ไฟลนก้น วิทยานิพนธ์ ที่รัก : ตอนที่ 1 กำเนิดหัวข้อวิทยานิพนธ์




วันอาทิตย์ที่ 4 กุมภาพันธ์ 2550
เวลา 01.12 น. ณ ห้องนอนหนาวๆ โคราช


มะดัน : สวัสดีครับที่รัก เวลาผ่านไปได้อาทิตย์กว่าแล้วที่ผมตั้งใจว่าจะเขียนบันทึกระหว่างที่ทำวิทยานิพนธ์ให้ที่รักอ่าน แต่ก็ห่างหายไม่ได้เขียน พอๆกับที่วิทยานิพนธ์ก็ไม่ได้คืบหน้าไปมากเท่าไรนัก ให้ตายสิมนุษย์เหล็กไหล อย่างนี้ที่ตั้งใจไว้ว่าเมษายนจะเสร็จเนี่ย จะเป็นไปได้ไหมหนอ แต่จะเป็นไปได้หรือไม่ได้ ก็ต้องเป็นไปให้ได้เท่านั้น ทั้งต้องด่าตัวเอง กระตุ้นตัวเอง แถมต้องปลอบใจตัวเองต่างๆนาๆ กลยุทธิ์ใดที่คิดว่าพอจะใช้ได้ ต่างก็งัดออกมามากมายเพื่อให้งานชิ้นนี้ ซึ่งจริงๆก็ไม่ได้สลักสำคัญอะไรเลย แต่ทำไมถึงเวลานี้มันถึงได้มีอิทธิพลกับชีวิตผมมากมายก็ไม่รู้ได้

ที่รัก : ทำวิทยานิพนธ์เรื่องอะไรหล่ะ

มะดัน : ถึงตอนนี้ ถ้าใครผ่านมาอ่านเข้า รวมถึงที่รักด้วย สิ่งแรกที่สงสัยก็คงไม่พ้นว่าผมกำลังทำวิทยานิพนธ์เรื่องอะไรอยู่ ครับ ผมกำลังจะบอก แต่มาดูก่อนดีกว่าว่า กว่าจะมาเป็นชื่อเรื่องวิทยานิพนธ์เรื่องล่าสุด และเรื่องสุดท้าย(สำหรับหลักสูตรนี้)เนี่ย มันมีวิวัฒนาการมาอย่างไรบ้าง

แรกเริ่มเดิมทีเลย หัวข้อวิทยานิพนธ์ของผมถือกำเนิดขึ้นในขณะที่เรียนวิชา การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ EIA (Environmental Impact Assessment) ซึ่งตอนกลางภาค ท่านอาจารย์ประจำวิชาได้จัดให้มีการสอบมิดเทอมด้วยการให้ข้อสอบแบบ Take Home Exam. คือให้ไปเอารายงาน EIA ไปคนละเล่มที่ไม่เหมือนกัน แล้วก็ให้โจทย์ประมาณสองสามข้อ หนึ่งในนั้นก็คือการให้วิเคราะห์เทคนิคที่บริษัทผู้ประเมินผลกระทบฯนำมาใช้ในรายงานฉบับนั้นๆ ไอ้ผมก็ประเภทพวกนอกครู เขาบอกให้ทำ 1 ผมก็ทำ 2 ถ้าจำไม่ผิด หลังจากที่วิเคราะห์ไปแล้ว ผมก็มีการเสนอแนะว่าในรายงานฉบับที่ผมวิเคราะห์นั้น ในส่วนของการประเมินด้านสิ่งแวดล้อมศิลปกรรม ไม่ได้มีเทคนิควิธีการอะไรเลย เป็นแต่การเขียนบรรยายพรรณนาว่าเจอโน่นเจอนี่ สุดท้ายก็สรุปว่าไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรต่อสิ่งแวดล้อมศิลปกรรมเลย

โถ แล้วเราจะเชื่อได้ไหมเนี่ย ว่าไอ้สิ่งที่เจอเนี่ยมันมีอะไรบ้าง ตำแหน่งอยู่ตรงไหนในแผนที่ อยู่ห่างจากสถานที่ก่อสร้างโครงการกี่สิบกี่ร้อยเมตร มันอายุอานามกี่สิบกี่ร้อยปี มีความสำคัญมากน้อยแค่ไหน เป็นศิลปะสมัยใด เหลือกี่ชิ้นบนโลกใบนี้ ขึ้นทะเบียนอะไรหรือเปล่า มีความสำคัญแค่ไหนกับชุมชน โครงการจะมีผลกระทบกับเขาเรื่องใดบ้าง ฯลฯ ไม่มีเลย อ้าวเฮ้ย แล้วจะรู้ได้อย่างไรหล่ะว่ามันมีหรือไม่มีผลกระทบ ไม่ได้การณ์ซะแล้ว ขอระบายหน่อยเถอะ

คืนนั้น (ข้อสอบต้องส่งพรุ่งนี้ 55) ก็เลยนั่งทำ Check List สำหรับการสำรวจแหล่งศิลปกรรมแบบง่ายๆ เปิดตำรา คว้าชีทเอกสารการบรรยายอาจารย์ประสงค์ เอี่ยมอนันต์ ค้นอินเตอร์เนต เอาข้อมูลมาทำ Weight Table เพื่อหาความสำคัญของแหล่งศิลปกรรม และอะไรอีกมากมาย สุดท้ายข้อสอบก็เสร็จสมใจหมาย พออาจารย์ตรวจเสร็จก็มาคอมเม้นท์รายบุคคลเลยครับ ข้อแรกๆผมงี้โดนเละเลย แต่พอมาถึงข้อที่นอกครูเนี่ย อาจารย์ท่านกลับชมว่าทำได้ดีมาก แล้วก็บอกให้เพื่อนๆมาดูซะว่าสมภพเขาทำมาอย่างไร 55 แถมทิ้งท้ายไว้ด้วยว่า เอาไปพัฒนาเป็นวิทยานิพนธ์ได้เลยนะ นั่นหล่ะครับ เป็นประโยคจุดประกายให้กับผม แล้วหลังจากนั้นผมก็เริ่มหาข้อมูลเพิ่ม ทั้งๆที่ยังต้องเรียน EIA อีกตั้งครึ่งเทอม

ปลายเทอมก็มีข้อสอบแบบ นำกลับไปทำทีบ้านอีก แต่คราวนี้ข้อสอบไม่ได้มาทางเก่า แต่กว้างกว่าเก่า คือให้วิเคราะห์ถึงข้อดีข้อด้อยจุดอ่อนจุดแข็งของระบบ EIA ในบ้านเรา ไอ้ผมก็แตกหัวข้อมันทุกประเด็นเลย ตั้งแต่ภาพใหญ่ตั้งแต่ระดับนโยบาย มาจนยิบย่อยถึงเทคนิคในการวิเคราะห์ คืนก่อนส่งข้อสอบก็นั่งปั่นจนถึง 9 โมงเลยหล่ะ 55 ข้อสอบส่งก่อนเที่ยงหนะครับ สุดท้ายนักศึกษาที่มาสายเป็นประจำ (เพราะบ้านอยู่ตั้งเทพารักษ์ ต้องนั่งรถมาเรียนถึงคลองจั่น เห็นใจหน่อยนะครับ) นักศึกษาที่บางครั้งเพื่อนๆและอาจารย์พิเศษที่ถูกเชิญมาบรรยาย ต้องมานั่งรอเขาคนเดียว อะ ไม่ใช่สิ กะเพื่อนอ็อดอีกคนหนึ่งที่บ้านอยู่ไกลถึงบางโพ ก็ได้ A วิชา EIA ไป (ในสองสามคนเองมั๊ง) ผลบุญจากการเขียนข้อสอบได้อย่างสร้างสรรค์ 55 และที่ช่วยได้มากจริงๆก็คือไอ้เทคนิคในการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมศิลปกรรมที่อุตส่าห์รังสรรค์ขึ้นนั่นเอง และเป็นที่มาของหัวข้อวิทยานิพนธ์เรื่อง

“การพัฒนาเทคนิคและแนวทางการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมศิลปกรรม”

ที่รัก : แล้วต่อไปเป็นอย่างไรบ้าง คืบหน้าไปถึงไหน

มะดัน : อ๊ะๆๆ แต่ยังไม่จบแค่นั้นหรอกครับ สิ่งที่ไม่คาดคิดได้เกิดขึ้นจนได้ ผมไม่แน่ใจว่าเหตุการณ์นี้มันเกิดขึ้นก่อน หรือหลังที่ผมเตรียมตัวจะขึ้นสอบหัวข้อวิทยานิพนธ์ แต่เหตุการณ์เลวร้ายนั่นก็คือ แฟลซไดร์ฟที่ผมใช้เก็บข้อมูล มันเจ๊งกะบ๊ง ข้อมูลหายสาบสูญ ข้อมูลที่สำรองไว้ในฮาร์ดดิสท์ล่าสุดคือเมื่อหนึ่งเดือนก่อนหน้านั้น 55 เอากะมันสิ จริงๆข้อมูลเมื่อเดือนที่แล้วเนี่ยแทบไม่มีความหมายอะไรเลย เป็นข้อมูลดิบทั้งนั้น อีกอย่างที่อัพเดทขึ้นมา เราก็ไม่ได้ปริ้นเอาท์ออกมาเลย คิดดูแล้วกันครับ ว่ามันตัดกำลังกายและกำลังใจไปแค่ไหน นั่นคือหินก้อนเบ้อเริ่มที่ทำให้ผมสะดุด แล้วผมก็มาเจอหินอีกก้อนจนได้ นั่นก็คือเมื่อผมทำ Thesis Proposal เตรียมขึ้นสอบวิทยานิพนธ์เอามาเสนออาจารย์ที่ปรึกษา ท่านก็เห็นควรว่า อืม ขึ้นสอบได้แล้วนะ ให้ไปนัดกับเจ้าหน้าที่ได้เลย ผมก็ดำเนินการนัดกรรมการ นัดเจ้าหน้าที่เสร็จสรรพ อีกสองสามวันถัดมา ผมทำข้อมูลมาเพิ่ม เพื่อนำมาให้อาจารย์ที่ปรึกษาดูเพื่อทำความเข้าใจก่อนขึ้นสอบ ปรากฏว่าท่านอาจารย์บอกว่า ปุ๊ อย่าเพิ่งสอบเลยนะ อาจารย์ว่าปุ๊กลับไปหาข้อมูลมาให้แน่นกว่านี้อีกหน่อย แล้วค่อยนัดอาจารย์ใหม่ อ้าว!!! เกิดอะไรขึ้นอีกแล้ว จะว่าข้อมูลผมยังไม่พร้อม ทำไมอาจารย์ไม่บอกก่อนหล่ะครับ จะได้ไม่ต้องนัดสอบ อีกอย่างข้อมูลประมาณนี้เพื่อนคนอื่นๆ อาจารย์ที่ปรึกษาคนอื่นๆเขาก็ขึ้นสอบผ่านกันทั้งนั้นนี่นา พอไปบอกเจ้าหน้าที่ว่าแคนเซิ่ลนัดนะ เขาก็ผงกหัวกันหงึกๆ คงไม่แปลกใจ เพราะอาจารย์ที่ปรึกษาผมคนนี้ละเอียดและเนี๊ยบมาก และคงไม่ใช่ผมคนแรกหล่ะมั๊ง 55 หัวเราะประชดโลกเสียหน่อยสมภพ

เอ้า!!! ไม่สอบก็ไม่สอบ เซ็งอ่ะ งั้น....... ไปหางานทำดีกว่า

ช่วงนั้นผมก็เลยโดดเต็มตัวเข้าไปช่วยอดีตคุณกิ๊ก และกลายมาเป็นอดีตแฟนทำหมู่บ้านจัดสรร เป็นสถาปนิกโครงการที่ทำทุกอย่างตั้งแต่ ออกแบบ (จริงๆมันคือการดัดแปลงแบบจากโครงการอื่น ให้ตายสิ เจ้าของโครงการอยากได้อย่างนี้ แต่ทำงัยได้เราเป็นสถาปนิก ต้องทำให้สวยกว่าโครงการต้นแบบสิท่า 55 และเป็นการออกแบบที่ปวดหัวมาก ที่ดินแต่ละแปลงแบ่งมาได้งัยวะเนี่ย สิบแปลงพื้นที่ รูปร่างไม่เหมือนกันเลย หน้ากว้าง หลังแคบ หน้าแคบหลังกว้าง เป็นสี่เหลี่ยมคางหมูบ้างหล่ะ บ้านแต่ละหลังแต่ละแปลงต้องแก้ปัญหาทุกหลังไป เวรกรรม นายทุนอะไรว่ะเนี่ย) เขียนแบบ คุมงาน ไปเลือกซื้อของ สารพัด แม้ขนาดเจ้าหน้าที่ที่ดินมา ยังต้องเรียกหาสถาปนิกโครงการเลย ถือสายวัด ตอกหมุด ฉีดสเปรย์สีที่หัวหมุด ดีที่ไม่ให้เราส่องกล้อง ให้ตายสิ อ่อ ลืมอีกอันนึง พอบ้านเสร็จ ต้องนั่งรถไปกับคุณแฟนพาลูกค้าไปกู้เงินที่ธนาคารอีก สารพัดประโยชน์มัลติเพอโพสจริงๆเลย

แล้วคิดดูสิครับ งานยุ่งขนาดนี้ ผมจะเอาเวลาที่ไหนไปทำวิทยานิพนธ์ต่อ แน่นอนครับ ผมใส่ห่วงคุมกำเนิดชั่วคราวให้กับวิทยานิพนธ์เรื่องนี้ไปสองปีเต็มๆ จากการเลือนสอบวิทยานิพนธ์ครั้งเดียว

ที่รัก : แล้วถอดห่วงคุมกำเนิดเมื่อไร

มะดัน : ครับ หลังจากเลิกกับแฟน ถึงได้ถอดห่วงกุมกำเนิดออก คุณแฟนบอกว่าจะทำ Thesis ก็ทำได้นะ จะไปมหาลัยก็ไปได้ แต่ไปเช้าเย็นกลับ โถทูนหัว นั่งรถไปกลับชลบุรี-กรุงเทพ แถมนั่งรถประจำทางนี่นะ วันนึงไม่ต่ำกว่า 5 ชั่วโมงต้องอยู่บนรถประจำทาง แล้วจะเอาเวลาที่ไหนไปทำการทำงานหล่ะจ๊ะทูนหัว เลิกกันเลยดีกว่าไหม แล้วสุดท้ายก็ได้เลิกกันจริงๆ Thesis เป็นหนึ่งเหตุผลเล็กๆในอีกร้อยแปดพันประการที่ทำให้ตัดสินใจกลับมาใช้ชีวิตโสด

แล้วหลังจากถอดห่วงฯออกแล้ว ผมก็ยังกินยาคุมฯ ต่ออยู่เป็นระยะเวลาหนึ่ง เนื่องจากคุณพ่อประสบอุบัติเหตุต้องเข้าโรงพยาบาล ลูกชายคนเดียวที่ว่างและ อเวเลเบิ้ลฟอร์ออลดิวตี้ ก็คือผมที่ต้องทำหน้าที่พยาบาลส่วนตัวของคุณพ่ออยู่พักใหญ่ๆ แล้วหลังจากนั้นก็ยังประสบกับภาวะเจทแล็ค แอนด์ ไซด์เอฟเฟ็ค จากความผิดหวังต่างๆนาๆ จนทำอะไรไม่ได้อีกหลายเดือน 55

จวบจนเวลางวดเข้ามาเหลืออยู่ประมาณสิบสองเดือน ก็ได้กลับมาคุยกับอาจารย์ที่ปรึกษาอีก แต่จริงๆระหว่างสองปีที่ผ่านมา ก็เข้ามาคุยบ้าง เข้ามาหาข้อมูลสะสมเอาไว้บ้าง จนมีแฟ้มเก็บข้อมูลโตๆอยู่หลายแฟ้มทีเดียว

คุยไปคุยมา ผมก็ไปอ่านเจอในนิตยสารโลกสีเขียวเรื่องการอนุรักษ์ชุมชนเก่า ก็เกิดถูกใจ เพราะจริงๆจบมาทางสถาปัตยกรรม แล้วเรื่องสิ่งแวดล้อมศิลปกรรม มันก็มีเรื่องให้จับตั้งหลายเรื่องนี่นา ก็เลยไปปรึกษากับอาจารย์ว่า เห็นทีว่าปีหนึ่งที่เหลือนั้น หากทำหัวข้อเก่าเนี่ย เวลาอาจจะไม่พอ เพราะข้อมูลก็มีน้อย แล้วเป็นเรื่องที่ค่อนข้างละเอียดอ่อนมากทีเดียว แม้ว่ามันจะมีประโยชน์มากมายก็ตามหากทำสำเร็จ แต่ถ้าจับปลาตัวโตแล้วเสี่ยงว่าจะจับไม่ได้ ขอจับปลาตัวเล็กลงมาหน่อยละกัน อาจารย์ก็เห็นดีด้วยในหลักการ 55 เลยกลับไปนั่งคิด นอนคิด เดินคิด ร้องไห้คิด กินก็คิดว่าจะทำเรื่องอะไรดี สุดท้าย ด้วยสมองอันชาญฉลาดผิดเวล่ำเวลาก็คิดออกจนได้ ก็นำแนวคิดที่ได้ ไปคุยกับอาจารย์ ก็ปรับกันไปกันมา จนออกมาเป็น

“บทบาทของคณะสถาปัตยกรรมในการจัดการศึกษาเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมศิลปกรรม กรณีศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน นครราชสีมา”

แต่พอสอบโครงร่างผ่านไปแล้ว คณะกรรมการ ขอให้เปลี่ยนชื่อเป็น

“การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมศิลปกรรม ประเภทสถาปัตยกรรม กรณีศึกษา บทบาทของคณะสถาปัตยกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน นครราชสีมา”

นี่หล่ะครับ กว่าจะมาลงตัวที่หัวข้อนี้ ก็เล่นเอาเหงื่อตกมาหลายหยดเหมือนกัน แต่คงไม่เปลี่ยนอะไรอีกแล้วหล่ะครับ นอกเสียจากรายละเอียดในชื่อหัวข้อ เพราะได้ข่าวว่าคณะสถาปัตยกรรม ได้รวมเข้ากับคณะวิศวกรรมศาสตร์ ยุ่งอีกแล้วเรา เหอะๆๆ แต่เอาครับ ปัญหาจิ๊บๆ คิดแล้วก็เสียดายหัวข้อเก่าที่เริ่มตั้งไข่แล้วล้มไปยืนไม่ได้อีก เอาน่า ถ้ามีโอกาสเรียนปริญญาเอก จะนึกถึงหัวข้อนี้เป็นหัวข้อแรกเลยเอ้า 55 ยังไม่เข็ด

อ้อ ลืมบอกไปว่าผมกำลังเรียนหลักสูตร การจัดการสิ่งแวดล้อม ครับ เรียนตั้งแต่รุ่น 7 ตอนนี้น้องๆรุ่น 10 กำลังทำวิทยานิพนธ์อยู่เหมือนกัน 55 เรียนตั้งแต่ยังเป็นสำนักพัฒนาบัณฑิตศึกษา จนตอนนี้ยุบรวมมาอยู่กับคณะพัฒนาสังคม กลายเป็นคณะพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม เรียนตั้งแต่เขายังไม่มีภาคพิเศษ ตอนนี้มีไปเสร็จสรรพ เรียนตั้งแต่ยุคที่ห้องนึงมี 40 คน จนตอนนี้คนเรียนเหลือ 10 กว่าคน (เพราะคนแห่ไปเรียนภาคพิเศษกันเป็นร้อย) แถวๆคลองจั่นมีอยู่สถาบันเดียวนั่นหล่ะครับ

เรื่องราวต่อไปเป็นอย่างไร ผมทำงานมาถึงขั้นไหนแล้ว แล้วเจอปัญหาอะไรบ้าง มีเรื่องขำๆที่ผมทำเพื่อให้กำลังใจตัวเองด้วย ไว้ผมจะมาเล่าต่อนะครับ ขอตัวไปนั่งตรวจแบบสอบถามที่เพิ่งไปทำพรีเทสต์มาก่อนครับ 55 รู้เลยว่าถึงขั้นไหนแล้ว

ด้วยรักและคิดถึงทุกวี่ทุกวัน ครับที่รัก

มะดัน



PS: Thanks for all fotos sources




มีเพลงมาฝากที่รักครับ เนื้อหาโดนใจมาก เหอะๆๆ แถมเป็นแจ๊สแบบที่ชอบด้วย
ตรงกับชีวิตจริงใคร เดาเอาเองนะครับ แต่ฟังแล้วจี๊ดเข้าไปในใจจริงๆ
รู้ตัวมาตั้งนานแล้วครับ ว่าเห็นทีต้องเปลี่ยนแผน
แต่ว่า เอิ่ม ดื้ออะครับ ทำงัยดีหล่ะ 55 ฟังเพลงดีกว่าเนอะ

คนให้ซีดีชุดนี้มาคงกำลังสะดุ้งโหยงเลยดิ 55
ไม่มีอะไรนะคร๊าบบบ อย่าเพิ่งสะอึก จริงๆโดนไปหลายคนเลยหล่ะ เหอะๆๆ




Title : I Guess I'll Have To Change My Plan
Artist : Carol Kidd
Album : Nice Work
Special Thanks : P' Nice No.1 ( for Beautiful song )
Lyric : Words by Howard Dietz and Music by Arthur Schwartz

I BEHELD HIM AND WAS CONQUERED AT THE START,
AND PLACED HIM ON A PEDESTAL APART:
I PLANNED THE LITTLE HIDEAWAY
THAT WE WOULD SHARE SOME DAY.

WHEN I MET HIM I UNFOLDED ALL MY DREAM,
AND TOLD HIM HOW HE`D FIT INTO MY SCHEME
OF WHAT BLISS IS. THEN THE BLOW CAME,
WHEN HE INTRODUCED HIS `MISSUS`.

I GUESS I`LL HAVE TO CHANGE MY PLAN
I NEVER REALIZED THERE`D BE ANOTHER MAN!
I OVERLOOKED THAT POINT COMPLETELY
UNTIL THE BIG AFFAIR BEGAN.

BEFORE I KNEW WHERE I WAS AT
I FOUND MYSELF UPON THE SHELF,
AND THAT WAS THAT.
I TRIED TO REACH THE MOON
BUT WHEN I GOT THERE,
ALL THAT I COULD FIND WAS THE AIR,

MY FEET ARE BACK UPON THE GROUND
I`VE LOST THE ONE GUY THAT I FOUND.

I GUESS I`LL HAVE TO CHANGE MY PLAN AROUND




 

Create Date : 04 กุมภาพันธ์ 2550
18 comments
Last Update : 4 กุมภาพันธ์ 2550 5:27:51 น.
Counter : 832 Pageviews.

 

เขียนได้น่าอ่านดีครับ
แต่อ่านแล้วไม่กล้าเีรียนป.โทเลยอ่ะ เหนื่อยแหง ๆ

 

โดย: redistuO 4 กุมภาพันธ์ 2550 5:23:58 น.  

 

แวะมาส่งกำลังใจคะพี่มะดัล สู้ๆนะ

 

โดย: หนูคิสของพี่มะดัล IP: 58.8.186.151 4 กุมภาพันธ์ 2550 5:50:40 น.  

 

ไม่ยากครับหรอกครับคุณ คอนเฟิร์ม ผมยังคิดเลยว่า ถ้าคราวนั้นผมได้สอบโครงร่างวิทยานิพนธ์ ผมคงจบพร้อมเพื่อนๆไปแล้ว
เพราะผมลึกๆมีนิสัยชอบแข่งขันกับคนอื่น แต่พอคนอื่นจบไปหมดแล้ว ไม่รู้จะแข่งกับใคร เหลือเจ้าอ็อดอีกคน ที่มีแอดไวซ์เซอร์คนเดียวกัน ก็ยังไม่จบ เจ้าอ็อดก็อืดพอกัน เพราะตอนนี้เจ้าอ็อดมีงานประจำเป็นนักวิจัยที่ TDRI เห็นหัวข้อเจ้าอ็อดแล้วยังเหนื่อยแทนเขาเลย
งานประจำก็ต้องทำ จะเอาเวลาไหนมาทำวิทยานิพนธ์เนี่ย แล้วต้องเสร็จพฤษภาคมนี้เหมือนกันด้วยสิ แต่ตอนนี้ไม่ห่วงเจ้าอ้อดแล้วครับ ห่วงตัวเองมากกว่า 55 ออกอาการอืดให้เห็นนิดๆ

ถ้าเรียนแล้วไม่เหนื่อย ก็ถือว่าเป็นโชคดีครับ แต่ที่ผมเรียนแล้วเหนื่อย เพราะต้องเรียนด้วยทำงานไปด้วย
ยิ่งเหนื่อย ยิ่งภูมิใจครับ ที่ผ่านจุดเหล่านั้นมาได้ แล้วก็ทำให้รู้สึกว่าสาขาที่เราเรียนเนี่ย ไม่ใช่หมูๆ
จบไปแล้วจะมีการมีงานการดีๆทำได้เงินได้ค่าตอบแทนเยอะๆหรือเปล่านั่นอีกเรื่องหนึ่ง เป็นความภูมิใจกันคนละส่วนครับ

 

โดย: มะดัน (พ่อดอกมะดัน ) 4 กุมภาพันธ์ 2550 5:55:36 น.  

 

กว่าจะจบโท อ่ะนะ เข้าใจๆ
อีกนิดเดียว กัดฟันสู้ตาย

 

โดย: woodchippath 4 กุมภาพันธ์ 2550 6:31:57 น.  

 

คาราวะศิษย์พี่ร่วมสำนักคับ
ผมเองก้อลางาน(ราชการ)มาเรียนต่อ เรียนภาคปกติคับ เรียนคนล่ะคณะกับคุณ แต่(ตอนนี้)อยุ่ตึกเดียวกันแล้วล่ะคับ เป็นกำลังใจให้นะคับคุณมะดัน สู้ ๆ คับ
ผมเองก้อกำลังตกที่นั่งเดียวกันกับคุณล่ะคับ แต่คิดว่าผมจะพยายาม(จบ)ไปพร้อมกับเพื่อน ๆ คับ กลัวเหงาอ่ะคับ hahaha
take care

 

โดย: หัวใจขนนก (F_lifetruth ) 4 กุมภาพันธ์ 2550 8:37:55 น.  

 

แวะมาให้กำลังใจคนเก่ง ในเดือนแห่งความรัก
(เกี่ยวกันตรงไหนฟ่ะ)

 

โดย: coming soon (The Yearling ) 4 กุมภาพันธ์ 2550 9:11:45 น.  

 

คุณน้องมะดันขา
กัดฟันค่ะ
ได้หัวข้อดีก็ถือว่ามีชัยไปกว่าครึ่ง


จริงรึเปล่า?


เอาใจช่วยนะ

ปล. ก๊อปคำพูดของ Ad' มาเล่าสู่กันฟังค่ะ
..
ทำธีสิส ก็เหมือนเข็นรถ นั่นหล่ะ
พอเริ่มต้นมันก็หนัก ต้องใช้แรงมาก ใช่ไหมล่ะ
ทีนี้พอเหนื่อย หมดแรง คุณก็หยุด
พอเริ่มต้นใหม่ มันก็ต้องออกแรงมาก
เหมือนเริ่มต้นใหม่ทุกครั้ง
แต่ถ้าคุณเข็นแล้ว เข็นไปเรื่อยๆ
อาจจะผ่อนแรงลงไปบ้าง แต่อย่าหยุด
คุณก็จะเข็นได้จนถึงเป้าหมาย
..
จำมาตลอดจนถึงวันนี้เลยค่ะ

สู้ สู้ ค่ะ
อีกไม่ไกลแล้ว

 

โดย: NooNok [MiChiYo] 4 กุมภาพันธ์ 2550 10:12:07 น.  

 

อ่านจนจบ ดูเหมือนคุณจะมีอยู่ในหัวแล้วว่าจะเขียนอะไรบ้าง.. ก็เหลือเขียนออกมาให้เป็นรูปเป็นร่าง

... อีกไม่ไกลแล้วค่ะ ทำทุกๆวันเดือนเมษาก็เสร็จแล้วค่ะ เอาใจตั้งให้มั่นๆนะคะ ถ้าตั้งใจแล้วว่าเมษาเสร็จ ยังไงคุณก็ทำเสร็จค่ะ..

สู้ๆๆๆๆๆ นะคะ ช่วยลุ้นด้วยหนึ่งคน

ปล. เพลงเพราะมากๆเลยค่ะ
ปล.สอง หัวข้อวิทยานิพนธ์ฟังดูแล้วยากจัง สงสัยจะไกลตัวคนเขียนโปรแกรมเชยๆอย่างเรา...

 

โดย: SevenDaffodils 4 กุมภาพันธ์ 2550 11:04:11 น.  

 


มาให้กำลัง คนหัวอกเดียวกันค่ะ..สู้ๆๆ
แบมบูแทบตายเหมือนกันค่ะ
Go Go Go...

 

โดย: Bamboocrossing 4 กุมภาพันธ์ 2550 11:26:21 น.  

 

อ้าว สมภพ ใส่แว่นตั้งแต่เมื่อไหร่ละนั้น

คุยกันมานานเพิ่งรู้ว่าสมภพเรียนสถาปัตยกรรมนะเนี้ย วันหลังมาออกแบบกระต๊อบให้ที

 

โดย: fairy_tells 4 กุมภาพันธ์ 2550 17:34:23 น.  

 

แวะมาให้กำลังใจพี่มะดัลลี่ค่ะ

เจอประโยคนี้ไป อึ้ง ทึ่ง เสียวเลยอะพี่ขา

"ผมใส่ห่วงคุมกำเนิดชั่วคราวให้กับวิทยานิพนธ์เรื่องนี้ไปสองปีเต็มๆ"

แล้วไหนจะยาคุมอีก

โอ้ยๆๆๆ เด็กถาปัดนี้ ไอเดียบรรเจิดยิ่งเหอๆๆ

ปล.ของปล. พี่มะดัลลี่สู้ๆเด้อ เก่งๆอย่างพี่มะดัลลี่อะ ลองขยันอีกนิดนุง พยายามอีกหน่อย เด๋วก็จบอะพี่ขรา ขี้คร้าน ต่อเอกได้สบายเลยพี่ขรา

 

โดย: neppen 4 กุมภาพันธ์ 2550 22:45:47 น.  

 



ไว้วันหลังนะมะดัน

ค่อยไปหอนด้วยกานนนน อิ อิ

 

โดย: Nagano 5 กุมภาพันธ์ 2550 3:37:03 น.  

 


ภาษิตและคติพจน์อังกฤษ
A friend in need is a friend indeed.
มิตรในยามต้องการคือมิตรแท้


สวัสดีค่ะเพื่อนๆ เจี๊ยบเข้ามาทักทาย
ช่วงนี้อากาศแปรปรวน เศรษฐกิจผันผวน
การเมืองสับสน รักษาใจ รักษากายใช้สติปัญญา
ความรู้ความสามารถ อย่าเชื่ออะไรง่ายๆ
ใช้พลังความรัก ความสามัคคี เพื่อชาติเป็นสำคัญ
February 5,2007
รายาสุรีย์ โทณะวณิก (เจี๊ยบ)

 

โดย: rayasuree (Jeab) (rayasuree ) 6 กุมภาพันธ์ 2550 1:12:29 น.  

 

ขอบคุณทุกท่านที่ให้กำลังใจครับ

 

โดย: พ่อดอกมะดัน 8 กุมภาพันธ์ 2550 13:58:51 น.  

 

มาฟังเพลง ครับ แล้วจะแวะมาฟังเพลงใหม่
ชอบเพลงครับ

 

โดย: c (chaiwatmsu ) 14 กุมภาพันธ์ 2550 19:33:39 น.  

 

โชคดีที่ไม่มีความรู้พอจะเรียน ป.โทกะเค้า ขืนเรียนต้องดิ้นกระแด่วๆ เป็นแน่แท้

 

โดย: Bkkbear (Bkkbear ) 16 กุมภาพันธ์ 2550 8:48:48 น.  

 

มาร่วมล้นก้นด้วยคน เฮ้อ...
ทำไมมันยากส์ อย่างนี้

 

โดย: once_day 22 กุมภาพันธ์ 2550 12:43:36 น.  

 

ความพยายามมันขม

แต่ความสำเร็จมันหอมหวานเสมอค่ะ

เราสอบจบวิทยานิพนธ์ไปเมื่อวาน (ไม่เคยคิดว่าชีวิตนี้ต้องเจออะไรที่ยากเย็นแสนเข็ญ กดดันอะไรจะขนาดนี้...)

ผ่านพ้นมาได้ แม้จะไม่ค่อยดีเท่าไหร่

แต่ก็โล่งใจมหาศาลเลย

แก้ไขเล่มจบ ก็จะได้เป็นไทกะชีวิตแล้ว

เอาใจช่วยค่ะ สู้ต่อไปอย่าได้หยุด

 

โดย: ป๋อมแป๋ม IP: 203.113.118.5 26 มกราคม 2551 13:50:09 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


พ่อดอกมะดัน
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





มีอะไรบ้างในบ้านหลังนี้


+ My Life : ช่างมัน มะดันไม่แคร์ ที่นี่คือที่ระบายอารมณ์ของผม ทั้งสุขทั้งเศร้า อาจจะมาในรูปของกลอน บทกวี หรืออะไรอีกก็ได้ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

+ My Voice : เสียงขึ้นจมูก ความสุขของมะดัน รักในเสียงดนตรีครับ แต่ในเมื่อเล่นเครื่องดนตรีอะไรไม่เป็นกะเขาเลย ก็ขอแหกปากละกัน เนื่องจากว่าเป็นเด็กแนว ก็เลยขอร้องเพลงแนวๆที่เห็นหล่ะครับ แนวคนแก่งั๊ยยย

+ My Dear Friend : พ่อยอดสหายที่รัก กล่องใส่จดหมายเปิดผนึกถึงเพื่อนรักคนหนึ่งของผม

+ My Love Life : รัก ล้มเหลว เรียนรู้ ทีแรกกะจะเขียนเรื่องความรักของตัวเองครับ แต่เนื่องจากขณะนี้อยู่ในสถานะโสด เลยขาดวัตถุดิบในการเขียน แต่ก็พอมีอะไรให้อ่านเล่นๆ

+ My Secret Admirer : เปนชู้กับมะดัน ที่นี่เป็นห้องเก็บศพของชู้รักของผม ไม่สมควรเข้ามายุ่มย่ามโดยเด็ดขาด เพราะเดี๋ยวโดนผีหลอก

+ My Thesis : ตามติดวิทยานิพนธ์ เริ่มนับถอยหลังแล้วครับ จะออกหัวออกก้อย ต้องมาลุ้นกันแล้ว

+ My Event : ตามๆเขาไป กิจกรรมนอกหลักสูตรทั้งหลาย ที่ติดตามเขาไป ขอบคุณทุกคนที่ชวนนะครับ

:: Special Thanks :: ขอบคุณผู้สร้างสรรค์ code ทุกอัน และภาพทุกภาพที่ผมนำมาใช้ตกแต่ง blog อาจจะไม่ได้ขออนุญาต แต่รับรองว่าไม่มีการแอบอ้างเป็นผลงานของผมเด็ดขาด

-----------------------------------------

มีอะไรจะคุยด้วย ก็ส่งหลังไมค์มานะครับ


Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2550
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728 
 
4 กุมภาพันธ์ 2550
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add พ่อดอกมะดัน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.