Group Blog
 
<<
เมษายน 2555
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
1 เมษายน 2555
 
All Blogs
 
ดูดนิ้ว นิสัยนี้หนูเลิกได้



ดูดนิ้ว นิสัยนี้หนูเลิกได้
(รักลูก)
โดย: บุษกร

          นิสัยดูดนิ้วนี้เลิกไม่ยาก เรื่องนี้คุณพ่อคุณแม่ช่วยหนูได้ค่ะ

การดูดนิ้วทำให้หนูเพลินใจดีนี่คะ หนู ๆ บางคนเลยไม่ค่อยอยากเลิกเท่าไหร่ ยังดูดนิ้วมาจนถึงวัยเตาะแตะ แต่รู้ไหมคะว่าดูดนิ้วไปนาน ๆ จนติดเป็นนิสัย จะทำให้ฟันของหนูเหยิน ห่าง และไม่สวยได้ ซึ่งเรื่องนี้คุณพ่อคุณแม่ช่วยหนูได้ นิสัยดูดนิ้วนี้เลิกไม่ยาก และมีวิธีเลิกโดยไม่ทำให้หนู ๆ เจ็บช้ำน้ำใจ หรือขัดขวางพัฒนาการของหนูอีกด้วยล่ะ

การดูดนิ้วถือว่าเป็นพฤติกรรมปกติที่พบได้ในเด็กเล็ก ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุประมาณ 2 ขวบ โดย

ดูดนิ้ว นิสัยนี้หนูเลิกได้

ดูดนิ้วใช่เรื่องใหญ่

อย่างไรก็ตามคุณพ่อคุณแม่ต้องเข้าใจก่อนว่าการดูดนิ้วของลูกไม่ใช่สิ่งผิดปกติ ตรงกันข้ามเป็นสิ่งที่ทำให้ลูกมีความสุขเพลินใจ ดังนั้นถ้าจะให้ลูกเลิก ก็ต้องถนอมน้ำใจกันหน่อย และต้องมีวิธีที่แนบเนียน เพื่อไม่ให้หนูเกิดอาการต่อต้าน ขัดใจ หรือมีพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์อื่น ๆ ตามมายิ่งกว่าดูดนิ้วเสียอีก ไม่ว่าจะเป็นฉี่รดที่นอน หรือกัดเล็บ เป็นต้น

ซึ่งวิธีปรับพฤติกรรมนี้ก่อนอื่นก็ต้องดูก่อนค่ะว่า การดูดนิ้วของลูกนั้นมีสาเหตุมาจากอะไร หนูน้อยบางคนดูดนิ้วเพราะรู้สึกเพลิดเพลิน บางคนหงอยเหงาเลยปลอบตัวเอง บางคนต้องการทดแทนเมื่อพ่อแม่หรือผู้เลี้ยงดูไม่ให้เด็กดูดนมจากขวดอีกต่อไป เพราะเห็นว่าโตพอจึงให้ลูกดื่มนมจากแก้วหรือจากกล่อง แต่เจ้าหนูยังไม่คุ้นรู้สึกคับข้องใจเลยดูดนิ้วแทนการที่ไม่ได้ดูดนมจากขวด

สาเหตุอีกอย่างที่น่าสนใจก็คือ ดูดนิ้วเพราะต้องการเรียกร้องความสนใจจากพ่อแม่และผู้ที่อยู่โดยรอบของเขา เพราะเด็กจะสังเกตเห็นว่า พอเขาดูดนิ้วแล้วพ่อแม่จะเข้ามาเล่นด้วย มาห้ามปรามไม่ให้ดูดนิ้วทันทีก็เลยใช้พฤติกรรมเรียกพ่อแม่เข้ามาหาค่ะ

พ่อแม่นั่นล่ะที่ทำให้หนูอยากดูดนิ้ว

สาเหตุสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้เด็กดูดนิ้วไม่เลิกก็อยู่ที่พ่อแม่เองด้วยเหมือนกันค่ะ นั่นก็คือเด็กที่ดูดนิ้วจนโตนั้นมักเกิดจากการปฏิบัติที่ไม่เหมาะสมของผู้เลี้ยงดู เช่น การที่พ่อแม่กังวลมาก คอยสนใจกับการดูดนิ้วของลูก คอยตีเมื่อลูกเอามือเข้าปาก วิธีเหล่านี้จะทำให้เด็กกังวล หงุดหงิด โกรธ ซึ่งอารมณ์เหล่านี้กลับยิ่งกระตุ้นให้กลับมาดูดนิ้วมากขึ้น เพื่อทำให้เกิดความเพลิดเพลิน และมักจะแอบทำเพื่อไม่ให้ผู้ใหญ่เห็น

สำหรับแนวทางแก้ไข ในเบื้องต้นนั้นพ่อแม่ควรเข้าใจว่าการดูดนิ้วนั้นไม่ได้เป็นเรื่องอันตรายหรือผิดปกติหรือร้ายแรงแต่อย่างใด แต่เป็นนิสัยซึ่งต้องการเวลาในการปรับ เลิก คุณพ่อคุณแม่ควรแนะนำและให้กำลังใจให้เด็กหยุดนิสัยนั้น การปฏิบัติที่เหมาะสมคือ ลดความกังวลลง เลิกสนใจกับการดูดนิ้วของเด็ก แต่พยายามสนใจตัวเด็กให้มากขึ้น พูดคุยทักทายหนูตามปกติ และเบนความสนใจของเด็กมาสู่กิจกรรมอื่น ๆ ที่น่าสนใจแทน ให้ของเล่นที่ต้องใช้มือช่วยในการเล่น เช่น ลูกบอล ไม่นานนักหนูน้อยก็จะเลิกดูดนิ้วไปได้เองค่ะ

ยุทธวิธีรับมือเมื่อลูกดูดนิ้ว

ควรตัดเล็บของน้องหนูให้สั้น ล้างมือลูกให้สะอาดอยู่เสมอ หมั่นสังเกตว่านิ้วมือของลูกมีอาการอักเสบ คัน หรือเป็นแผลจากการดูดนิ้วหรือไม่

อย่าดุหรือว่าลูกต่อหน้าคนอื่นเวลาที่ลูกดูดนิ้ว เพราะจะทำให้หนูน้อยเกร็ง เครียด และยิ่งทำบ่อยกว่าเดิม ทางที่ดีควรดึงมือออกแล้วเบี่ยงเบนความสนใจ เช่น ชวนไปเล่นของเล่น หรือเล่านิทานให้ฟัง เป็นต้น

อย่าตรงเข้าไปดุว่าลูกทันที เวลาที่ลูกดูดนิ้ว โดยเฉพาะในเด็กที่ดูดนิ้วเพื่อเรียกร้องความสนใจ เพราะถ้าเด็กจับสังเกตได้ว่าทุกครั้งที่ดูดนิ้ว พ่อแม่จะต้องรีบวิ่งเข้ามาห้ามปรามและดูแล หนูน้อยจะเลิกไม่ได้ ดังนั้นเวลาที่เห็นลูกดูดนิ้ว พ่อแม่อาจรอสักพัก แล้วค่อย ๆ เข้าหาลูก ชวนไปเล่นอย่างอื่นอย่างแนบเนียน ไม่บุ่มบ่าม

ฝึกให้เด็กหัดใช้มือ หาของเล่นที่ต้องมีการฝึกทักษะมือให้ลูกเล่น เช่น ลูกบอล พอใช้มือมาก ๆ สุดท้ายลูกก็จะลืมเรื่องเอานิ้วเข้าปากไปเอง เป็นการช่วยเบี่ยงเบนพฤติกรรมลูกได้ ไม่นานพฤติกรรมนี้ก็จะหายไปได้ในที่สุด

หากิจกรรมอื่น ๆ ที่ลูกชอบให้ทำ อย่าปล่อยให้หนูว่าง ซึ่งจะทำให้หนูไม่มีเวลาว่างมานั่งดูดนิ้วได้ ให้เล่นในสิ่งที่ชอบจนกว่าลูกจะง่วงหลับไปเอง ในการเลิกระยะแรก ๆ หนูๆ อาจมีการดูดนิ้วอีกบ้างหากมีความวิตกกังวล แต่ในที่สุดก็จะเลิกดูดได้

เลิกนิสัยชอบดูดได้ ดีกับฟันหนู

ดร.จอห์น เจ. วอร์เรน แห่งมหาวิทยาลัยไอโอวา ได้ศึกษาเด็ก 327 คนตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ 5 ปี โดยครอบคลุมทั้งการดูดนมแม่และดูดนิ้วกับหัวนมหลอก

ดร.วอร์เรนรายงานในวารสาร American Journal of Orthodontics and Dentofacial Orthopedics ว่า โดยภาพรวมแล้วเด็กที่ดูดหัวนมหลอกจนอายุเกิน 2 ขวบมีโอกาสที่จะมีฟันล่างห่างมากกว่าเด็กที่ดูดนิ้ว และเด็กที่ดูดนิ้วนานเกิน 2 ปี ก็มีโอกาสเป็นเด็กฟันเหยิน คุณหมอบอกอีกว่า การดูดแรง ๆ โดยเฉพาะดูดนิ้วจะดันให้ซี่ฟันห่าง โดยเด็กที่เลิกดูดนิ้วหรือหัวนมหลอกตอนอายุ 2-3 ขวบก็ยังพบว่ามีฟันห่างได้

ดร.รอเรน แนะนำว่า ช่วงเวลาที่ควรจะให้เด็กเลิกนิสัยชอบดูดได้แล้วก็คืออายุ 24 เดือน แต่ทางที่ดีไม่ควรปล่อยให้เด็กติดนิสัยดูดนิ้วมาตั้งแต่แรก ควรเบี่ยงเบนความสนใจลูกเวลาที่ลูกดูดนิ้ว ด้วยวิธีที่ค่อยเป็นค่อยไปมาเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่องดีกว่าจะมาให้เลิกทีเดียวตอน 2 ขวบ






ขอขอบคุณข้อมูลจาก





Create Date : 01 เมษายน 2555
Last Update : 1 เมษายน 2555 1:29:07 น. 0 comments
Counter : 587 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ลูกน้ำกว๊าน
Location :
พะเยา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ยินดีต้อนรับทุกท่าน นะคะ




อยากมีและอยากรู้จัก เพื่อนที่มีที่มาต่างกัน และอยากร่วมแชร์ ประสบการณ์ให้คนอื่น ได้รับรู้บ้าง เพื่อนๆชาว บลอคแกงค์เป็นอะไรที่ ใช่เลย ที่คอยอยู่ด้วยกัน ตลอดเวลา พอเรา เปิดดูครั้งใดก็จะมีคน นั่งเขียนบลอก นั่งอยู่ที่ หน้าจอ คอยเป็นเพื่อน กันเสมอ รัก ทุกคนใน บลอกแกงค์ ค่ะ
: Users Online
Friends' blogs
[Add ลูกน้ำกว๊าน's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.