Group Blog
 
 
สิงหาคม 2549
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
21 สิงหาคม 2549
 
All Blogs
 
Thai Traditional Milk Tea Cake

ช่วงนี้อิ่มอร่อยกันกับเค้กนมๆ ทั้งหลายจังเลยค่ะ สูตรนี้อร่อยหอมหวาน คุณแม่ชอบมากๆ ค่ะ ^___^ ขอบคุณคุณจ้ำจี้สำหรับสูตรขนมอร่อยๆ นะคะ



สูตรนะคะ
ตัวเค้ก
แป้งเค้ก 60 กรัม
น้ำตาลป่น 30 กรัม
เกลือ 1/4 ช้อนชา
ผงฟู 1 1/2 ช้อนชา
วนิลาผง 1 ช้อนชา
น้ำมันพืช 40 กรัม
ไข่แดง 2 ฟอง (เบอร์ 3)
ชาไทย ยูเอชที 60 กรัม (ยี่ห้อไอวี่)
ไข่ขาว 2 ฟอง (เบอร์ 3)
ครีมออฟทาร์ทาร์ 1/4 ช้อนชา
น้ำตาลป่น 30 กรัม

สูตรหน้าเค้ก
ชาไทย ยูเอชที 300 กรัม
นมสด(จืด) 150 กรัม
นมข้นหวาน 30 กรัม
แป้งข้าวโพด 5 ช้อนโต๊ะ
เนยสด (เค็ม) 60 กรัม
น้ำตาลป่น 30 กรัม

แล้วเราก็มาเริ่มลงมือทำ ขั้นแรก ร่อนแป้ง น้ำตาลป่น เกลือ ผงฟู และวนิลารวมกันในอ่าง ทำหลุมตรงกลาง พักไว้

จากนั้น นำน้ำมันพืช ไข่แดง และชาเทใส่ลงไปในหลุมแป้ง



คนเร็วๆ และแรงๆ ให้เข้ากันแล้วหยุด อย่าคนนาน ไม่อย่างนั้นเค้กจะเหนียวค่ะ



พักส่วนผสมไข่แดงไว้ก่อน จากนั้นเตรียมไข่ขาวใส่ในโถ ใส่ครีมออฟทาร์ทาร์ลงไป เปิดเครื่องตีให้ขึ้นฟู แล้วค่อยๆ ใส่น้ำตาลป่น ตีจนตั้งยอด



แบ่งไข่ขาวออกเป็น 3 ส่วน ใส่ส่วนที่ 1 ลงในส่วนผสมไข่แดง ตะล่อมให้เข้ากันเนียน แล้วจึงใส่ส่วนที่ 2 และ 3 (หากมั่นใจในการตะล่อม จะใส่ 1 หรือ 2 ครั้งก็ได้ค่ะ)



เสร็จแล้วจะได้หน้าตาแบบนี้



เทลงพิมพ์ค่ะ มี่ไม่ได้รองกระดาษด้านข้างเหมือนทุกครั้ง อยากจะดูว่าจะแตกต่างกันอย่างไรค่ะ



ผ่านไป 30 นาที ได้เค้กออกมาแล้วค่ะ สวยงาม ดูเหมือนจะยุบตรงกลางนิดๆ รีบแซะออกจากพิมพ์

ผลจากการไม่ใส่กระดาษด้านข้าง คิดว่าทำให้เค้กฟูได้มากกว่าเดิมค่ะ สูตรของคุณจ้ำจี้นี้จะได้ 2 ปอนด์พอดิบพอดีเลยค่ะ (ใครทำได้มากกว่านี้ไม๊เนี่ย)



แซะออกจากพิมพ์แล้วคว่ำบนตะแกรงเลยค่ะ ก้นสวยเหมือนกันน้าเนี่ย อิอิ



จับพลิกกลับมา โชว์หน้าตาอีกที



มาดูด้านข้างกันค่ะ ไม่เลวร้ายเท่าไหร่ หวังว่าเนื้อเค้กจะนุ่มอร่อยน๊า



ระหว่างรอให้เค้กเย็น เราก็มาทำหน้าเค้กกันค่ะ ผสมทุกอย่างลงในหม้อตุ๋น แบบ double boiler ค่ะ คนๆ ให้ส่วนผสมละลายเข้ากัน แล้วตั้งไฟคอยคนตลอดเวลา



พอส่วนผสมข้น ชิมดูไม่มีรสแป้งแล้วก็ปิดไฟ ยกลงจากเตา แต่ยังคนต่อไปเรื่อยๆ จะได้ส่วนผสมข้นเหมือนสังขยาดังรูปบนค่ะ

คราวนี้มาแบ่งเค้กเป็น 2 เลเยอร์ มี่ใช้ด้ายตัดค่ะ คุณพิมพิมเคยแนะนำไว้ มี่ใช้วิธีนี้ตลอดค่ะ แต่ .. วันนี้พลาด ด้ายไม่ยอมตัดเค้กออกจากกันง่ายๆ เห็นร่องรอยไม๊คะ หน้าแตกเลย ^___^"



นี่เป็นส่วนก้นเค้กค่ะ ดูดีๆ จะเห็นว่ามีเนื้อเค้กกองอยู่ตรงส่วนกลางเลย เหมือนภูเขาเลยอ่ะค่ะ



แล้วนี่ส่วนหน้าเค้ก มี่ตัดเอาส่วนเกินจากชิ้นเมื่อกี๊มาแปะลงไปค่ะ ไม่งั้นเค้กจะเป็นแอ่ง เหอเหอ



เปลี่ยนใจเอาส่วนหน้าเค้กเป็นชั้นฐานแทนค่ะ ค่อยๆ เลื่อนเค้กจากจานลงบนกระดาษรองค่ะ เฮ้อ..กลุ้มใจ



เอาหน้าเค้กมาทำเป็นไส้ค่ะ ปาดๆๆๆ พยายามจะให้หนาๆ เหอเหอ



โอเค .. หนาพอแล้วค่ะ เดี๋ยวจะเลื่อนหล่น



เอาเลเยอร์ที่ 2 ซ้อนลงไป



เอาหน้าเค้กมาปาดๆ ด้านบนไม่มีปัญหาค่ะ แต่ด้านข้างปาดยังไงก็ไหลเยิ้มตามแรงโน้มถ่วงโลก



ว่าแล้วก็รีบยกเข้าตู้เย็นให้หน้าเค้กเซ็ตตัว เอาด้ายมาร์ครอยตัดเอาไว้ด้วย อิอิ เสร็จแล้วค่ะ



พอทำเสร็จก็จัดการหม่ำคนเดียว 2 ชิ้น ชิ้นที่ 2 เกิดการผิดพลาดในการตัดเล็กน้อย อิอิ



อ้ำ.. อาหย่อยเจงๆ



สูตรนี้อร่อยได้ใจ ลองทำกันดูนะคะ


Create Date : 21 สิงหาคม 2549
Last Update : 5 กันยายน 2549 14:10:10 น. 1 comments
Counter : 648 Pageviews.

 
น่ากินจังเลยค่ะคุณมี่ขา บีเพิ่งได้แวะเข้ามา Blog ของคุณมี่ มีแต่ของน่ากิ้นน่ากินอ่ะ บีชอบจังคุณมี่ทำเค้กน่านิ่ม น่ากินทุกอย่างเลยค่ะ บียังมีปัญหากับการทำหน้านมเย็นอยู่เลยค่ะนี่ พลาดครั้งแรกไปแล้ว และก็ยังไม่ได้เริ่มใหม่เลยค่ะ โหะโหะ

หุหุ สงสัยคุณมี่จะเป็นสาวกคิตตี้ตัวจริงนะคะนี่ แต่งด้วยคิตตี้ซะเก๋ไก๋ ดูเป็นคาแรกเตอร์ของตัวเองดีจังเลยค่ะ


โดย: Bambie วันที่: 3 ตุลาคม 2549 เวลา:7:43:16 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

luvammie
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




เป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ ช่างฝัน ฝันเพ้อเจ้อไปเรื่อย ไม่รู้จักโต ชอบอ่านหนังสือจินตนิยาย เอาแต่ใจตัวเอง คลั่งไคล้สีชมพู สีม่วง สีฟ้า และเฮลโลคิตตี้เป็นที่สุด ชอบฟังเพลงร็อค พังค์ โดดๆ ในคอนเสิร์ต รักการทำขนมและเดินทางท่องเที่ยวเป็นชีวิตจิตใจ ตอนนี้ได้โลโก้และชื่อแบรนด์เป็นของตัวเองแล้ว อิอิ "The Baker Witch" แม่มดคนนี้ทำขนมไม่เก่ง แต่รักที่จะทำ ยังไงก็ฝากตัวด้วยนาคะ


Friends' blogs
[Add luvammie's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.