พฤศจิกายน 2554

 
 
1
2
3
4
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
25
26
27
28
29
30
 
 
All Blog
ทุกข์ของใครก็ของใคร...ทำใจนะ...



คำพูดปลอบโยนยอดฮิตของคนเราก็คือ
"เอาน่ะ อย่าคิดมาก คนที่ทุกข์กว่าเรายังมีอีกเยอะแยะ" ข้าพเจ้าไม่เห็นด้วยกับประโยคนี้

สิ่งแรกที่คิดก็คือ มันอะไรกัน.. ใครที่ไหนที่จะมาทุกข์กว่าเรา
ทุกข์ของเราเนี่ยแหละัยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกแล้ว เพราะว่าทุกข์คนอื่น
ให้หนักหนาสาหัสยังไงมันก็เป็นทุกข์คนอื่นอยู่วันยังค่ำ
เราอาจจะสงสาร เวทนา หรือโศกเศร้าไปกับเขา แต่ก็เพียงไม่นาน
แล้วมันก็จะเลือนหายไปจากความทรงจำของเราไป
แต่ทุกข์ของเรามันอยู่กับเรา มันตามติดเราทุกเมื่อเชื่อวัน
สลัดก็ไม่หลุด หนีก็ไม่พ้น อย่างงี้แล้วจะไม่ให้บอกว่าทุกข์ของเรายิ่งใหญ่ที่สุดในโลกได้ยังไง...


แม้สิ่งที่ข้าพเจ้าคิดนั้นมันจะเกรียน ไร้เหตุผล
และโคตรจะยึดตัวเองเป็นศูนย์กลาง แต่นั่นคือความจริง




ต่อมา หลังจากนั้นช้าพเจ้าคิดได้ ... ไม่ใช่ว่ายอมรับทุกข์ของคนอื่นได้นะ
ข้าพเจ้ายังยืนยันคำเดิมว่าทุกข์ของช้านยังไงก็หนักหนาสาหัสที่สุดในโลก
หากแต่ว่า ที่ข้าพเจ้าคิดได้ก็คือ ถ้าข้าพเจ้าคิดแบบนี้ได้ คนอื่นก็คิดแบบนี้ได้
แล้วสุดท้ายคือยังไงน่ะเหรอ คำตอบก็คือไม่ว่าทุกข์ของใครๆ
ก็หนักหนาสาหัสที่สุดในโลกด้วยกันทุกคนทั้งนั้นแหละ

พระเจ้าของข้าพเจ้าสอนให้รู้จักคุณค่าของคน...คนอื่นๆ
ให้รู้จักยอมรับในตัวบุคคลๆอื่นๆ เช่นว่าใครนับถือศาสนาอะไร
พุทธ คริสต์ อิสลาม ใครๆ ก็มีความเชื่อที่แตกต่างกันออกไปต่างๆนาๆ
พระองค์ยังไม่เคยสอนให้ข้าพเจ้าทำก็คือ ห้ามไหว้พระนะ
เป็นคริสต์ ไหว้พระไม่ได้ อันนี้ข้าพเจ้าไม่เคยได้ยิน พ่อแม่ข้าพเจ้าเป็นคริสต์
ท่านก็บอกแค่ว่า คนอื่นๆ นับถือเราห้ามลบลู่ต้องยอมรับในสิ่งที่ผู้อืื่นเค้าศรัทธาเคารพ
ไม่ผิดอะไรถ้าไหว้พระตามที่เค้าทำเป็นการให้เกียรติอย่างมาก
เช่นเดียวกับการนั่งอยู่ในกลุ่มคน แล้วคนที่เป็นผู้ใหญ่กว่าเดินเข้ามาแล้วเรายืนขึ้น
ทำความเคารพ เช่นเดียวกันนั้นคือการให้เกียรติ...




และก็ไปกันใหญ่ข้าพเจ้ากำลังจะกล่าวถึงเรื่องของความทุกข์ที่ไม่เท่ากัน
ในกรณีที่ เกิดเหตุหารณ์น้ำท่วมกรุงเทพฯ หลายๆชีวิต ก็หมดตัวก็ทุกข์
ข้าพเจ้าไม่มีบ้านอยู่ก็ทุกข์ ไม่มีงานจะทำก็เกิดทุกข์
และก็ยังมองว่ามันทุกข์อะไรเยี่ยงนี้ แล้วชีวิตจะดำเนินต่อไปอย่างไรดี
ปวดใจทรมานกับการสูญเสีย ..หลายสิ่งอย่างเปลี่ยนไป...
และหลายคนที่มีฐานะหน่อยก็หลบไปพัก
เพื่อตั้งหลักอีกไม่นานน้ำลงก็กลับมาทำงานทำมาหากินกันต่อไปได้...
ข้าพเจ้าก็เลยคิดว่ามันหนักมากมาย เพราะไม่รู้จะอยู่อย่างไรต่อไปกับชีวิต
ที่ตอนนี้ลี้ภัยมาอยู่ซะไกลปืนเที่ยง...
ไม่มีจุดหมายไใม่รู้จะเริ่มอะไรจากไหนก่อนกันดี...มึนมากมาย...




"มนุษย์ทุกคนเกิดมามีทุกข์ ..." ประโยคนี้ข้าพเจ้าไม่ได้เป็นคนพูดเอง
มีคนบอกว่าพระพุทธเจ้าพูด และมันก็เป็นความจริงที่คนทั้งโลกยอมรับ
แต่พระพุทธเจ้าไม่เคยบอกนะ ว่าอะไรเป็นทุกข์หนัก
อะไรเป็นทุกข์เบา เกิด แก่ เจ็บ ตาย อันไหนทุกข์กว่ากัน
ตายทุกข์กว่าเจ็บ หรือเจ็บทุกข์กว่าตาย เกิดกับแก่อันไหนทุกข์ที่สุด
ไม่มีบอก ก็เพราะมันเท่ากันยังไงล่ะ

ในกรณีเดียวกัน เราบอกได้หรือไม่
ระหว่างพ่อแม่ที่สูญเสียบุตร กับ เด็กสาวที่เพิ่งจะรู้จักคำว่าอกหัก ใครเสียใจมากกว่ากัน
ประธานบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ล้มละลาย กับ เด็กนักเรียนที่เอ็นท์ไม่ติด ใครผิดหวังท้อแท้มากกว่ากัน
ไม่เลย ไม่มีเครื่องมืออะไรที่จะมาชี้วัดได้เลย ว่าระดับความทุกข์ของใครมากกว่าใคร
ข้าพเจ้ากล้าพูดได้เต็มปากเลยว่า ไอ้ก้อนความทุกข์เนี่ย
ไม่ว่าจะมาในรูปแบบไหน เกิดกับใคร มันคือก้อนเดียวกันทั้งหมด




แต่กระนั้น สิ่งที่แตกต่างกันในแต่ละคนก็คือวิธีการรับมือกับความทุกข์
ว่ามีวิธีอย่างไร เผชิญหน้า หลบหนี หลีกเลี่ยง กลบฝัง จมปลัก ยอมรับ ฯลฯ
ไม่ว่าจะอย่างไรก็แล้วแต่ มันส่งผลถึงพฤติกรรมที่เขาได้แสดงออกมาด้วย
และอาจเป็นสิ่งนั้นเอง ที่ทำให้เราเข้าใจผิดไป ว่าคนนั้นทุกข์หนักเหลือเกิน
คนนี้ไม่ทุกข์เลย คนโน้นทุกข์แป๊บเดียวก็หาย
ชีวิตคนเรา มีทั้งจุดสูงสุด และจุดต่ำสุด แต่เราไม่มีทางรู้หรอกว่า
จุดจุดนั้น มันคือช่วงไหนของชีวิต
นั่นเพราะชีวิตมันเป็นคำถามปลายเปิด
วันพรุ่งนี้อาจจะมีสิ่งที่ดีกว่า และแย่กว่า ไม่มีใครรู้

นอกเสียจากว่า...เราทำให้มันเป็นปลายปิดซะก็สิ้นเรื่อง ฯลฯ

ฟังดูง่ายดีนะ...แต่จะปิดมันยังไงล่ะทีนี้ก็ต้องหาทางกันไปขอแค่อย่าได้ท้อใจ
ในสิ่งที่เผชิญอยู่ในเวลานี้ก็เท่านั้นเอง ถอยหลังซักก้าว แล้วมองกลับมา..
บางทีอาจพบว่า..ขณะนี้ควรยืนอยู่ตรงไหนและอะไรคือสิ่งที่ต้องกระทำต่อไป...
เพื่อชีวิตที่เหลืออยู่มันจะได้มีค่าขึ้นมากว่านั่งจมปรักกับความทุกข์ที่เกิดขึ้น...
ใจไม่คิดว่าทุกข์มันหนักก็อาจทำให้มันกลายเป็นอะไรที่เราหาทางออกให้กับตัวเองได้...





สิ่งสำคัญ คือความอดทนนั่นไง...มีคนๆนึง...
เค้าบอกว่าความอดทนเป็นสิ่งขมขื่น แต่..ผลของมันหวานชื่นเสมอ...
ข้าพเจ้าเคยขอเค้าว่าขอนำไปใช้นะคะ....ข้าพเจ้าต้องได้นำมาใช้ในยามนี้แล้วล่ะ...
และจะพยายามทำให้ได้อย่างเจ้าของข้อความที่อดทนกับอะไรมามากมาย...
จะด้วยว่าเคยโดนน้ำร้อนลวกมาก่อนข้าพเจ้าหรือจะด้วยเหตุผล
ใด...ข้าพเจ้าได้เห็นความอดทนของเค้าแล้ว...

เมื่อปัญหามันเป็นคำถามปลายเปิด...ดังนั้นก็ต้องปิดมันซะ...
ด้วยตัวเอง...เท่านั้นเอง
.....

"ณัฐพัชร"




Create Date : 06 พฤศจิกายน 2554
Last Update : 7 พฤศจิกายน 2554 10:46:56 น.
Counter : 667 Pageviews.

7 comments
  
ถ้าใช้หลักทางพุทธศาสนาคงต้องใช้หลักอริยสัจ4
การมีอยู่ของทุกข์ เหตุแห่งทุกข์
ความดับทุกข์และหนทางนำไปสู่ความดับทุกข์
ขอให้อดทนและผ่านช่วงเวลาที่เหนื่อยยากของชีวิตไปให้ได้ครับ
โดย: Don't try this at home. วันที่: 6 พฤศจิกายน 2554 เวลา:21:28:05 น.
  
เฮ้อ....มีชีวิตต้ิงสู้ต่อไป อย่าท้อนะนู๋นิน.....ผมเชื่อเสมอว่า ด้วยพื้นฐานจิตใจที่ดีของนู๋นินจะต้องทำให้ได้พบกับสิ่งดีดีในชีวิตแน่ๆซักวันไม่นาน...เป็นกำลังใจให้เสมอ...อดทน และสู้ต่อไปให้ได้ ขอให้ผ่านเวลาที่ติดขัดเหล่านี้ไปให้ได้...คนเก่งของพวกเรา ... เรารักเธอเสมอนะนู๋นิน
โดย: TT IP: 223.207.2.193 วันที่: 8 พฤศจิกายน 2554 เวลา:0:46:18 น.
  
ฟ้าหลังฝน สดใสเสมอ...อดทน และสู้ต่อไป..
โดย: TT IP: 223.206.224.3 วันที่: 10 พฤศจิกายน 2554 เวลา:15:48:45 น.
  
ดูแลตัวเองด้วยครับ อีกไม่นานทุกอย่างก็จะดีขึ้นเอง
โดย: Don't try this at home. วันที่: 10 พฤศจิกายน 2554 เวลา:17:39:11 น.
  
ดูแลตัวเองด้วยนะคะ เป็นกำลังใจให้นะคะ น้ำจงลงๆๆ
โดย: นักเดินทางพเนจร (นักเดินทางพเนจร ) วันที่: 11 พฤศจิกายน 2554 เวลา:11:57:32 น.
  
วันนี้เป็นอย่างไรบ้างคะ แวะมาให้กำลังใจตอนดึกๆนะคะ
โดย: นักเดินทางพเนจร (นักเดินทางพเนจร ) วันที่: 22 พฤศจิกายน 2554 เวลา:23:50:58 น.
  
น้ำลงแล้วค่ะ ...แต่ตอนนี้ต้องหาที่อยู่ใหม่ ชีวิตสับสนดีพิลึกค่ะ ....ยังลี้ภัยอยู่ ต่างจังหวัดอยู่เลยค่ะ..กะว่ามะรืนน่าจะกลับเข้ากรุง...เพื่อหาที่พักแห่งใหม่...ซึ่งยัง งง งง กับชีวิตเล็กน้อยถึงปานกลาง มันจะต้องเริ่มใหม่เลยทั้งหมด....เหนื่อยดีจังค่ะ...แต่ยังไหว..และต้องไหวค่ะ ....ขอบคุณมากค่ะสำหรับกำลังใจ ขอบคุณมากๆค่ะ...
โดย: lovingthai วันที่: 23 พฤศจิกายน 2554 เวลา:21:57:31 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

nj_nattaphat
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



๑۩۞۩๑... เคยไหม..ที่คุณก้าวเดินไปข้างหน้า แต่รู้สึกว่ามันเป็นการถอยหลังกลับ เคยไหม...ที่ท้องฟ้าในโลกส่วนตัวของคุณ กลับเปลี่ยนจากสีฟ้ามาเป็นเมฆครึ้มสีเทาหม่น โดยไม่มีเค้าลางแห่งพายุร้าย ทุกอย่างพัดพาคุณกลับไปสู่จุดเริ่มต้น หรือไกลกว่านั้น...เปลี่ยนจากรอยยิ้มเป็นหยดน้ำตา ๑۩۞۩๑


Friends Blog
[Add nj_nattaphat's blog to your weblog]
MY VIP Friend