คนสร้างฝัน
Group Blog
 
 
พฤศจิกายน 2549
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
14 พฤศจิกายน 2549
 
All Blogs
 

วันที่ฝนตก


ฝนตกอีกแล้ว...แปลกที่วันนี้ของทุกๆ ปีจะต้องมีพายุฝนกระหน่ำ ราวกับจะทบทวนความทรงจำให้แก่แพรวาว่าวันนี้เมื่ออดีตนั้น...เกิดอะไรขึ้นแก่เธอบ้าง

ร่างบอบบางถอนหายใจยาว เหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างดูพายุฝนซึ่งตอนนี้กำลังกระชากต้นไม้น้อยใหญ่ให้ปลิวไปตามแรง เสียงน้ำที่ตกกระทบตัวตึกบอกให้รู้ว่ายามนี้ข้างนอกตกอยู่ในสภาพเลวร้ายเพียงใด สายฝนหนาตาตกกระทบพื้นดินและพื้นคอนกรีตนอกหน้าต่างจนแทบมองไม่เห็นสิ่งใดผ่านม่านอันหนาทึบนั้น ทำให้แพรวาห่อไหล่ด้วยความหวาดกลัว...ความเย็นเยือกเข้าเกาะกุมหัวใจที่ว่างเปล่าอีกครั้ง

แพรวาเสยผมยาวปรกใบหน้าออกแล้วนั่งมองออกไปผ่านกระจกที่มีไอเย็นและฝ้าเกาะบางๆ ไม่เห็นสิ่งใดหรอก แต่ก็ไม่แปลก...เพราะเธอก็มองไม่เห็นสิ่งสวยงามมานานแล้ว นับเป็นเวลา 3 ปีพอดิบพอดีสินะ

...กนกนัย...ตอนนี้คุณอยู่ที่ไหนแล้ว...


ภาพชายหนุ่มร่างสูงโปร่ง ใบหน้าขาวละมุนจนดูสำอางเป็นภาพที่แพรวาคุ้นตามาตลอดสองปีสุดท้ายในมหาวิทยาลัย เพราะหนุ่มคนนี้แหละที่แวะเวียนมายังโรงอาหารของตึกมนุษยศาสตร์เกือบทุกวัน ทั้งที่ตัวเองเรียนบริหารธุรกิจ ห่างจากตึกนี้ไปหลายร้อยเมตร

ใครต่อใครก็รู้กันทั้งนั้นว่ากนกนัย...หนุ่มหล่อขวัญใจสาวๆ กำลังสนใจหญิงสาวสวยนามว่าแพรวา เจ้าของตำแหน่งขวัญใจชาวมนุษยศาสตร์เกือบทุกปี และก็รู้กันอีกว่าฝ่ายหญิงเองก็ยังไม่ได้ตกลงปลงใจอะไรด้วย ทั้งที่กนกนัยเองก็คุณสมบัติครบพร้อมกว่าบรรดาหนุ่มน้อยใหญ่ซึ่งวนเวียนอยู่รอบกาย

เพื่อนๆ รู้เสมอว่าแพรวาจะเป็นมิตรกับทุกคน โดยเฉพาะผู้หญิงและผู้ที่เข้ามาทำความรู้จักในฐานะอื่นๆ ที่ไม่ใช่คนรัก ใบหน้าอันงามละมุนจะเผยยิ้มเสมอมา แต่ยกเว้นในยามที่มีใครเข้ามาฝากคำรัก

ถึงกระนั้นก็ไม่ได้ทำให้กนกนัยรู้สึกท้อใจ จนมีหลายครั้งที่หญิงสาวทนความตื้อไม่ไหวก็ไปทานข้าวกับเขาเสียครั้งหนึ่ง หรือยอมไปดูหนังด้วยสักหน เท่านี้ก็ทำให้ชายหนุ่มเก็บเอาไว้เป็นกำลังใจเพื่อจะทุ่มเทความรักต่อไป...จนกระทั่งเรียนจบมหาวิทยาลัย

“เมื่อไรแพรจะยอมรับให้ผมเป็นคนสำคัญของแพรสักที ผมรอมานานแล้วนะ“ ถ้อยคำออดอ้อนนั้นไม่ได้ทำให้แพรวารู้สึกหวั่นไหว และเธอยังคงเมินเฉยต่อท่าทีนั้นเสมอมา

“ผมจะรอจนกว่าสักวันนึง...วันที่แพรจะบอกว่ารักผมได้“
ใบหน้าของแพรวาก็ปรากฏเพียงรอยยิ้มน้อยๆ แต่ก็ไม่ได้ตอบคำถามใดๆอยู่เช่นเดิม

…

“ผมเหนื่อยแล้วแพร บางทีถ้าไม่มีผมในชีวิตของคุณ คุณคงมีความสุขมากกว่านี้ เพราะเท่าที่เห็น คุณไม่เคยแม้แต่จะเปิดใจให้ผมเสียด้วยซ้ำไป“

แล้ววันหนึ่งเขาก็เอ่ยขึ้น จากนั้นก็หายหน้าไป กว่าที่แพรวาจะรู้ว่าชีวิตของตัวเองเหมือนขาดอะไร...เวลาก็ผ่านไปนานกว่าหลายสัปดาห์

“แม่บอกแล้ว แพรอย่ามัวเอาสิ่งที่แพรเคยเห็นว่าเกิดกับแม่และพี่ไหมมาตัดสินตัวเอง แล้วดูสิ...ตอนนี้หนูต้องมัวแต่ชะแง้แลหา คอยว่าเมื่อไรเค้าจะมา...อย่ากลัวเลยลูก ทำในสิ่งที่ตรงกับหัวใจของลูกเสียที“

“เพราะการที่ฉันเคยโดนผัวซ้อม มันทำให้แกไม่กล้ารักใครอย่างนั้นเหรอแพร บ้าน่า...ผู้ชายดีๆ มันไม่ได้วิ่งมาชนแกทุกวันหรอกนะ”

แพรวาเก็บคำของมารดาและพี่สาวไปนั่งคิด ก่อนจะตัดสินใจอย่างเด็ดขาด โทรศัพท์ไปหากนกนัย บอกให้เขามาหา

และท่ามกลางลมฝนที่โหมกระหน่ำ แพรวานั่งรอคอยจะบอกบางสิ่งบางอย่างที่ตนเองเพิ่งจะรู้ตัว แต่ทว่าจนแล้วจนเล่า...เวลานัดล่วงเลยผ่านไป...กนกนัยก็ยังไม่มา

จนกระทั่งการรอคอยสิ้นสุดลงด้วยเสียงกรีดร้องของมารดา พร้อมๆกับละล่ำละลักบอกกับแพรวาด้วยน้ำเสียงสั่นๆ ใบหน้าขาวซีด น้ำตาคลอ

“ตานกลูก...เค้าโทรมาบอกว่าตานกรถชน ตอนนี้ตายแล้ว“

แพรวายังไม่เชื่อคำพูดนั้น จนกระทั่งไปเห็นร่างกายที่ไร้วิญญาณของกนกนัยในห้องดับจิตที่สงบเงียบ

ใบหน้าอ่อนโยนของเขายังคงปรากฏรอยยิ้มน้อยๆ ราวกับสุขสมหวังในใจอย่างล้ำลึก เหมือนที่แพรวาเคยมองเห็นมาโดยตลอด

และหลังจากได้พบใบหน้าที่เคยเฝ้าพรอดพร่ำคำรัก คำสัญญาอันมั่นคงซึ่งขาวซีดปราศจากโลหิต แพรวาก็กรีดร้องออกมาราวกับคนเสียสติ ร่ำร้องโหยหาดังจะปลุกคนไร้วิญญาณให้คืนมายิ้มแก่เธออีกครั้ง คืนกลับมาเฝ้าพร่ำบอกคำรักที่รู้ตัวว่ามันสายไปซ้ำแล้วซ้ำเล่าอีกครั้ง จนมารดาและพี่สาวต้องมาดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิด

ภาพของหญิงสาวที่ร่ำร้องเหมือนจะขาดใจทำให้ผู้คนรอบข้างต้องปวดลึกๆในอก เธอทำเหมือนโลกนี้สิ้นสุดและพังทลายอยู่ตรงหน้า ดวงตาเหม่อลอย คอยแต่ไขว่คว้ามองหาความรักที่หลุดลอยไปตลอดกาล และก็เป็นอย่างนั้นอีกนาน

แพรวาไม่เคยยกโทษให้กับตัวเองเลยที่ทำให้ทุกอย่างจบลงแบบนี้ และเธอก็กลับเข้าสู่โลกอันมืดมิดและเหน็บหนาวโดยปราศจากความรักของเธอต่อไป ไม่ยินดียินร้ายกับใคร ไม่เปิดให้ใครเข้ามาในชีวิต จนใครต่อใครก็ต่างลงความเห็นว่าอาการหนักกว่าเดิม

...

กานต์...ชายหนุ่มอีกคนที่นำเอาความสดใสมาให้ในเวลาต่อมา แต่ทว่ากลับพบกับหน้ากากแห่งความเฉยชาและกำแพงที่กั้นไว้หนาและสูงยิ่ง แต่มีหรือที่นายตำรวจหนุ่มอนาคตไกลอย่างกานต์จะเกรงกลัว ขนาดการฝึกหนักที่ว่าแสนสาหัสเขายังทนมาได้ นี่แค่กำแพงของหญิงสาวหนึ่งคน ไม่มีทางที่คนอย่างเขาจะย่อท้อ…สักวันกำแพงสูงนั้นต้องพังทลาย

ใบหน้าคมคร้ามมีรอยยิ้มอยู่เสมอเมื่อปรากฏกายต่อหน้าแพรวา พร้อมกับมีเรื่องเล่ามากมาย ก่อนจะหายไปอีกหลายวัน แล้วบอกหญิงสาวสั้นๆ ว่าไปปฏิบัติภารกิจ และก็กลับมาพร้อมกับเรื่องเล่าขันๆ เรียกรอยยิ้มบนใบหน้านวลใสนั้น ก่อนที่เจ้าตัวจะรู้ว่าเผลอ และกลับเข้าสู่โหมดสาวน้ำแข็งเช่นเดิม…แต่อาการนั้นก็หนีไม่พ้นสายตาคมที่จับจ้องทุกอิริยาบท

“ผมไม่รู้หรอกว่าอดีตของคุณเป็นอย่างไร ผมขอแค่อนาคตของคุณเท่านั้น และผมก็จะทำให้มันเป็นอนาคตที่ดีและสดใสที่สุดหากคุณจะไว้วางใจผม“ คำบอกกล่าวสั้นๆ แต่ฟังแล้วก็ทำให้ใจที่ปิดกั้นทุกอย่างมาตลอดนั้นสั่นไหวเล็กน้อย หากคนใจแข็งก็ยังเป็นเช่นเดิม

“ผมรักคุณ“ นี่ก็เป็นอีกคำพูดหนึ่งที่เขามักจะพูดเสมอก่อนที่จะลาไป ‘ปฏิบัติภารกิจ’ และกลับมา

แม้บางครั้งจะมีบาดแผลคิ้วแตก หน้าเขียวแดงช้ำ มีจนถึงขนาดที่ว่าหิ้วแขนที่เข้าเฝือกของตนดั้นด้นมาหาแพรวาถึงบ้าน โดยเจ้าตัวไม่เคยบ่นแม้แต่น้อย มีแต่จะส่งรอยยิ้มสดใสเสมอๆ และแพรวาก็ไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไร ยังคงมองชายหนุ่มอย่างปกติธรรมดา ราวกับไม่ได้เห็นเลยว่าอีกฝ่ายได้รับบาดเจ็บมาอย่างไรบ้าง มีแต่ผู้เป็นมารดาและไหมแก้วที่สนใจเอาใจใส่ดูแล

“มานี่เถอะพ่อกานต์ มาพักสักหน่อย นี่คงจะหนักมากสินะคราวนี้ หายไปเป็นเดือน กลับมายังแขนหักมาอีก...แล้วทำไมไม่อยู่พักที่บ้านนานๆ ให้หายดีเสียก่อน จะรีบมาหาคนใจร้ายทำไมกันนะ“ ผู้เป็นมารดาเองก็ยังอดประชดประชันลูกสาวซึ่งวางเฉยต่อทุกสิ่งทุกอย่าง ก้มหน้าก้มตาทำงานแปลเอกสารในมือต่อไปราวกับไม่ได้ยินอะไร…ทั้งที่ใจอยากจะถามไถ่ถึงอาการเจ็บป่วยของเขา

เป็นเวลาเกือบสองปีครึ่งที่กานต์เฝ้าวนเวียนแสดงความเอาใจใส่อย่างสม่ำเสมอ ความเพียรพยายามก็ทำให้น้ำแข็งนั้นค่อยละลายแต่เพียงเจ้าตัวไม่เคยยอมรับ...จนวันหนึ่ง

“แพร...แต่งงานกับผมเถอะ ผมอย่าทำให้คุณมีความสุขเสียที“ กานต์พูดขึ้นทันทีที่จบเรื่องเล่าของเขา ซึ่งมันเรียกรอยยิ้มจากร่างบอบบางได้อย่างที่เคยเป็นเสมอมา

แพรวาหุบยิ้มทันควัน เธอพูดเสียงแข็ง “ไม่ค่ะ...ฉันไม่อยากแต่งงาน ไม่อยากรักใคร“

“ทำไมล่ะแพร...คุณจะจมอยู่กับอดีตที่ไม่มีวันหวนกลับคืนมาเพื่ออะไรกัน วันพรุ่งนี้ยังมี ถ้าผู้ชายคนนั้นรู้ เขาก็ไม่พอใจเหมือนกันที่คุณเป็นแบบนี้“ กานต์ตัดพ้ออย่างน้อยใจ

แต่มันก็ไม่ได้ทำให้แพรวากล้าที่จะเปิดใจรับความรักนั้น...เธอยังคงเมินเฉยและเย็นชา พร้อมกับบอกแก่กานต์เบาๆ “ไม่ว่าวันไหน ฉันก็จะไม่รักคุณ“

จบคำพูดนั้นกานต์ก็นิ่งเงียบไปนาน ไม่ใช่เขาไม่รู้ว่ามันยากแค่ไหนที่จะทำให้คนตรงหน้านี้ใจอ่อน แต่ถ้ายิ่งนานวันยิ่งเป็นไปไม่ได้เลยนั้น...มันทำให้เขาท้อ

“ผมคงจะไม่อยู่อีกนาน ต้องไปสืบคดีต่างจังหวัด...คุณคงสบายใจถ้าจะไม่เห็นหน้าผม วันนี้ผมคงต้องขอตัว “

แต่ก่อนที่จะไปกานต์ก็พูดออกมาอย่างน้อยใจ “บางทีถ้าผมตายไปเหมือนผู้ชายคนนั้น คุณคงจะมองเห็นความสำคัญของผมบ้างสินะ”

แพรวาได้แต่เงยหน้ามองใบหน้าที่เคยแต่ยิ้มสดใสซึ่งบัดนี้หม่นหมอง ดวงตาไร้ประกายแห่งความขี้เล่นอย่างเคย และความรู้สึกบางอย่างก็วิ่งมากระทบตรงกลางใจช้าๆ
หญิงสาวชะงักอยู่ครู่เดียว ก่อนที่จะบอกกับตัวเองว่า...ไม่เหมือน...มันไม่มีทางเหมือนกัน...

...

“แพร แม่ขอเตือนลูกเป็นครั้งสุดท้ายนะ อย่าเอาการที่พ่อแยกทางกับแม่ และการหย่าของพี่ไหมมาตัดสินชีวิตของตัวเอง อย่าเอาตานกมาปิดโอกาสที่จะเจอคนที่ดีสำหรับลูก ความรักมันไม่ได้มีจำกัดแค่คนคนเดียว คนดีๆ ไม่ได้เดินเข้ามาหาเราบ่อยๆ และโอกาสก็ไม่ได้รอให้เราไขว่คว้าตลอดไปหรอก“

มารดาของแพรวาเอ่ยขึ้นเมื่อทนเห็นอาการเฉยชาของลูกสาวตนไม่ได้ และรู้มากพอว่าเพราะอะไรกานต์จึงหายหน้าไปนาน

“แพรไม่ได้รักเค้าค่ะ และไม่ว่าจะยังไงแพรก็รักเค้าไม่ได้”

“แกถามใจตัวเองดีแล้วหรือแพร ถ้าคำตอบเป็นอย่างนั้นจริงๆ ฉันจะไม่ว่าสักคำ” ไหมแก้วแทรกขึ้นมาอย่างอดรนทนไม่ได้ ก่อนจะยัดเยียดโทรศัพท์ใส่มือเรียวบางของน้องสาว

“รีบรับสิ ฉันต่อเบอร์คุณกานต์ไว้“
เพราะเหตุนั้นแพรวาจึงยกโทรศัพท์ขึ้นพูดอย่างลังเล และเวลาต่อมาเธอก็บอกแก่พี่สาวเสียงเบา ใบหน้ามีแววกังวลในส่วนลึก

“ยังไม่กลับจากต่างจังหวัดค่ะ แค่นี้ใช่ไหมคะ...แพรจะกลับไปทำงานต่อ“ พูดจบหญิงสาวก็เดินดุ่มกลับห้องของตนเองด้วยอาการเฉยเมย

จะให้เธอรักใครได้อย่างไร...บัดนี้เธอยังไม่ลืมกนกนัยออกไปจากใจได้เลย และความรู้สึกผิดก็ยังเกาะกินอยู่เต็มหัวใจ แล้วอย่างนี้เธอจะเห็นแก่ตัวรักคนอื่นได้อีกอย่างนั้นหรือ...

หญิงสาวมองท้องฟ้าที่เริ่มตั้งเค้าและต่อมาลมฝนก็เทกระหน่ำเหมือนกับที่เคยตกมาเสมอในทุกวันนี้ของแต่ละปี
...

แพรวามองท้องฟ้าที่บัดนี้ครึมหม่นอย่างเลื่อนลอย บรรยากาศในห้องนอนของเธอนั้นมืดมิด มืดเหมือนหัวใจของเธอเองที่มันไม่เคยเปิดให้สว่าง เสียงพายุฝนยังคงโหมกระหน่ำอย่างไม่ปราณี ราวกับจะตอกย้ำถึงเหตุการณ์บางอย่าง


“บางทีถ้าผมตายไปเหมือนผู้ชายคนนั้น...คุณคงจะมองเห็นความสำคัญของผมบ้างสินะ“


“บางทีถ้าไม่มีผมในชีวิตของคุณ คุณคงมีความสุขมากกว่านี้”


คำพูดของผู้ชายสองคนวนเวียนอยู่ในหัวใจที่เย็นชาซ้ำๆ ราวกับแผ่นเสียงตกร่อง ภาพสุดท้ายของชายสองคนที่ต่างกันอย่างมากมายก็ลอยวนเวียนอย่างยากจะตัดออกไป

กนกนัยกับสายตาอ่อนหวานวิงวอน และภาพที่ไร้วิญญาณ

กานต์...ผู้ร่าเริง มาพร้อมรอยยิ้มบนความเข้มแข็ง ภาพเฝือกห้อยคอแต่ใบหน้าปรากฏแต่รอยยิ้มใส และภาพหน้าคมคายซึ่งเครียดขรึมในวันที่เจอหน้าเป็นครั้งสุดท้าย

โอกาส...โอกาสไม่ได้มีบ่อยครั้ง

โอกาสไม่เคยรอให้ใครไขว่คว้าได้นาน...โอกาสมักจะลอยมาและลอยไปเสมอหากคนที่มองเห็นไม่รับรู้ถึงความสำคัญ

เร็วเท่าๆ กับความคิด แพรวารีบเดินลงไปชั้นล่าง และได้ยินเสียงบางดังมาจากห้องนั่งเล่น ...เสียงกระซิบที่เคร่งเครียด

เมื่อก้าวเท้าเข้าไปในห้องนั้นได้ หญิงสาวก็สัมผัสได้ถึงความตึงเครียด และกระวนกระวายจากบุคคลทั้งสอง

เธอใจสั่น...ภาวนาในใจ...อย่าให้เหมือนคราวนั้นเลย...

“มีอะไรกันคะ ทำไมพี่ไหมกับแม่ต้องทำหน้าอย่างนั้นด้วย” แพรวาไม่ได้รู้ตัวเลยว่าเสียงของตนนั้นสั่นเทาเพียงใด

ไหมแก้วมองหน้าน้องสาวอย่างคนที่ตัดสินใจกะทันหัน และไม่สนใจอาการทัดทานของมารดา

“กานต์เข้าร่วมจับกุมแกงค์ค้ายารายใหญ่ การประทะรุนแรงมาก ตอนนี้ฝ่ายตำรวจกำลังแย่ ตอนนี้คนบาดเจ็บกำลังทยอยส่งโรงพยาบาล ในนั้นมีรายชื่อกานต์ด้วย”

เพียงเท่านั้นแพรวาก็ทรุดฮวบ อีกแล้วสินะ...มันสายไปอีกแล้วหรือ...

แพรวายกมือที่สั่นลูบใบหน้าตนเองเบาๆ อยากให้มันเป็นเพียงฝัน

“แกจะมานั่งอยู่อย่างนี้เหรอแพร นั่งรอให้ทุกสิ่งทุกอย่างจบลงเหมือนคราวที่แล้วอย่างนั้นเหรอ...นี่แกจะรู้ใจตัวเองได้หรือยังนะ“ ไหมแก้วตะคอกเสียงดัง และมันก็สามารถปลุกสติที่ลางเลือนของหญิงสาวให้กลับมาอยู่กับเหตุการณ์ตรงหน้าได้

“ใช่...มันจะไม่สายไป มันยังพอมีโอกาส”

แพรวารำพึงเบาแผ่ว ก่อนจะพรวดออกไปยังรถยนต์ของตนเอง และขับออกจากบ้านด้วยความเร็วสูง ไม่รู้ตัวเลยว่าเธอกำลังกล้าจะเผชิญหน้ากับสิ่งที่หวาดหวั่นมาตลอดสามปี

นับจากเมื่อสามปีที่แล้ว...แพรวาเกลียดวันที่ฝนตกหนักอย่างจับจิตจับใจ

แต่คราวนี้ความร้ายกาจของลมฝนไม่ได้ทำให้แพรวารู้สึกหวาดกลัวได้อีก เธอขับรถฝ่ามันไปพร้อมกับความหวังอันน้อยนิด รำพึงรำพันในใจเพียงแต่ว่า...โอกาสของเธอ โอกาสสุดท้ายของเธอ...

ตอนนี้แม้ภายนอกรถจะมืดมิด แต่ในใจของแพรวากลับสว่างไสว เต็มเปี่ยมด้วยความหวังที่ไม่รู้ว่ามันจะเลื่อนลอยหรือไม่ แต่เธอรู้ว่าเขาจะรอเธออยู่ตรงนั้น

“กนกนัย...คุณต้องช่วยแพรนะคะ ช่วยแพรด้วย...อย่าให้มันสายไปอีก“

น่าแปลกที่บัดนี้ความเจ็บปวดกับเหตุการณ์ครั้งเก่าได้จางลง และเหมือนกับว่ามีไออุ่นจากบางสิ่งบางอย่างกำลังห่อหุ้มอยู่รอบๆ ร่างกายของเธอ ความรู้สึกดีๆ ที่เธอไม่เคยรู้จัก แต่เธอรู้...รู้ว่ามันจะต้องเป็นความรัก...มันกลับมาเยือนเธออีกครั้งเมื่อเธอเปิดใจรับมัน

รถยนต์คันงามขับฝ่าพายุอันร้ายกาจออกไปด้วยความเร็วเท่าๆ กับใจที่ลอยไปยังบุรุษผู้เต็มด้วยรอยยิ้มสดใส รอยยิ้มที่ละลายน้ำแข็งก้อนใหญ่ลงได้


แสงไฟจากแฟลชและผู้คนวุ่นวายไม่ได้ทำให้แพรวาหวั่นไหว เธอวิ่งฝ่าผู้คน มองหาแต่ร่างที่คุ้นตาคุ้นใจโดยไม่เคยจะรู้ตัว

ภาพชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงมุมหนึ่งของโรงพยาบาล ร่างกายสูงใหญ่นั้นเต็มไปด้วยรอยเลือด และไหล่หนาราวกำแพงนั้นห่อลู่อย่างหมดเรี่ยวแรง ศีรษะพันผ้าพันแผล ทำให้แพรวานิ่งงัน คนสองคนจ้องมองกัน สื่อความในใจเพียงสายตา

และชั่วพริบตาแพรวาก็ผวาเข้าไปซบกับอ้อมอกที่อ้ารับพร้อมด้วยรอยยิ้ม…เหมือนที่เคยยิ้มให้แก่เธอเสมอมา

“แพรมาเพราะแค่อยากรู้ว่า...คุณยังรอที่จะให้โอกาสแพรอยู่อีกไหมคะ“

กานต์ยิ้มใส เอามือที่เต็มไปด้วยรอยเลือดโอบกอดคนในอ้อมแขนไว้แทนคำตอบทั้งมวล




 

Create Date : 14 พฤศจิกายน 2549
7 comments
Last Update : 12 พฤศจิกายน 2552 22:19:19 น.
Counter : 255 Pageviews.

 

เอามาลงให้อ่านกันเล่นๆ ค่ะ เขียนไว้นานแล้ว แต่ไม่รู้ว่าจะใช้ได้หรือเปล่า เพราะยอมรับว่าเป็นคนที่เขียนเรื่องสั้นได้ไม่ดีเท่าไร ถนัดร่ายยาวเสียมากกว่า...เหอๆ ติชมมาได้นะคะ

 

โดย: แก้วกาสะลอง (แก้วกาสะลอง ) 14 พฤศจิกายน 2549 13:03:06 น.  

 

ขอเพียงหัวใจเข้มแข็งกล้าที่จะรัก ไม่มีคำว่าสาย...

 

โดย: ชามี IP: 125.24.161.17 14 พฤศจิกายน 2549 13:47:13 น.  

 

ประทับใจจังค่ะ......
อย่าลืมเขียนให้อ่านอีกนะคะ
^^

 

โดย: เด็กอ้วนในชามอ่าง IP: 202.28.35.1 17 มีนาคม 2550 1:24:18 น.  

 

นางเอกของเราเหมือนเจ้าสาวที่กลัวฝนไม่มีผิดเลย
...การที่จะรักใครสักคน ทำไมต้องรอให้สายเกินไป ทำไมต้องรอให้สูญเสียซะก่อนแล้วจึงคิดได้ ทำไมต้องปิดกั้นความรู้สึกภายในใจ สร้างกำแพงป้องกันการรับรู้ความรักความห่วงใยจากใครทีี่ดีสัีกคนด้วยล่ะ บางครั้ง...โอกาสมันอาจไม่เดินเข้ามาทักทายเราได้บ่อย ๆ หรอกนะ ดูอย่างนากเอกของเราสิ เกือบสา่ยเกินไปอีกแล้ว อยากขอร้องให้ ทุกคนเปิดใจรับความรัก ความห่วงใยที่ใครสักคนเค้าทุ่มเทให้กับเรา เปิดรับเค้าเข้ามาในหัวใจบ้าง ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป

 

โดย: สุรนารี<suranari IP: 125.25.222.108 1 มีนาคม 2553 10:47:46 น.  

 

คุณสุรนารี - ยังมีคนหลงเข้ามาอ่านอีกเหรอคะเนี่ย น่าประหลาดใจมาก ^^

ขอบคุณสำหรับการแวะเวียนมาอ่านเรื่องสั้นเรื่องนี้นะคะ


จะบอกว่าเรื่องนี้ได้โครงเรื่องมาจากชีวิตจริงของ จขบ. เองค่ะ
เคยมีใครคนหนึ่งเดินมาขอโอกาส
และ จขบ. เองที่เป็นคนปล่อยให้โอกาสนั้นหลุดลอยไป

กว่าจะรู้ว่าหัวใจต้องการอะไร ดูเหมือนจะสายไปเสียแล้ว
เพราะใครคนนั้นได้จากไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ
และไม่มีโอกาสใดหลงเหลืออยู่อีกเลย เหลือเพียงความทรมานด้วยความคิดถึง

ความตายโหดร้ายสำหรับคนที่ยังอยู่เสมอ

อย่าให้โอกาสของคุณหลุดลอยไปโดยไม่ใส่ใจเหมือน จขบ. เลยค่ะ

 

โดย: แก้วกาสะลอง 13 มีนาคม 2553 5:10:51 น.  

 

อ่านแล้วซึ้งมาก แต่ชิวิตกลับตรงกันข้ามกับแพรวา ที่เค้าไม่ให้โอกาสกับเราเราไม่เคยได้ความรักจากเค้าเลย..จนกระทั่งเค้าตายไป เราก็ได้แต่เป็นคนที่รักและคิดถึงแม้ว่าเค้าจะไม่ได้อยู่บนโลกนี้อีกแล้ว รักแม้กระทั่งในฝัน ความฝันที่รู้ว่าเค้าตายไปแล้วก็ยังรักและคิดถึงเค้าเสมอ

 

โดย: kwanrawee IP: 113.53.40.28 19 มีนาคม 2553 1:29:30 น.  

 

คุณ kwanrawee เป็นกำลังใจให้นะคะ
ขอให้รักของคุณยังสวยงามเสมอในหัวใจ อย่างที่ จขบ. บอก ความตายโหดร้ายสำหรับคนที่ยังอยู่เสมอ

จขบ. เชื่อว่าอย่างน้อยคุณก็ยังอิ่มใจที่ได้รักคนคนนั้น จริงไหมคะ ^^

 

โดย: แก้วกาสะลอง 22 เมษายน 2553 1:30:49 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


แก้วกาสะลอง
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




งานที่มีการเขียนลงบน WEBSITE แล้วส่งผ่านอินเตอร์เนตนั้น ถือเป็นงานเขียนซึ่งเป็นประเภทหนึ่งของงานวรรณกรรม ดังนั้นย่อมได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ลิขลิทธิ์ พ.ศ. 2537 (มาตรา15) หากผู้ใดต้องการทำซ้ำหรือดัดแปลงงานดังกล่าว ต้องได้รับอนุญาติจากเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อน มิฉะนั้น จะเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ (มาตรา27) ดัดแปลงงานจากอินเตอร์เนตเป็นภาษาไทย
อย่างไรก็ตาม การคุ้มครองลิขสิทธิ์เป็นการคุ้มครองอัตโนมัติ เจ้าของลิขสิทธิ์หรือผู้สร้างสรรค์ไม่จำเป็นต้องจดทะเบียนเพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิ์ตามกฏหมายลิขสิทธิ์

...
Friends' blogs
[Add แก้วกาสะลอง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.