"ที่ว่างของงานเขียน..เล็กๆแต่อบอุ่น [Love&Warmth]"
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2550
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
19 มิถุนายน 2550
 
All Blogs
 
เมืองในฝัน



เมืองในฝัน

รัน






ในม่านมืดของสถานที่แห่งนั้น ภาพพร่าเลือนของชายกลางคนในชุดคนกวาดถนนค่อยๆ ปรากฏขึ้น และแจ่มชัดอย่างยิ่งในเวลาชั่วอึดใจ เสื้อและกางเกงที่ห่อหุ้มตัวเขาที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นสีขาวบริสุทธิ์ แต่มาบัดนี้ กลายเป็นสีเทาค่อนไปทางดำ ส่วนที่กระเป๋าหลังด้านซ้ายของกางเกง มีหมวกปีกสีเดียวกันเหน็บอยู่ พินิจดูใบหน้าของเขา อนิจจา ! มันช่างดูซูบซีด อิดโรย โดดเดี่ยว และอ้างว้างอย่างร้ายกาจ ชายวัยกลางคนยืนเกาะราวรถเมล์ที่แออัดเป็นปลากระป๋องเพื่อให้พากลับบ้าน มันเป็นเวลาเย็นที่ท้องฟ้าแดงฉานเหมือนทาไว้ด้วยเลือดนก แซมไว้ด้วยเมฆฝนสีดำสนิทประปราย

3

ในรถเมล์ที่เขาโดยสารมา แทบไม่มีพื้นที่ว่างเหลืออยู่เลย แออัดไปด้วยผู้คนที่แตกต่างกันในทุกรายละเอียด ราวกับย่อโลกเส็งเคร็งมาไว้ที่นี่ แต่น่าประหลาด ! ไม่มีรอยยิ้ม ไม่พูดคุย จะมีก็แต่เพียงเสียงเครื่องยนต์รถที่กำลังครางหึ่งอยู่ รวมทั้งเสียงยางรถยนต์ที่เสียดสีอยู่กับพื้นถนนเท่านั้น

สามีภรรยาคู่หนึ่งยืนอยู่ข้างหน้าชายคนกวาดถนน ผู้ภรรยาท้องแก่เจียนใกล้คลอด ทั้งสองน่าจะมีอายุเกิน 10 ขวบมาเล็กน้อย ในวัยเช่นนี้ ทั้งสองควรจะกระโดดโลดเต้นอยู่ในรั้วโรงเรียนที่ไหนสักแห่ง แต่ช่างเถอะ สมัยนี้อะไร ๆ ก็ดูเหมือนจะเกิดขึ้นได้หมด แม้แต่เจ้าเด็กกระเป๋ารถที่ยืนอยู่ตรงบันไดรถข้างหน้า ยังเดาะใส่ชุดสีกากีหรู คอยเก็บเงินค่าโดยสาร ไม่ต่างอะไรไปจากเจ้าหน้าที่สรรพากรที่คอยรีดไถภาษีอากรของประชาชน เพื่อแลกกับการบริการห่วย ๆ และการคอรัปชั่นของรัฐ พับผ่าสิเอา!

ขณะที่รถเคลื่อนที่ไปข้างหน้า ร่างกายส่วนหลังของชายคนกวาดถนนถูกเบียดชิด แนบสนิทด้วยคนลักเพศที่เพิ่งขึ้นมาใหม่ อายุของมันคงไล่เลี่ยกันกับเขา-เขาคิด หูตาของมันแวววาวทีเดียว เขาพบว่าทุกครั้งที่รถเบรก เจ้าคนลักเพศพยายามจะโถมตัวเข้าใช้ความเป็นชายกับด้านหลังของเขา ถี่กระชั้นจนเขาต้องเหลียวหน้ากลับไปดู และเหลือบเห็นคราบดวงน้ำเป็นเมือกขนาดหัวแม่มือที่เป้ากางเกงสีขาวของมัน เขาสบถขึ้นในลำคอ

“ไอ้สัตว์”

ชายคนกวาดถนนผวาคล้ายจะออกตาม แต่ก็หยุดยั้งไว้เพียงแค่นั้นเหมือนชั่งใจได้ ปากพึมพำ “ช่างแม่ง” ปล่อยให้เจ้านั่นแหวกว่ายฝูงคนหนีไปหลบอยู่ที่ท้ายรถ และเข้าไปยืนต่อท้ายข้างหลังหญิงชราต่อไป

สักพัก เสียงหญิงชราวัยใกล้ 70 จึงร้องตะโกนดังลั่น น้ำหมากกระเซ็นเลอะเทอะเสื้อสีทรายของนาง “ไอ้ลามก กูนะแก่คราวแม่มึงแล้วนะ อย่า อย่าทำยายเลย โอ๊ย ! ช่วยยายด้วย ใครก็ได้ช่วยที”

ไม่มีใครช่วย ไม่มีเสียงตอบรับ ในตอนที่ไอ้บ้ากามพยายามลวนลามหญิงชราบนรถเมล์ มันพยายามปลดโจงกระเบนของหญิงชราคนนั้น อีกชั่วอึดใจ ไอ้วิตถารเดินรูดซิบกางเกง เปียกชุ่ม ส่งกลิ่นคาวคละคลุ้งก้าวลงไปจากรถเมล์ ใบหน้าของมันมียิ้มเจ้าเล่ห์แปะอยู่ หญิงชรานอนสลบไสล ผ้าผ่อนหลุดลุ่ยอยู่ที่พื้นรถเมล์นั่นเอง

เอ๊ะ! เสียงร้องขอความช่วยเหลือของนางเบาไปหรือเปล่านะ? เปล่านี่8! คงมีแต่เพียงเบาะนั่งกับพวงมาลัยรถเท่านั้นแหละกระมังที่จะไม่ได้ยิน !

เด็กกระเป๋ารถขยับกระบอกตั๋วเสียงดังก๊อกแก๊ก หยิบเงินทอนให้ผู้โดยสารใหม่ เหมือนไม่มีเหตุการณ์ใดๆ เกิดขึ้น ให้ตายเถอะ ! คนกวาดถนนเห็นอะไรบางอย่างในดวงตาของทุกคนบนรถเมล์ มันเป็นเครื่องหมาย บวก ลบ คูณ หาร และเครื่องหมาย ฿ สลับกันไปมาอย่างรวดเร็ว บรรยากาศความโดดเดี่ยว อ้างว้างอย่างรุนแรง ดูเหมือนแทรกซึมไปทั่วทุกอณูบนรถเมล์คันนี้ แม้จะมีผู้โดยสารอัดแน่นจนแทบจะไม่มีพื้นที่ให้หายใจ ใครนะบอกเอาไว้ว่า “มีคนมากมายแต่เหมือนไม่มีใครเลย…” ในความเป็นจริง สิ่งนี้อาจจะแทรกซึมไปทั่วทุกหนแห่งบนโลกใบนี้แล้วเสียด้วยซ้ำ ---คนกวาดถนนคิดอยู่เพียงลำพัง!


2

ความรู้สึกของเขาจะเลวร้ายลงไปกว่านี้ ถ้าไม่เหลือบไปเห็นเด็กชายตัวน้อยคนนั้นในชุดขาวทั้งชุด วัยราว 4 ขวบ เจ้าหนูนั่งอยู่บนตักแม่ตรงเบาะที่เขายืนอยู่ ดวงตากลมโตมองตรงมาที่คนกวาดถนนด้วยสายตา และรอยยิ้มอันบริสุทธิ์ คนกวาดถนนพินิจใบหน้าของหนูน้อยในชุดขาว คลับคล้ายว่าปากน้อยขยับขึ้นลงเป็นคำพูด

“โลกของลุงเป็นอย่างไรบ้างฮับ” เสียงพูดคล้ายเสียงดนตรีอันไพเราะดังขึ้น

“แย่ว่ะ ยิ่งวันยิ่งแย่ ความรักมันเหือดหายไปหมดแล้ว เอ็งก็ลองดูเอาเองแล้วกัน ว่าแต่ว่า แล้วโลกของเอ็งละไอ้หนู เป็นยังไงบ้าง” น้ำเสียงแหบพร่าของเขาเอ่ยออกไป พลางก้มหน้าหลบตาของเจ้าหนูน้อย

“เจ๋งไปเลยฮับลุง” หนูน้อยชุดขาวหัวเราะร่าสดใสดุจเสียงกรุ๋งกริ๋งของระฆังเงินในโบสถ์

“ลุงอยากกลับไปเป็นเด็กเหมือนเอ็งจังเลยว่ะ เจ้าหนู” เขาเอามือยีหัวเจ้าหนูน้อยด้วยความเอ็นดู

“ทำไมทุกวันนี้ คนกวาดถนนถึงน้อยลงละฮับ ? ” สีหน้าของเจ้าหนูสลดลง

คนกวาดถนนตอบไปด้วยน้ำเสียงเหมือนร่ำไห้
“ แต่ก่อน ลุงอยากเป็นคนกวาดถนนก็เพื่อปัดกวาดบ้านเมืองที่รักของลุงให้สะอาด แต่ยิ่งนับวันจำนวนคนทิ้งขยะมันยิ่งเพิ่มมากขึ้น จนเดี๋ยวนี้ บางวันลุงยังเผลอทิ้งขยะลงบนพื้นถนนเสียเองก็ยังมี”

เสียงฟ้าร้องคำราม “ครืน ครืน” ปลุกเขาให้ตื่นจากภวังค์ เจ้าหนูน้อยกับแม่หายวับไปกับตา !


1

สักพัก รถเมล์พาเขามาถึงที่พักซึ่งเป็นบ้านเช่าหลังใหญ่แบ่งให้เช่า คนกวาดถนนก้าวเดินไปที่ห้องพักของสาวใหญ่ ผู้ที่เขาจ้างให้เลี้ยงลูกสาวกำพร้าแม่วัย 2 ขวบ แม่ของหนูน้อย ซึ่งก็คือเมียของเขา เมื่อไม่กี่วันมานี้ เธอได้หนีไปอยู่กินฉันท์ผัวเมียกับเด็กสาวข้างห้อง

สาวใหญ่คนนี้เคยเป็นเจ้าของร้านขายคัมภีร์ทางศาสนามาก่อน แต่เจ๊งไม่เป็นท่า จึงเซ้งร้านให้คนอื่นทำเป็นร้านขายวิซีดีโป๊ เห็นว่าขายดีเป็นเทน้ำเทท่า หล่อนไม่มีลูกมีผัว อยู่ตามลำพังในห้องพักนี้ มีหมาอัลเซเชี่ยนตัวใหญ่เป็นเพื่อนชื่อว่า “ ไอ้โจ” ชาวบ้านลือกันว่า “ ไอ้โจ” เป็นผัวของนาง

ชายคนกวาดถนนหัวเราะ “หึ หึ” เมื่อนึกได้ถึงตรงนี้ พึมพัมกับตัวเอง
“ ยุคนี้ ความอัปรีย์จัญไรใด ๆ มันก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้นจริง ๆ “

เมื่อไปถึงที่ห้องของนาง คนกวาดถนนตรงไปอุ้มลูกสาวกลับมาที่ห้องพักของตัวเอง เด็กน้อยหลับปุ๋ยอยู่คาอก ขณะกำลังเดินตรงไปที่เตียงนอน บนฟ้ามืดด้านนอก เกิดสายฟ้าแลบแปลบปลาบ และปรากฏแสงไฟเป็นเส้นสายวิ่งพาดผ่านบนใบหน้าของชายคนกวาดถนน เสียงฟ้าคำรามกึกก้องที่ดังตามมา นำพาภาพเลวร้ายต่าง ๆ นานา ผุดวาบขึ้นในห้วงความคิด

ผู้คนบนรถเมล์ที่ในดวงตามีเครื่องหมายบวก ลบ คูณ หาร และ เครื่องหมาย ฿ !
เด็กสาวท้องโย้คราวลูก !
ไอ้วิตถาร !
หญิงชราวัยใกล้ 70 !
สาวใหญ่กับไอ้โจ !
และเมียของเขากับเด็กสาวข้างห้อง !

ภาพเหล่านี้คล้ายเข็มแหลมที่วิ่งวนเวียนและทิ่มแทงอยู่ภายในหัวสมอง ปวดร้าวจนแทบจะแตกโพล๊ะออกมา ในเวลานั้น ท้องฟ้าด้านนอกกลับยิ่งแปรปรวนรวนเรหนักขึ้น มีเสียงลมพายุพัดดังโหยหวนคล้ายเสียงอสุรกายจากนรก ฝนสีเลือดนกเริ่มเทลงมา ส่งกลิ่นคาวคละคลุ้งทะลักเข้ามาถึงในห้องพักจนแทบอ้วกแตก ทันใดนั้น เสียงตะโกนของชายคนกวาดถนนจึงดังขึ้น

“โว้ย…ย…ย…ย…พ่อรักหนูมากนะ ”

สิ้นเสียง ที่ผนังด้านหนึ่งของห้อง ปรากฏมีเงาดำทะมึนสูงใหญ่ใช้วัตถุสี่เหลี่ยมนุ่มนิ่มคล้ายหมอนกดทับลงไปที่ใบหน้าของร่างเล็กบนเตียง ร่างน้อยดิ้นขลุกขลักทุรนทุราย สองแขนไขว่คว้า สองขาแกว่งไกวไปในอากาศ และนิ่งสงบลงไปในอีกไม่นาน จากนั้นเงาดำใหญ่ที่ฝาผนังจึงเริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง ครั้งนี้ คล้ายมีวัตถุยาวจ่ออยู่ที่หัวตัวเอง สักพัก จึงเกิดเป็นเสียงดัง

“ปัง”

ไฟในโรงหนังเปิดสว่าง “พรึบ” ขึ้นพร้อมกัน คนดูพากันลุกจากที่นั่งเดินตรงไปที่ช่อง
ประตูทางออก มีเสียงพึมพำจากเด็กวัยรุ่นคนหนึ่ง

“สมแล้วที่ชื่อเรื่อง “เมืองนรก” แม่งน่ากลัวฉิบหาย”

0

เด็กวัยรุ่นคนเดิมกำลังทิ้งหางตั๋วหนังลงในถังขยะใบใหญ่ที่ป้ายรถเมล์ซึ่งตั้งอยู่คนละฝั่งฟากถนนกับ โรงหนังดังกลางกรุง คัทเอาท์โฆษณาขนาดใหญ่ของหนังเรื่อง “เมืองนรก” ของนักสร้างหนังรุ่นใหม่ที่กำลังมาแรง ยืนอาบไล้แสงจันทร์ เด่นเป็นสง่าอยู่หน้าโรง บนคัทเอาท์เป็นรูปภาพวาดของชายคนกวาดถนน ขณะยืนอยู่บนรถเมล์ที่แออัดไปด้วยผู้คน เขานึกในใจขณะจ้องมอง “หนังแม่งเว่อร์เมืองที่ไหนว้า มันจะโสมมขนาดน้าน..น..น…”

เพียงชั่วครู่รถเมล์สายที่จะพาเขากลับบ้านวิ่งฝ่าความมืดของราตรีมาจอดลงตรงหน้า …. แน่นเชียว มีคนห้อยโตงเตงอยู่ตรงบันไดทางขึ้นทั้งข้างหน้าและหลัง เขาก้าวเท้าขึ้นทางประตูหลัง

ในรถเมล์ที่เขาโดยสารมาแทบไม่มีพื้นที่ว่างเหลืออยู่เลย แออัดไปด้วยผู้คนที่แตกต่างกันในทุกราย ละเอียด ราวกับย่อโลกเส็งเคร็งมาไว้ที่นี่ แต่น่าประหลาด ! ไม่มีรอยยิ้ม ไม่พูดคุย จะมีก็แต่เพียงเสียงเครื่องยนต์รถที่กำลังครางหึ่งอยู่ รวมทั้งเสียงยางรถยนต์ที่เสียดสีอยู่กับพื้นถนนเท่านั้น

สักพัก เด็กวัยรุ่นจึงตะโกนขึ้นมาด้วยเสียงอันดัง

“ช่วยด้วย ครับ ช่วยด้วย ผมถูกล้วงกระเป๋า”

ไม่มีใครช่วย ไม่มีเสียงตอบรับ มีแต่เสียงอึกทึกอึกอักดังขึ้นต่อมา ชายผมยาว ร่างผอมเกร็งเหมือนติดยากระโดดลงจากรถทันทีที่รถหยุดลงตรงสี่แยกไฟแดงหน้าห้างสรรพสินแห่งใหญ่ ก่อนจะวิ่งหนีหายไปในความมืด บนพื้นรถ ร่างไร้วิญญาณของเด็กวัยรุ่นคนนั้นนอนเหยียดยาวจมกองเลือดสีแดงคล้ำ นัยน์ตาเหลือกถลนจนแทบล้นทะลักออกมานอกเบ้า มีมีดปอกผลไม้ปักคาอยู่ที่ท้อง


….เอ๊ะ ! เสียงร้องขอความช่วยเหลือของเขาเบาไปหรือเปล่านะ ? เปล่านี่ ! คงมีแต่เพียงเบาะนั่งกับพวงมาลัยรถเท่านั้นแหละกระมังที่จะไม่ได้ยิน !

.............................



Create Date : 19 มิถุนายน 2550
Last Update : 19 มิถุนายน 2550 11:17:23 น. 14 comments
Counter : 459 Pageviews.

 
เรื่องนี้คือสภาพที่แท้จริงของเมืองที่ชื่อว่า กรุงเทพมหานคร


โดย: คนธรรมดา IP: 125.25.80.68 วันที่: 19 มิถุนายน 2550 เวลา:13:03:04 น.  

 
แวะมาเจิมก่อนค่ะ


โดย: blue mint วันที่: 19 มิถุนายน 2550 เวลา:13:09:30 น.  

 


ยังไง ยังไงก็ต้องหายใจต่อไป
ในฐานะสัตว์ประเสริฐ


โดย: แพะเลือดเดือด IP: 58.9.64.63 วันที่: 19 มิถุนายน 2550 เวลา:13:15:19 น.  

 
ซาบซึ้งมาครับ อ่านแล้วคิดถึงเมื่อตอนวัยรุ่นเลย


โดย: BadGuyแฟนคลับSky IP: 58.9.111.110 วันที่: 19 มิถุนายน 2550 เวลา:13:29:35 น.  

 
แวะมาลงชื่ออ่านนะครับ

เดี๋ยวขออ่านให้ละเอียดอีกทีนะ

อิอิ



อิอิ


โดย: อาคุงกล่อง (อาคุงกล่อง ) วันที่: 19 มิถุนายน 2550 เวลา:15:54:55 น.  

 
เรื่องนี้ตัดต่อดีมากเลยลองอ่านกันดูนะครับ รับรองอ่านไป 1วรรคแล้วจะติดตามไปทั้งเรื่องเลย

*โออาคุงกล่องแวะมาเยี่ยมอีกแล้ว ขอบคุณครับ


โดย: เจ้ากอล์ฟ (ChronoCross ) วันที่: 19 มิถุนายน 2550 เวลา:20:37:10 น.  

 
รู้สึกเหมือนกันว่า ในยุคนี้สมัยนี้

หาความปลอดภัยรอบกายยากเย็นเหลือเกิน

จิตใจผู้คนเปลี่ยนแปลงไป เกินคาดเดา

เข้ามาอ่านบ่อยน่ะ แต่ไม่ค่อยได้เม้นต์น่ะ

มีความสุขมาก ๆ น่ะ

ฝันดี...


โดย: Link_conner55 วันที่: 19 มิถุนายน 2550 เวลา:23:08:12 น.  

 
สุดยอดเลยลุงรัน สภาพความเป็นจริงในสังคมเมืองปัจจุบัน


โดย: คนบ้าเกม IP: 124.120.244.232 วันที่: 20 มิถุนายน 2550 เวลา:10:17:04 น.  

 
น่ากบัวจังเลย ถ้าเจแบบนี้ไม่รู้จะทำยังไงดีแย่ๆ


โดย: wind IP: 58.147.64.119 วันที่: 21 มิถุนายน 2550 เวลา:0:35:32 น.  

 
เพลงเร้าใจมากเลยกอล์ฟ กำลังเซ็งพอดี ดีวุ้ย มีไรให้อ่าน

ตอนนี้อยู่ระนองนะ อีกประมาณอาทิตย์นึงจะกลับกรุงเทพ

แล้วไงเจอกันจ่ะ บ๋ายบาย ~*

ps. เป็นกำลังใจให้นะ พ่อนักเขียนขี้อาย /gg


โดย: Emy` IP: 61.7.190.2 วันที่: 23 มิถุนายน 2550 เวลา:9:50:13 น.  

 
บ่ะแล้ว (ตบเข่าเสียงดังฉาด!) ขนาดนี้เลยเหรอคุณกอล์ฟ


โดย: รัน IP: 202.29.54.62 วันที่: 23 มิถุนายน 2550 เวลา:19:17:03 น.  

 
สังคมน่ากลัวขึ้นมากตามยุคสมัยที่เปลี่ยนไปค่ะ


โดย: หว้ากอ IP: 58.9.113.61 วันที่: 24 มิถุนายน 2550 เวลา:21:14:16 น.  

 
เพลงนี้ของอัสนี-วสันต์ผมเองก็ลืมมันไปแล้ว ฟังครั้งแรกสมัย ป.3-4ได้มั้งถ้าจำไม่ผิด พี่รันเขาไปขุดมาจากไหนไม่รู้ให้เอามาใส่ประกอบเรื่อง มันเลยดูเร้าใจแบบขลังๆ

สังคมสมัยนี้เปลี่ยนแปลงไปรวดเร็ว ถึงบางครั้งตัวเราเองจะไม่เห็นด้วยกับหลายๆเรื่องแต่เราก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับสภาพสังคมให้ได้

*ขอบคุณทุกคนที่แวะมาเยี่ยมครับ
**คิดถึง เอมมี่(Emy) คนสวยจังเลยครับ


โดย: เจ้ากอล์ฟ (ChronoCross ) วันที่: 25 มิถุนายน 2550 เวลา:15:23:07 น.  

 
////สังคมสมัยนี้เปลี่ยนแปลงไปรวดเร็ว ถึงบางครั้งตัวเราเองจะไม่เห็นด้วยกับหลายๆเรื่องแต่เราก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับสภาพสังคมให้ได้///
น้องกอล์ฟพูดขัดหูพิลึก ปรับตัวเข้ากับสภาพสังคมได้ไงละน้องกอล์ฟ ต้องช่วยกันทำให้สังคมมันดีขึ้นสิจ๊ะ...ที่รัก



โดย: พี่รัน IP: 202.29.54.62 วันที่: 25 มิถุนายน 2550 เวลา:19:03:42 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ChronoCross
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]










Friends' blogs
[Add ChronoCross's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.