มะเขือเปราะ กระเทาะหน้าแว่น พายเรืออกแอ่น
Group Blog
 
 
พฤษภาคม 2553
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
11 พฤษภาคม 2553
 
All Blogs
 

ฮาตาเกะ คาคาชิ

ฮา ตาเกะ คาคาชิ



ชื่อ : ฮาตาเกะ คาคาชิ
อายุ : 29
วันเกิด : 15 กันยายน
ส่วนสูง : 181 ซม.
น้ำหนัก : 67.5 ก.ก.
กรุ๊ปเลือด : O
หมายเลขทะเบียนนินจา : 009720
ปรากฏตัวครั้งแรก Anime : ตอนที่ 3
ปรากฏตัวครั้งแรก Manga : ตอนที่ 3
หมู่บ้าน : โคโนะฮะ
ระดับ : โจนิน
ความหมายของชื่อ :
hatake แปลว่า ทุ่งแห้ง
kakashi แปลว่า หุ่นไล่กา
ตัวละครที่เกี่ยวข้อง : อุซึมากิ นารูโตะ, อุจิวะ ซาสึเกะ, ฮารุโนะ ซากุระ,
อุจิวะ โอบิโตะ, โฮคาเงะรุ่นที่ 4 (นามิคาเสะ มินาโตะ), ริน, , จิไรยะ,
อุจิวะ อิทาจิ,ซารุโทบิ อาซึม่า, ยูฮิ คุเรไน, ไมโตะ ไก, ยามาโตะ,
คาคุซึ, โอโรจิมารุ, คาบูโตะ ฯลฯ
จำนวนภารกิจที่ปฏิบัติ :
ระดับต่ำ (D-Rank) : 197
ระดับทั่วๆไป (C-Rank) : 189
ระดับสูง (B-Rank) : 414
ระดับสูงมาก (A-Rank) : 277
ภารกิจขั้นเทพ (S-Rank) : 39
ข้อมูลเกี่ยวกับการสอบเกะนิน จูนิน :
จบการศึกษาจากรร.นินจา เมื่ออายุ (Academy Grad Age) : 5
ช่วงอายุที่สอบ จูนิน (Chuunin Exam Age) : 6
ข้อมูล พิเศษ ได้เลื่อนขั้นเป็นโจนินเมื่อ : 13

ข้อมูล :
คาคาชินับเป็นหนึ่งในตัวละครที่เป็นที่นิยมที่สุดในเรื่อง ซึ่งก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไม ด้วยบุคลิกแบบคนเอื่อยเฉื่อย สวมผ้าปิดตาข้างหนึ่ง รักสันโดษ กับน้ำเสียงสบายๆ ทำให้คาคาชิเป็นหนึ่งในตัวละครที่สร้างบรรยากาศผ่อนคลายให้กับเรื่องได้เป็น อย่างดี แต่ในทางตรงกันข้าม เมื่อถึงเวลาที่ต้องจริงจัง เขาก็สามารถเปลี่ยนตัวเองได้แบบหน้ามือเป็นหลังมือ กลายเป็นคนละเอียดรอบคอบและมีสมาธิจดจ่อกับสิ่งที่ต้องทำได้โดยไม่ผิดพลาด

คาคาชิเป็นลูกชายของ ฮาตาเกะ ซาคุโมะ หรือที่รู้จักกันในฉายา เขี้ยวสีขาวแห่งโคโนะฮะ ซึ่งมีผมสีขาวเหมือนเขา และก็เป็นเจ้าของดาบสั้นซึ่งจะสามารถปล่อยจักระสีขาวออกมาได้เมื่อถูกใช้โดย คนในบ้านฮาตาเกะ และภายหลังการตายของพ่อของเขา คาคาชิก็ได้เป็นเจ้าของดาบสั้นเล่มนี้ต่อ ซาคุมะพ่อของเขานั้นได้รับการยกย่องให้มีชื่อเสียงทัดเทียมกับสามนินจาแห่ง โคโนะฮะ แต่ทัศนคติส่วนตัวของเขากลับทำให้ชื่อเสียงนี้ถูกทำลายลง เพราะมีอยู่ครั้งหนึ่งที่ซาคุโมะยอมละทิ้งภารกิจเพื่อปกป้องเพื่อนร่วมทีมจน ทำให้หมู่บ้านได้รับความเสียหาย ด้วยความอับอายและผิดหวังจากปฏิกิริยาของเพื่อนร่วมทีม ทำให้ซาคุโมะฆ่าตัวตาย ซึ่งส่งผลให้คาคาชิเติบโตมาอย่างเย็นชา และเห็นความสำคัญของภารกิจและยึดถือกฎระเบียบหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายมาเป็น อันดับแรก

ในวัยเด็ก คาคาชิประสบความสำเร็จในการทำภารกิจมากมาย ทั้งยังได้เป็นศิษย์ของเป็นโฮคาเงะรุ่นที่สี่ และยังได้รับโอกาสในการคุมทีมของเขาในตำแหน่งหัวหน้าทีมด้วย ชื่อเสียงของคาคาชิก็ยิ่งเป็นที่กล่าวขานมากขึ้นไปอีกเนื่องมาจากภารกิจแรก ที่เขาได้รับมอบหมายหลังจากได้เลื่อนขั้นเป็นโจนินตอนอายุสิบสาม ในช่วงสงครามนินจาครั้งที่สาม คาคาชิและทีมได้รับมอบหมายให้ไปถล่มสะพานเพื่อตัดเส้นทางการลำเลียงของนินจา อิวะที่จะเข้ามายังหมู่บ้าน และในการเผชิญหน้ากับนินจาอิวะเหล่านั้น ทำให้เกิดเหตุการณ์ใหญ่กับชีวิตคาคาชิอีกครั้งหลังจากการสูญเสียพ่อไป ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้เองทำให้ชีวิตของคาคาชิมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่ สุดในชีวิต รินซึ่งเป็นนินจาแพทย์เพียงหนึ่งเดียวในทีมได้ถูกลักพาตัวไปเพื่อรีดความลับ คาคาชิจังตัดสินใจที่จะทิ้งเธอเอาไว้และมุ่งหน้าไปทำภารกิจต่อ เลยทำให้โอบิโตะ เพื่อนร่วมทีมอีกคนไม่พอใจมากและปฏิเสธที่จะร่วมมือ

เด็กชายทั้งสองโต้เถียงกัน คาคาชิกล่าวกับโอบิโตะว่าผู้ที่ไม่ให้ความสำคัญกับภารกิจที่ได้รับมอบหมายจะ ถูกเรียกว่าเป็นสวะ แต่โอบิโตะกลับสวนกลับมาว่า คนที่ไม่ให้ความสำคัญกับพวกพ้องนั้นเลวยิ่งกว่าสวะเสียอีก พร้อมกับกล่าวด้วยว่าตัวเขาเองชื่นชมการกระทำของฮาตาเกะ ซาคุโมะ และตัดสินใจที่จะไปช่วยรินตามลำพัง แต่แล้วคาคาชิก็ตัดสินใจตามเพื่อนไปทีหลัง จนกระทั่งพลาดพลั้งถูกทำร้ายจนเสียตาซ้ายไป และด้วยความตกตะลึงผสมโกรธแค้น ทำให้โอบิโตะที่ต้องการช่วยเหลือเพื่อนสามารถเบิกเนตรวงแหวนได้สำเร็จ จนกระทั่งฆ่านินจาศัตรูคนที่ทำร้ายเพื่อนได้

จากนั้นทั้งสองคนตามไปจนพบรินในสภาพโดนคาถาลวงตา นั่งนิ่งไม่รู้สึกตัว จึงเข้าไปช่วยคลายคาถาลวงตาให้จนรินได้สติ ในการต่อสู้กับนินจาอิวะ คาคาชิและโอบิโตะร่วมกันต่อสู้ ด้วยความสามารถในการมองจากเนตรวงแหวนของโอบิโตะบวกกับกระบวนท่าและความเร็ว คาคาชิ ทำให้การรุกและรับของทั้งเหนือกว่าศัตรู แต่ทว่า เนื่องจากเสียตาซ้ายไปคาคาชิจึงมีจุดบอดอยู่ทางด้านซ้ายของตนและไม่เห็นหิน ก้อนหนึ่งที่หล่นลงมา และในตอนนั้นขณะที่คาคาชิเสียท่ากำลังจะโดนหินทับ โอบิโตะกลับพุ่งเข้ามาผลักเพื่อนให้พ้นทางและกลายเป็นคนโดนหินก้อนนั้นทับ แทน คาคาชิกับรินนั้นปลอดภัย ขณะที่โอบิโตะก็รู้ดีว่าตัวเองคงไม่รอดแน่ เพราะร่างซีกขวาของตนถูกหินทับจนแหลกเหลวไร้ความรู้สึกไปเสียแล้ว จึงได้กล่าวกับคาคาชิว่าจะมอบของขวัญจากตนให้ เป็นเนตรวงแหวนที่เพิ่งเบิกสำเร็จ และขอร้องให้รินใช้วิชานินจาแพทย์เป็นคนผ่าตัดให้ตรงนั้นเลย คาคาชิยอมรับของขวัญนั้นในฐานะดวงตาที่จะมองไปข้างหน้าให้เขา แล้วกลับไปสู้ตายกับนินจาอิวะที่เหลือ ซึ่งผลจากการต่อสู้ดังกล่าวทำให้ดาบสั้นของเขาหักออกเป็นสองท่อน และก็เป็นเวลาเดียวกับที่คาคาชิได้ใช้ พันปักษา ท่าไม้ตายที่ตนเองคิดค้นขึ้นมาได้อย่างสมบูรณ์ เขาเอาชนะนินจาอิวะคนนั้นได้ แต่ในเวลาไม่นานกำลังหนุนของศัตรูก็เข้ามาประชิดตัวพวกเขา แต่ก็นับเป็นโชคดีที่มีดสั้นซึ่งคาคาชิได้รับเป็นของขวัญมาจากรุ่นที่สี่ นั้นเป็นสื่อที่ทำให้รุ่นที่สี่ได้ใช้คาถานินจาข้ามมิติเวลามาหาพวกเขาได้ ทันเวลา คาคาชิวูบไปเพราะความเหนื่อยล้าจากการใช้พันปักษา และเมื่อตื่นขึ้นมาศัตรูก็หายไปหมดแล้ว ขณะที่รุ่นที่สี่อยู่ข้างกายเขา และรินยืนแหงนหน้ามองฟ้าอยู่ไกลออกไป การสูญเสียโอบิโตะทำให้คาคาชิไม่มีความกระตือรือร้นเหมือนก่อน และเริ่มมาสาย ซึ่งความจริงก็คือ เขามักจะไปเยี่ยมหลุมศพของโอบิโตะทุกวันเลยทำให้สาย นอกจากนี้การตายของเพื่อนยังทำให้คาคาชิไม่มีความคิดว่าภารกิจเป็นสิ่งที่ สำคัญอันดับแรกอีกแล้ว

หลังจากศึกที่สะพาน คันนาบิในวันนั้นจบลงได้กำเนิดวีรบุรุษที่มีเ นตรวงแหวนขึ้น 2 คน คนหนึ่งถูกจารึกนามไว้บนแผ่นหินในฐานะวีรบุรุษที่พลีชีพเพื่อปกป้องหมู่บ้าน นามเขาคือ "อุจิวะ โอบิโตะ" และอีกคนถูกขนานนามว่า "เนตรวงแหวนคาคาชิ"

หลายปีต่อมา คาคาชิก็ได้รับการขนานนามอีกชื่อว่า ก็อปปี้นินจา จากการใช้เนตรวงแหวนของเขาเลียนแบบใช้วิชาของคู่ต่อสู้ที่เขาเคยเห็น แล้วเขายังได้เข้าเป็นหนึ่งในหน่วยลับที่มีฝีมืออยู่ในพวกหัวกะทิทำงานรับ ใช้โฮคาเงะโดยตรง ที่ซึ่งคาคาชิได้พัฒนาความสามารถของตนเองและแสดงฝีมือจนเป็นที่ยอมรับของทุก คน ซึ่งรวมไปถึงรุ่นน้องอย่างยามาโตะ และคู่แข่งตลอดกาลอย่างไมโตะ ไก คาคาชิได้ปรากฏตัวอย่างเป็นทางการในเนื้อเรื่องของคอมมิคเป็นครั้งแรกในตอน ที่โฮคาเงะรุ่นที่สามเรียกตัวเขาให้มาคุมทีมเจ็ด ซึ่งมีทายาทเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ของตระกูลอุจิวะ อุจิวะ ซาสึเกะ เด็กเจ้าปัญหาที่เป็นพลังสถิตร่างจิ้งจอกเก้าหางอย่าง อุซึมากิ นารูโตะ และ ฮารูโนะ ซากุระอยู่ด้วย สำหรับปฏิกิริยาแรกของคาคาชินั้นก็ดูเหมือนเขาจะไม่ค่อยชอบใจกับภารกิจที่ ได้รับนี้เท่าไร โดยเฉพาะเมื่อตอนเจอหน้ากันก็โดนนารูโตะแกล้งรับขวัญเอาด้วยแปรงลบกระดานซะ แล้ว อย่างไรก็ตามเมื่อลองทำภารกิจทดสอบแย่งกระดิ่งกันดู สมาชิกทีมเจ็ดทั้งสามก็ทำให้คาคาชิประทับใจจนได้ผ่านการทดสอบ ต่างจากเกะนินทีมอื่นๆก่อนหน้านี้ที่คาคาชิให้ตกหมด หลังจากนั้นคาคาชิก็เริ่มสร้างความสัมพันธ์อันดีกับลูกทีมของตน แต่แม้ว่าคาคาชิจะพยายามสอนเด็กๆด้วยความเอาใจใส่และใจเย็น แต่สิ่งหนึ่งที่เขาเน้นหนักเป็นพิเศษ ก็คือเรื่องของทีมเวิร์คและการทำงานร่วมกันเพื่อให้ภารกิจสำเร็จนั่นเอง

คาคาชิและลูกทีม 7 ได้ร่วมกันทำภารกิจครั้งแรกเป็นการคุ้มกันนักสร้างสะพานที่ชื่อ ดาซึนะ จากแคว้นนามิโนะคุนิ (แคว้นคลื่น) เพื่อเดินทางไปยังบ้านเกิด เนื่องจากตัวดาซึนะเองนั้นถูกหมายหัวจากผู้มีอิทธิพลที่ต้องการครอบงำแคว้น บ้านเกิดของเขา ชื่อว่า กาโต้ เพราะดาซึนะนั้นมีความต้องการที่จะสร้างสะพานข้ามจากนามิโนะคุนิไปยังแคว้น อื่น เพื่อเป็นเส้นทางในการกระตุ้นเศรษฐกิจของแคว้นผ่านรายได้จากภายนอกแทนที่จะ ต้องจ่ายภาษีสูงลิ่วเป็นค่าคุ้มครองให้กับกาโต้ ที่ยึดครองกิจการนำเข้าและส่งออกภายในแคว้นจนหมดในขณะนั้น อย่างไรก็ตามกาโต้ได้ว่าจ้างนินจารับจ้างหลายรายมาเพื่อกำจัด ดาซึนะ ทำให้คุณตาดาซึนะต้องเดินทางมาว่าจ้างนินจาโคโนะฮะเพื่อเป็นคนคุ้มกัน และก็เป็นทีมของคาคาชิที่ได้ภารกิจนี้มา ภารกิจนี้เป็นการเดินทางออกนอกหมู่บ้านเป็นครั้งแรกของเด็กๆทั้งสาม ตั้งแต่แรกที่ร่วมเดินทางมาด้วยกัน ทีมของคาคาชิและดาซึนะก็ถูกลอบโจมตีโดยสองพี่น้องอสูร แต่ด้วยความมีไหวพริบของซาสึเกะประสานกับฝีมือของคาคาชิก็ทำให้เอาชนะไปได้ จนสามารถเดินทางไปถึงแคว้นนามิโนะคุนิได้สำเร็จ แต่ต่อมาก็ต้องเผชิญหน้ากับลูกพี่ของสองพี่น้องอสูรดังกล่าว คือ อดีตนินจาคิริงาคุเระ มนุษย์อสูร โมโมจิ ซาบุสะ ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มเจ็ดดาบนินจาของคิริงาคุเระและผู้ติดตามของเขา ซึ่งเป็นเด็กชายที่ชื่อว่า ฮาคุ ในการประมือกันครั้งแรกระหว่างคาคาชิกับซาบุสะ คาคาชิถูกบีบให้ใช้เนตรวงแหวนออกมาต่อสู้

ช่วงแรกนั้นตัวเขาเองพลาดท่าถูกจับขังในคาถาคุกน้ำแต่นารูโตะและซาสึเกะร่วม กันช่วยออกมาได้ และเพื่อช่วยไม่ให้นักเรียนทั้งสองโดนทำร้าย เขาจึงต้องใช้เนตรวงแหวนเข้าต่อสู้กับซาบุสะอย่างดุเดือด ผลการต่อสู้เป็นไปอย่างสูสี จนกระทั่งซาบุสะเป็นฝ่ายพลาดท่าตกเป็นรอง และในตอนนั้นเองซาบุสะได้ถูกลอบทำร้ายโดยเข็มนินจาจากมือของผู้ที่สวมหน้า กากนินจาล่าสังหารของคิริ และถูกพาร่างกลับไป โดยไม่มีใครรู้ว่าซาบุสะที่คิดว่าตายแล้วก็ยังมีชีวิตอยู่ และกำลังพักฟื้นอยู่เช่นกัน เพราะแท้ที่จริงแล้วผู้ที่สวมหน้ากากนินจาล่าสังหารมานั้นก็คือ ฮาคุ และการซัดเข็มใส่ซาบุสะก็เพื่อทำให้เขาอยู่ในสภาพเสมือนตาย เพื่อพาหลบออกจากการต่อสู้

ภายหลังการโหมใช้เนตรวงแหวนทำให้ร่างกายของคาคาชิอ่อนเปลี้ยจนไม่สามารถขยับ ไปไหนได้ร่วมสัปดาห์และต้องนอนพักรักษาตัวอยู่ที่บ้านของดาซึนะเพียงอย่าง เดียว สาเหตุที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะดวงตานี้ไม่ใช่ของเขาเองแต่เป็นสิ่งที่ได้รับ มาจากเพื่อน ความเข้ากันกับร่างกายจึงไม่สมบูรณ์และส่งผลให้การใช้งานแต่ละครั้งจะสิ้น เปลืองจักระและพลังกายเป็นอย่างมาก แต่ทั้งนี้ตลอดสัปดาห์ที่พักฟื้นอยู่ เมื่อเริ่มขยับตัวได้บ้าง คาคาชิก็ยังไม่ละเลยที่จะเพิ่มความสามารถให้กับลูกทีมทั้งสาม ด้วยการมอบภารกิจแรกในการฝึกปีนต้นไม้ให้ เพื่อให้ทั้งสามสามารถควบคุมการรีดเร้นจักระออกมาได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งผลการลองทำครั้งแรกปรากฏว่าซากุระเป็นคนที่มีฝีมือในการควบคุมจักระมาก ที่สุด ทำให้เด็กชายทั้งสองคนฮึดสู้ขึ้นมา และใช้เวลาไม่นานทั้งหมดก็สามารถผ่านภารกิจที่เขามอบหมายให้ได้ อย่างไรก็ตาม ตลอดสัปดาห์นั้นคาคาชิเองก็มีลางสังหรณ์เรื่องซาบุสะตลอดเวลาว่ามีบางอย่าง ไม่น่าจะถูกต้อง และในที่สุดก็นึกถึงเบาะแสเรื่องนินจาล่าสังหารได้ว่า ปกติจะไม่มีการนำศพกลับ แต่จะทำลายทิ้ง ทำให้รู้ว่าซาบุสะยังมีชีวิตอยู่ และก็เป็นอย่างที่เขาคิด เพราะซาบุสะและฮาคุได้กลับมาแก้แค้นคาคาชิและลูกทีมอีกครั้งหลังที่ต่างคน ต่างพักฟื้นจนหายดีแล้ว

ทีมคาคาชิเผชิญหน้ากับซาบุสะและฮาคุบนสะพานที่กำลังสร้างจนเสร็จ โดยคาคาชิจับคู่สู้กับซาบุสะ ส่วนซาสึเกะนั้นต้องรับมือกับฮาคุ และให้ซากุระคอยคุ้มกันดาซึนะ การต่อสู้ครึ่งแรกของทั้งสองคู่เป็นไปอย่างสูสี แต่แล้วคาคาชิกลับตกเป็นรองเมื่อซาบุสะปิดประสาทการต่อสู้ด้วยตาและใช้คาถา หมอกอำพรางร่างกายตนเองเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกก็อปปี้วิชาด้วยเนตรวงแหวน ขณะที่ซาสึเกะที่แม้จะตามความเร็วในยามปกติของฮาคุได้ แต่ก็ต้องถูกจับขังในคาถาลับห้องมนตราผลึกน้ำแข็ง ซึ่งเป็นขีดจำกัดสายเลือดของฮาคุจนได้ แม้ว่าต่อมานารูโตะจะปรากฏตัวขึ้น แต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้มาก นอกจากเข้าไปติดอยู่ในห้องมนตราของฮาคุด้วยกันทั้งคู่

สถานการณ์โดยรวมที่ฝ่ายตนกำลังตกเป็นรองบีบให้คาคาชิต้องหาวิธีการต่อสู้ ใหม่เพื่อเผด็จศึกโดยเร็ว คาคาชิไม่ได้ใช้เนตรวงแหวน แต่ใช้คาถาเชิญเรียกเหล่าสุนัขนินจาของตนออกมาใช้จมูกดมกลิ่นหาซาบุสะและ เป็นฝ่ายจับเป้าหมายเอาไว้ เมื่อเผชิญหน้ากับสุนัขนินจาที่เชี่ยวชาญทั้งแปดตัว ซาบุสะก็ตกเป็นรองและโดนสุนัขเหล่านั้นจับเป็นเป้านิ่งรอให้คาคาชิใช้ตัดสาย ฟ้าเข้าใส่ โดยที่ในขณะนั้นไม่มีใครคาดคิดว่าฮาคุซึ่งพ่ายแพ้แก้นารูโตะและซาสึเกะจะ เป็นคนเอาตัวเข้ามาขวาง ยอมสละชีวิตเพื่อปกป้องซาบุสะเอาไว้ เด็กชายโดนตัดสายฟ้าทะลวงหัวใจและสิ้นชีพทั้งที่ใบหน้ายังมีรอยยิ้มและยืน จับแขนของคาคาชิเอาไว้อยู่ เพื่อเปิดโอกาสให้ซาบุสะโจมตีคาคาชิ แต่ตอนนั่นซาบุสะก็หาใช่คู่ต่อสู้ของคาคาชิอีกต่อไป เมื่อคาคาชิได้ทำลายแขนทั้งสองข้างของซาบุสะ

ทันใดนั้น กาโต้ก็ปรากฏตัวขึ้นเพื่อกวาดล้างผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ให้หมด แน่นอนว่ารวมถึงซาบุสะและฮาคุที่ทอดร่างเป็นศพอยู่ด้วย กาโต้แสดงอาการดูถูกฮาคุด้วยการเตะใบหน้าศพ ทำให้นารูโตะที่เห็นเดือดดาลเป็นอย่างมาก และก็เพราะการร้องตะโกนของนารูโตะนั่นเองที่ทำให้ซาบุสะได้สติ ในที่สุดเขาก็เป็นฝ่ายพุ่งเข้าหาศัตรู และแม้จะเสียแขนในการต่อสู้กับคาคาชิไปแล้ว แต่ซาบุสะก็ยังสามารถปลิดศีรษะกาโต้ลงมาได้ หลังจากซาบุสะฆ่ากาโต้แล้ว คาคาชิและนารุโตะก็ใช้คาถาแยกเงาพันร่างขู่กลุ่มนักล่าเงินรางวัลที่กาโต้ จ้างมาจนขวัญกระเจิงหนีกลับไป แล้วก็อุ้มร่างของซาบุสะมาวางข้างๆฮาคุ เพื่อให้ล่ำลากันเป็นครั้งสุดท้าย หลังจากที่ทั้งสองตาย ทีมเจ็ดก็จัดการฝังศพของพวกเขาเอาไว้ข้างๆกัน แล้วออกเดินทางกลับโคโนะฮะ

เมื่อกลับโคโนฮะก็เข้าสู่ช่วงสอบจูนินพอดี คาคาชิก็เสนอชื่อลูกทีมทั้งสามเข้าสอบโดยเอาชื่อของตัวเองเป็นประกัน แม้ว่าในทีแรกจะทำให้เขม่นกับอิรุกะไปบ้างแต่ทั้งสามคนก็ได้เข้าสอบ และคาคาชิก็หายไปช่วงหนึ่ง จนได้มาปรากฏตัวอีกครั้งหลังจากที่ซาสึเกะโดนโอโรจิมารุกัดและประทับอักขระ ฟ้า-ดินให้ คาคาชิเข้ามาช่วยสะกดอักขระที่คอของซาสึเกะให้ โดยใช้คาถาผนึกมาร เพื่อไม่ให้พลังอักขระกำเริบจนครอบงำร่างและสติของซาสึเกะอีก หลังจากที่ผนึกเสร็จ โอโรจิมารุก็ปรากฏตัวขึ้นมา ทั้งสองพูดคุยกันอยู่สักครู่ คาคาชิก็ตัดสินใจใช้ตัดสายฟ้าขึ้นมาขู่จะวัดดวงกับโอโรจิมารุ แต่โอโรจิมารุก็จากไปก่อน พร้อมกับจิตสังหารที่ทำให้คาคาชิเห็นภาพหลอนถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับตัวเอง หากคิดแลกชีวิตกับโอโรจิมารุจริงๆ ภายหลังซาสึเกะถูกส่งไปพักฟื้นที่โรงพยาบาลโคโนะฮะ และด้วยความเป็นห่วง คาคาชิก็ไปเยี่ยมลูกทีมที่ห้อง แล้วก็ต้องเผชิญหน้ากับคาบูโตะที่ปลอมเป็นหน่วยลับลอบเข้ามา ทำให้ปะทะกันและคาคาชิก็รู้ว่าคาบูโตะเป็นสายของโอโรจิมารุ แต่ก็ไม่สามารถกุมตัวไปสืบสวนได้ เพราะคาบูโตะหนีไปได้ก่อน หลังจากซาสึเกะหายดี คาคาชิก็ตัดสินใจที่จะช่วยให้ลูกทีมคนนี้เก่งขึ้น ด้วยการสอนตัดสายฟ้า หรือ อีกชื่อคือ พันปักษาให้

ในการต่อสู้ของซาสึเกะกับกาอาระ จู่ๆนินจาซึนะและโอโตะก็ให้สัญญาณโจมตีโคโนะฮะพร้อมกัน เพราะทั้งสองหมู่บ้านได้วางแผนถล่มโคโนะฮะกันมานานแล้วโดยเป็นการวางแผนของ โอโรจิมารุนั่นเอง โจนินคุมทีมกาอาระ คือ บากิได้ให้สัญญาณกับเทมาริและคันคุโร่ให้พากาอาระที่เริ่มคลุ้มคลั่งออกไป ซาสึเกะก็ตามไปด้วย ขณะที่ในสนามสอบโจนินของโคโนะฮะก็มารวมตัวกันเพื่อสู้กับศัตรู และคาคาชิก็ใช้คาถาเชิญเรียก ปั๊กคุง ออกมาและมอบหมายให้ไปกับซากุระ นารูโตะและชิกามารุเพื่อตามตัวซาสึเกะกลับมา

หลังจบศึกถล่มโคโนะฮะของโอโรจิมารุและซึนะ สมาชิกแสงอุษาสองคนก็ปรากฏตัวขึ้น ซึ่งก็คือ โฮชิงาคิ คิซาเมะ และ พี่ชายของซาสึเกะ อุจิวะ อิทาจิ คาคาชิสังเกตเห็นทั้งสองคนตั้งแต่ตอนที่นั่งอยู่ในร้านน้ำชาระหว่างรอซาสึ เกะ จึงขอแรงอาซึม่าและคุเรไนให้ตามไปดู แล้วก็เกิดประมือกัน ฝ่ายอาซึม่าตกเป็นรอง แต่คาคาชิเองก็ตามมาช่วยคลี่คลายสถานการณ์ไปได้ในระดับหนึ่ง เพราะตัวคาคาชินั้นรู้เรื่องแสงอุษามาบ้างแล้วจากจิไรยะ เมื่ออยู่ต่อหน้าอิทาจิ คาคาชิก็หาใช่คู่มือไม่ เนื่องจากพลังเนตรของอิทาจิขั้นสูงกว่า คือ เนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผา และในการปะทะกันครั้งนี้ทำให้คาคาชิต้องนอนโรงพยาบาลไปหลายวันทีเดียว เนื่องจากโดนฤทธิ์เดชของคาถาอ่านจันทรา หนึ่งในวิชาเนตรจากเนตรวงแหวนกระจกหมื่นบุปผาของอิทาจิ ซึ่งอาการบาดเจ็บครั้งนี้ก็ได้ ซึนาเดะ หนึ่งในสามนินจาในตำนานและผู้รับตำแหน่งโฮคาเงะรุ่นที่5 มารักษาให้

ในภาคสอง ซึ่งเป็นเวลาอีกประมาณสองปีครึ่งต่อมา เมื่อนารูโตะฝึกฝนกับจิไรยะจนสำเร็จแล้วกลับมาที่หมู่บ้าน คาคาชิก็ได้รับของขวัญจากนารูโตะเป็นหนังสืออะจึ๊ยฯเล่มล่าสุด และต่อมาเมื่อนารูโตะไปรายงานตัวต่อหน้าซึนาเดะแล้ว คาคาชิกับอดีตลูกทีมทั้งสอง คือ ซากุระกับนารูโตะก็ไปทดสอบฝีมือของเด็กทั้งคู่ว่าก้าวหน้าไปมากแค่ไหน ซึ่งผลก็ปรากฏออกมาว่านารูโตะและซากุระนั้นเก่งขึ้นมาก จนสามารถแย่งกระพรวนจากคาคาชิได้ (ในครั้งนี้คาคาชิโดนโจมตีตรงจุดอ่อน ซึ่งมีเพียงนารุโตะเท่านั้นที่รู้)

จบการทดสอบฝีมือ ที่ซึนะงาคุเระก็มีข่าวว่าแสงอุษาเข้ามาโจมตีหมู่บ้านและลักพาตัวกาอาระ ซึ่งได้เป็นคาเสะคาเงะไป ประกอบกับคันคุโร่ พี่ชายของกาอาระก็ถูกพิษระหว่างติดตามคนร้ายด้วย ซึนาเดะจึงส่งทีมคาคาชิไปสมทบเพื่อช่วยเหลือ แต่เมื่อคาคาชิ นารูโตะและซากุระไปถึง และกำลังรอให้ซากุระถอนพิษให้คันคุโร่อยู่ คาคาชิก็ถูกแม่เฒ่าของซึนะ คือ ย่าโจเข้ามาโจมตีเพื่อแก้แค้นให้ลูกชายของนาง เพราะเข้าใจผิดคิดว่าคาคาชิ คือ เขี้ยวสีขาวแห่งโคโนะฮะ เมื่อปรับความเข้าใจกันแล้ว ย่าโจก็ร่วมเดินทางไปกับพวกคาคาชิเพื่อไปชิงตัวกาอาระกับมา แต่ระหว่างทางก็ได้เผชิญหน้ากับอิทาจิอีกครั้ง แต่ก็เป็นคาคาชิที่ไหวตัวก่อนจึงได้บอกเรื่องเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผา ที่ตัวเองเคยโดนมาก่อนให้ทุกคนเตรียมรับมือ ทั้งสี่คนทำงานประสานกันได้ดี โดยเฉพาะคาคาชิกับนารูโตะที่สามารถคว่ำอิทาจิลงได้ แต่เมื่อใกล้จะตาย อิทาจิกลับกลายร่างเป็นคนอื่น ที่แท้ก็คือ นินจาซึนะที่ชื่อยูระ ซึ่งเป็นสายให้ซาโซริ และมาในฐานะร่างนกต่อเพื่อตัดกำลังของทีมคาคาชิ

อย่างไรก็ตามเมื่อสู้กับอิทาจิตัวปลอมแล้ว ทีมคาคาชิก็มุ่งหน้าต่อไปจนถึงที่ซ่อนของแสงอุษา คาคาชิได้พบกับทีมไกที่เป็นกำลังเสริม และก็เป็นคนไปสำรวจที่ปากถ้ำว่ามีการใช้ยันต์ผนึกแบบสี่ทิศ จึงขอให้ทีมไกช่วยปลดผนึกให้ เมื่อปลดสำเร็จ คาคาชิก็สั่งให้ซากุระทลายหินที่ปิดปากถ้ำ จนสามารถเข้าไปข้างในได้ แต่ก็พบเพียงสองแสงอุษาที่พากาอาระมา คือ เดอิดาระและซาโซริกับร่างไร้วิญญาณของกาอาระเท่านั้น การพบเห็นสิ่งนั้นทำให้นารูโตะโกรธจัด การต่อสู้ระหว่างทีมเจ็ดกับแสงอุษาทั้งสองจึงเริ่มขึ้น นารูโตะกับคาคาชิจับคู่กันติดตามเดอิดาระที่หนีออกมาพร้อมนกดินเหนียวของตน โดยมีร่างกาอาระเป็นตัวล่อ คาคาชิเป็นคนประเมินความสามารถของศัตรูและช่วยเรียกสติของนารูโตะที่กำลัง เดือดจัดทำให้ใจเย็นลง เพื่อวางแผนจัดการเดอิดาระที่เป็นพวกโจมตีไกล ในท้ายที่สุด คาคาชิก็รวบรวมจักระแล้วเบิกเนตรแบบใหม่ นั่นคือ เขาเองก็สามารถใช้เนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุพผาได้เช่นกัน เมื่อเบิกเนตรเสร็จ คาคาชิก็ใช้เนตรนั้นจ้องมองไปที่เดอิดาระจนก่อให้เกิดประตูมิติที่ดูดแขนขวา ของเดอิดาระเข้าไป อย่างไรก็ตามเพราะยังควบคุมขนาดและทิศทางของประตูมิติไม่คล่อง เดอิดาระเลยเพียงแค่เสียแขน และแม้ต่อมาจะโดนนารูโตะโจมตี แต่ก็หลบรอดไปได้ ฝ่ายนารูโตะเองหลังโจมตีเดอิดาระก็เลือดขึ้นหน้าส่งผลให้จักระจิ้งจอกเก้า หางรั่วไหลออกมา แต่คาคาชิก็ใช้ยันต์สะกดที่ได้มาจากจิไรยะสะกดการรั่วไหลได้ทัน

เมื่อการต่อสู้จบ ทีมไกที่ไปเจอศัตรูระหว่างไปปลดผนึกกับซากุระและย่าโจที่แยกไปสู้กับซาโซริ ก่อนหน้าก็กลับมา เนจิเป็นคนเห็นเดอิดาระที่กำลังหนีด้วยเนตรสีขาว ทีมไกเลยมาดักทางหนีของเดอิดาระไว้ ในสถานการณ์ที่โดนล้อมกรอบนั่นเอง ที่เดอิดาระตัดสินใจระเบิดตัวเอง แต่ก็ได้คาคาชิที่ใช้เนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุพผาอีกครั้ง ดูดร่างของเดอิดาระที่กำลังระเบิดไปอีกมิติหนึ่งได้ทันท่วงที ทุกคนจึงปลอดภัย เมื่อเสร็จจากการช่วยทุกคน ย่าโจก็ได้เสียสละตนเองด้วยการใช้วิชานินจาย้ายชีวิตชุบชีวิตกาอาระขึ้นมา แล้วพวกคาคาชิก็เดินทางกลับหมู่บ้าน คาคาชิเองต้องกลับเข้าพักฟื้นในโรงพยาบาลอีกครั้งเพราะผลจากการโหมใช้เนตรวง แหวน เลยทำให้ทีมคาคาชิต้องเปลี่ยนหัวหน้าทีมเป็นยามาโตะและมีซาอิเข้ามาเป็น สมาชิกใหม่ ในการออกไปปฏิบัติภารกิจที่อื่น ที่นำไปสู่การได้พบกับซาสึเกะอีกครั้ง แต่ก็คว้าน้ำเหลวเหมือนเดิม

หลังจากที่คาคาชิหายดี เขาก็กลับมาหานารูโตะและเป็นผู้ช่วยฝึกสอนเพื่อให้นารูโตะได้พัฒนาวิชาและ แข็งแกร่งขึ้นอีกขั้น ร่วมกับยามาโตะ โดยสิ่งที่คาคาชิสอนนารูโตะ ก็คือ เรื่องการแปลงคุณสมบัติของจักระและการแปลงรูปลักษณ์ แต่ยังไม่ได้สอนจนถึงขั้นสุดท้าย โคโนะฮะก็เกิดเรื่องอีก เพราะทีมอาซึม่าเผชิญหน้ากับคู่หูแสงอุษาคนใหม่ คือ ฮิดันกับคาคุซึ จนอาซึม่าเสียชีวิต อดีตลูกทีมของอาซึม่าทั้งสาม คือ ชิกามรุ อิโนะ และโจจิเลยตัดสินใจจะออกไปตามหาและแก้แค้น คาคาชิก็รู้เรื่องเลยขออนุญาตซึนาเดะตามไปดูแล โดยทิ้งภาระในการช่วยนารูโตะฝึกไว้กับยามาโตะ

ทั้งสี่ออกเดินทางไปจนพบกับฮิดันและคาคุซึ จนต่อสู้กัน และพวกคาคาชิก็เสียเปรียบอย่างเห็นได้ชัด เพราะคู่มือของคาคาชิ ก็คือ คาคุซึนั้นเป็นนินจาที่มีหัวใจห้าดวงและมีคุณสมบัติครบทั้งห้าธาตุ ดีที่ว่าตอนหลังทีมคาคาชิเดิมที่ตอนนี้มียามาโตะเป็นหัวหน้าได้เข้ามาช่วย คลี่คลายสถานการณ์ให้ จนทำให้กำจัดแสงอุษาทั้งสองได้สำเร็จ คาคาชิเป็นคนนำศพคาคุซึกลับไปที่หมู่บ้าน พร้อมกับบอกซึนาเดะระหว่างที่ชันสูตรศพถึงอานุภาพคาถาใหม่ของนารูโตะ เธอจึงฝากเขามากำชับนารูโตะว่า ไม่อยากให้ใช้คาถาใหม่อีก คาคาชินำเรื่องนี้มาบอกกับนารูโตะ แต่นารุโตะก็แค่รับฟังระหว่างพักฟื้นในโรงพยาบาลเท่านั้น

เมื่อนารูโตะหายดี คาคาชิก็มารับหน้าที่เป็นหัวหน้าทีมคิบะ ทำงานร่วมกับทีมเก่าของตนเพื่อสืบหาร่องรอยของซาสึเกะ ทั้งหมดร่วมมือกันพร้อมทั้งมีเหล่าสุนัขนินจาของคาคาชิมาช่วยด้วย จนสามารถตามรอยซาสึเกะไปได้ แต่ก็คลาดกัน เพราะระหว่างทางโดนโทบิ หรือจริงๆก็คือ อุจิวะ มาดาระขัดขวาง เมื่อไม่พบกัน ทั้งแปดคนก็กลับมาที่หมู่บ้าน พร้อมๆกับที่คาคาชิและนารูโตะ รวมทั้งคนอื่นๆได้รับข่าวร้ายถึงการจากไปของจิไรยะในระหว่างที่ไปหาข่าวที่ อาเมะงาคุเระ และต้องต่อสู้กับเพน จากปากของฟุกาซาคุ พร้อมๆกับที่ฟุกาซาคุเอาเลขรหัสที่จิไรยะทิ้งไว้มาให้ทุกคนช่วยตีความ คาคาชิเป็นคนหนึ่งที่ถูกขอร้องให้ช่วย และก็ถูกขอร้องให้อ่านข้อความในหนังสืออะจึ๊ยแท็คติกเล่มล่าสุดตามตัวเลข

มาถึงศึกเพน(นางาโตะ)บุกโคโนฮะเพื่อล่าเก้าหาง เนื่องจากกลุ่มแสงอุษานั่นได้มีการรวบรวมสัตว์หาง อิทาจิซึ่งได้รับหน้าที่ล่าเก้าหางนั้นได้เสียชีวิตจากการสู้กับซาสึเกะ เพนจึงเป็นผู้รับหน้าที่แทน ในการบุกครั้งนี้ของเพน คาคาชิก็ได้เข้าปะทะกับเพนร่างพระเจ้า(ร่างยาฮิโกะ) ซึ่งการต่อสู้ครั้งนี้ถือว่าหนักที่สุดเท่าที่เคยสู้มา การต่อสู้เริ่มขึ้นจากการเข้าไปขวางเพนเพื่อช่วยอิรุกะ แล้วก็เริ่มโจมตีทันทีด้วยคาถาดิน ปราการคลื่นพสุธา แต่ก็ไม่เป็นผลในทางกลับกันเขายังโดนเพนแทงด้วยแท่งสีดำ แต่ก็ใช้ตัดสายฟ้าตัดทิ้งไปได้ แล้วก็ใช้พันปักษาเพื่อหวังปลิดชีพเพน แต่ทว่าทั้งปราการคลื่นพสุธาและพันปักษากลับสะท้อนให้สลายได้อย่างง่ายดาย ด้วยวิชาชินระเท็นเซย์ เมื่อเป็นเช่นนั้นคาคาชิจึงได้ลองอีกครั้ง คราวนี้เขาได้ปล่อยพันปักษาในรูปลักษณ์คล้ายหมาป่า แต่ก็โดนพลังของเพนสะท้อนจนสลายหมด เขาจึงได้รู้วิชาการโจมตีทั้งทางกายภาพและวิชานินจาไม่ได้ผลเลย แผลที่โดนแทงก็เริ่มส่งผล และร้ายกว่านั้น ยังมีเพนอีกร่างมาสมทบเพนร่างพระเจ้าอีก นั่นคือเพนร่างอสูร สถานการณ์คาคาชิตกเป็นมากขึ้นเมื่อต้องรับมือเพนทีเดียวทั้งสองร่าง การต่อสู้ดำเนินไปซักพักเพนร่างอสูรก็เผยไม้เด็ดด้วยการกลายสภาพร่างนั้น เป็นสี่หน้าหกแขนหนึ่งหาง ขณะนั้นเองคาคาชิก็โดนดูดเข้าหาเพนร่างพระเจ้าด้วยวิชาบันโชว์เทนอิน โดยมีเพนร่างอสูรดักรออยู่และใช้หางที่มีลักษณะคล้ายใบเลื่อยทะลวงผ่านร่าง คาคาชิ แต่ทว่าร่างคาคาชินั้นกลับทำให้เพนร่างอสูรขยับไม่ได้ เพราะร่างนั้นคือร่างแยกสายฟ้าของคาคาชิ และในทันใดนั้นหมัดยักษ์สองหมัดก็ประทับลงที่ร่างเพนทั้งสอง แม้ว่าเพนร่างพระเจ้าจะรอด แต่ร่างอสูรนั้นแหลกไปในทันที และเมื่อสถานการณ์พลิกผันทีมเสริมที่นำโดยโจสะก็ปรากฏกาย การประสานงานครั้งนี้ของคาคาชิกับทีมเสริมทำให้สามารถกำจัดเพนไปได้หนึ่ง ร่าง และเมื่อเหลือเพียงเพนร่างพระเจ้าที่อยู่เผชิญหน้าอยู่ร่างเดียวก็เหมือนทาง คาคาชิจะได้เปรียบ แต่ทว่าหาเป็นเช่นนั้นไม่ เพราะการโจมตีทุกอย่างของพวกคาคาชิ ต่างโดนสะท้อนออกโดนวิชาชินระเท็นเซย์ และแล้วทีมเสริมก็โดนล้มไปเกือบหมดเหลือเพียงคาคาชิ โจสะ โจจิ สามคนเท่านั้นที่ยังสู้อยู่ จากวิเคราะห์ของคาคาชิสรุปได้ว่าในการใช้คาถาของเพนร่างพระเจ้าจะมี เวลา5วินาทีที่เพนไม่สามารถใช้คาถาได้ และนั่นจะเป็นโอกาสให้โจมตีเพนได้ ดังทั้งสามได้ประสานงานกันเข้าโจมตีเพนโดยเริ่มจากคาคาชิใช้คาถาดินดำดินโจม ตีระยะประชิดจากใต้ดิน และจังหวะที่คาคาชิโดนชินระเท็นเซย์ โจสะกับโจจิก็โจมตีด้วยดับเบิ้ลรถถังมนุษย์ แต่ก็ช้าไปเลยโดนชินระเท็นเซย์ แต่ทว่ากับดักยังมีอีกชั้น ก่อนที่คาคาชิจะโผล่ขึ้นมาจากดินเขาได้ฝังโซ่ไว้เพื่อให้โจสะและโจจิ ใช้ตรึงร่างเพนไว้ แล้วให้คาคาชิโจมตีด้วยพันปักษา และในวินาทีที่พันปักษากำลังจะถึงตัวเพนร่างพระเจ้านั้น ร่างอสูรของเพนที่น่าจะพังไปแล้วกลับเข้ามาขวางรับพันปักษาแทนร่างพระเจ้าจน หลุดเป็นชิ้นๆ

และ เมื่อสถานการณ์พลิกอีกครั้ง คราวนี้ทั้งสามโดนชินระเท็นเซย์เต็มๆจนไม่สามารถขยับได้ ขณะที่คาคาชิติดอยู่ที่ซากปรักหักพังและไม่สามารถขยับได้ร่างพระเจ้าได้ใช้ ตะปูโจมตีเข้าที่ศรีษะคาคาชิ แล้วก็จากไป แต่คาคาชิก็หาได้โดนตะปูนั่นไม่ เขาใช้เนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผา ดูดตะปูเข้าไปอีกมิติหนึ่ง จากนั้นก็สั่งให้โจจิ นำเรื่องที่เขารู้เกี่ยวกับพลังของเพนไปแจ้งซึนาเดะ(โฮคาเงะรุ่นที่5)เพื่อ หาทางรับมือ แต่ทว่าร่างอสูรของเพนที่แหลกเป็นชิ้นๆ กลับยังสามารถโจมตีได้อีก ซึ่งการโจมตีครั้งสุดท้ายนี้มันจ้องไปที่โจจิที่ยังสามารถขยับได้อยู่ และขณะนั้นเองในสภาพที่ร่างกายของคาคาชิร่อแร่แถมจักระก็ใช้ไปจนเกินขีด จำกัด แต่เขารู้ดีหากโจจิถูกการโจมตีครั้งนี้คงต้องเสียชีวิตแน่และข่าวสารสำคัญก็ จะไม่ถึงมือซึนาเดะ และในที่สุดเพื่อปกป้องโคโนฮะ ปกป้องข่าวสาร ปกป้องโจจิ คาคาชิในสภาพที่ร่างกายและจักระเสียหายเกินขีดจำกัดจึงตัดสินใจใช้เนตรวง แหวนกระจกเงาหมื่นบุปผาเป็นครั้งสุดท้าย




 

Create Date : 11 พฤษภาคม 2553
2 comments
Last Update : 11 พฤษภาคม 2553 13:53:25 น.
Counter : 1103 Pageviews.

 

ชอบคาคาชิด้วยคนครับ

 

โดย: Don't try this at home. 11 พฤษภาคม 2553 16:38:29 น.  

 

ตัวละครเด่น

 

โดย: สถาปน๊อต 13 พฤษภาคม 2553 1:49:04 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 


lukling
Location :
สุราษฏร์ธานี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add lukling's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.