ทุกวันนี้...เค้าเกลียดผม...” น้ำเสียงตอนท้ายแทบเลือนหาย แววตาวูบไหวไม่ต่างกับใจที่รู้สึกเจ็บไปพร้อม ๆ กัน ชายชรามองคนตรงหน้าอย่างเข้าใจ เพราะเห็นและเลี้ยงดูมาตั้งแต่เล็กจนโต จะว่าไปเค้ารักและมีความผูกพันกับคุณหนูของตระกูลผู้มีพระคุณนี้ไม่ต่างไปจากลูกแท้ ๆ ของตัวเองเลย


“ไม่หรอก ลุงเชื่อว่าลูกชายลุงคนนี้มันก็รักคนในตระกูลชินไม่ต่างจากลุง...และที่สำคัญลุงรู้ว่ามันก็ห่วงคุณหนูไม่น้อยไปกว่าใคร อย่ากังวลไปเลยนะครับ”คนพูดยิ้มอ่อนโยนสรรพนามที่ใช้เฉพาะเวลาอยู่ด้วยกันทำให้รู้สึกดีและอบอุ่น แต่ถึงอย่างนั้นเฮซองก็ได้แต่ยิ้มเยาะตัวเองในใจ...ใครจะห่วงคนที่ทำให้แม่ของตัวเองต้องตายกันล่ะ


เสียงเอ็ดตะโรจากชั้นล่างเริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ต่างคนต่างรู้ว่าไม่มีเวลาให้พูดคุยกันอีกแล้วบอดี้การ์ดเก่าแก่ของตระกูลประทับปืนขึ้นส่องอย่างระแวดระวังภัย พอ ๆ กับ ชิน เฮซอง เองที่กำชับด้ามปืนที่ซ่อนอยู่ข้างหลังแน่น


“คุณหนูเชิญทางนี้ครับ”สองขาเรียวยาวก้าวเดินฉับไว คนนำทางพาเดินลัดเลาะจากชั้นบนจนตอนนี้ลงมาถึงชั้นล่างอย่างต้องหลบซ่อน เพราะคาดว่าคนของฝั่งศัตรูคงล้อมที่นี่ไว้เกือบหมดแล้ว ที่ปรึกษาหัวหน้าทีมผู้คุ้มภัยค่อย ๆ สอดส่องหาหนทางหนีพร้อม ๆ กับชำเลืองมองนาฬิกาอยู่เป็นระยะ ป่านนี้กำลังเสริมที่ขอไปน่าจะมาถึงแล้วนี่นา


“กระจายกำลังออกไปให้ทั่วจับเป็นคุณหนูตระกูลชินมาให้ได้”เสียงสั่งจากภายนอกเร่งบีบรัดหัวใจสองดวงให้เต้นไม่เป็นส่ำ และเมื่อชายชุดดำสองคนกำลังถือปืนเดินตรงมายังที่ทั้งสองกำลังหลบซ่อนตัว เฮซองสูดลมหายใจเข้าปอดยาวและลึก



พลั่ก! อั่ก!



เสียงด้ามปืนทุบแล้วล็อคคอจับบิดจนหน้าหันไปคนละทางดูเป็นเรื่องง่าย เพราะได้เปรียบที่เป็นฝ่ายซุ่มจู่โจม แต่ถึงอย่างนั้นยังมีอีกสีคนที่กำลังถือปืนเดินมาทางนี้ คนเป็นบอดี้การ์ดสีหน้าเครียดขึ้นมาทันที ตัวเค้าไม่เป็นไร จะห่วงก็แต่คนที่หลบอยู่ข้างหลัง คุณหนูแห่งตระกูลชิน ยังไม่เคยต้องมาตกอยู่ในสถานะการณ์ที่เลวร้ายและอันตรายแบบนี้มาก่อน


“ผมจะเบนความสนใจพวกมันไปทางอื่นคุณหนูรีบหนีไปนะครับ”


“ไม่!จะให้ผมทิ้งคุณลุงไปได้ยังไง”


“อย่าลืมสิครับนี่มันเป็นหน้าที่ ถ้าผมปล่อยให้คุณหนูเป็นอะไรไปผมจะมีหน้ากลับไปบอกกับอัฐิของคุณท่านทั้งสองได้ยังไง”


“ไม่เด็ดขาด...ผมทำไม่ได้”เพราะแค่นี้ใครคนนั้นก็เกลียดเค้ามากพออยู่แล้ว


“แต่คุณหนูต้องทำ...และต้องทำเดี๋ยวนี้!” น้ำเสียงจิงจังและแววตาเอาจริงทำให้เฮซองได้แต่ก้มหน้าอย่างไม่อยากสบตาและรับปากอะไรทั้งนั้น ในใจตอนนี้คิดก็เพียงแต่ว่า...ถ้าจะตายก็ต้องตายด้วยกัน


ปัง ปัง!


แค่เสี้ยวความคิด เมื่อเสียงปืนดังขึ้นและปลิดชีพคนร้ายไปสองรายพร้อมกับการกระโจนออกจากที่กำบังตัวของลูกน้องคนสนิทของผู้เป็นบิดาทำให้เจ้าตัวได้สติ แต่ทุกอย่างก็ไม่เป็นอย่างที่คิดเมื่อปืนกระบอกนึงหันมาทางเค้า


ปัง!


ร่างเพรียวบางกระโดดม้วนตัวออกจากที่ซ่อนทันทีเหมือนกันเมื่อกระสุนนัดนั้นถูกลั่นมา จากสี่ตอนนี้เหลืออยู่สอง เฮซองชักปืนที่อยู่ข้างหลัง


ปัง ปัง!


พร้อมกับยิงสวนออกไปทั้งที่ไม่เคยคิดจะใช้ยิงใครมาก่อน จะเคยก็แค่ยิงซ้อมในสนามยามต้องการคลายเครียดก็เท่านั้น เมื่อเห็นพวกมันหันปืนไปเล็งที่คนของเค้า หัวใจดวงน้อยเต้นตึกตักแม้ไม่อยากจะทำเลยซักนิด แต่สุดท้ายก็เลี่ยงไม่ได้


“เฮ้ย ! มันอยู่ทางนั้นเร็ว!”เสียงกลุ่มคนคาดว่าหลายสิบกำลังเอ็ดตะโรมาทางนี้


ปังๆๆๆๆๆๆๆ พร้อมกับกระสุนที่รัวมาไม่ยั้ง


“คุณหนูเป็นอะไรหรือป่าวครับ”คนสูงวัยถามเมื่อหันมาประจันหน้ากันอีกครั้ง


“ไม่ครับ”


“แล้วคุณลุงเป็นอะไรหรือป่าว”คนถูกถามส่ายหน้า รอยยิ้มฉายขึ้นบนใบหน้าชายชราเมื่อเห็นปืนในมือเรียวบาง เพราะนั่นมันหมายถึงเด็กหนุ่มที่วัยเพิ่งจะจบมหาวิทยาลัยคงเริ่มพร้อมที่จะออกมาสู่โลกแห่งความเป็นจริง ถึงแม้สิ่งนั้นลูกชายของเค้าคงจะไม่มีทางเห็นดีด้วยเป็นอันขาด
“เราต้องรีบหนีออกจากที่นี่ พวกมันกำลังแห่กันมาแล้ว คุณหนูไหวใช่ไหมครับ”เฮซองพยักหน้า สองร่างออกตัววิ่งหนีดงกระสุนพร้อมกับหันไปยิงสวนเป็นระยะ เหลือแค่เพียงอึดใจจะพ้นขีดอันตรายเมื่อรถกำลังเสริมที่เรียกไปกำลังวิ่งเป็นทิวแถวกันเข้ามาจอดทางด้านหน้า


**********************************************

“พ่อกับคุณหนูอยู่ไหน!”เสียงทุ้มกดต่ำถามอย่างต้องการคำตอบจากลูกน้องของผู้เป็นบิดารายนึงที่นอนหายใจรวยรินจากอาการบาดเจ็บ


“ข้างหลังตรงโน้นครับคุณเอริค”ร่างสูงใหญ่ไม่รอช้า เอริคกระชับปืนในมือมั่นก่อนจะหายไปในความมืด

.
.
.

“จัดการพวกมันอย่าให้เหลือซาก”คำสั่งดุดันและหนักแน่นจากหัวหน้าทีมบอร์ดี้การ์ดชุดใหญ่ที่เพิ่งมาถึง


“ได้ครับคุณจอนจิน”ลูกน้องกว่าครึ่งร้อยรับคำสั่งและกระจายกำลังออกปิดล้อมพื้นที่ ร่างสูงในชุดสูทเรียบหรูก้าวย่างเข้าไปในผับตรงหน้าอย่างไม่กลัวเกรง ทันใดนั้นทั่วบริเวณก็กึกก้องไปด้วยเสียงปืน


.
.
.


“อ๊ะ! โอ้ย?”เสียงร้องอวดครวญจากด้านหลังทำให้คนนำต้องหันกลับไปมอง เพราะไม่คุ้นชินกับความมืดและสถานที่ ทำให้ไม่รู้ว่าสองข้างทางตอนนี้เป็นเนินสูงข้างล่างนั้นเต็มไปด้วยพุ่มไม้ทั้งเล็กใหญ่ เฮซองเสียหลักเมื่อเท้าข้างนึงเหยียบพาดแล้วลื่นล้มลงไปทั้งตัว


“คุณหนู!”


“เสร็จล่ะ...หึหึ”หมดปัญญาที่จะทำอะไรได้เมื่อเอี้ยวตัวกลับมาปืนหลายกระบอกก็จ่ออยู่ที่หัว


“คุณลุง! อ๊ะ?/ชูวววววววส์”ร่างบางเบิกตาโพรงในความมืดเมื่อจู่ ๆ ปากก็ถูกฝ่ามือใหญ่ปิดเอาไว้เสียสนิท แถมมือปริศนาอีกข้างยังโอบเอวบางรั้งให้ลุกขึ้นแล้วลากเข้าหลังพุ่มไม้


“อื้ออออ...ปล่อยชั้น...แกเป็นใคร!”ร่างโปร่งดิ้นขุกขักอยู่ในอ้อมอกแกร่ง


“เงียบเถอะน่า”ประโยคราบเรียบหากแต่คนได้ยินกับหัวใจพองโต


“เอริค!”


“เฮ้ย!ลงไปลากมันขึ้นมา”สิ้นคำสั่งชายฉกรรจ์สามสี่คนกระโดดลงมาและกวาดสายตาหา


“ไม่เจอเลยลูกพี่”


“จะเป็นไปได้ไงว่ะ ร่างบอบบางออกอย่างนั้นจะไปไหนได้ พวกมึงลงไปช่วยพวกมันหาให้ทั่ว”หลังจากนั้นลูกกระจ๊อกที่เหลือก็กรูกันลงไปตอนนี้จึงมีเพียงไอ่คนที่เป็นหัวหน้าเท่านั้นที่ยืนคุมอยู่


คุณหนูของตระกูลดังแทบกลั้นหายใจ เอริคลดมือที่ปิดปากลงแล้วคว้าข้อมือเล็กฉุดให้เฮซองเดินตาม เมื่อพวกนั้นกำลังเดินอ้อมมาใกล้แถวพุ่มไม้ที่ซ่อนตัว จากสถานการณ์ที่เป็นอยู่ตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบอย่างเห็นได้ชัด ลำพังตัวเค้าและพ่อยังพอจะหาทางหนีทีไล่ได้บ้าง แต่กับคุณหนูผู้มีบุญคุณล้นหัวของพ่อเค้านี่สิจะทำยังไงดี ใบหน้าคมเข้มในความมืดกำลังใช้ความคิดอย่างหนัก แต่ถึงอย่างนั้นมือหนาที่กำข้อมือเล็กไว้ก็กระชับมั่น


“พวกมันใกล้เข้ามาแล้ว...เอาอย่างงี้นะ...ผมจะล่อพวกมันไปทางอื่น คุณหนูวิ่งออกไปทางนี้คนของคุณหนูรออยู่ตรงนั้น”ร่างสูงบอกแผนการพร้อมกับชี้ทางให้หลังจากคิดถี่ถ้วนแล้ว


“ไม่! ชั้นจะไปกับนาย”แต่อีกคนก็ดึงดัน


“อย่าทำตัวเป็นภาระหน่อยเลยน่า”เพราะศัตรูมีอยู่รอบกายทำให้ไม่มีเวลาได้ไตร่ตรองคำพูดมากนัก เฮซองมองคนตรงหน้านิ่ง


“ถ้าคิดว่าเป็นภาระแล้วนายมาช่วยชั้นทำไม”แม้ในความมืดเอริคก็เห็นว่าสายตานั้นตัดพ้อเค้ามากแค่ไหน มาถึงตรงนี้เค้าเพิ่งรู้ว่าได้พูดจาทำร้ายความรู้สึกของอีกคนไปอย่างไม่ตั้งใจ


“เพราะ....”ในใจส่วนลึกอยากบอกเหลือเกินว่า ก็เพราะ ‘ห่วง’ แต่อีกคนก็สวนขึ้นมาทันควัน


“อ๋อ...ใช่สิชั้นน่าจะรู้ เพราะชั้นเป็นลูกของผู้มีพระคุณสินะ”


“ถ้าเป็นเหตุผลนั้นผมชดใช้ให้พวกคุณไปหมดแล้วเมื่อสองปีก่อน”น้ำเสียงที่เบาหวิวทำให้คนฟังใจสะดุด ความน้อยใจก่อนหน้านี้หายไปหมดเมื่อเห็นสีหน้าที่เจ็บปวดของอีกฝ่าย


กับเรื่องราวสองปีที่ผ่านมาเฮซองอยากบอกเหลือเกินว่าขอโทษและเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นไม่แพ้คนตรงหน้านี้เลย เพราะคนที่เอาตัวเข้ามารับกระสุนแทนเค้าตอนนั้นก็คือแม่นมที่เปรียบเสมือนแม่คนที่สองของเค้าด้วยเหมือนกัน แต่ตอนนั้นคนตรงหน้านี้ไม่แม้แต่จะยอมรับฟัง แล้วเอริคที่เค้าเคยรู้จักก็เปลี่ยนไป


“เอริค...ชั้นเสียใจและขอโทษแทนทุกคนในครอบครัวที่เป็นต้นเหตุทำให้เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้น ขอโทษจิง ๆ ถ้าเลือกเกิดได้ชั้นจะขอเกิดเป็นแค่คนธรรมดาที่ไม่ต้องมายุ่งเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ให้ใคร ๆ ต้องเดือดร้อนและเอาชีวิตมาทิ้งเพื่อชั้น”เฮซองพูดเสียงสั่น


“ชั้นเข้าใจที่นายโกรธขนาดนี้...จิง ๆ แล้วคนที่สมควรตายไปตั้งแต่วันนั้นควรจะเป็นชั้นเอง” รู้ดีว่าไม่ใช่เวลาที่จะมาพร่ำเพ้ออะไรในตอนนี้ แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ได้อยู่ใกล้กันขนาดนี้แล้วอีกคนก็ไม่เดินหนีเค้าไปเหมือนอย่างที่ผ่านมา


“ชั้นต้องทำยังไงนายถึงจะหายโกรธแล้วยกโทษให้”มือบางข้างที่เหลือเลื่อนมาเกาะกุมมือหนาที่กำลังกำรอบข้อมือตัวเองไว้แน่น แต่อีกฝ่ายก็ยังเอาแต่นิ่งและเงียบงัน...สุดจะกลั้นน้ำตาเม็ดใสร่วงเผาะไหลลงเป็นทาง


...คงมีแต่ความตายเท่านั้นสินะที่จะทดแทนกันได้...


เฮซองสะบัดมือที่ถูกอีกฝ่ายจับเอาไว้ออกก่อนจะหันหลังให้ คิดเอาไว้ว่าจะเดินออกไปจากที่ที่กำลังหลบซ่อนตัวเพื่อให้คนพวกนั้นจับเรื่องทั้งหมดจะได้จบลงเสียที ต่อไปจะได้ไม่ต้องมีใครต้องมาลำบากและเสี่ยงชีวิตเพื่อปกป้องตัวเค้าอีก...ไม่ใช่ว่าประชด...หากแต่คิดว่ามันคงเป็นหนทางเดียวที่จะชดใช้ให้อีกฝ่ายได้ ตาคู่เรียวปิดลงอย่างอยากจะสงบจิตใจ ขาข้างนึงเตรียมที่จะก้าวเพื่อเป็นการยืนยันการตัดสินใจ


“จะทำบ้าอะไร ห๊า!!”เสียงทุ้มคำรามลอดไรฟันเมื่อเดินมากระชากต้นแขนของคุณหนูให้หันมา


“คิดว่าถ้าคุณตายแล้วเรื่องทุกอย่างจะจบอย่างงั้นเหรอ...แบบนี้แม่ผมไม่ต้องตายฟรีรึยังไง”มันควรจะเป็นถ้อยคำแดกดันให้คนอย่าง ชิน เฮซอง รู้สึกผิดหากแต่ในความมืดสลัวแววตาคู่นั้นกับกำลังส่งความห่วงใยมาให้จนล้น


“เอริค...ชั้น...”


“ทุกคนรักคุณหนูมาก...ยอมเสียสละแม้กระทั่งชีวิตของตัวเองเพื่อปกป้องให้คุณหนูอยู่มาถึงทุกวันนี้รวมทั้งแม่ของผมด้วย...อย่าให้ชีวิตของพวกเค้าต้องสูญเปล่า”คำพูดเหล่านี่สะเทือนใจคนฟังจนน้ำตาเอ่อคลอขึ้นมาอีกครั้ง


“แต่ชั้น...ชั้นเหนื่อยเหลือเกิน~”


“ผมรู้...”ร่างสูงดึงคนที่น้ำตานองหน้าเข้าหาอกแกร่งพร้อมกับสวมกอดเอาไว้อย่างแนบแน่น


“ขอโทษที่ปล่อยให้คุณหนูต้องอยู่เพียงลำพัง เพราะความขี้ขลาดของผมเอง”


“....?”


“เพราะกลัวที่จะสูญเสียคนที่ผมรักไปอีก ถึงได้ตั้งใจจะไม่สร้างความผูกพันกับใครอีก...แต่สุดท้ายผมก็ตัดใจจากคุณหนูไม่ได้”


“...เอริค”ถ้อยคำนี่ที่อยากได้ยินมาแสนนาน เฮซองคลี่ยิ้มทั้งน้ำตา


“ไม่โกรธ ไม่เกลียดกันแล้วใช่ไหม”ร่างบางถาม หากแต่อีกฝ่ายกับยังไม่ทันได้ปริปาก เมื่อสายตาคมเห็นเงาตะคุ่ม ๆ กำลังใกล้เข้ามา


“ไม่มีเวลาแล้ว”


“ตอบมาก่อนสิ”


“ไว้เราค่อยคุยเรื่องนี้กันทีหลัง”


“......”


“เฮซองฟังนะ...”เอริคคลายวงแขนออก มือหนาเปลี่ยนมาจับไหล่บางทั้งสองข้างแล้วจ้องลึกลงไปในดวงตาคู่เรียว


“คุณต้องออกไปจากที่นี่อย่าให้ความตั้งใจของทุกคนต้องสูญเปล่า”


“แต่ชั้น...”อีกคนก็ยังลังเล “ชั้นเป็นห่วงนายนี่”


“ผมก็ห่วงคุณ...ห่วงมาก...สัญญาว่าผมจะกลับออกไปอย่างปลอดภัยเพื่อจะได้ปกป้องคุณตลอดไป”


“นายสัญญาแล้วนะ”ร่างโปร่งบางโผเข้ากอดอีกคนเอาไว้มั่นอย่างไม่อยากจากไปไหน หัวใจตอนนี้มันบีบรัดจนเจ็บเพราะความกลัว กลัวเหลือเกินว่าคนตรงหน้าตอนนี้จะได้รับอันตราย แต่ถึงอย่างนั้นสองขาก็ต้องค่อย ๆ ก้าวถอยออกไป ไม่ต่างจากเอริค มุน ที่มองส่งคนสำคัญของชีวิตจนหายลับไปกับความมืดมิด

.
.
.

แม้เสียงปืนจะรัวและดังก้องอยู่เบื้องหลัง แต่คุณหนูแห่งตระกูลใหญ่ก็ยังคงวิ่งต่อไปอย่างมั่นคง อาจเป็นเพราะแววตาคู่นั้นที่สบลากันมันทำให้ ชิน เฮซอง รู้และมั่นใจได้ว่าคน คนนั้นจะไม่มีวันทำให้เค้าต้องผิดหวัง และจะเชื่อมั่นในคำสัญญานั้นตลอดไปนับจากนี้


***********************************************



1 ปีต่อมา อาคารชินกรุ๊ปสำนักงานใหญ่ ณ.ชั้นบนสุด

.
.
.

แสงแดดยามเช้าส่องรอดรอยแยกของผ้าม่านสีขาวสะอาดตาที่กำลังปลิวไสวไปกับสายลมที่พัดเอื่อย ปลุกร่างสูงใหญ่ให้ตื่นขึ้นมารับอรุณของเช้าวันใหม่ เอริคบิดขี้เกียจเล็กน้อยก่อนจะคลี่ยิ้มละมุนเมื่อสายตามองร่างเปลือยเปล่าของคุณหนูอันเป็นที่รัก ที่ยังนอนซุกตัวอยู่กับแผ่นอกกว้าง แขนแกร่งข้างที่ว่างเอื้อมไปดึงผ้าห่มที่ร่นลงไปกองอยู่แถวสะโพกมนให้เลื่อนขึ้นมาปิดถึงช่วงอก เพราะถ้าขืนปล่อยไว้แบบนั้นงานการคงไม่ได้ทำอีกจนได้ แม้จะเพิ่งผ่านกิจกรรมที่เร้าร้อนกันไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมานี่เอง แต่ถึงอย่างนั้นใบหน้าคมเข้มก็ยังอดไม่ได้ที่จะโน้มลงไปประทับจูบบางเบาตรงหัวไหล่ขาวเนียน แล้วลากไล้ริมฝีปากอุ่นมาตามลาดไหล่ แก้มใส ปลายคางและหยุดนิ่งอ้อยอิ่งอยู่ตรงริมฝีปากบางนุ่ม ก่อนจะกดจูบลงไปอย่างอดใจไว้ไม่ไหว ปากหยักบดเคล้าเบา ๆ ก่อนจะขบเม้มแล้วดูดดึงริมฝีปากล่างของคนหลับจนติดมากับปากของตัวเองด้วยความมันเขี้ยว


“อื้อออ”ยังผลให้คนขี้เซาครางออกมาอย่างขัดใจ


“ตื่นได้แล้ววันนี้คุณต้องไปดูงานที่สาขานอกเมืองนะ”เรื่องงานทำให้ร่างโปร่งบางกระพริบตาถี่ ๆ ทั้งที่ยังง่วงอยู่มาก เห็นภาพใบหน้าหล่อคมอันน่าหลงใหลและแผ่นอกว้างที่เปลือยเปล่าของคนรักที่คลอเคลียร์อยู่ไม่ห่างก็ส่งยิ้มบางให้


“ป่านนี้มินอูกับดงวานคงเตรียมตัวรอต้อนรับแย่แล้ว”


“มีใครไปบ้างล่ะ”


“อันนี้คงต้องถามแอนดี้เลขาผู้น่ารักของคุณ”น้ำเสียงติดจะขี้เล่นนั่นจงใจเน้นคำว่าน่ารักอย่างน่าหมั่นไส้


“ของชั้นที่ไหนของจอนจินต่างหาก”คนสวยเองก็จงใจเน้นถึงคนที่เป็นเจ้าของและครอบครองเลขาผู้น่ารักของตนเช่นเดียวกัน


“ผมรู้หรอกน่า...แค่นี้ก็หึงแล้วเหรอ”เอริคยกยิ้มพอใจ เมื่อเห็นใบหน้าบูดบึ้งของคนที่ยังอยู่ในอ้อมกอด


“...แล้วนายไปด้วยหรือเปล่า”


“ผมเป็นบอดี้การ์ดประจำตัวของคุณก็ต้องไปอยู่แล้ว”


“ชิ...พูดแบบนี้จะไม่ไปก็ได้นะ”ใบหน้าเรียวสวยส่งค้อนให้อีกวงใหญ่ก่อน
จะขยับตัวออกห่างคนที่พูดจาไม่เข้าหูแต่เช้า


“ล้อเล่นน่า...ต้องไปสิครับ” จู่ ๆ ร่างหนาที่นอนตะแคงใช้ข้อศอกยันศรีษะไว้ก็พลิกกายขึ้นมาค่อมแล้วกักร่างเล็กกว่าไว้ก่อนจะได้ทันหนีออกไปไหน


“ทุกวันนี้ผมห่างคุณหนูได้ที่ไหน”ไม่พูดเปล่าแต่คนขี้แกล้งยังโน้มลงมาใกล้ ยิ้มกรุ้มกริ่มใส่ทั้งปลายจมูกโด่งยังคลอเคลียร์กับจมูกโด่งรั้นของคนใต้ร่างอย่างเอาใจ


“แล้วใครใช้ให้ทำกัน...ไหนใครบอกว่านายเป็นบอร์ดี้การ์ดของชั้น...นั่นมันหน้าที่ของจอนจินต่างหาก”คนร่างบางไม่เสียโอกาสที่จะเอาคืน


“......?”


“สำหรับนาย...อืมมมม ขอคิดดูก่อนแล้วกันว่าจะเรียกว่าอะไรดี”เฮซองแอบยิ้มที่ทำให้อีกคนเหวอได้


“นี่แกล้งผมเหรอ”เสียงหัวเราะคิกคักทำให้เอริคมันเขี้ยวเหลือกำลัง ใบหน้าคมก้มลงซุกไซร้ซอกคอหอมกรุ่นอย่างไม่ออมแรง ไม่นานคนใต้ร่างก็ส่งมือมาดันอกแกร่งไว้เพราะคนขี้แกล้งเริ่มเบาแรงและเปลี่ยนมาซุกไซร้อ่อนโยนแถมไล่ต่ำลงไปเรื่อยเล่นเอาวามไหวไปทั้งใจ ใบหน้าคมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาเรียวสวยอยู่นาน ก่อนจะกลั่นกรองสิ่งเหล่านั้นออกมาเป็นคำพูด


“ I’m your man”ปากหยักที่ถูกปรามเมื่อครู่พูดออกมา และนั่นมันทำให้คนฟังถึงกับยิ้มหวานให้


“ใช่...นายคือผู้ชายของชั้น...และต้องเป็นของชั้นเพียงคนเดียวรู้เอาไว้เลย”คราวนี้เป็นริมฝีปากบางที่ยกขึ้นไปกดจูบเสียเอง สองแขนเรียวโอบรอบลำคอใหญ่แล้วรั้งให้ลงมาหาเพื่อที่จะได้ให้รางวัลกับคำพูดที่ถูกใจคุณหนูคนสวยนักหนา สองร่างแลกจูบดูดดื่ม ตราบใดที่มีคน คนนี้อยู่เคียงข้างและคอยปกป้องคุ้มภัย มาเฟียมือใหม่อย่าง ชิน เฮซองก็ไม่คิดหวาดกลัวกับสิ่งใด......


***************************************************

เหนื่อยโฮกกกกกกกกก (แต่กะไม่ทัน T_T)ทั้งหมดนี่คือความรักที่มีต่อป๋าค่ะ? 555555555


“Happy Birth Day Eric Mun my Perfect Man” Jinny




 

Create Date : 18 กุมภาพันธ์ 2559
5 comments
Last Update : 18 กุมภาพันธ์ 2559 22:22:46 น.
Counter : 507 Pageviews.

 

อัลไลแว๊...แค่เนียะ !!!

ทำไมไม่ต่ออีกยก...เอ๊ย...ทำไมไม่หวีทกันต่อคะ ทำไมๆๆๆ


Thnx. สำหรับฟิคจร้า ^^

 

โดย: แม่ยกชินฮวา 18 กุมภาพันธ์ 2559 22:25:01 น.  

 

กรี๊ดดดดดดดดดดดด ฟิควันเกิดป๋าปีนี้ช่างหวานนนนนนนนน ตอนต้นเรื่องยังลุ้นแทบแย่ สุดท้ายลงเอยหวานเชื่อม น่ารักเกิ๊นนนนน
เอาอีกๆ มันสั้นไปปปปป (คนแต่งบอกเซง555)

ขอบคุณสำหรับฟิคน่ารักๆ จ้า

 

โดย: Nantta IP: 114.109.174.161 22 กุมภาพันธ์ 2559 15:18:09 น.  

 

โอยย น่ารัก หวานมากๆ ตอนแรกๆนึกว่าจะมาแบบเศร้า ดราม่า บู๊ล้างผลาญ แอบนึกว่าป๋าจะมาเป็นตัวร้ายด้วยซ้ำ แต่พอจบแบบนี้ กรี๊ดดด //จิกหมอน โดยเฉพาะช่วงหลัง ฮือๆๆ เป็นเค้าจะไม่คุณหนูไปทำงานได้ปะ น่ารักยั่วยวนขนาดนี้ อ๊ากกก

ขอบคุณกับฟิกน่ารักๆนะค้า อ่านแล้วชุ่มชื่นใจจริงๆ ขออีกๆๆ //โดนโบก แอร๊กก

 

โดย: kuwari IP: 202.183.153.121 26 กุมภาพันธ์ 2559 12:11:14 น.  

 

I'm your man ตายแล้วววววววว ไม่ไปแล้วสาขงสาขานอกวะ ต่ออีกไปเลย อุต๊ะ...มาเพิ่มเติมความหวาน เรียกเลือดคนอ่านอีกน้าาาาาาาา

 

โดย: beer IP: 115.87.78.65 14 มีนาคม 2559 2:06:33 น.  

 

สวัสดีนะจ้ะ เราแวะมาเยี่ยมนะจ้ะ ^____^ สักคิ้ว 6 มิติ ลบรอยสักคิ้วด้วยเลเซอร์ ลบรอยสักคิ้ว Eyebrow Tattoo Removal เพ้นท์คิ้วลายเส้น เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ
ให้ใจหายใจ สุขภาพ วิธีลดความอ้วน การดูแลสุขภาพ อาหารเพื่อสุขภาพ ออกกำลังกาย สุขภาพผู้หญิง สุขภาพผู้ชาย สุขภาพจิต โรคและการป้องกัน สมุนไพรไทย ผู้หญิง ศัลยกรรม ความสวยความงาม แม่ตั้งครรภ์ สุขภาพแม่ตั้งครรภ์ พัฒนาการตั้งครรภ์ 40 สัปดาห์ อาหารสำหรับแม่ตั้งครรภ์ โรคขณะตั้งครรภ์ การคลอด หลังคลอด การออกกำลังกาย ทารกแรกเกิด สุขภาพทารกแรกเกิด ผิวทารกแรกเกิด การพัฒนาการของเด็กแรกเกิด การดูแลทารกแรกเกิด โรคและวัคซีนสำหรับเด็กแรกเกิด เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อาหารสำหรับทารก เด็กโต สุขภาพเด็ก ผิวเด็ก การพัฒนาการเด็ก การดูแลเด็ก โรคและวัคซีนเด็ก อาหารสำหรับเด็ก การเล่นและการเรียนรู้ ครอบครัว ชีวิตครอบครัว ปัญหาภายในครอบครัว ความเชื่อ คนโบราณ

 

โดย: peepoobakub 10 มีนาคม 2560 17:07:29 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


แม่ยกชินฮวา
Location :
พิษณุโลก Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]




Friends' blogs
[Add แม่ยกชินฮวา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.