สวัสดีค่ะ ภาระหน้าที่ทำให้ต้องเดินทางไกลมาถึงบัวโนสไอเรส แต่ยังคิดถึงเพื่อนบล็อกทุกคนนะค่ะ
การรักษาแผลเป็นคีลอยด์

แผลเป็นคีลอยด์เป็นก้อนเนื้อ พังผืด ไม่มีเปลือกหุ้ม ลักษณะก้อนไม่แน่นอน เกิดขึ้นที่หนังชั้นในและโตขึ้นจากการสะสมของสารคอลลาเจนในระหว่างการหายของแผล การเจริญเติบโตของมันใหญ่เกินขอบแผลเป็น มักพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย และมักพบในผู้ใหญ่มากกว่าเด็ก แผลเป็นคีลอยด์เป็นผิวหนังที่เกิดความผิดปกติ นูนหนาขึ้นมานอกขอบ แผลมักพบภายหลังการผ่าตัด เช่น หลังผ่าตัดไส้ติ่ง หลังผ่าตัดคลอดลูก หลังผ่าตัดช่องท้อง โดยมักพบในแผลหลังผ่าตัดประมาณ 8 เดือนขึ้นไป

แผลเป็นคีลอยด์ถูกบันทึกไว้ในตำราแพทย์ตั้งแต่สมัยอียิปต์โบราณ เมื่อ 1700 ปีก่อนคริสตศักราช จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1806 นายแพทย์อาลิเบิร์ตเป็นผู้บัญญัติศัพท์เรียกว่า cheloide มาจากรากศัพท์กรีกที่ว่า chele ซึ่งหมายถึงก้ามปู สาเหตุของแผลเป็นคีลอยด์ในปัจจุบันยังไม่ทราบแน่ชัด พบว่าแผลเป็นคีลอยด์มักเกิดจากแผลผ่าตัด แผลไฟไหม้ สิว โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายหลังการเกิดสิวอักเสบที่บริเวณหน้าอก ไหล่ หลัง บางคนชอบไปแกะบีบ เค้น สิวอักเสบ ทำให้โอกาสจะเกิดแผลเป็น คีลอยด์ยิ่งมากขึ้น แผลไฟไหม้มักจะมีโอกาสเกิดเป็นแผลคีลอยด์ได้สูง บางคนโชคร้ายเป็นที่ใบหน้า จะทำให้ใบหน้าเปลี่ยนรูปแบบจนจำแทบไม่ได้ก็มี

นอกจากนี้ยังพบแผลเป็นคีลอยด์เกิดขึ้นภายหลังการปลูกฝีฉีดยา เจาะหูแล้วเกิดติดเชื้อ แมลงกัด แผลจากแมงกะพรุนไฟ พบได้บ่อยเช่นกัน ปัจจัยหลายอย่างมีผลต่อการเกิดแผลเป็นคีลอยด์ เช่น ความตึงและความชอกช้ำของแผล การมีผิวหนังบางส่วนขาดหายไป หรือแผลที่ใช้เวลาในการรักษานานกว่าจะหายสนิท มากเกินกว่าสองสัปดาห์ ยกตัวอย่างเช่นบาดแผลที่ไม่ได้รับการเย็บแผล หรือบาดแผลสกปรกมีวัสดุแปลกปลอมค้างอยู่ในแผล เป็นต้น นอกจากนี้ปัจจัยจากผิวหนังของผู้ป่วยเองก็มีผลเช่นกัน ปัจจัยทางพันธุกรรมพบว่า ถ้ามีประวัติบุคคลในครอบครัวเป็นแผลเป็นคีลอยด์ง่าย โอกาสที่คนนั้นจะเป็นคีลอยด์ก็เพิ่มมากขึ้นด้วย

พบการเกิดแผลเป็นคีลอยด์เกี่ยวข้องกับ HLA-B14, HLA-B21, HLA-Bw16, HLA-Bw35, HLA-DR5, HLA-DQw3, และหมู่เลือดกรุ้ป A แผลเป็นคีลอยด์จะเปลี่ยนเป็นแผลกลายได้ ผู้ที่มีผิวดำคล้ำหรือผิวนิโกร โอกาสจะเกิดเป็นแผลกลายได้ง่ายกว่าพวกผิวขาว ฮอร์โมนก็มีส่วนสัมพันธ์กับการเกิดแผลเป็นคีลอยด์ได้ ในวัยเด็กโอกาสจะเกิดแผลกลายได้สูงกว่าในคนสูงอายุ เนื่องจากผู้สูงอายุนั้นความยืดหยุ่นของผิวหนังน้อยลง การเรียงตัวของสารคอลลาเจนจะดีขึ้น จะทำให้เป็นแผลเป็นเนื้อปูดขึ้นมาน้อยลง

ผู้ที่เป็นแผลเป็นคีลอยด์จะเกิดอาการคัน ปวด เจ็บ และมีความเครียดจากด้านจิตใจเนื่องจากความไม่สวยงามของแผลเป็น แผลเป็นคีลอยด์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเกิดเป็นแผลเป็นชนิดที่เป็นเนื้อนูนขึ้นมาเหมือนตีนตะขาบ ยิ่งทำให้เครียดและกังวลใจ ส่วนใหญ่ผู้ป่วยจะมีอาการคันเกิดขึ้นได้ มากน้อยแล้วแต่ละบุคคล บางครั้งถ้าคันมาก ยิ่งเกาจะยิ่งลุกลามใหญ่โตนูนขึ้นกว่าเก่าได้ บางคนจะมีอาการเจ็บ ตึง แผลคีลอยด์ทำให้ทรมานใจได้เช่นกัน ตำแหน่งที่พบคีลอยด์ พบตามตำแหน่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากปัจจัยที่กล่าวมาแล้วข้างต้นได้แก่ บริเวณหน้าท้อง หน้าอก ไหล่ หลังช่วงบน ต้นแขนที่ปลูกฝี ใบหู ใบหน้าเช่นจากไฟไหม้ ขาและน่อง เช่น โดนแมงกะพรุนไฟ

ไม่ว่าแผลเป็นจะเกิดจากสาเหตุใดก็ตาม มีแนวทางในการรักษาคือ ถ้าไม่มีการดึงรั้งอวัยวะต่างๆ ให้ผิดรูป เช่น ดึงรั้งบริเวณหนังตา ริมฝีปาก หรือบริเวณข้อพับต่างๆ ศัลยแพทย์มักจะพิจารณาผ่าตัดหลังจากเวลาประมาณ 6 เดือน เนื่องจากก่อนระยะเวลาดังกล่าวแผลเป็น อาจค่อยๆ ดูดีขึ้นได้เองจนอาจไม่ต้องทำผ่าตัดก็ได้ กรณีแผลเป็นคีลอยด์ส่วนมากแพทย์จะแนะนำให้ใช้การฉีดสเตรียรอยด์ มีบางกรณีเท่านั้นที่เลือกใช้การผ่าตัดร่วม เช่น คีลอยด์บริเวณติ่งหู เป็นต้น

วิธีการรักษาแผลเป็นคีลอยด์ ต้องควบคุมการผลิตของคอลลาเจนทำให้แผลเป็นนิ่มลงเร็วขึ้น ใช้เอ็นซัยม์เตตร้าฮัยดร็อกซี่ควิโนนช่วย การใช้ยาฉีดคอร์ติโซน ฮัยโดรคอร์ติโซน ไทรแอมซิโนโลนฉีดเข้าที่ก้อนเนื้อโดยตรง จะลดการผลิตของคอลลาเจนลงและทำให้แผลนิ่มลงก่อนแล้วจึงทำการผ่าตัดเอาคีลอยด์นั้นออก ส่วนการรักษาโดยวิธีอื่นก่อนถึงเวลาผ่าตัดอาจประกอบด้วยการฉีดยาพวกสเตียรอยด์ เข้าไปบริเวณแผลเป็นโดยตรง แต่ก็มีข้อห้ามในการฉีดยาสเตียรอยด์ในผู้ป่วยที่กำลังตั้งครรภ์ เพราะว่ามีผลต่อทารก ผู้ป่วยที่เป็นสิวก็จะทำให้เป็นสิวมากขึ้น เป็นต้น ดังนั้นการฉีดพวกนี้ควรจะอยู่ภายในการแนะนำของแพทย์ หลังจากที่แผลหายดีแล้วการจะฉีดยาไทรแอมซิโนโลนอีก ต่อทุกๆ 1 เดือน เพื่อคุมแผลเป็นไม่ให้โตขึ้นอีก เพราะว่าถ้าฉีดมากเกินไปจะทำให้แผลมีรอยบุ๋มหรือรอยยุบอย่างถาวร ซึ่งจะดูไม่สวยเป็นโรคแทรกซ้อนอันหนึ่งของการฉีดสเตียรอยด์ จะมีลักษณะผิวหนังเป็นรอยขาวๆด่างๆ เมื่อแผลเป็นยุบเรียบร้อยแล้ว ก็อาจจะใช้แป้งทาหน้าที่เป็นสีเนื้อทาลงบนแผลเป็นนั้น ผิวสีก็จะกลมกลืนกับผิวเนื้อของผู้ป่วย ก็จะดูสวยงามขึ้น

หลักการและขั้นตอนวิธีต่างๆกันดังนี้ ตัดแผลทั้งหมดออก แล้วทำการเย็บใหม่ด้วย วิธีเย็บที่เหมาะสม มีความแข็งแรง เพื่อป้องกันการยืดของแผล และเย็บอย่างละเอียดปราณีต เพื่อให้แผลหายได้ดีและเร็วที่สุด แผลใหม่ที่เย็บจะเป็นเส้นบางเท่าเส้นผม และขอบแผลแนบสนิทเสมอกัน นอกจากการเย็บแบบแนวเส้นตรง บางแผลจำเป็นต้องตัดและเย็บแผลแบบพิเศษ เป็นลักษณะรูปฟันปลาเล็กๆ เพื่อให้แผลหายได้ดีขึ้นกว่าวิธีเย็บปกติ ตัดบางส่วน ของแผลที่มีปัญหาออก แล้วทำการเย็บบริเวณดังกล่าวและเมื่อแผลหายดีแล้ว จึงทำการตัดส่วนที่เหลือของแผลเป็นออกอีกครั้งจนหมด มักใช้ในแผลเป็นที่มีขนาดใหญ่มาก ไม่สามารถตัดครั้งเดียวได้หมด ตัดแผลร่วมกับการกรอผิวบริเวณแผลหรือด้านข้างของแผล เพื่อให้ผิวหนังใหม่ขึ้นคลุมแผล ลดความเด่นชัดของรอยเย็บใหม่ ใช้การกรอไม่ว่าจะเป็นการใช้สารเคมี เครื่องมือเฉพาะ หรือเลเซอร์ ได้ผลดีในรายที่แผลมีลักษณะเป็นหลุม ร่อง

ผลที่ได้หลังจากการตกแต่งรอยแผลเป็นจะเป็นการปรับสภาพของแผลจากที่เคยเห็นได้ชัด พรางให้กลมกลืนกับเนื้อเยื่อข้างเคียง หรือจากแผลกว้างให้เหลือเป็นเพียงเส้นบางๆ ระยะแรกแผลยังอาจมองเห็นได้ชัด จากขอบรอบแผลที่แก้ไข มีสีชมพู แต่ตัวแผลจะเป็นเพียงรอยเส้นบางๆ เท่าเส้นผมซึ่งเป็นปฏิกิริยาการหายตามปกติธรรมชาติของร่างกาย แต่เมื่อเวลาผ่านไปร่างกายจะปรับให้สีที่ขอบแผลจางลง การแก้ไขแผลเป็น เป็นการแก้ไขให้แผลเป็นที่เห็นชัด ให้รอยแผลดีขึ้น รอยแผลจะไม่มีการหายไปจนมองไม่เห็น ผลที่ดีที่สุดหลังแก้ไขที่เป็นไปได้ ก็จะเป็นเพียงรอยแผลบางเท่าเส้นผมและเป็นรอยจางๆ มองเห็นได้ไม่ชัด ต้องตั้งใจสังเกต และผลการรักษาในแต่ละคนจะแตกต่างกันได้ จากความสามารถในการหายของแต่ละคนไม่เหมือนกัน หลังการแก้ไขแผลเป็นจนแผลหายเต็มที่แล้ว ลักษณะแผลเป็นสุดท้ายจะดูดีขึ้นกว่าก่อนแก้ไข แต่การหายหลังแก้ไขอาจจะดีไม่เท่ากันทั้งหมดของแนวแผล ดังนั้นบางครั้งอาจที่จะต้องมีการแก้ไขรอยแผลบางส่วนซ้ำเพิ่มอีกเล็กน้อย





ขอบคุณข้อมูลจาก นพ.วรวุฒิ เจริญศิริ
ศูนย์ข้อมูลสุขภาพกรุงเทพ





Create Date : 14 พฤษภาคม 2552
Last Update : 14 พฤษภาคม 2552 9:42:32 น. 0 comments
Counter : Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
kobnon
Location :
นนทบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 71 คน [?]




.
สาระน่ารู้ประจำวัน
1.โรคข้อสันหลังอักเสบติดยึด
2. บุหรี่ ทำนมยาน หูตึง
3. Upside down pineapple cake


music
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2552
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
14 พฤษภาคม 2552
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add kobnon's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.