ความรัก สวนลุมฯ สุมทุม พุ่มไม้

สวนลุมพินี
อาทิตย์ที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๔๙ ๑๔.๓๐




อากาศเย็นๆ หญ้าสีเขียวหม่น เก้าอี้สนามข้างถนน ผู้คนเดินผ่าน
นั่งลงตรงนี้ก็แล้วกัน …อยากพัก ...อยากพูดคุยกับตัวเอง
.
.
บางครั้ง การได้นั่งอยู่เงียบๆเพียงลำพัง ก็เป็นการให้คุณกับชีวิต
ใช่จะมีแต่ความเงียบเหงาอ้างว้าง อย่างที่เคยเป็นมาแทบทุกครั้งที่อยู่คนเดียว
เสียงร้องของนกกา ไม่ได้ชวนให้ฟังวังเวงเหมือนเช่นก่อน
แลฝูงนกพิราบที่มาจิกกินเมล็ดพืชที่เด็กๆหว่านพรมลงบนผืนหญ้า ก็ช่างน่ารัก
เช่นเดียวกับปลาใหญ่ ปลาเล็กปลาน้อยต่างแย่งกันฮุบกลืนเศษขนมปังที่ลอยปริ่มๆอยู่ผิวน้ำ
สาวน้อยพลอดรักกับชายหนุ่ม ช่างดูงดงาม ใครหนอจะกล้าตำหนิพลังของความรัก

ผมใช่อยู่เพียงลำพัง ผมกำลังจะชวนความคิดตัวเองออกมานั่งคุยกัน

ท้องฟ้าใสกระจ่าง ปราศจากก้อนเมฆรุงรัง แต่มีนกน้อยใหญ่บินโฉบไปมา มองไปก็เพลินดี
ใบไม้ร่วงหล่นเพราะอากาศแห้งและลมที่โชยพัด
ทำให้สุภาพสตรีท่านหนึ่งต้องทำงานหนักมากยิ่งขึ้น
ในการเก็บกวาดเพื่อให้ผิวถนนสะอาด และทำให้อีกหลายๆคนรู้สึกสบายตา
เก้าอี้ยาวฝั่งตรงข้ามร้างคนจับจอง เพียงเพราะมีแดดอ่อนๆที่สาดแสงลอดเงาไม้ส่องลงมา
ดูท่าว่าจะร้อน แต่อากาศตอนบ่ายแก่ๆกลับเย็นสบายผิว ภายใต้เสื้อที่ใส่ทับถึงสองชั้น
วัฒน์ วรรลยางกูร กับ คือรักและหวัง นอนอ้อยอิ่งอยู่บนเก้าอี้สีน้ำมันเขียวเข้ม ที่เพิ่งทาเมื่อวานนี้กระมัง
โยโย มา กำลังขับกล่อมคนในสวนนี้ด้วยเสียงเชลโล่อันเต็มเปรี่ยมไปด้วยอารมณ์ของเขา
ฟังสิ ดนตรีแทงโก้ที่แว่วหวาม เสียงลมโชยเอาใบไม้เล็กๆปลิวลู่ไปกับผิวถนน
เสียงนกกา เสียงปลาฮุบเหยื่อ คำพรอดรักที่ลอยมากับลม เสียงหัวใจบิดขี้เกียจ
กลิ่นหอมอ่อนบางของต้นหญ้า สีน้ำมัน กลิ่นของผู้คน ของพ่อ-ลูก
กลิ่นของความรัก แต่ใช้หัวใจดมเอานะ จมูกของคนเรามันหยาบไป

ดูสิ ผมใช่อยู่เพียงลำพัง มีนักเชลโล่ นักเขียน และทัศนียภาพอันงดงามแวดล้อมผมอยู่มากมาย




ชีวิต เกิดมาเพื่อทำสิ่งใดบ้าง ผมเริ่มถามตัวเอง
แล้วแต่ละชีวิตแต่ละคนจะคิดเห็นเหมือนกันไหม ผมเริ่มซักต่อไปอีก
ชีวิต คืออะไร ใช่เกิดมาเพื่อทำกิจการงาน เพื่อค้นหาทางหลุดพ้น โถ...ชีวิตมันน่าเบื่อขนาดนั้นเชียวหรือ
หรือเพื่อเรียนรู้ทำความคุ้นเคยกับความรัก และความหมายของคำอื่นๆในชีวิต สุข ทุกข์ สงบ ร้อนรน ฯลฯ
ในช่วงชีวิตอันแสนยาวนานหรือแสนสั้นของคนเรา ก็คงโฟกัสไปแต่ละเรื่องแตกแตกต่างกัน ตามวันและวัย

ผมเองเกิดมามีคนรักและเอ็นดูแต่เยาว์วัย ทั้งพ่อแม่ ลุงป้า คุณตาย่ายาย ไก่ในเล้า ไอ้ทุยในคอก
กระทั่งเพื่อนเล่นข้างบ้าน แต่เหมือนผมยังไม่รู้จักความรักดีเท่าไร หรือผมจะตั้งใจหาความหมายมันเกินไป
พ่อที่เดินจูงลูกชายตัวน้อยผ่านหน้าไป ทำให้หวนคิดถึงเสียงคุณพ่อที่โทรมาหาเมื่อวาน เสียงของความรัก
คู่รักบนจักรยานน้ำรูปหงส์ตัวโต ทำให้นึกย้อนไปเห็นรอยยิ้มของคุณย่า
และเรื่องราวความรักอันแสนหวาน ยามที่ท่านเล่าถึงความโรแมนติคของคุณปู่ให้หลานฟัง

ดวงตาที่พร่าเลือนแทบมองไม่เห็นข้างหนึ่งนั้น กลับดูเหมือนมีประกายวิบวับ ไม่ต่างจากอีกข้าง
แก้มที่เหี่ยวย่น หากย้อนเวลากลับไปในวัยสาวได้ คงจะสุกปลั่งเพราะเลือดลมที่สูบฉีด
น้ำเสียงที่สั่นเครือ เจือไปด้วยความเขินอายอย่างสาวรุ่น
พูดไปก็ยิ้มไป หลายตอนที่ท่านอมยิ้มนิ่งอยู่นาน
เหมือนจะปล่อยให้หลานใช้จินตนาการถึงเรื่องราวเอาเอง
ท่านเล่าราวกับเรื่องราวต่างๆนั้นเพิ่งเกิดขึ้น และยังคงดำรงอยู่นิจนิรันดร์
ทั้งที่ความจริงแล้ว คุณปู่ได้จากท่านไป ทิ้งให้อยู่เพียงลำพัง ตั้งแต่หลานชายคนนี้ยังไม่ถูกตัดสายสะดือ
แต่ในความทรงจำของหญิงชรา เรื่องราวต่างๆยังคงแจ่มชัด และประทับตราตรึงอยู่ภายในใจมาตลอด
ผมหวังว่าตอนนี้ท่านคงได้พบกับคุณปู่แล้ว และคงเล่าถึงความน่ารักของหลานๆให้คุณปู่ฟังอย่างไม่รู้เบื่อ
แต่ท่านก็ไม่ได้ทิ้งหลานคนนี้ไปไหน ท่านได้ทิ้งมรดกชิ้นใหญ่ไว้ให้กับผม
พ่อบ่อน้ำตาตื้น อารมณ์อ่อนไหว พ่อคนช่างพูดช่างฉอเลาะ ท่านฝากไว้กับหลานชายคนนี้
รวมไปถึงการที่เป็นคนช่างจดจำเรื่องราวความรักอันน่าประทับใจ ท่านฝากเอาไว้ในสายเลือด
น่าทุกข์ใจก็ตรงที่ผมมีเรื่องราวและผู้คนให้รู้สึกประทับใจ มากกว่าคุณย่าหลายคนเท่านั้นเอง




ลมเย็นพัดผ่านไปอย่างเบาๆ ใบไม้ใบเล็กใบน้อยปลิวลู่ไปตามกัน เสียงที่กระทบกันนั้นช่างน่าฟัง
กระดาษในหน้าหนังสือพลิกเปิดพึ่บพั่บรับแสงแดดอุ่นๆ มันคงกลัวตัวละครในนิยายจะเหน็บหนาวกระมัง
ช่างน่ารักเสียจริง ห่วงใยกระทั่งตัวผู้ร้ายแสนเย็นชา นี่แหละหนา ความรัก

ผมกำลังมีความรัก เริ่มรู้สึกรัก ห่วงใยตัวเอง และรักที่จะเห็นตัวเองมีความสุข
ต่างจากก่อนหน้านี้ที่มีความเชื่อว่า ชีวิตควรถูกเติมเต็มด้วยหยดน้ำตา และค่ำคืนคู่ควรกับความเงียบเหงา
หลายๆคนอาจจะเริ่มรู้สึกรักตัวเอง หลังจากที่น้ำตาเหือดแห้งไป และสมองเริ่มชุ่มฉ่ำไปด้วยสติปัญญา
แต่ผมกลับเกิดความรู้สึกเช่นนี้ขึ้นหลังจากที่รู้ตัวว่ากำลังเดินลงไปในหลุมรักของคนๆหนึ่ง
ครับ ผมเลือกที่จะเดินลงไป แทนที่จะตกลงไป ผมยังไม่อยากแข้งขาหัก แล้วปีนขึ้นจากหลุมไม่ไหว
นอกจากผมจะเริ่มรู้สึกรักตัวเองแล้ว ผมยังเริ่มที่จะรู้สึกรักใครในแบบที่ผมยังไม่เคยรักอีกด้วย
ฟังดูเหมือนเป็นการเริ่มต้นความรักที่ดี ผมก็อยากให้มันเป็นเช่นนั้นเหมือนกัน
แต่มันก็เป็นสิ่งใหม่สำหรับชีวิตผมทั้งสองอย่าง ยังไม่แน่ใจตัวเองว่าจะทำได้ดีแค่ไหน

ลองคิดดูครับ รักโดยไม่ต้องคาดหวังสิ่งใด ไม่แม้กระทั่งการได้รักตอบ
ให้ป่วยสิ ฟังดูเหมือนจะมีแต่เทวดานางฟ้าเท่านั้นที่ทำได้
แน่นอนครับ ผมคงทำเช่นนั้นไม่ได้ในตอนนี้แน่ๆ
แต่จากสมองอันทึบทื่อและหยิ่งผยองของผม มันทำให้ค้นพบสัจธรรมสำหรับผมเพียงคนเดียว ว่า
“ ความคาดหวัง เป็นหนทางสู่ความเสื่อมของทุกความสัมพันธ์ ”
แต่ถ้าฉลาด ก็จงอย่าคาดหวังมาก ผมเฝ้าบอกตัวเองอย่างนี้ ทั้งที่ไม่แน่ใจตัวเองว่าฉลาดจริงหรือเปล่า
ถึงตอนนี้แค่ยังได้รับความปรารถนาดีเหมือนที่เคยผ่านมา หรือจะมีเพิ่มขึ้นอีกนิด ก็ดีแล้ว
คุณยังไม่ต้อง (หรืออาจจะไม่เคยคิด) รักตอบผมหรอก เพราะถ้าผมรู้ว่าถูกรักแล้ว
มันอาจจะนำมาซึ่งความคาดหวังต่อๆไปที่มากขึ้น ซึ่งแม้จะทำให้มีความสุขเพิ่มขึ้น
แต่ก็อาจจะทำให้เหนื่อยมากขึ้นด้วยเช่นกัน ผมไม่อยากให้คุณเหนื่อยเพราะผม
ผมอยากเห็นคุณมีความสุขมากกว่า
และผมก็รักตัวเอง อยากให้ตัวเองมีความสุขเช่นกัน
ตราบใดที่จินตนาการของผมยังไม่พิการ ผมก็ยังสามารถวาดฝันเวลาแห่งความสุขที่มีกับคุณได้

ความจริงแล้ว ผมเดินลงมาในหลุมรักนี้ ทั้งที่เจ้าของมิได้เชื้อเชิญยินดี
เพียงเพราะผมมองเห็นบางสิ่งล้ำค่าอยู่ข้างในนี้ ...บางสิ่งที่วางไว้เฉยๆก็หามีค่าไม่
ในเมื่อเจ้าของหลุมยังไม่ออกปากขับไสไล่ส่ง
ผมยังคงก้มหน้าบ้าง เงยหน้าบ้าง ค่อยๆตักตวงทรัพย์ในดินสินก้นหลุมมาใส่ตัว
หลายๆครั้งผมก็ออกมาเดินเล่นนอกหลุมเพลินๆ
เพียงเพราะเกรงว่าเจ้าของเขาจะรำคาญใจถ้าผมยึดติดเขามากไป

หลุมนี้เป็นหลุมสี่เหลี่ยม กว้างยาวและทำมุมเท่ากันทุกด้านทุกมุม
ส่วนผมเองนั้นเหมือนวัตถุทรงกลม ที่ดูผิดที่ผิดทางกับหลุมนี้ชอบกล
หลายครั้งเหมือนกัน ที่ผมก็เข้าไปสัมผัสไม่ถึงมุมต่างๆของหลุมนี้เท่าไรนัก
เขาคงสงวนไว้ให้กับวัตถุที่มีเหลี่ยมเช่นกันได้เข้าไปเรียนรู้ วัตถุที่ดูเหมาะสมกันมากกว่า
ก้อนกลมๆอย่างผมมีโอกาสกลิ้งไปกลิ้งมาได้ถึงเพียงนี้ก็น่าจะพอใจแล้ว
ใช่ ตอนนี้ผมก็พอใจ และได้รับความกรุณามากกว่าที่คาดหวังเอาไว้เสียด้วยซ้ำ




ผมเป็นคนประเภทที่ประทับใจ และรักใครได้ง่ายๆ
ง่ายซะจนที่บางครั้งก็ไปรักคนที่ไม่สมควรจะรัก รักแม้กระทั่งรู้ทั้งรู้ว่าเป็นไปไม่ได้
แต่จะเป็นไรไป คิดในแง่ดี อย่างน้อยก็ยังดีกว่าคนที่ไม่เคยรักใคร
แต่ถามผมว่า “รักเป็น” หรือเปล่า ผมไม่แน่ใจนัก ที่พลาดพลั้งมาหลายครา คงให้คำตอบได้ดีกว่า
ที่ผ่านมาคง “เป็นแต่รัก” เสียทั้งนั้น แต่เอาเถอะ อย่างน้อยก็ได้เหยียบย่างเข้ามารู้จักกับความรักแล้ว

จะเป็นไรไป ความรักหาใช่เงินทอง ที่ยิ่งใช้ก็จะยิ่งหมดเปลืองไป
ผมมองว่าการมีความรัก เหมือนกับการออกกำลังกายหรือเล่นกีฬา ยิ่งเล่นยิ่งได้
อาจจะมีเหนื่อยล้าหรือเคล็ดขัดยอกบ้าง แต่ก็ทำให้ร่างกายและหัวใจแข็งแรง ชีวิตเป็นสุข
อาจจะเกิดอุบัติเหตุ ถึงทำให้เจ็บปวดบ้าง แต่ก็ทำให้เกิดการเรียนรู้
รู้ว่าเล่นอย่างไรแล้วจะเจ็บก็หลีกเลี่ยงมัน
แต่ถึงแม้จะเจ็บซ้ำแล้วซ้ำอีก ก็ไม่เห็นเป็นไร คนเราพลาดกันได้ ผมไม่ถือเอามาเป็นเหตุผลใช้กักขังหัวใจตัวเอง
แต่ถ้าไม่พลาดหล่ะ .......ร่างกาย หัวใจ ชีวิตของเราจะได้รับประโยชน์ขนาดไหน

กีฬาแต่ละประเภทก็ให้ความเพลิดเพลินและพัฒนาร่างกายในส่วนที่ต่างกัน
คนที่เรามีความรักให้ก็เช่นกัน ต่างคนก็ให้แง่มุมของชีวิตที่แตกต่างกันออกไป
ครั้งนี้ก็เช่นกัน แม้มันอาจจะเหมือนกีฬาที่ผมเล่นอยู่เพียงลำพังคนเดียว
แต่ผมคิดว่า ผมคงได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่างที่ผมยังไม่เคยได้เรียนรู้จากใคร หรือจากคนรักเก่าๆ
และเป็นการเรียนรู้ที่ควรที่จะรู้จักในช่วงชีวิตของคนๆหนึ่ง โดยเฉพาะคนอย่างผม

มันคงไม่ผิดหรอกนะครับ ที่ตอนนี้ผมเลือกที่จะรักใครสักคนด้วยเหตุผลง่ายๆอย่างนี้
ซึ่งความจริงแล้ว เหตุผลต่างๆที่ผมยกมาคงเป็นเพียงแต่ข้ออ้าง
ข้ออ้างที่ผมนำมาสนับสนุนเสียงเรียกร้องของหัวใจเขลาๆ ที่รู้สึกรักใครบางคนไปแล้ว ก็เท่านั้นเอง
หัวใจซึ่งอยู่เหนือเหตุผลใดๆเสมอของผม My Foolish Heart




อากาศเริ่มเย็นลงเรื่อยๆ ความอบอุ่นของแสงแดดหาอยู่ได้ยั่งยืนฉันใด
ความสุขของหัวใจที่ผมได้พร่ำเพ้อออกไป ก็หาได้คงนิจนิรันดร์เฉกเช่นเดียวกัน
เพียงแต่เวลาสิ้นสุดแห่งความสุขนั้น ผมเองก็ไม่อาจรู้ว่าจะมาถึงเมื่อไร
ใบไม้สีเขียวสดใสในวันนี้ อีกกี่วันหนอถึงจะแห้งเหี่ยวร่วงโรย โปรยปลิวไปตามลม ...ไม่มีใครรู้
การมีความรักมาประทับอยู่ในใจ หาได้ต่างจากต้นไม้มีใบประดับอยู่
ชีวิตที่มีความรัก ต้นไม้ที่มีใบ ก็ดูเป็นต้นไม้ที่ร่มรื่น ก็ดูเป็นชีวิตที่เต็มชีวิต
ใบช่วยปรุงอาหารให้ต้นไม้ฉันใด ความรักก็ปรุงรสชาดต่างๆให้กับชีวิตฉันนั้น
เราอาจจะอยู่ได้หากปราศจากความรัก ดังต้นไม้ร้างใบในฤดูหนาว
ต่างกันตรงที่ถึงฤดูกาลแล้ว ต้นไม้ก็จะผลิใบของมันออกมาตามธรรมชาติ
แต่ชีวิตคนเรา แม้จะมีฤดูกาลของชีวิต แต่ช่วงเวลาต่างๆก็หาได้มีความแน่นอน
ในชีวิตของคนบางคน ต้นไม้แห่งความรักของเขาก็ผลิใบได้บ่อยกว่าต้นไม้หลายๆต้นเสียอีก
ในขณะที่บางคนก็อาจไม่เคยได้มีโอกาสได้ผลิใบเลย....ก็มี
แล้วต้นไม้ของคุณ แล้วชีวิตของผม ต้นไม้ที่สุขสงบของคุณ ชีวิตที่แห้งแล้งของผม คิดเห็นเช่นไร
ขอให้ผมเป็นใบไม้ใบเล็กๆบนต้นไม้แห่งความรักของคุณ
ขอให้คุณเป็นความรักที่สถิตย์ถาวรอยู่ในใจ เป็นดอกไม้ในชีวิตของผมเถิด ได้ไหม?

คราใดที่ได้พานพบกับคุณย่า คุณอาจจะเป็นความประทับใจที่ยาวนานที่สุด ที่ผมจะได้เล่าให้คุณย่าฟัง
แม้ท่านอาจจะตำหนิว่าคุณช่างสงวนถ้อยคำ ท่าที และไม่ค่อยจะโรแมนติคเหมือนคุณปู่เอาเสียเลย ก็ตาม

"ผมรักคุณ" ผมจะบอกคุณย่าอย่างนั้น ในวันที่เราได้เจอกันอีกครั้ง

...........

มะดัล



Song : Andante
Artist : Yo Yo Ma
Album : Soul of The Tango
Photo : Madun @ Lumpini Park


Create Date : 27 ธันวาคม 2549
Last Update : 28 ธันวาคม 2549 11:02:33 น. 8 comments
Counter : 324 Pageviews.

 

สวัสดีค่ะ แวะมาทักทายค่ะ มีความสุขมากๆ นะค่ะ


โดย: N_BEE810 วันที่: 27 ธันวาคม 2549 เวลา:23:38:21 น.  

 
วันนี้ เข้ามาอ่านแล้วค่ะ แต่ no comment ค่ะพี่ขา

สบายดีค่ะ ยังไหวอยู่ แต่ก็(ต้อง)ผ่านไปได้อยู่ค่ะ


โดย: neppen วันที่: 28 ธันวาคม 2549 เวลา:3:05:58 น.  

 
ความโรแมนติค นั้นสร้างสรรค์ขึ้นมาได้
แต่ความรักจริงใจ มันแสร้งให้รู้สึกอย่างนั้นไม่ได้

มะดัล (28/12/2549 - 11.15น.)

................................................................

น้องเพ็ญครับ เข้มแข็งไว้นะครับ ตั้งใจอ่านหนังสือ
สอบเสร็จแล้ว ก็ค่อยๆคิดกันต่อไปครับ
พี่ขออวยพรว่าหลังปีใหม่ไปนี้ หนูจะพบเจอแต่ความสุขสงบในชีวิต
เรียนจบแล้วออกมาทำงาน หนูจะพบว่าชีวิตมีเรื่องให้น่าปวดหัวอีกมากมาย
จะกรรมาชน หรือปัญญาชนก็ตาม
ถึงตอนนั้น ด็อกเตอร์เพ็ญ ก็คงจะเข้าใจชีวิตมากขึ้นครับ

สวัสดีคุณ N_BEE810 ด้วยครับ


โดย: มะดัลลลลล (พ่อดอกมะดัน ) วันที่: 28 ธันวาคม 2549 เวลา:11:23:08 น.  

 
"สาวน้อยพลอดรักกับชายหนุ่ม ช่างดูงดงาม ใครหนอจะกล้าตำหนิพลังของความรัก"

ผมคนนึงละนะที่กล้าจะตำหนิ...

ถ้าพลังของความรักได้ถูกนำมาใช้อย่างไม่ถูกต้อง

ในโลกกลมๆใบนี้...มักจะมีสองส่วนที่ตรงข้ามกัน

ความรักเป็นได้ทั้งแสงสว่างที่นำเราไปสู่ทางแห่งความสำเร็จ

แล้วก็เป็นได้ทั้งพลังที่ดึงให้เราตกลงสู่ขุมนรกได้อย่างไม่ยากเย็นนัก

ก็ขอให้ความรักของมะดัน จงนำตัวเองไปสู่ทางที่ดี
ที่สุขที่สมหวังตลอดปีใหม่นี้นะ

แต่ก็จงสุขอย่างพอเพียงก็เพียงพอนะ
เพราะใช่ว่าเราหวังอะไรแล้วจะได้ทุกอย่างก็หาไม่....


โดย: Piano in the MorN_ing วันที่: 28 ธันวาคม 2549 เวลา:19:55:19 น.  

 
อารมณ์นั้นไม่คิดตำหนิใครครับพี่ฮิโรหมอน มองอะไรก็งามไปหมด
เขาจะนั่งกุมมือกัน นอนหนุนตักกัน จะออดอ้อนกันก็ทำไปเถิด
ยังงัยผมนั่งอยู่ตรงนั้นทั้งคน เขาคงไม่ทำอะไรให้นกกา ปลา กระรอกตกใจหรอกครับ
ขืนทำนะ ผมจะตะโกนเรียกคนทั้งสวนลุมมาดูเลย เหอๆๆ ถ้าเขากล้าขนาดนั้นนะ

ขอบคุณครับพี่หมอที่อวยพร ไม่แน่หรอกครับ
คืนวันปีใหม่ผมอาจจะนอนร้องไห้เหมือนปีที่ผ่านมาก็ได้
ชีวิตไม่มีอะไรแน่นอนอยู่แล้ว


โดย: มะดัลลลลล IP: 61.19.59.83 วันที่: 28 ธันวาคม 2549 เวลา:20:58:39 น.  

 
เพลงเพราะ เรื่องราวน่ารักดี และภาพสวยครับ


โดย: P Q BOY วันที่: 29 ธันวาคม 2549 เวลา:14:37:13 น.  

 
เข้ามาลงชื่อเพื่อขอบคุณอย่างเป็นทางการอีกครั้ง

สวนลุมฯ ของพี่ ทำให้สวนลุมฯ ของปลาทูมีชีวิตจ้ะ


โดย: ปลาทูอยู่ในเข่ง วันที่: 30 ธันวาคม 2549 เวลา:20:48:47 น.  

 
เอ่อดูดีมากครับ อ่านแล้วอยากไปเดินสวนลุม

ถ้าไม่ติดว่า
ก่อนนี้เอากล้องถ่ายรูปไปหัดที่สวนลุม แล้วอยู่ดีๆก็หน้ามืดแทบล้มทั้งยืนอ่ะครับ แต่ผมชอบฝินร่างกายอยู่แล้ว ก็เลยพอมีสติ หันไปเห็นมีคนยืนสังเกตการ์ณผมอยู่ห่างๆ พอเห็นผมหลับตานิ่งๆ คงนึกว่าผมหมดสติแล้ว ก็เดินเข้ามาหา แต่พอผมเงยหน้ามองก็ตกใจแกล้งเดินไปหลบมุมอ่ะ แล้วก็ไม่ยอมไปไหนเลยนะยืนมองผมอยู่อย่างนั้น ก็คิดได้อย่างเดียวว่าโดนป้ายยาแหงมๆ ก็เลยกัดฟันเดินออกไปเรียกแท็กซี่กลับบ้านอ่ะครับ ขนาดกลับบ้านอาบน้ำแล้ว ยังแทบอ๊วกเลยครับ ยามันแรงจริงๆอ่ะ


โดย: Touch IP: 58.64.54.155 วันที่: 3 มกราคม 2550 เวลา:22:12:44 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

พ่อดอกมะดัน
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





มีอะไรบ้างในบ้านหลังนี้


+ My Life : ช่างมัน มะดันไม่แคร์ ที่นี่คือที่ระบายอารมณ์ของผม ทั้งสุขทั้งเศร้า อาจจะมาในรูปของกลอน บทกวี หรืออะไรอีกก็ได้ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

+ My Voice : เสียงขึ้นจมูก ความสุขของมะดัน รักในเสียงดนตรีครับ แต่ในเมื่อเล่นเครื่องดนตรีอะไรไม่เป็นกะเขาเลย ก็ขอแหกปากละกัน เนื่องจากว่าเป็นเด็กแนว ก็เลยขอร้องเพลงแนวๆที่เห็นหล่ะครับ แนวคนแก่งั๊ยยย

+ My Dear Friend : พ่อยอดสหายที่รัก กล่องใส่จดหมายเปิดผนึกถึงเพื่อนรักคนหนึ่งของผม

+ My Love Life : รัก ล้มเหลว เรียนรู้ ทีแรกกะจะเขียนเรื่องความรักของตัวเองครับ แต่เนื่องจากขณะนี้อยู่ในสถานะโสด เลยขาดวัตถุดิบในการเขียน แต่ก็พอมีอะไรให้อ่านเล่นๆ

+ My Secret Admirer : เปนชู้กับมะดัน ที่นี่เป็นห้องเก็บศพของชู้รักของผม ไม่สมควรเข้ามายุ่มย่ามโดยเด็ดขาด เพราะเดี๋ยวโดนผีหลอก

+ My Thesis : ตามติดวิทยานิพนธ์ เริ่มนับถอยหลังแล้วครับ จะออกหัวออกก้อย ต้องมาลุ้นกันแล้ว

+ My Event : ตามๆเขาไป กิจกรรมนอกหลักสูตรทั้งหลาย ที่ติดตามเขาไป ขอบคุณทุกคนที่ชวนนะครับ

:: Special Thanks :: ขอบคุณผู้สร้างสรรค์ code ทุกอัน และภาพทุกภาพที่ผมนำมาใช้ตกแต่ง blog อาจจะไม่ได้ขออนุญาต แต่รับรองว่าไม่มีการแอบอ้างเป็นผลงานของผมเด็ดขาด

-----------------------------------------

มีอะไรจะคุยด้วย ก็ส่งหลังไมค์มานะครับ


Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2549
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
27 ธันวาคม 2549
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add พ่อดอกมะดัน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.