...เขียน Blog นี้...เพราะ Destiny of LOVE
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2558
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
31 ตุลาคม 2558
 
All Blogs
 

[Fan Fic_Y]The Paparazzi : เรื่องวุ่นวายของนายปาปารัสซี่ 26 Final







โผล่มาวันฮัลโลวีนพอดี๊พอดี...ในที่สุด...มันก็มาถึงตอนจบล๊าววววววว ลากกันมา 2 ปีกะ 6 เดือนนิดๆ จบแล้วจริงๆ จ้า ^^ ดีใจกะเค้าโหน่ยยยยยย ต่อไปคงมาแนว SF แระหล่ะ ฟิคยาวขอตัวฮ่ะ...กัวจบอีกทีตอนชินฮวาฉลอง 50 ปี ไรงี้ 55555

เดือนหน้า พย. แล้วค่ะ ตรงกะวันเกิดคุณคิม ดงวานกะคุณชิน ฮเยซอง มีฟิคมาแน่นอน แต่ใครจะเขียน ดราม่า รันทด บ้าบอ รอลุ้นกันนะจ๊ะ

ขอบคุณมากมายที่ติดตามกันมาตลอด ทั้งเมนท์ แอบอ่าน ผ่านมาเจอ.. ไม่ว่าอะไรค่ะ เราอยากแชร์ความหนุกหนานผ่านทางบล็อก ว่างๆ ทักทายกันได้นะค๊า


ชักจายาว...ไปอ่านตอนจบกันเรยค่าาา



Chapter 26 Final




I'm Fine


I look in the mirror, wearing whatever since you’re not here to pick an outfit
I’m getting used to how exhausted I seem

I miss your voice nagging me to take care of myself
But I get over it

Dressing in whatever
Eating whatever
Spending the day doing whatever
That’s how I am these days
Thinking of you makes me want to cry sometimes
But don’t worry, I’m fine



“เนี่ยเหรอ...เพลงที่นายพูดถึงน่ะ” มือของคนตัวเล็กกว่ายื่นเปเปโร่ป้อนให้ถึงปากคนที่นั่งพิงอยู่ แต่สายตายังคงจับจ้องที่ภาพในหน้าจอโทรทัศน์ และนักแสดงนำใน MV ก็หน้าตาคุ้นๆ


“อืมมม...ไปเมามาด้วยกันรอบเดียว อีกสองสามวันบอกแต่งเป็นเพลงได้แล้วซะงั้นอ่ะ แถมมาขอร้องแกมบังคับให้พี่เอริคไปเล่นเป็นพระเอกให้ด้วย” จอนจินเอ่ยถึงนักแต่งเพลงซึ่งเป็นเพื่อนของเอริคที่ได้แรงบันดาลใจจากเรื่องราวที่ได้ยินในวงเหล้า


“ถึงว่า...ดูอินชะมัด”


“ก็เป็นผลงานสุดท้ายก่อนอำลาวงการด้วยไง เฮ่ออออ...ต่อไปก็อดเจอนางเอกสาวๆ แล้วสิเนี่ย” จอนจินพึมพำเบาๆ ก่อนลดเสียงลงในช่วงท้าย แต่นั่นก็ทำเอาอีกคนหันขวับ


“เสียดายมากมั๊ย ?” คุณหมอถามพร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบ จอนจินเริ่มรู้สึกเสียวสันหลังวาบจึงทำเป็นหัวเราะกลบเกลื่อน


“ป๊าววววววว....ไม่เจอก็...ไม่เป็นไรนี่เนอะ เฮ้...ชั้นได้ชิ้นสุดท้ายด้วย” จอนจินรีบเปลี่ยนเรื่องก่อนคว้าเปเปโร่ในกล่องมาเบี่ยงเบนความสนใจ


“ชิ้นสุดท้ายแฟนหล่อ...ถ้าอยากหล่อเอามานี่” คุณหมอพยายามแย่ง แต่ความยาวช่วงแขนเทียบกันไม่ติดจึงคว้าได้เพียงอากาศ


“อ่ะๆ ไม่แกล้งละ เอาแบบยุติธรรมเลยนะ คนละครึ่ง” จอนจินกัดปลายข้างหนึ่งไว้ ก่อนชี้ไม้ชี้มือส่งสัญญาณให้แอนดี้มาแย่งเอาเอง


คุณหมอลังเลนิดหน่อย แต่ก็ตั้งท่าขยับเข้าใกล้ ทันใดนั้นจอนจินก็ดึงขนมออกจากปากตัวเองก่อนฉกจูบบนริมฝีปากอิ่มแทน คุณหมอได้แต่อึ้ง


“อะงง...งงละสิ เรียกสติอีกครั้งดีมั๊ย ?” จอนจินขยับเข้าใกล้ ทำเอาคุณหมอถอยกรูด


“ไอ่บ้า...นายนี่มันบ้าคงเส้นคงวาจริงๆ” คุณหมอหัวเราะเบาๆ ก่อนเลี่ยงไปมองทางอื่น นั่นเพราะทนสายตาที่จ้องมองอย่างลึกซึ้งไม่ได้


“บ้าแล้วยังรักอยู่รึเปล่า ?”


แอนดี้เบ้ปากอย่างหมั่นไส้แล้วส่ายหน้าปฏิเสธ ฉวยโอกาสตลอด...งอนแล้วเว๊ย



“บอกหน่อยดิ...น๊า...นะ นะ นะ” จอนจินยังคงเซ้าซี้

คุณหมอขยับตัวออกห่างเตรียมจะลุกหนี งอนมัน...งอนๆๆๆๆ


จอนจินรีบคว้าร่างเล็กไม่ให้ไปไหน ก่อนดึงตัวเข้าสู่อ้อมกอด กระซิบเบาๆ ที่ข้างหู “แต่ชั้นรักนายมากนะ...รักที่สุด เลิกกันแล้ว I’m fine แบบพี่เอริคไม่ได้จริงๆ อย่าทิ้งเค้านะ”




…ทิ้งนายลงก็บ้าแล้ว...

คุณหมอได้แต่คิดในใจ...คนเดียว


…..

..




เจ็ดเดือนต่อมา



…ยิ่งเรารู้สึกว่าต้องการสิ่งไหนมากจนขาดไม่ได้

ชีวิตมักจะพรากสิ่งนั้นไปจากเรา เพื่อพิสูจน์ว่าแท้จริงเราสามารถมีชีวิตอยู่ได้โดยปราศจากสิ่งนั้น…




เจ้าของร่างสูงยิ้มน้อยๆ ให้กับข้อความสั้นๆ ในทวิตเตอร์ที่ผ่านการรีทวิตเป็นหมื่นๆ ครั้ง ก่อนนึกถึงเรื่องราวที่ผ่านมาของตัวเอง มือหนาวางโทรศัพท์มือถือไว้ข้างกายเพื่อเคลียร์งานต่อ หาอะไรทำซะก่อนที่ตัวเองจะฟุ้งซ่านไปมากกว่านี้


RRRRRR


[คุณมินอูขอเข้าพบค่ะ]


“ให้เข้ามาได้เลย”






“วันหลังจะมาหาแกชั้นต้องโทรนัดล่วงหน้าด้วยมั๊ยวะ” อดีตผู้จัดการส่วนตัวนั่งลงฝั่งตรงข้าม ก่อนมองสำรวจเพื่อนรักที่ตัดสินใจหันหลังให้วงการบันเทิงอย่างเงียบๆ และก้าวเข้ามาเป็นผู้บริหารอย่างเต็มตัว


“ถ้าตามมารยาทก็คงแบบนั้นมั๊ง” เอริคตอบเสียงนิ่ง พลางเหลือบตามองเพื่อนรัก “แต่สำหรับคนไม่มีมารยาทอย่างแก....ไม่จำเป็น” ว่าแล้วก็หัวเราะเบาๆ ก่อนเผยรอยยิ้มกว้าง


“เป็นไงบ้างครับท่าน CEO ...งานเยอะดีมั๊ย”


“ก็ดีว่ะ..มีเรื่องให้ปวดหัวทุกวัน แล้วแกล่ะ...เป็นไงบ้าง”


“สบายดีครับ ไม่ต้องกินยาแก้ปวดหัววันละสามรอบเหมือนตอนทำงานกับคุณเอริคหรอกครับ”


“เค้าเรียกฝึกทักษะการแก้ปัญหาเว๊ย ถ้าผ่านชั้นได้..รับรองว่าเป็นผู้จัดการดาราได้ทุกคน”


“เออ...ท่าจะจริงว่ะ นี่รับงานสองคนยังไม่เหนื่อยเท่าอยู่กับแกคนเดียวเลยนะ”

สายตาคมตวัดไปยังคนนั่งตรงข้ามพร้อมคำสบถเบาๆ ก่อนเปลี่ยนเรื่อง “มาหาถึงนี่ได้ มีธุระสำคัญอะไรรึเปล่าวะ”


“เออ...ดงวานฝากบัตรเชิญมาให้ งานเปิดตัวหนังสือเล่มใหม่สัปดาห์หน้า แกติดธุระที่ไหนรึเปล่า”


“ไม่แน่ใจว่ะ...เช็คกับเลขาฯ เอาเองแล้วกัน”


“เช็คมาแล้วเว๊ยคิวยังว่างอยู่ แต่ถามคำเดียวเลย...แกจะไปรึเปล่า”


เจ้าของห้องเหลือบมองนิดหน่อย ก่อนก้มหน้าก้มตาเซ็นหนังสือต่อ “เงื่อนไขเดิม ถ้ามีนักข่าวมาด้วย...ไม่ไป”


มินอูถอนใจเบาๆ ก็รู้คำตอบอยู่เต็มอก แต่อยากจะลองเสี่ยงเผื่อเอริคจะเปลี่ยนใจ เพราะตั้งแต่ตัดสินใจออกจากวงการบันเทิง เจ้าตัวก็เลี่ยงที่จะออกงานสังคมมาตลอด หรือหากจำเป็นก็จะปรากฏตัวพร้อมบอดี้การ์ดเพื่อหลีกเลี่ยงการให้สัมภาษณ์และกันนักข่าวไปโดยปริยาย


“อืมม.. ชั้นเข้าใจ”


“ฝากขอโทษดงวานด้วยนะ เดี๋ยวจะส่งช่อดอกไม้แสดงความยินดีไปแทนแล้วกัน”


....
..


 photo Untitled-1_zps2lprzwfe.jpg


“แกกับดงวานเป็นไงมั่ง” เอริคถามต่อเหมือนเป็นการชวนคุยธรรมดา แต่ผมว่ามันฟังดูมีนัยแปลกๆ


“ก็...เรื่อยๆ ช่วงนี้งานเยอะทั้งคู่ เลยไม่ค่อยมีเวลาอยู่ด้วยกันเท่าไหร่” ผมตอบพลางจับพิรุธมันอยู่เงียบๆ ถ้านึกถึงดงวาน มันก็น่าจะคิดเลยไปถึงใครอีกคนแน่ๆ

“แล้ว....ฮเยซองติดต่อมาบ้างรึเปล่า” มันก้มหน้าก้มตาถามพลางตักอาหารเข้าปากเหมือนไม่ใส่ใจคำตอบนัก แต่ผมเดาว่า...มันคงอยากรู้จนตัวสั่นแล้วหล่ะ


“รู้สึกอาทิตย์ที่แล้วจะโทรคุยกับดงวานอยู่มั๊ง ชั้นเองก็ไม่ค่อยรู้รายละเอียดเท่าไหร่ แต่ก็ยังไม่ยอมบอกอยู่ดีนะว่าตอนนี้อยู่ที่ไหน”


มันพยักหน้ารับรู้ ก่อนถอนใจเบาๆ ถึงเรื่องนั้นมันจะผ่านไปหลายเดือนแล้วก็เถอะ แต่เมื่อพูดถึงฮเยซองทีไรก็จะทำให้เพื่อนผมหดหู่ได้ทุกครั้ง


“พรุ่งนี้มีงานเช้ารึเปล่า ไปดื่มกันต่อนะ”


“อืมมม”


....
..



“เอ้า...ฝากบินไปฉลองวันครบรอบแต่งงานกับแม่แกแทนพ่อที” ท่านรัฐมนตรีวางซองตั๋วเครื่องบินลงบนโต๊ะทำงาน เอริครับมาอย่างงงๆ


“ทำไมคุณพ่อไม่ไปเองล่ะครับ เดี๋ยวแม่งอนผมไม่ช่วยง้อนะ”


“โอ้ย...แม่แกน่ะรู้คนแรกเลยด้วย...เค้าเข้าใจดี แล้วนี่อีกแค่สองสามเดือนพ่อก็หมดวาระแล้ว เดี๋ยวไว้ฉลองยาวๆ กันสองคนก็ได้”


“แต่ผมก็ไม่ค่อยว่างนะครับ ไม่แน่ใจว่าช่วงนั้นติดงานอะไรบ้างรึเปล่า”


“ไม่ต้องห่วง เลขาฯ แกน่ะเป็นคนเช็คเวลาให้พ่อเอง บอกสิ้นเดือนไม่มีอะไรแล้วล่ะ นี่...ทำงานแล้วก็ต้องหาเวลาพักผ่อนให้ตัวเองบ้าง พ่อเป็นคนให้มาช่วยงานแต่ก็ไม่อยากให้แกหักโหมจนเสียสุขภาพนะ”


ลูกชายพยักหน้ารับอย่างจำนน นานหลายเดือนแล้วที่มัวแต่ยุ่งอยู่กับงานจนแทบไม่มีเวลาเป็นของตัวเอง แต่ลึกๆ แล้วก็รู้ว่าที่ทำไปนั้น...เพื่อหวังจะให้ลืมใครบางคน


“อดีตมันก็คืออดีต ถ้าไม่ปล่อยวางแกจะก้าวไปข้างหน้าไม่ได้ เชื่อพ่อสิ...มันอาจจะมีอะไรดีๆ รอแกอยู่ก็ได้”




…..
..




“วันนี้มีโปรแกรมไปเที่ยวไหนบ้างล่ะ” คุณแม่วางจานอาหารเช้าลง ก่อนทรุดตัวลงนั่งข้างๆ เพราะคงไม่บ่อยนักที่ลูกชายจะมีโอกาสได้หยุดงานยาวๆ แบบนี้


“ยังไม่มีแพลนเลยครับ กะว่าจะเดินเล่นไปเรื่อยๆ เดี๋ยวคงนึกออกเอง” เอริคตอบอย่างไม่ใส่ใจนัก มาพักผ่อนทั้งทีมันก็ต้องพักสมองด้วย จะต้องคิดแผนการอะไรให้มันมากมาย


“ที่แกลอรีในเมืองมีงานแสดงภาพถ่ายอยู่นะ แม่ได้บัตรมาด้วย อยากจะไปรึเปล่า”


Photo Exhibiton “While you were sleeping”
15 – 21 January 2015 1.00 pm. – 6.00 pm.
Ascot Studios, Bee Mill, Preston Road, Ribchester, Lancashire.



เอริคมองหน้ามารดาอย่างแปลกใจนิดหน่อย หน้าตาอย่างเค้ากับงานศิลปะมันไปกันได้ตรงไหน แต่ก็ไม่อยากจะขัด ก็ในเมื่อได้บัตรมาฟรีๆ อยู่แล้ว แค่แวะไปดูคงไม่เสียเวลามากมายนัก “วันนี้วันที่ 21 มันวันสุดท้ายแล้วนี่ครับ”


“ใช่จ้ะ...แม่เพิ่งได้บัตรมาน่ะ ถ้าจะทิ้งก็น่าเสียดาย เอาเป็นว่าเราไปแทนแม่แล้วกันนะจ๊ะ”


เอริคยัดตั๋วลงกระเป๋ากางเกงอย่างไม่ใส่ใจนัก กะว่าถ้ามีเวลาเหลือจะแวะไปก็แล้วกัน




ดูเหมือนวันนี้ฟ้าฝนจะไม่เป็นใจให้ชายหนุ่มต่างถิ่นอย่างเอริคเท่าไหร่นัก แผนการเดินสำรวจรอบๆ เมืองอย่างที่ตั้งใจก็ยังไม่สำเร็จเพราะฝนเริ่มตั้งเค้าตั้งแต่ช่วงบ่าย ไม่นานนักก็กลั่นตัวโปรยปรายลงมา และเริ่มหนาเม็ดขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดก็ต้องเปลี่ยนแผนแวะไปแกลอรีก่อนเพื่อรอฝนหยุด



...มันต้องน่าเบื่อสุดๆ แน่…


เอริคคิดในใจพลางเปิดดูสูจิบัตรที่มีรายละเอียดเพียงสั้นๆ ว่าเป็นผลงานภาพถ่ายของศิลปินชาวเอเชียที่ได้แรงบันดาลใจจากการบันทึกภาพความประทับใจในยามหลับไหลของบุคคลในหลายๆ พื้นที่ทั่วโลก ซึ่งหลายภาพน้อยคนนักที่จะมีโอกาสได้เห็น และรวบรวมไว้ในงานนิทรรศการครั้งนี้



โรคจิตนะเรา...ชายหนุ่มแอบปรามาสเจ้าของผลงาน ก็แอบถ่ายตอนนอนหลับจะให้เข้าใจว่ายังไงล่ะ ?



แต่ด้วยความสวยงามและอารมณ์ที่ถ่ายทอดผ่านทางรูปภาพ ศิลปะในการจัดวาง รวมทั้งการแบ่งหัวข้ออย่างชัดเจนในแต่ละห้อง ทำให้ผลงานในแต่ละภาพดูกลมกลืน มีคุณค่าและแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของศิลปินผ่านทางภาพถ่ายได้ดียิ่งขึ้น


จนมาถึงห้องสุดท้าย...ซึ่งเป็นห้องแยกเฉพาะและต้องเปิดประตูเข้าไปอีกครั้ง หากไม่สังเกตุก็อาจเดินผ่านไปได้ง่ายๆ

“My lover” เอริคอ่านทวนตัวหนังสือด้านหน้าเบาๆ ก่อนตัดสินใจผลักประตู แต่ทันทีที่สายตามองผ่านภาพถ่ายเบื้องหน้าก็ทำเอาเจ้าตัวได้แต่ยืนตะลึง

ภาพถ่ายโทนขาวดำของตัวเองในยามหลับถูกอัดขยายอยู่ที่ผนังห้องทั้งสามด้าน ซึ่งคนใกล้ชิดที่มีโอกาสจะเก็บภาพนี้ได้มีเพียงคนเดียวเท่านั้น จริงๆ เอริคควรจะโกรธมากที่โดนละเมิดสิทธิ์ส่วนตัวถ่ายภาพโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่ในตอนนี้หัวใจกลับร่ำร้องอยากเจอตัวเจ้าของผลงานเบื้องหน้ามากกว่าอะไรทั้งหมด



...ฮเยซอง...



เป็นนายจริงๆ ใช่มั๊ย ?


“ขอโทษนะครับ...เจ้าของผลงานยังอยู่แถวนึ้รึเปล่า ผมอยากเจอเค้า” ร่างสูงวิ่งกระหืดกระหอบกลับมาที่เคาน์เตอร์หน้างาน ทำเอาพนักงานต่างขมวดคิ้วด้วยความสงสัย


“ทางเราเป็นสถานที่จัดแสดงนิทรรศการอย่างเดียวนะคะ ไม่ได้ติดต่อกับเจ้าของผลงานโดยตรง ปกติแล้วออกาไนเซอร์จะเป็นผู้ประสานงานให้ค่ะ”


“งั้นหรอครับ...ต้องขอโทษด้วยที่รบกวน ขอบคุณมากครับ” ชายหนุ่มก้มหัวขอบคุณ ก่อนเดินออกมาด้วยความผิดหวัง โอกาสรออยู่แค่เอื้อมแต่กลับหลุดลอยหายไปอย่างน่าเสียดาย



....
..



แม้ฝนจะหยุดไปนานแล้ว แต่เจ้าของร่างสูงยังคงปักหลักนั่งดื่มเงียบๆ ที่บันไดหน้าแกลอรี ยังหวังไว้ลึกๆ ว่าอาจจะเจอกับคนที่รอคอย



จะรอนายอยู่ตรงนี้นะฮเยซอง...


..ขอแค่ได้เจอนายอีกสักครั้ง...ได้ไหม ?




ได้โปรดเถอะ...


ได้โปรด...


…..
..
.



RRRRRRRRRRR


“สวัสดีครับคุณโรเจอร์ งานเรียบร้อยดีนะครับ”


[งานโอเคดีครับ คนเข้าชมเยอะพอสมควร แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่า...เราจะเจอปัญหานิดหน่อย]


ปลายสายขมวดคิ้วก่อนรีบถามต่อ “มีอะไรเหรอครับ”


[คือว่า...มีคนเมามานั่งรอคุณชินอยู่หน้าแกลอรีครับ พอดีพวกพนักงานจำได้ว่าเป็นคนเดียวกับที่มาถามหาคุณเมื่อตอนเย็นน่ะครับ เอ่ออ...แล้วก็ ผมคิดว่า...เป็นคนเดียวกับผู้ชายในรูป my lover น่ะครับ]




…เอริค...




หัวใจเต้นแรงขึ้นทันทีอย่างช่วยไม่ได้ นายอยู่ที่นี่งั้นเหรอ...


[รบกวนมาที่นี่ด้วยนะครับ ผมเป็นห่วงกลัวจะไปมีเรื่องกับเจ้าถิ่นเข้าซะก่อน]


“ครับ...ผมจะรีบไป”





ย้อนกลับไปเมื่อเจ็ดเดือนก่อน...


ผู้สูงวัยกว่าลงนามในส่วนท้ายของเช็ควงเงินกว่าแปดหลัก ก่อนยื่นให้คนที่เคยได้ชื่อว่าเป็นคนรักของลูกชาย


“อย่าคิดว่าผมเอาเงินฟาดหัวคุณเลยนะ แต่คุณควรหายไปจากที่นี่ซักระยะจะดีกว่า ไปท่องเที่ยว ไปทำตามความฝัน ไปทำในสิ่งที่คุณอยากจะทำ อ้อ...ส่งข่าวคราวมาให้ผมรู้บ้างนะว่าคุณสบายดี” ท่านรัฐมนตรียื่นข้อเสนอที่ฮเยซองไม่อาจปฏิเสธได้ เจ้าตัวทำได้เพียงพยักหน้ารับ


“ภรรยาผมเคยตกอยู่ในสถานะคล้ายๆ กับคุณมาก่อน ผมเข้าใจดี ผมช่วยหาทางออกให้...ถึงมันจะเป็นเรื่องที่ทำร้ายความรู้สึกทั้งคุณและลูกชายผมมากก็เถอะ แต่บางครั้งก็จำเป็น”


“ขอบคุณท่านมากนะครับที่ช่วยเหลือ ผมไม่รู้จะตอบแทนยังไงดี”


“ไม่ต้องกังวลไปนะ...ทุกอย่างมีช่วงเวลาของมัน ผมเองก็ตอบไม่ได้นะว่านานแค่ไหน อยากให้คุณทำใจให้สบายๆ...ถึงเวลาที่นั้นคุณก็จะรู้เองว่าผมหมายความว่าอะไร”


…..
…



“เอริค”



“เอริค”



แค่ได้เห็นคนคนนี้อีกครั้ง...น้ำตาก็พาลจะไหลให้ได้ มือบางเขย่าตัวคนที่นั่งฟุบอยู่ตรงบันไดทางขึ้นแกลอรี กลิ่นแอลกอฮอล์ตามร่างกายนั้นบ่งบอกว่าคงผ่านการดื่มมาหนักเอาการ จนแทบไม่เหลือสภาพพระเอกหนุ่มเจ้าสำอางค์คนเดิม


เอริคพยายามลืมตาขึ้นทั้งที่สมองสั่งการได้เชื่องช้าเต็มที นั่นเพราะได้ยินเสียงที่คุ้นเคยของใครบางคน


“ฮเยซองงี่ ~ นาย... จริงๆ ด้วย ฮึก ~ ”


ฮเยซองถึงกับผงะเมื่อคนตรงหน้าตั้งท่าจะคายของเก่า แต่ในที่สุดก็ฟุบนิ่งไปและเข้าสู่ห้วงนิทราอีกครั้ง


“เอริค เฮ้...นายจะนอนตรงนี้ไม่ได้นะ กลับบ้านไปได้แล้ว” ฮเยซองเริ่มใช้เสียงดังขึ้น แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้อีกคนรู้สึกรู้สาแม้แต่น้อย


ริมฝีปากบางพ่นลมอย่างหงุดหงิด เหนื่อย ง่วง ปวดหัว ดึกแล้ว...อากาศก็เย็นลงเรื่อยๆ ทิ้งไว้แบบนี้เดี๋ยวจะว่าใจดำ พากลับไปที่พักแล้วกัน




แม้เส้นทางระหว่างโรงแรมที่ฮเยซองพักกับแกลอรีจะไม่ห่างกันมากนัก แต่นั่นก็เพียงพอที่จะทำให้หัวใจไหวเอนอย่างช่วยไม่ได้ แอลกอฮอล์เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาชั้นดีที่ทำให้เอริคพรั่งพรูสิ่งที่ค้างคาในใจออกมาอย่างไม่ปิดบัง




“ฮเยซอง...ชั้น...คิดถึงนาย”




“ตั้งแต่...นาย...ไม่อยู่...ชีวิตมัน...ยากขึ้น..เยอะเลย”




“เหมือน...ขาด..อากาศ...หายใจ”




“นอนบนเตียง...คนเดียว...มันทรมานสุดๆ”




“ไม่รู้จริงๆ..ว่านาย...มี...ความหมาย...ขนาดนี้”






“เกลียด..ตัวเอง...ที่ปกป้องนาย...ไม่ได้เลย”


“เอริค มุน...นายมันแย่...แย่มาก...แย่จริงๆ”





Hyesung Side

ผมเพิ่งรู้ว่า..ช่วงเวลาที่ผ่านมา

ไม่เคยทำให้ผมลืมเค้าได้เลย


มีอิสระ...ได้ทำอะไรที่อยากทำก็จริง
แต่หลายครั้งก็อดคิดไม่ได้ว่า
คงจะดี...ถ้านายได้มาอยู่ตรงนี้ด้วยกัน

แต่...ตอนนี้นายมาอยู่ตรงหน้าแล้ว
ควรทำตัวยังไงดี




….
...


“คุณนี่มันจอมวางแผนจริงๆ” คุณแม่บ่นเบาๆ พร้อมรอยยิ้ม ก่อนหย่อนตัวลงนั่งข้างๆ สามีผู้อยู่เบื้องหลังเรื่องราวทั้งหมด


“เรื่องบางอย่างจะรอโชคชะตาอย่างเดียวไม่ได้หรอก ผมแค่หวังดีกับลูกไม่เห็นมันจะผิดตรงไหนเลย”


“แล้วคุณมั่นใจได้ยังไงคะว่าฮเยซองจะมาจริงๆ”


“ถ้าไม่มา...ผมก็เปลี่ยนเป็นแผน C แผน D ต่อไปสิ ไม่มีอะไรยาก”


“นี่ถ้าเอริครู้เรื่องต้องโกรธคุณมากแน่ๆ”


“ไม่มีทางหรอก...ตราบใดที่ผมหรือคุณไม่บอก ไม่ต้องกังวลไปน่า..ถ้ามีอะไรผิดปกติเด็กๆ ต้องรายงานอยู่แล้ว นี่...ผมจะบอกให้ คืนนี้ไม่ต้องรอนะ มันไม่กลับบ้านหรอก...เชื่อสิ”


“แหม..เรื่องแค่นี้ใครก็เดาได้ละค่ะ”


“ผมว่านับวันรอกันดีกว่าว่าอีกกี่วันมันถึงจะกลับบ้านน่ะ”



…..
..


“ลุกไหวมั๊ย” คนที่ออกมาก่อนชะโงกเข้าไปถามคนที่อยู่ในรถ แม้จะหลับตาแต่ก็พยักหน้าหงึกหงักว่ายังได้อยู่


ฮเยซองไม่เชื่อในคำตอบเท่าไหร่ จึงยืนมองอย่างระแวง ร่างสูงค่อยๆ ยันตัวลุกยืนขึ้น แม้จะชักช้าไปบ้างแต่ก็พอทรงตัวอยู่ ฮเยซองถอนใจเบาๆ อย่างโล่งอกก่อนหมุนตัวเดินเข้าที่พัก


มือหนาคว้ามือคนที่เดินนำไปก่อน บีบกระชับไว้มั่นก่อนเอ่ยถามเบาๆ “ฮเยซอง...นายจริงๆ ใช่มั๊ย ..มันไม่ใช่ความฝันใช่มั๊ย?


ริมฝีปากบางเม้มแน่น รู้สึกผิดมากมายที่จากไปโดยทิ้งเพียงข้อความไว้เบื้องหลัง แต่เอริคกลับไม่มีร่องรอยความโกรธเคืองแม้แต่น้อย และยังคงรอคอยการได้พบกันอีกครั้ง



‘ ทุกอย่างมีช่วงเวลาของมัน...ถึงเวลาที่นั้นคุณก็จะรู้เองว่าผมหมายความว่าอะไร ’



“อย่าหายไปอีกนะ”

ฮเยซองหันไปกอดคนเดินตามหลังด้วยความตื้นตัน ในที่สุดเจ้าตัวก็เลือกที่จะทำตามเสียงเรียกร้องของหัวใจที่ยังคงรอคอยไออุ่นจากอ้อมกอดนี้มาตลอด น้ำตาที่เก็บไว้ก็พรั่งพรูออกมาอย่างง่ายดาย


“ชั้น...ขอโทษนะ ฮึก ~ ขอโทษจริงๆ”


“มาเริ่มกันใหม่นะ” เอริคเอ่ยพลางลูบหัวเบาๆ ก่อนกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นแทนการปลอบโยน


อุณหภูมิรอบตัวค่อยๆ ลดต่ำลงเรื่อยๆ พร้อมกับละอองหิมะบางเบาโปรยปราย นี่อาจจะเป็นหิมะสุดท้ายสำหรับฤดูกาล แต่ก็ไม่ได้ทำให้สองร่างที่เดินเคียงกันรู้สึกเหน็บหนาวเลยแม้แต่น้อย อาจเป็นเพราะอิทธิผลของความรัก ที่เผื่อแผ่ความอบอุ่นไปยังคนสองคนที่กลับมาพบกันอีกครั้งพร้อมกับการเริ่มต้นใหม่


แม้บางอย่างจะไม่ใช่เรื่องบังเอิญ...แต่...ใครจะแคร์ล่ะ ในเมื่อมันทำให้เราต่างมีความสุข เสียงเพลงคลอเบาๆ ดังมาจากร้านอาหารที่อยู่ไม่ไกลกันนัก



มันเป็นเรื่องบังเอิญหรือตั้งใจ

มันเกิดขึ้นจริงๆหรือฝันไป

การที่เรานั้นได้พบกันที่บนโลกนี้

ก็ไม่รู้จะพูดมันอย่างไร

แต่หมดทั้งหัวใจที่ฉันมี ฉันเชื่อว่าสิ่งนี้


คือเรื่องมหัศจรรย์ที่เราได้พบกัน

คือเรื่องมหัศจรรย์ที่ฉันได้รักเธอ

คือเรื่องมหัศจรรย์ที่สุดที่ฉันเคยได้เจอ เธอ....คือเรื่องมหัศจรรย์ **



THE END


*“I’m Fine : Kim Dongwan
**เรื่องมหัศจรรย์ : โซฟา




 

Create Date : 31 ตุลาคม 2558
5 comments
Last Update : 1 พฤศจิกายน 2558 5:58:42 น.
Counter : 696 Pageviews.

 

กรี๊ดดดดดดดดดดดดด ลุ้นพอๆ กับโหวตรายการเพลงให้ผู้ชาย (มันขนาดนั้นเลย?? 555) ในที่สุดเค้าก็กลับมาหากัน แม่ยกปลาบปลื้มมมมมมม ส่วนคู่เล็กก็น่ารักมากกกกกกกกก อ่านไปยิ้มไปกันเลยทีเดียว อีกคู่หนึ่งก็ติ้งต้องเสมอต้นเสมอปลายจริงๆ 555 ชอบเรื่องนี้มากน่าร้ากกกกก

ขอบคุณสำหรับการสร้างสรรผลงานคุณภาพนะคะน้อง
รอเรื่องต่อๆ ไปล่ะ อิอิ

 

โดย: Nantta IP: 114.109.174.93 1 พฤศจิกายน 2558 20:02:21 น.  

 

จบแย้ว แงโฮฮือ จะไม่มีฟิกอ่านอีกแล้ว (ประเด็นรึ?) ตอนแรกหลงเกลียดคุณพ่อตั้งนาน แต่มาทำคะแนนตอนท้าย ให้อภัยค่ะ แอบใจเต้นตึกตักให้กับรูปแอบถ่ายด้วย ฮึ้ยย หน้าร้อนผ่าวอารมณ์สาวน้อยอ่านการ์ตูนโชโจมังงะ

ขอบคุณกับฟิกนะคะ แล้วก็รอเรื่องใหม่ด้วยค่า ฮี่ๆ

 

โดย: kuwari IP: 202.183.153.114 2 พฤศจิกายน 2558 17:20:54 น.  

 

กรี๊ดดดดดดดดดดจบแล้ววววววว อ่านจบแล้วกะยังคงรู้สึกเศร้าอ่ะ ใจร้ายบอกขอหวาน ๆ ส่งท้ายหน่อยกะไม่ได้กระซิก ๆ ดีนะที่มีความหวานของอิคู่เล็กคุณหมอกะอิบอดี้กร์าดน่าร๊ากกกกได้ใจ^^
โรแมนติคมากอ่ะ my lover อร้ายยยยยยว่าแต่มันไปแอบถ่ายกันตอนไหนนะอยากรู้5555555
เฮ้ออออจบไปแล้วต่อไปอ่านไรอ่าาาาาา ตั้งความหวังไว้สูง ๆ ว่าไรต์ต้องกลับมา?^^
ขอบคุณสำหรับฟิคดี ๆ นะค่าาาาาม๊วฟฟฟฟฟฟ

 

โดย: jinny IP: 119.42.78.69 3 พฤศจิกายน 2558 23:15:56 น.  

 

โอ้ย น้ำตาจิไหล ลุ้นแบบสุดๆๆ แฮปปี้ซะทีเนอะ

 

โดย: beer (สมาชิกหมายเลข 2664397 ) 6 พฤศจิกายน 2558 9:55:59 น.  

 

สวัสดีนะจ้ะ เราแวะมาเยี่ยมนะจ้ะ ^____^ สักคิ้ว 6 มิติ ลบรอยสักคิ้วด้วยเลเซอร์ ลบรอยสักคิ้ว Eyebrow Tattoo Removal เพ้นท์คิ้วลายเส้น เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ
ให้ใจหายใจ สุขภาพ วิธีลดความอ้วน การดูแลสุขภาพ อาหารเพื่อสุขภาพ ออกกำลังกาย สุขภาพผู้หญิง สุขภาพผู้ชาย สุขภาพจิต โรคและการป้องกัน สมุนไพรไทย ผู้หญิง ศัลยกรรม ความสวยความงาม แม่ตั้งครรภ์ สุขภาพแม่ตั้งครรภ์ พัฒนาการตั้งครรภ์ 40 สัปดาห์ อาหารสำหรับแม่ตั้งครรภ์ โรคขณะตั้งครรภ์ การคลอด หลังคลอด การออกกำลังกาย ทารกแรกเกิด สุขภาพทารกแรกเกิด ผิวทารกแรกเกิด การพัฒนาการของเด็กแรกเกิด การดูแลทารกแรกเกิด โรคและวัคซีนสำหรับเด็กแรกเกิด เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อาหารสำหรับทารก เด็กโต สุขภาพเด็ก ผิวเด็ก การพัฒนาการเด็ก การดูแลเด็ก โรคและวัคซีนเด็ก อาหารสำหรับเด็ก การเล่นและการเรียนรู้ ครอบครัว ชีวิตครอบครัว ปัญหาภายในครอบครัว ความเชื่อ คนโบราณ

 

โดย: peepoobakub 13 มีนาคม 2560 15:50:11 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


แม่ยกชินฮวา
Location :
พิษณุโลก Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 9 คน [?]




Friends' blogs
[Add แม่ยกชินฮวา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.