"ที่ว่างของงานเขียน..เล็กๆแต่อบอุ่น [Love&Warmth]"
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2549
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
1 พฤศจิกายน 2549
 
All Blogs
 
ร่มสีรุ้งของคนเมา



ร่มสีรุ้งของคนเมา

ลุงรัน





ริมถนนแสนสวยสายหนึ่ง ในยามเย็นย่ำ มีร้านเหล้า ฝนพร่ำ และสายลมเหงา ชายหนุ่มกำลังพับร่มสีรุ้งหลากสีเก็บอยู่ที่ใต้ชายคาของร้านรวง เขาเองก็คล้ายกับคนอีกเรือนหมื่นเรือนแสนที่อ้างว้างในเมืองหลวงที่แสนจะอึกทึกครึกโครมแห่งนี้


“น้อง เหล้าแบน โซดาขวด คนเหงาสั่ง ด่วน ! ”

ตะโกนแข่งกับเสียงฝนร่ำด้านนอกที่ดังเคล้าไปกับเสียงเพลงจากตู้เพลงด้านในกับเด็กในร้านที่คุ้นเคย ภายในร้านเหล้าที่เปิดโล่งและตกแต่งอย่างง่ายดาย ขณะนี้เต็มไปด้วยผู้คนที่หลั่งไหลมารวมกันจนแน่นเอี๊ยดเพื่อหลบฝนและบางทีเพื่อ…หลบเหงา ชายหนุ่มวางร่ม-ของแถมจากยาสีฟันยี่ห้อหนึ่งไว้บนโต๊ะไม้ตรงหน้า เม็ดฝนที่เกาะอยู่หกใส่พื้นโต๊ะเรี่ยราด

เมื่อเหล้าเข้าสู่กาย โลกเร่าร้อนภายนอกก็คล้ายละลายหายไป ภวังค์ฝันอันบรรเจิดผุดพรายก่อตัวขึ้นเป็นความสุขชั่วคราว แค่ชั่วสางเมาแล้วจางหายไปเท่านั้นหรือ ? กระนั้นก็ยังดี! –ชายหนุ่มที่เริ่มเมาแปล้กับเหล้าแบนที่ 2 คิดอย่างรื่นรมย์ เหลือบมองนาฬิกาที่ข้อมือปาเข้าไป 4 ทุ่มกว่าแล้ว ฝนที่ตกมาตั้งแต่ตอนเย็น ยังคงตกอยู่เรื่อยมาแม้แต่เวลานี้


และอย่างไม่ทันตั้งตัว เด็กหญิงตัวกระจ้อย เจ้าของดวงตาสีเม็ดมะขามแก่แต่ใสราวกับเม็ดฝนก็ปราดมายืนอยู่ตรงด้านหน้าโต๊ะ คนเมาสะลึมสะลือเลิกคิ้วมองเธอ หนูน้อยอยู่ในชุดนักเรียนประถมสีหมองและเปื้อนฝนเป็นหย่อม ๆ มีถุงพลาสติกสีขาวใสพราวด้วยเม็ดฝนครอบอยู่บนหัว -มองไปคล้ายตัวตลกในเทพนิยาย สายน้ำร่วงพรูพรายจากหัวจรดเท้า อายุของเธอน่าจะสัก 7-8 ขวบ แต่ท่าทางแก่แดดเกินวัยชะมัด เวลานี้…หนูน้อยน่าจะนอนหลับอุตุอยู่ใต้ผ้าห่มหนานุ่มภายในบ้านแล้วมิใช่หรือ ? แล้วหนูออกมาทำอะไรอยู่ในสถานที่เช่นนี้หนอ ? หรือว่า หนูเองก็แสนเหงาเช่นกัน เปล่าหรอก ! เธอมาขายดอกกุหลาบนะ-คนเมาคิด ในมือน้อยทั้งสองประคองถาดอลูมิเนียมเก่าคร่ำขนาดกระทัดรัด บนถาดมีดอกกุหลาบสีแดงสดเกือบ 10 ดอก กลิ้งเกลื่อนอยู่ หนูน้อยชูถาดใบนั้นมาที่คนเมา


“น้าขา ช่วยซื้อดอกกุหลาบของหนูสักดอกนึงเถอะนะค่ะ ดอกละ 10 บาทเอง หนูจะได้เอาไว้เป็นทุนการศึกษา พ่อแม่ของหนูเลิกกัน ทิ้งหนูให้อยู่กับยาย อาศัยอยู่ในแฟลตข้างๆร้าน นี่แหล่ะค่ะ”

หนูน้อยพูดคล่องราวกับท่องสูตรคูณหน้าชั้นเรียน ชี้มือไปที่แฟลตสีขาวหมองสูง 4 ชั้นที่รกรุงรังไปด้วยเสื้อผ้าคละสี ตากเปียกฝนอยู่ริมระเบียง มือเล็ก ๆ ข้างหนึ่งดึงถุงพลาสติกใสบนหัวออก มีเสียงดัง “ก๊อบ แก๊บ” ตามมา แกว่งไกวถุงใบนั้นฉวัดเฉวียนไปมาในอากาศ ฝุ่นน้ำมากมายเต้นระบำในความสลัว หมาดดีแล้วจึงสวมใส่ไว้บนหัวเช่นเดิม ส่งยิ้มแฉ่งให้กับคนเมาอีกหนึ่งที

“ เอิ๊ก…ม่ายยยยยย……ละหนู” คนเมาอ้อแอ้ตอบไป กลิ่นเหล้าที่โชยคลุ้งมากับคำพูดลอยปนไปกับกลิ่นหอมของดอกกุหลาบเบื้องหน้า พลางนึกในใจว่า “โห ! แพงจัง ดอกละตั้ง 10 บาท” ปรายตาไปที่ขวดโซดาว่างเปล่าในราคาเท่ากันบนโต๊ะ ! “ อ้าว หมดพอดีนี่หว่า” ตะโกนสั่งเด็กในร้าน
“ เฮ้ย ! ไอ้น้อง ขอโซดาพี่อีกขวดสิวะ”


คนเมาแสร้งเบือนหน้าหนีไปอีกทาง ทำทีชมทิวทัศน์นอกร้าน คล้ายกำลังตกหลุมรักกับเม็ดฝนสวยและสายลมเศร้า ครั้นเมื่อหันกลับมา หนูน้อยก็ยังคงยืนอยู่ที่เดิม

“ อ้าว ยังไม่ไปอีกหรือ ตื้อจัง” รำพึงแผ่ว ๆกับตัวเอง
“ไปข้างหน้าก่อนเถอะหนู โน้น เอิ๊ก โต๊ะนั้นมีผู้หญิงอยู่ด้วย เขาคงอยากได้อยู่หรอก เอิ๊ก ผู้หญิงน่าจะเข้าได้ดีกับดอกกุหลาบมากกว่าขี้เมาอย่างน้านะหนู” คนเมาชี้มือไปที่สาวชุดดำที่นั่งอยู่โต๊ะตรงข้าม

“ พูดให้มันสวย ๆ หน่อยนะน้า หนูไม่ใช่ขอทาน จะได้ไปข้างหน้าก่อน และหนูก็ไปมาหมดทุกโต๊ะแล้วด้วย ยกเว้นโต๊ะของน้านี่แหละค่ะ”

“อ้าว เหรอ” คนเมาอุทานกับตัวเอง ตีสีหน้างง ๆ

“ก้อน้านั่งจะหลับมิหลับแหล่อยู่คนเดียวอย่างนี้ น้าจะเห็นหนูได้อย่างไร ถ้าน้าซื้อดอกกุหลาบหนูดอกนึง วันนี้หนูก็พอละ ที่เหลือเก็บแช่น้ำเอาไว้ขายต่อพรุ่งนี้ ตอนนี้ข้างนอกฝนซาแล้วด้วย หนูจะได้กลับบ้านเสียที การบ้านยังไม่ได้ทำเล้ย ซื้อ ซื้อไปเหอะน่า” หนูน้อยเอียงคอพูดฉอด ๆ จากนั้นดวงตาละห้อยจ้องมองไปยังแฟลตสีขาวหมอง-ที่พักของเธอ


“เออ ใช่” คนเมาเผลอพยักหน้าเห็นด้วย
“แต่ตอนนี้…เอิ๊ก…น้าไม่มีตังค์เลยนะสิ” จบประโยค ยกแก้วเหล้าขึ้นซดหนัก ๆ เหลือบตาต่ำเพ่งมองปึกเงินเดือนหลายพันที่พับอยู่ในกระเป๋าเสื้อ ตรวจสอบให้แน่ใจว่ายังอยู่ดีหรือไฉน ? อ่อ …ยังอยู่ดี -คนเมายิ้มอย่างโล่งอก

“อย่ามาโกหก วันนี้สิ้นเดือน เงินเดือนออกนะน้า” เสียงของหนูน้อยดังแข่งกับเสียงฟ้าร้องคำราม “ครืน ครืน” ราวกับจะร้องเตือนว่าฝนกำลังจะตกหนักอีกครั้งในไม่ช้า

“เฮ้ย อย่ามารู้ดีนังหนู เงินเดือนของน้าออกพรุ่งนี้ ไม่ใช่วันนี้” คว้าแก้วเหล้ามาดื่มอีกอึกใหญ่แก้ขวย

“ไม่มีตังค์ ไม่มีตังค์ อืม… แล้วทำไมยังกินเหล้าได้ละ ดอกกุหลาบแค่ดอกละ10 บาทเอง ถูกกว่าเหล้าตั้งเยอะ นะน้านะ” หนูน้อยผู้มาเยือนพร้อมกับสายฝนยังไม่ยอมเลิกรา เขย่าโต๊ะโยกไหวไปมา ช้อนกระทบจานถั่ว จานถั่วกระทบขวดเหล้าขวดโซดา ส่งเสียงกรุ๋งกรุ๋งกังวาลใสราวกับเสียงดนตรี

สิ้นเสียงหนูน้อย คนเมาสำลักน้ำเหล้าที่ไหลย้อนออกมาจากทั้งปากและจมูก ตบโต๊ะเสียงดัง “ ปัง !” แกล้งโมโหเป็นฟืนไฟ

“ปัดโธ่โว้ย ! พูดกันดีๆไม่รู้เรื่องหรือไง เอิ๊ก บอกว่าไม่เอาก็ไม่เอาสิ จะไปหรือไม่ไป เดี๋ยวเหอะ เดี๋ยวเรียกเจ้าของร้านมาไล่นะ” น้ำเสียงแข็ง ท่าทีขึงขังกับอาการส่ายตามองหาเจ้าของร้านพาหนูน้อยให้ต้องรีบล่าถอยไป

“ไปก็ได้ ขี้งก ขอให้เหล้าติดคอตายไปเลย” พูดเสร็จหันหลังกลับเตรียมจะเดินจากไป แต่ก็ต้องหมุนตัวกลับมาอีกที
“เอ๊ย ! เมื่อกี้ พูดผิด เอาใหม่ ขอให้น้ำแข็งติดคอตายแหงกๆไปเลย” หนูน้อยทำหน้าเหยเกบูดเบี้ยวประกอบคำพูด มือข้างที่ไม่มีถาดหงิกงอ เดินลงส้นเท้าหนัก ๆบ่นกระปอดกระแปดไปยังมุมหนึ่งของร้านใกล้กับตู้เพลงด้านในเพื่อหลบฝนที่ตอนนี้ได้ตกหนักลงมาอีกแล้ว

คนเมาหัวเราะขัน ๆ อยู่ในลำคอ“ฮึ ฮึ” มองดูน้ำแข็งในถังสังกะสีราคาถังละ 15 บาท
“ อ้าว ! น้ำแข็งหมดอีกแล้ว ” ตะโกนสั่งเด็กในร้าน
“ เฮ้ ย ! ไอ้น้อง ขอน้ำแข็งพี่อีกถังสิวะ”


เหล้าหมดไปหลายแก้ว ฝนตกลงมาอีกหลายแสนเม็ด แต่หนูน้อยยังคงยืนกอดอกอยู่ตรงที่เดิม เนื้อตัวสั่นระริกด้วยความหนาวเย็นจากละอองฝนที่ปลิวเข้ามาในร้าน เธอส่งค้อนประหลับประเหลือกลอยมาให้คนเมาเป็นระยะ ๆ ยินเสียงจาม “ฮัดเช้ย” หลายครั้งติดต่อกัน คนเมาลอบแอบมองอยู่ด้วยสายตาครุ่นคิดสับสน จู่ ๆ เสียงท่องบ่นของหนูน้อยจึงดังมาเข้าหูอีกครั้ง

“น้าขา ช่วยซื้อดอกกุหลาบของหนูสักดอกนึงเถอะนะค่ะ ดอกละ 10 บาทเอง หนูจะเอาไว้เป็นทุนการศึกษา พ่อแม่ของหนูเลิกกัน…”

แล้วคนเมาก็ได้คิด “หากในรุ่มร้อนมีเหน็บหนาว ในแข็งกร้าวมีอ่อนไหว ในร่าเริงมีเงียบเหงา แล้วทำไมเล่า ในคนงกอย่างเราจะมีเมตตาบ้างไม่ได้วะ ก็ช่างมันเถอะ! หากสิ่งที่หนูน้อยพูดมามันจะเป็นเรื่องโกหกเหลวไหลทั้งเพ และเราอาจจะโดนเด็กเล็กๆอย่างนี้หลอกเข้าให้ก็ได้ แต่ชีวิตที่ผ่านมาก็โดนผู้ใหญ่เฮงซวยหลอกมาจนนับครั้งไม่ถ้วนแล้วนี่นา แล้วถ้าจะให้เด็กเล็กหลอกเสียอีกครั้งหนึ่ง มันจะเป็นอะไรไป ดีเสียอีก ถือเป็นประสบการณ์”

“แต่ เอ แล้วถ้าไอ้เงินที่เราซื้อดอกกุหลาบนี่มันไปตกอยู่ในมือของผู้ใหญ่ใจร้ายที่ใช้เด็กน้อยมาเร่ขายของละ?” คนเมาคิดแย้งขึ้นมากับตัวเอง

ทันใดนั้น ความคิดอีกด้านหนึ่งจึงส่งเสียงดังขึ้นมาว่า

“โอ๊ย ! ก็ช่างหัวมันปะไร ไม่ว่าผลประโยชน์มันจะไปตกอยู่กับใครก็ช่าง แต่ภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าตอนนี้ คือ เด็กหญิงตัวเล็กๆที่เนื้อตัวสั่นเทาด้วยความหนาว แล้วยังจะมามั่วนั่งคิดหาเหตุผลอะไรกันอีกหนักหนา แหม ! ทีหมดเงินตั้งมากมายไปกับผู้หญิงสาวสวยที่หวังจะได้ฟันเจ้าหล่อน แต่สุดท้ายแล้วก็แห้ว ไม่เคยเห็นมานั่งคิดทบทวนหาเหตุผลก่อนอย่างนี้เลย เถอะน่า … บางที ด้วยน้ำใจเพียงเล็กๆน้อยๆ เช่นนี้ก็อาจช่วยกลบเกลื่อนคราบน้ำตาของใครบางคนให้เจือจางลงไปได้บ้าง และหากทุกคนทำได้เช่นนี้ โลกแห้งแล้งก็จะกลับมาชุ่มชื่นเบิกบาน”


เมื่อคิดดีได้ราวกับพระพยอม กัลยาโณ แห่งวัดสวนแก้ว เช่นนั้นแล้ว จึงกวักมือเรียกหนูน้อยเข้ามาใกล้ ๆ เธอยิ้มเริงร่าและเดินตัวโยนเข้ามาหาทันที ยื่นดอกกุหลาบมาให้คนเมาหนึ่งดอก คนเมาสั่นหน้าไปมา พร้อมกับเอ่ยขึ้นว่า “ม่ายยยย…เอา …หรอก ...เอิ๊ก…” และหยุดพูดไปเสียอย่างนั้น เกิดสะอึกขึ้นมาอย่างกระทันหัน

หนูน้อยทำหน้าเสีย จากนั้นจึงเปลี่ยนเป็นเหรอหรา อุทานอย่างไร้เดียงสา “อ้าว ! ไม่เอาดอกกุหลาบแล้วเรียกมาทำไมละ หลอกเหรอ…น้า”

“เปล่าหลอกกกก …ไม่เอาหรอกดอกเดียวนะ .. เอิ๊ก… แต่จะเอามันหมดทั้งถาดนั่นแหละ แหม…ก็เหล้าแพงกว่าดอกกุหลาบตั้งเยอะนี่นา ฮา ฮา ” สิ้นเสียง คนเมาและหนูน้อยต่างส่งเสียงหัวร่อร่าขึ้นพร้อมกัน พลันร้านรวงที่มืดมิดจึงสว่างไสวขึ้นในพริบตา


ระหว่างทางเท้านอกร้านที่เจิ่งนองไปด้วยน้ำฝน แลเห็นร่างเล็ก ๆ ในชุดนักเรียนมอมแมมเดินท่อม ๆ อยู่กลางเส้นฝนลางเลือน มีเสียงตะโกนอ้อแอ้ดังออกมาจากข้างในร้าน ลอยไล่หลังมา

“ถึงบ้านแล้ว เอิ๊ก อย่าลืมหายาแก้หวัดกินเสียด้วยละ เอิ๊ก อ่อ แล้วอีกอย่างนึง ไอ้ถุงพลาสติกที่อยู่บนหัวนั่นนะ ถอดมันออกได้แล้ว ยังก๊ะตัวตาหลก ”

หนูน้อยใต้ร่มสีรุ้งหันหลังกลับมามองตามเสียงเรียกของคนเมา โบกมือข้างที่มีถาดอลูมิเนียมเปล่ากวัดแกว่งไปมาในอากาศคล้ายร่ำลา ส่งยิ้มอุ่นๆ ปลิวแหวกสายฝนหนาวเหน็บมาให้คนเมา พลางเลิกดวงตาใสแป๋วขึ้นมองถุงพลาสติกเหนือหัวอย่างนึกขึ้นได้ หัวเราะเอิ๊กอ๊ากเสียงดัง แล้วจึงดึงมันทิ้งไป


ริมถนนแสนสวยสายหนึ่งในยามหลังเที่ยงคืน มีร้านเหล้า ฝนพร่ำ และสายลมเหงา คนเมามียิ้มเกลื่อนอยู่ที่ใบหน้า ชูดอกกุหลาบสีแดงจัดช่อใหญ่ไว้เหนือหัวเพื่อบังเม็ดฝนเบาบางต่างร่มสีรุ้งของตัวเอง ยืนโงนเงนไปมาคล้ายกับคนไม่มีกระดูกอยู่ที่ริมถนนสายนั้น และกำลังโบกมือเรียกรถแท๊กซี่ที่เพิ่งผ่านมาเพื่อให้พาเขา…กลับบ้าน

............................



Create Date : 01 พฤศจิกายน 2549
Last Update : 1 พฤศจิกายน 2549 2:39:36 น. 15 comments
Counter : 757 Pageviews.

 
เคยเจอแบบนี้เหมือนกันสุดท้ายก็ซื้อช่วยเด็กไปแหล่ะครับ ไม่อยากคิดต่อยอดว่าเงินที่เด็กขายได้จะไปอยู่ในมือใครต่อ


โดย: aus_aus วันที่: 1 พฤศจิกายน 2549 เวลา:1:23:54 น.  

 
“โอ๊ย ! ก็ช่างหัวมันปะไร ไม่ว่าผลประโยชน์มันจะไปตกอยู่กับใครก็ช่าง แต่ภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าตอนนี้ คือ เด็กหญิงตัวเล็กๆที่เนื้อตัวสั่นเทาด้วยความหนาว แล้วยังจะมามั่วนั่งคิดหาเหตุผลอะไรกันอีกหนักหนา แหม ! ทีหมดเงินตั้งมากมายไปกับผู้หญิงสาวสวยที่หวังจะได้ฟันเจ้าหล่อน แต่สุดท้ายแล้วก็แห้ว ไม่เคยเห็นมานั่งคิดทบทวนหาเหตุผลก่อนอย่างนี้เลย" จริงปะ



โดย: รัน IP: 124.121.188.30 วันที่: 1 พฤศจิกายน 2549 เวลา:2:05:30 น.  

 
ใช่เลยครับ เวลาไปไหนผมมักจะเห็นใจเด็กพวกนี้ หรือขอทานบนสะพานลอย บางคนนั่งเฉยๆ แต่ก็อดสงสารไม่ได้ ก็ให้ไปเท่าที่เราจะไม่เดือดร้อน เพื่อนๆทักท้วงว่า ขอทานพวกนี้มีแก๊งอยู่เบื้องหลัง ผมก็ว่า"ช่างมันปะไร อย่าน้อยเราทำแล้วเรารู้สึกมีความสุข สบายใจ เราก็ทำ"

บางคนไม่ได้ให้แต่ก็ไปทับถมเขาอีก เห็นอย่างนี้แล้วรู้สึกหดหู่ว่าสังคมไทยใจดีหายไปไหน

"ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้ร่ำรวย มีหุ้น 7X,XXX ล้าน คนอย่างเราถึงจนแต่ก็รวยน้ำใจละวะ" (ขอแขวะหน่อย)


โดย: เจ้ากอล์ฟ (ChronoCross ) วันที่: 1 พฤศจิกายน 2549 เวลา:2:30:57 น.  

 


โดย: สุดหล่อ IP: 58.9.59.11 วันที่: 1 พฤศจิกายน 2549 เวลา:17:00:04 น.  

 
เม้นกันเองเลยโน๊ะ ดีดี ช่วยกันทำมาหากิน

เขียนเรื่องดีดีมาอีกเนาะ


โดย: สุดหล่อแห่งนิเทศฯ IP: 58.9.59.11 วันที่: 1 พฤศจิกายน 2549 เวลา:17:13:10 น.  

 
ไม่ได้เข้ามานานเลย งานเยอะแล้วก็ยังมีเรื่องปัญหาหัวใจอีกพออ่านแล้วทัศนะคติกับเด็กแบบนี้เปลี่ยนไปเลยค่ะ จากคำพูดที่ว่า “โอ๊ย ! ก็ช่างหัวมันปะไร ไม่ว่าผลประโยชน์มันจะไปตกอยู่กับใครก็ช่าง แต่ภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าตอนนี้ คือ เด็กหญิงตัวเล็กๆที่เนื้อตัวสั่นเทาด้วยความหนาว แล้วยังจะมามั่วนั่งคิดหาเหตุผลอะไรกันอีกหนักหนา..."
อ่านแล้วโดนเลยค่ะประโยคนี้


โดย: Wind IP: 58.147.70.85 วันที่: 1 พฤศจิกายน 2549 เวลา:17:31:45 น.  

 
ชีวิตเลือกเกิดไม่ได้ ใครอยากจะเกิดมาจน ไม่มีแน่ แต่เมื่อต้องเกิดมาพร้อมกับความจน ชีวิตก็ต้องดิ้นไป ดิ้นเพื่อไปสู่สิ่งที่ดีกว่า แต่อย่างว่า ชีวิตที่ดีกว่า ก็ต้องมีเดิมพัน นั่นคือความอดทน ขยันขันแข็ง หมั่นศึกษาทุกอย่าง ที่เป็นเงื่อนไขไปสู่ความสำเร็จ เป็นเงื่อนไขที่จะพาให้เรา ก้าวออกจากวังวนของความจน แต่เหนืออิ่นใด เมื่อประสบกับความสำเร็จแล้ว จะต้องมีคุณธรรมเป็นตัวนำหน้าด้วย ชีวิตจึงจะเรียกว่าประสบความสำเร็จอย่างแท้จริง


โดย: Niveta IP: 58.9.113.98 วันที่: 1 พฤศจิกายน 2549 เวลา:17:34:58 น.  

 
อยุ่ที่ใจเราอ่ะ

มาทักทายกิ๊กคนใหม่ด้วย อิอิ (เหมาซะงั้น)




โดย: YaM_NoT วันที่: 1 พฤศจิกายน 2549 เวลา:19:59:04 น.  

 
ฟ้าหลังฝนมักสวยงามเสมอ


โดย: คนธรรมดา IP: 58.9.103.6 วันที่: 1 พฤศจิกายน 2549 เวลา:21:41:59 น.  

 
สุดหล่อแห่งนิเทศฯ นี่ใครหว่า มาหล่อกว่าเราได้งัย ??


โดย: aus_aus วันที่: 2 พฤศจิกายน 2549 เวลา:0:41:40 น.  

 
เจอบ่อยครับ เด็กขายดอกไม้ ส่วนมากที่คนไม่ให้กันคงเป็นเพราะเหตุผลอย่างที่ว่ามา มีคนอยู่เบื้องหลัง


โดย: ก้อนหิน IP: 222.123.34.31 วันที่: 3 พฤศจิกายน 2549 เวลา:0:46:42 น.  

 
แวะเข้ามา good night ค่ะ
หลับฝันดีนะคะ


โดย: แร่ใยหิน วันที่: 3 พฤศจิกายน 2549 เวลา:22:41:21 น.  

 
ชาร์ลส์ คิงลีย์ เคยกล่าวไว้ว่า นอกเหนือจากชีวิตมนุษย์แล้ว ไม่มีสิ่งใดมหัศจรรย์มากไปกว่าหนังสือ อันเป็นข้อความจากจิตวิญญาณของมนุษย์ ผู้ที่เราไม่เคยพบเจอ ผู้ซึ่งมีชีวิตอยู่ไกลจากเราเป็นพันๆ ไมล์ แต่กระดาษน้อยๆ แผ่นนี้ได้พูดคุยกับเรา และเปิดหัวใจของพวกเขาให้เราเห็น เหมือนเป็นเช่นพี่น้อง
ขอบคุณตัวอักษรทุกตัวที่ทำหน้าที่ของมันได้เป็นอย่างดีนั่นคือคลายความคิดถึง และเพิ่มความทรงจำในช่วงระยะเวลาของความห่างไกล แม้ว่าจะไม่ไมโอกาสพบกันอีก
ไม่ค่อยได้เข้ามาเลย กำลังฝึกงาน อ.วิรัชฝากบอกว่าหนังสือที่ยืมมาให้เอาไปคืนบ้าง บ้างนะคะไม่ใช่ทั้งหมด คิดถึงค่ะ อ.


โดย: นัทธ์นลิน IP: 202.29.54.65 วันที่: 8 พฤศจิกายน 2549 เวลา:21:54:44 น.  

 
แหม มีสาวมาให้กำลังใจด้วย


โดย: เจ้ากอล์ฟ (ChronoCross ) วันที่: 9 พฤศจิกายน 2549 เวลา:1:38:52 น.  

 
เคยเจอที่ท่ารถ ดึกมากแล้ว รถจอด เห็นขอทานคนหนึ่ง ถือไม้เท้า แต่เดินได้คล่องดี สงสัยเลิกงานแล้ว


โดย: rubino IP: 203.113.44.84 วันที่: 12 มีนาคม 2550 เวลา:21:58:27 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ChronoCross
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]










Friends' blogs
[Add ChronoCross's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.