"ที่ว่างของงานเขียน..เล็กๆแต่อบอุ่น [Love&Warmth]"
Group Blog
 
<<
กันยายน 2549
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
27 กันยายน 2549
 
All Blogs
 
คำงดงามที่สุดในโลก



คำงดงามที่สุดในโลก

ลุงรัน





“คำ” บางคำ นอกจากจะมีความแปลกประหลาดมหัศจรรย์ซุกซ่อนอยู่ในตัวเองแล้ว เช่น “เอสโปนา” (ESPONA) ในภาษาสเปน ที่แปลว่า “ภรรยา” และยังแปลว่า “กุญแจมือ” ได้อีกด้วย หรือ คำยาวเหยียดอย่าง “ตุลเควนซาซามบีกุยซาซาเควนแซค” ในภาษาอินเดียนแดงเผ่าคูนา ในประเทศปานามา กลับเขียนสั้นๆได้ ว่า “31” เป็นต้น ขณะที่คำบางคำยังคงมีความงามบางอย่างแฝงอยู่ อาจจะงดงามจากท่วงทำนองการเปล่งเสียง หรือจากความหมายอันชวนลุ่มหลง ทว่าท่ามกลางคำนับล้าน ๆ ที่ประกอบขึ้นมาเป็นภาษาพูดและเขียนของคนทั่วโลก เบอร์ธา ฟอน ซัทเนอร์ (Bertha Von Suttner, 1843-1914 , the Nobel Peace Prize award :1905) เจ้าของรางวัลโนเบิล ไพรซ์หญิงคนแรก ได้เคยกล่าวเอาไว้ว่า “ “รัก” และ “ช่วยเหลือ” คือ คำที่งดงามที่สุดในโลก”
แม้จะเคยได้ยินถ้อยคำนี้มาบ้าง แต่ผมเองกลับไม่เคยรับรู้หรือซาบซึ้งอะไรกับมันเลยสักนิด และมันคงจะเป็นเช่นนี้เรื่อยไป หากจะไม่มีเหตุการณ์ในวันนั้นเกิดขึ้น…

ในเย็นวันนึงของฤดูฝน “มุก” หรือ “นางฟ้า” สมญานามที่เพื่อนๆในกลุ่มรวมทั้งผมช่วยกันตั้งให้ เมื่อครั้งที่ยังเรียนอยู่ในมหา’ลัย เพราะความใจดีของเธอที่มีให้แก่คนทั่วไป ได้เดินมาหาผมที่โต๊ะทำงาน ให้บังเอิญที่ว่าหลังจากเรียนจบ เราทั้งสองได้มาทำงานอยู่ที่เดียวกัน มุกถามผมว่า หลังเลิกงานแล้วผมมีธุระจะไปไหนต่อหรือไม่ ผมส่ายหน้าเป็นคำตอบ จากนั้น เธอจึงขอให้ผมช่วยไปเป็นเพื่อนเพื่อทำธุระบางอย่างที่ท่าเรือด่วนพระอาทิตย์หน่อย มุกเล่าให้ผมฟังแต่เพียงสั้นๆ ว่า เธอทราบข่าวมาจากเว็บไซต์แห่งหนึ่งว่า มีคุณยายคนหนึ่งกำลังเดือดร้อน เนื่องจากต้องรับภาระเลี้ยงหมาแมวพเนจรเอาไว้หลายสิบตัว ยิ่งตอนนี้มีลูกหมาเกิดใหม่ขึ้นมาอีกมากมาย คุณยายจึงแย่ยิ่งขึ้น เธอจึงอยากแบ่งเบาภาระของหญิงชราให้เจือจางลงไปบ้าง ในตอนนั้น ผมได้แต่นึกในใจว่า หากไม่ใช่มุกแล้ว คงยากที่ผมจะยอมไปเป็นเพื่อนด้วยแน่ ค่าที่ผมออกจะเกลียดกลัวเจ้าพวกหมาหรือในคำสุภาพว่า “สุนัข” ที่แปลว่า “ผู้มีเล็บงาม” มาเนิ่นนาน
หมาเป็นสัตว์น่ารักก็จริงอยู่ แต่ผมไม่ผูกพันด้วย มีแต่ความหวาดกลัวเสียหละมากกว่า ผมยังจำได้แม่น เมื่อครั้งยังเป็นเด็กตัวเล็ก เคยถูกหมาข้างถนนตัวหนึ่งงับเอาเข้าที่ขา เป็นแผลเหวอะแหวะ ต้องไปฉีดยารอบสะดือกันโรคพิษสุนัขบ้าอยู่หลายวัน แผลเป็นยังคงอยู่ตราบจนทุกวันนี้ นับจากวันนั้น ผมกับหมาจึงกลายเป็นศัตรูคู่อาฆาตกันเรื่อยมา และยิ่งได้รู้ว่า เจ้าพวกหมาที่ว่าก็แค่หมาไทยข้างถนนธรรมดาๆ ก็ยิ่งแล้วใหญ่ (เออ…นะ ถ้าเป็นหมาฝรั่ง มีสกุลรุนชาติ อย่าง พุดเดิ้ล ตัวเล็ก ๆ น่ารักๆ ขนฟู ๆ อย่างนี้ก็ว่าไปอย่าง)
ครั้นถึงเวลาเลิกงาน รถโฟลค์เต่าคันโปรดของผมจึงวิ่งปุเลง ๆ พามุกไปที่ท่าเรือด่วนพระอาทิตย์ทันที ค่ำแล้ว ท้องฟ้ามืดครึ้มไปด้วยเมฆฝน เมื่อเราทั้งสองไปถึงที่นั่น หาที่จอดรถได้ มุกจึงพาผมเดินเข้าไปในซอยเล็กๆ ข้างตึกองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ที่หน้าปากซอยมีป้ายไม้ขนาดใหญ่อยู่เหนือหัว เขียนเอาไว้ว่า “ท่าเรือด่วนพระอาทิตย์ PHRA ARTHIT PIER EXPRESS BOAT SERVICE” เดินตรงเข้าซอยไปได้สักเล็กน้อยจึงแลเห็นบ้านเช่าเก่าคร่ำหลังน้อยที่ทำเป็นร้านขายของชำ ทั้งยังเป็นสถานที่รับติดต่อพานักทัศนาจรที่สนใจล่องเรือเที่ยวชมแม่น้ำเจ้าพระยาอีกด้วย บ้านซ่อมซอตั้งอยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยาในอ้อมกอดของต้นมะขามต้นใหญ่
ที่บ้านเช่าหลังนี้ เราได้พบกับหญิงชราท่าทางใจดีผู้หนึ่ง ชื่อ คุณยายอุทิศ ณ นคร อายุ 75 ปี กับหมาแมวของแกอีกราว 30 ตัว มีทุกขนาด และมีสารพัดสีเท่าที่จะมีได้ เดินเพ่นพ่านเต็มไปหมด ตลอดเวลาที่อยู่ที่นี้ ผมพยายามยืนอยู่ให้ห่างจากพวกมันมากที่สุดเท่าที่จะมากได้ มีแต่มุกกับคุณยายเท่านั้นที่ผลัดกันจับพวกมันขึ้นมาอุ้มชูด้วยความรักใคร่เอ็นดู ในยามที่พวกมันเดินมาเคล้าแข้งเคล้าขาอย่างประจบประแจง

ในตอนหนึ่งของการสนทนา มุกบอกความประสงค์กับหญิงชราว่า จะมาขอรับลูกหมาไปเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรม ! ไม่ช่าย :) จะมาขอรับลูกหมาไปช่วยเลี้ยงไว้เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของคุณยาย
หญิงชรามีสีหน้าดีใจเมื่อได้ยินเช่นนั้น พูดคุยให้เราฟังด้วยว่า สามีของแกตายจากไปนานแล้ว มีลูกด้วยกัน 2 คน แต่ทั้งสองก็ออกเรือนไปแล้ว ตัวแกอยู่ที่นี้เพียงลำพังคนเดียว แกเป็นคนรักหมาแมวมาก บางตัวที่เห็นอยู่ก็เลี้ยงมานานนับสิบปี และในบางครั้ง หากมีหมาแมวหลงทางมาจากที่อื่น คุณยายไปพบเข้า ก็จะนำมาเลี้ยงไว้ที่นี่เช่นกัน จนมีจำนวนมากมายอย่างที่เห็น เวลาที่มันหายหรือตายจาก คุณยายก็จะรู้สึกเศร้าเสียใจไปหลายวัน ตลอดเวลาที่ผ่านมาก็พอเลี้ยงพวกมันไปได้ตามมีตามเกิด แต่ปัญหาเริ่มต้นขึ้น ก็เมื่อเร็วๆนี้ เมื่อหมาที่ชื่อ นางน้ำตาล และนางทองดำ (ลูกของนางน้ำตาลอีกที ) ได้คลอดลูกหมาออกมาอีก คลอกละ 7 ตัว รวมแล้วมีชีวิตน้อยๆที่เกิดขึ้นใหม่ถึง 14 ชีวิต ด้วยความที่คุณยายอุทิศเคยเป็นนักร้องและนักแสดงละครเก่ามาก่อน จึงตั้งชื่อให้ลูกหมาเหล่านี้เอาไว้อย่างไพเราะเพราะพริ้ง ไม่ต่างอะไรไปจากคน เช่น ดวงมาลย์ สราญจิต พิชิตชัย หทัยรัตน์ พูลสวัสดิ์ บารมี วันดี ปรีดา ปัญญา ภารณี นวลศรี ทวีลาภ และ คาบแก้ว เป็นต้น
“ลำพังรายได้แต่ละวันที่ได้จากการเป็นนายหน้า คอยหานักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศที่เดินผ่านไปมาในย่านนี้ เพื่อนั่งเรือชมแม่น้ำเจ้าพระยา คลองบางกอกน้อย และคลองต่างๆที่น่าสนใจ ก็แทบจะไม่พอกับค่าเช่าบ้านในอัตราวันละ 500 บาท อยู่แล้ว ไหนจะค่ากินอยู่ของยายอีก” น้ำเสียงของคุณยายดูเศร้าพิกล
หญิงชราเอ่ยต่อว่า อีกไม่นานเจ้าลูกหมาทั้ง 14 ตัว รวมไปถึงหมาและแมวที่เลี้ยงไว้ก่อนหน้า รวมแล้วหลายสิบตัว ก็คงจะวิ่งเล่นกันให้วุ่นวายเต็มท่าเรือนี้ไปหมด มันทำให้คุณยายรู้สึกว่าต่อไปอาจจะดูแลไม่ไหว ทั้งปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายที่จะตามมาและสถานที่ก็คงไม่พอเพียง
“ยายได้ยินข่าวมาว่า เร็ว ๆนี้ เจ้าของบ้านเช่ามีโครงการที่จะนำบ้านเช่าหลังนี้ไปทำธุรกิจอย่างอื่นที่ให้ผลตอบแทนมากกว่า ทั้งทาง กทม. เองก็คอยแวะเวียนมาดูอยู่เรื่อยๆว่าหมาแมวของยายไปสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านแถวนี้หรือไม่ เจ้าหน้าที่บอกกับยายด้วยว่า หากมีผู้ร้องเรียนไป ทาง กทม. ก็คงจะต้องมาจับพวกมันไปตามระเบียบ”
ถึงตรงนี้ คุณยายอุทิศทำตาแดง ๆ น้ำเสียงเจือเศร้า
“ยายสงสารเจ้าพวกหมาแมวพวกนี้ ไม่อยากให้พวกมันถูกเขาจับไป พอดี มีอยู่วันหนึ่งมีคนมาเยี่ยมเยียนยายและพวกมัน ยายจึงฝากให้เขาช่วยกระจายข่าวว่า ขอผู้ใจบุญ ใจเมตตา รักหมาแมว มาช่วยกันอุปการะหมาแมวพวกนี้ทีเถิด ยายยินดียกให้ฟรี ๆ เลย และจะดีใจมาก ถ้าแต่ละตัวได้บ้านใหม่ที่ดีกว่านี้ และมีคนคอยดูแลเอาใจใส่มันเหมือนอย่างที่ยายรักและดูแลตลอดมา”
จากนั้นข่าวของคุณยายอุทิศและหมาแมวของคุณยายจึงแพร่สะพัดไปในเวปไซต์ต่างๆในโลกอินเตอร์เน็ทจนมุกที่ชอบท่องเที่ยวไปในโลกเสมือนจริงใบนี้ได้บังเอิญไปพบเข้า
ก่อนที่จะจากลาคุณยายมา มุกได้เลือกเอาเจ้าหมาน้อยสีน้ำตาลแดงไปเลี้ยงตัวหนึ่ง แต่คุณยายก็ต้องมีสีหน้าผิดหวังเล็กน้อย เมื่อผมปฎิเสธคำขอร้องของแกที่จะให้ช่วยนำเอาลูกหมาตัวใดตัวหนึ่งไปเลี้ยงเพื่อเอาบุญ

หลังขับรถไปส่งมุกกับลูกหมาของเธอที่ที่พักที่เป็นตึกแถวย่านตลาดบางรักเสร็จเรียบร้อยแล้ว ระหว่างทางขับรถกลับบ้านของผมที่บางลำภู เรื่องราวของคุณยายอุทิศทำให้ผมหวนนึกไปถึงเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นเมื่อหลายสิบปีก่อนของกระทาชายคนหนึ่งที่มีชื่อว่า ฟรานซิส เฮนรี่ อีเกอร์ ที่เคยอ่านเจอในนิตยสารฉบับหนึ่ง
เรื่องมีอยู่ว่า นายฟรานซิส ผู้นี้เป็นผู้ที่รักหมาแมวอย่างที่สุด เขาพักอาศัยอยู่เป็นการถาวรในโรงแรมชื่อ เดอนัวส์ในกรุงปารีส มีหมาแมวจำนวนมากมายอาศัยรวมอยู่ด้วย นายฟรานซิสได้จัดการแต่งตัวหมาแมวของเขาด้วยเครื่องแต่งกายหรูหราราวกับว่าพวกมันเป็นมนุษย์ และยังยินยอมให้พวกมันมานั่งกินอาหารเย็นร่วมกันกับเขาบนโต๊ะอาหารในทุกเย็น โดยมีคนใช้แต่งตัวเต็มยศคอยให้บริการ นอกจากนี้ ในบางวัน เขายังจะพาพวกมัน ขึ้นรถม้าอันโอ่อ่านั่งตระเวนเที่ยวชมรอบกรุงปารีส อย่างสำราญใจ
แม้ทั้งนายฟรานซิสและคุณยายอุทิศจะมีความรักในหมาแมวเหมือนกัน แต่ความแตกต่างอย่างถึงที่สุดระหว่างคนทั้งสอง ก็คือ นายฟรานซิส เป็นคนร่ำรวยชนิดมหาศาล มีรายได้ในแต่ละปีเฉลี่ยราว ๆ 7 ล้านดอลล่าห์ แต่คุณยายอุทิศของเราแกแสนยากจน- ผมรู้สึกเศร้าสะเทือนใจอยู่ ลึก ๆ

ขณะกำลังคิดอะไรเพลินอยู่นั้น จู่ ๆ ฝนก็เทกระหน่ำลงมาจากฟ้ามืดอย่างไม่รู้ตัว ใจหนึ่ง อดรู้สึกห่วงใยคุณยายและหมาแมวของแกขึ้นมาเสียมิได้ เพราะจำได้ว่าบ้านเช่าของคุณยายตั้งอยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา หากน้ำในแม่น้ำเพิ่มระดับสูงขึ้น อาจจะไหลท่วมเข้าไปในบ้านได้ คุณยายและหมาแมวคงโกลาหลกันยกใหญ่ แต่อีกใจหนึ่ง…กลับนึกไปถึงเตียงนอนแสนสบายภายในห้องนอนอันอบอุ่นของผม ผมรู้สึกว้าวุ่นใจเป็นอย่างยิ่ง แต่ในที่สุด ขณะรถกำลังแล่นผ่านภูเขาทอง และอีกไม่เกิน 5 นาที ก็จะถึงบ้านของผมแล้ว ผมตัดสินใจหักพวงมาลัยรถเลี้ยวซ้ายตรงไปยังท้องสนามหลวงทันที มุ่งหน้าย้อนกลับไปยังท่าเรือด่วนพระอาทิตย์ แทนที่จะขับรถทะลุตรงไปยังถนนบางลำภู-เส้นทางที่จะนำไปสู่บ้านพัก
เมื่อไปถึงที่ท่าเรือด่วนพระอาทิตย์ ฝนยังคงตกหนักอยู่เช่นเดิม พอจอดรถได้ ผมก็รีบคว้าร่มที่อยู่ตรงเบาะหลัง เปิดประตูรถออก กางร่มเดินตรงไปยังบ้านเช่าของคุณยายทันที เมื่อไปถึงที่นั่น คุณยายกำลังจัดที่หลับที่นอนตรงมุมหนึ่งของบ้านให้กับหมาแมวของแกอยู่ ท่ามกลางเสียงครางหงิงๆของพวกมันด้วยความหนาวเหน็บ ผมตรงเข้าไปช่วยเหลือหญิงชราเท่าที่จะทำได้ โชคดีที่ฝนหยุดตกในเวลาอีกไม่นาน และระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาก็ยังไม่สูงขึ้นจนไหลท่วมทะลักเข้ามาภายในบ้านเช่าหลังนั้น

ฟ้าหลังฝนใสไปด้วยแสงดาววับวาว ขณะผมขับรถออกมาจากท่าเรือด่วนพระอาทิตย์ ตลอดเส้นทางกลับบ้าน ผมมักเหลียวหน้าไปยังเบาะนั่งข้างคนขับเป็นระยะๆ ด้วยในเวลานี้มีเจ้า “พูลสวัสดิ์” ที่มีความหมายว่า “ผู้เต็มเปี่ยมไปด้วยความดีงาม” ลูกหมาน้อยสีขาวล้วน ขดตัวนอนหลับอยู่อย่างเป็นสุข ผมอุ้มมันออกมาจากบ้านเช่าของคุณยาย ขณะที่มันยังคงหลับปุ๋ยอยู่ สักพักเจ้าตัวน้อยจึงตื่นขึ้นมา พร้อมกับส่งเสียงร้องครางหงิง ๆ ระงมไปทั่วทั้งรถ พลางแหงนหน้า และเอียงคอมองมาที่ผมด้วยสีหน้าประหลาดใจ ผมเผลอลืมเรื่องราวความเจ็บแค้นในอดีตระหว่างผมกับบรรพบุรุษของมันสิ้น ส่งยิ้มสดใสปลิวไปให้มัน และในวินาทีนั้น หว่างความเยือกเย็นของไอฝน หัวใจของผมรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาอย่างประหลาด แว่วได้ยินถ้อยคำของ เบอร์ธา ฟอน ซัทเนอร์ ล่องลอยมากระซิบที่ข้างหูแผ่วเบา
“รัก” และ “ช่วยเหลือ” คือ คำที่งดงามที่สุดในโลก”
…………………………………..
<



Create Date : 27 กันยายน 2549
Last Update : 17 ตุลาคม 2549 9:32:33 น. 12 comments
Counter : 382 Pageviews.

 
“รัก” และ “ช่วยเหลือ” คือ คำที่งดงามที่สุดในโลก”

มันคงงดงามนะคะถ้ามันออกมาจากใจ ไม่ใช่ลมปาก


โดย: นัทธ์นลิน IP: 202.29.54.61 วันที่: 29 กันยายน 2549 เวลา:2:05:18 น.  

 
ว่าไอ้เต ทำไมอะ
ไม่น่าเลย


โดย: รัน IP: 124.121.193.153 วันที่: 29 กันยายน 2549 เวลา:21:29:27 น.  

 
อิอิ อยากได้ยินคำงดงามนี้จากใครบางคนจังเลย


โดย: Wind IP: 222.123.33.6 วันที่: 30 กันยายน 2549 เวลา:1:08:34 น.  

 
คิดเหมือนคนข้างบนเลย


โดย: ชินจัง IP: 58.9.114.99 วันที่: 2 ตุลาคม 2549 เวลา:1:59:22 น.  

 
ที่มาเยี่ยมชม


โดย: เจ้ากอล์ฟ (ChronoCross ) วันที่: 2 ตุลาคม 2549 เวลา:15:12:30 น.  

 


แวะมาเชียร์ลุงรัน


โดย: blue mint IP: 58.9.30.203 วันที่: 3 ตุลาคม 2549 เวลา:18:33:17 น.  

 
มาเชียร์ทำไม ไม่ได้ไปรบที่ไหนนี่นา
มาเฝ้ามั้งงงงงงงงงงงงงง


โดย: รัน IP: 124.121.191.167 วันที่: 5 ตุลาคม 2549 เวลา:20:04:31 น.  

 
ใช่ครับ “รัก” และ “ช่วยเหลือ” คือ คำที่งดงามที่สุดในโลก”


โดย: -Guy- IP: 124.157.170.254 วันที่: 11 ตุลาคม 2549 เวลา:1:40:34 น.  

 
เป็นคำที่งดงามที่สุด และจะงดงามที่สุดในโลก
ถ้ามันออกมาจากใจจริงที่บริสุทธิ์ ไม่เสแสร้งหรือหวังสิ่งใดเป็นการตอบแทน


โดย: Link_conner55 (Link_conner55 ) วันที่: 11 ตุลาคม 2549 เวลา:15:34:24 น.  

 
คิดถึงเพื่อนเก่า


โดย: เยียะหัว IP: 58.9.73.66 วันที่: 30 สิงหาคม 2550 เวลา:20:48:53 น.  

 
นี่ใช่เยี่ยะหัวจริงเปล่า !!!!!!ถ้าใช่ เราก็คิดถึงนายมาก


โดย: รัน IP: 124.121.186.166 วันที่: 31 สิงหาคม 2550 เวลา:7:45:41 น.  

 
สบายดีนะรัน สุดยอด...เลย ดีใจจัง ที่เห็นเพื่อนเราเป็นนักเขียน เราเข้ามาเจอโดยบังเอิญ จามองลอดแว่นคอยติดตามและอ่านผลงานรันอยู่อยู่ตลอดนะ............


โดย: เยียะหัว IP: 58.9.190.58 วันที่: 23 กันยายน 2550 เวลา:23:18:31 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ChronoCross
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]










Friends' blogs
[Add ChronoCross's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.