"ที่ว่างของงานเขียน..เล็กๆแต่อบอุ่น [Love&Warmth]"
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2551
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
20 พฤษภาคม 2551
 
All Blogs
 

เธอคือแสงดาวอันอบอุ่น




เรื่อง : ลุงรัน





ในเย็นวันหนึ่งของฤดูหนาวที่ใกล้จะลาจาก ความมืดคืบคลานมาเร็วกว่าปกติ ทั้งที่เพิ่งจะเข้าช่วงเย็นมาได้ไม่นาน ดวงดาวแต้มแสงเป็นจุดใสๆ กระจายอยู่บนเวิ้งฟ้าบ้างแล้ว เมื่อผมหอบร่างฝ่าสายลมเย็นออกมาจากธรรมศาสตร์ ผมเร่งสาวเท้าข้ามไปยังอีกฟากหนึ่งของถนน ที่เป็นฝั่งสนามหลวงทันที โดยวันนี้ กลุ่มพลังมวลชนได้นัดชุมนุมใหญ่ เพื่อขับไล่ผู้นำประเทศในความผิดฐาน “บกพร่องทางจริยธรรม” ขึ้นที่นี่



1


เมื่อข้ามถนนมาได้ ผมจึงมาหยุดยืนเก้ๆ กัง ๆ อยู่ที่ใต้ต้นมะขามใหญ่ต้นหนึ่ง เยื้องๆ กับที่พักรถเมล์ เพื่อชั่งใจดูก่อนว่า จะเอายังไงดีต่อไป และจากที่ที่ผมยืน มองเห็นเวทีอภิปรายสีสันฉูดฉาด ตั้งเด่นอยู่ตรงฝั่งโรงแรมรัตนโกสินทร์ มีการแสดงดนตรี อ่านบทกวี สลับกับการอภิปรายโจมตีท่านผู้นำหน้าเหลี่ยมอย่างดุเดือด ท่ามกลางเสียงโห่ร้องตะโกนขับไล่ของผู้ชุมนุมเรือนหมื่น ดังกึกก้องราวกับฟ้าจะถล่ม สีเหลือง-สัญลักษณ์แห่งการเคลื่อนไหวต่อสู้ สว่างไสวไปทั่วอาณาบริเวณ

ในกลุ่มผู้ชุมนุมเหล่านั้น ผมแลเห็นชายชราอายุเลย 60 ปี ร่างซูบผอมเหี่ยวย่นซ่อนอยู่ในชุดคนไข้สีขาว นั่งอยู่บนรถเข็นที่มีสายน้ำเกลือระโยงระยาง มือข้างหนึ่งโบกสะบัดธงชาติไทยผืนเล็กๆ ไปมา ด้วยท่าทีอิ่มใจ มีนางพยาบาลยืนเกาะรถเข็นอยู่ที่ด้านหลัง จากภาพที่เห็น ผมอดไม่ได้ที่จะหวนนึกไปถึงคำพูด และรอยยิ้มเย้ยหยันของเพื่อนนักศึกษาคนหนึ่ง ที่เมื่อสักครู่ ผมได้ชักชวนให้มาร่วมชุมนุมด้วยกัน

“ไร้สาระน่า เรามันชนชั้นมันสมอง ไม่จำเป็นต้องไปเย้วๆ อย่างนั้นหรอก เหนื่อยเปล่า” เขาหรี่ตามองไปที่กลุ่มผู้ชุมนุม ที่คลาคล่ำอยู่อีกฟากหนึ่งของถนน พร้อมกับยักไหล่ ก่อนจะแยกเดินจากไป

ลมหนาวไม่รู้เค้าพัดเอาความอ้างว้างประหลาดแผ่ซ่านเข้าสู่จิตใจผม



2


สักพัก ผมจึงตกลงใจได้ว่า จะไปนั่งฟังอภิปรายอยู่ที่หน้าขอบเวที เห็นท่าจะดี จะได้เห็นอะไรถนัดชัดเจนยิ่งขึ้น คิดได้เช่นนั้น จึงบ่ายหน้าไปยังที่นั่นทันที แต่เมื่อไปถึง ก็ต้องผิดหวังอย่างแรง เพราะมีคนนั่งกันเต็มพรืดไปหมด ผมจำต้องเดินเลี่ยงมาที่ด้านข้างของเวทีแทน ซึ่งพอจะมีที่ว่างเหลือให้ยืนอยู่ได้บ้าง ยืนดูวงดนตรีบนเวที บรรเลงเพลงคั่นรายการอภิปรายได้สัก 10 นาที ก็เกิดกระหายน้ำขึ้นมา คิดเดินไปหาซื้อที่ร้านรถเข็นขายน้ำที่มีแสงไฟวับแวม เรียงรายอยู่ที่รอบนอกท้องสนามหลวง ขณะหมุนร่างเพื่อออกเดิน ร่างใหญ่ของผมก็เกิดไปปะทะเข้าอย่างจังกับร่างแบบบางของหญิงสาว ที่อายุอานามน่าจะราวต้น ๆ 20 ผมเซผงะถอยไปเล็กน้อย แต่ร่างของเธอกลับถลาร่อนไปราวกับนกปีกหัก และลงไปนั่งก้นจ้ำเบ้าอยู่ที่พื้นในเวลาต่อมา สายตาทุกคู่ในที่นั้นพุ่งมองมาที่เธอเป็นตาเดียว ดวงหน้าสวยสะอาดบ่งบอกถึงความตื่นตกใจจนชวนเศร้า ก่อนจะยิ้มแหยๆอย่างเขินอาย สองมือคลำป้อยที่บั้นเอว ขณะที่ใบปลิวที่มีข้อความโจมตีท่านผู้นำด้วยถ้อยคำเผ็ดร้อน กับผืนผ้าสีเหลืองผืนน้อยจำนวนมากมายที่เคยอยู่ในมือ ตกกระจัดพลัดพรายไปตามพื้นหญ้าชื้น

เมื่อตั้งสติได้ ผมรีบปราดลงไปนั่งใกล้ๆ ร่างนั้น ช่วยประคองเธอให้ลุกขึ้นยืน พลางเอ่ยคำขอโทษขอโพยสำหรับความพลาดพลั้งที่เกิดขึ้น จากนั้นจึงก้มลงเก็บสิ่งของต่างๆ ที่เกลื่อนอยู่ที่พื้นหญ้ามาคืนเธอ ก่อนจากกัน เธอส่งยิ้มอันเดียงสาและบริสุทธิ์มาให้ผมอย่างไม่ถือโกรธ มือเรียวงามยื่นใบปลิวกับผืนผ้าสีเหลืองมาให้ ผมพับใบปลิวยัดใส่กระเป๋าเสื้อ ส่วนผ้าผืนนั้น ผมนำมาผูกหลวมๆไว้ที่คอ

แล้วร่างบางเบากับผมยาวสลวยที่มีใบปลิวและผืนผ้าสีเหลืองแนบอกอยู่ ก็หายลับเข้าไปในคลื่นคนที่แออัด



3


อีกหลายวันต่อมา อาจเป็นลมฤดูหนาวกระมัง ที่พัดพาให้ผมมาเจอเธออีกครั้ง ขณะกำลังเดินแจกจ่ายสิ่งของให้แก่ผู้ชุมนุมเหมือนเช่นเคย ผมทักทายเธออย่างลังเล

“เอ่อ… จำผมได้ไหมครับ”

เธอส่งยิ้มให้ผมอย่างงง ๆ ไม่มีคำพูดใดหลุดออกมาจากปากน้อยของเธอ

ผมรีบทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อหลายคืนก่อน
“ก็ที่เมื่อคืนวันนั้น …”

ทันใดนั้น เธอจึงพยักหน้าขึ้นๆ ลงๆ อย่างนึกได้ รอยยิ้มกว้างปรากฏขึ้นบนแก้มแดงระเรื่อ พร้อมกับยกมือไหว้ผมอย่างนอบน้อม ค่าที่อยากถ่ายโทษกับเหตุการณ์ในคืนนั้น ผมเอ่ยปากขอแบ่งสิ่งของในมือเธอ เพื่อนำมาช่วยแจกจ่ายให้แก่ผู้ชุมนุม นับจากนั้นเป็นต้นมา ในทุกๆ ครั้งที่มาร่วมชุมนุม ผมจะมาช่วยเธอแจกใบปลิวและผืนผ้าสีเหลืองเสมอ จนเราเริ่มสนิทสนมกัน

เธอเล่าให้ฟังว่า เธอมาจากจังหวัดแห่งหนึ่งริมชายฝั่งทะเลทางใต้ มีพ่อแม่และพี่ชาย เป็นครอบครัวที่อบอุ่น ทั้ง 3 คนเป็นครูประถมในอำเภอเล็กๆ กลางหุบเขา ส่วนตัวเธอเองกำลังศึกษาวิชากฎหมายอยู่ในมหาวิทยาลัยเปิดย่านหัวหมาก พร้อมๆกับทำงานให้กับองค์กร NGO ด้านอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งหนึ่งในถิ่นเกิด ชีวิตส่วนใหญ่หมดไปกับการปกป้องสิ่งแวดล้อมของชุมชน ให้รอดพ้นเงื้อมมือของพวกนายทุนท้องถิ่น แต่ทันทีที่เกิดสภาวะวิกฤตการณ์ผู้นำขึ้น เธอและเพื่อนๆอีก 2-3 คน จึงชักชวนกันเดินทางขึ้นมาที่กรุงเทพฯ เพื่อมาเป็นอาสาสมัครช่วยงานการชุมนุม “พ่อแม่ไม่ได้ว่าอะไรหรอกค่ะ ที่มาร่วมชุมนุมครั้งนี้ ก็ท่านเองนั่นแหละ ที่เป็นคนสอนว่าประเทศชาติเป็นของเราทุกคน เมื่อเกิดปัญหาขึ้นในชาติ เราจะนิ่งดูดายไม่ได้ และเราจะต้องเลือกยืนอยู่บนความถูกต้องเสมอ”

เธอบอกกับผม ด้วยสำเนียงปร่าแปร่งแบบคนใต้ ผมนั่งฟังนิ่ง พลางพินิจหน้าใสที่ไร้การตกแต่งใดๆ ลึกในใจ... รู้สึกศรัทธากับความเป็นคนมีความคิด ผิดไปจากเด็กสาวรุ่นราวคราวเดียวกันหลายๆคน ที่ผมเคยพบพานมา ต่างกันจนกล่าวได้ว่า ราวดอกไม้ที่ผลิบานจากกิ่งก้านเดียวกัน แต่ต่างทั้งสีสัน และคุณค่าแห่งการดำรงอยู่ของชีวิต

ในยามนั้น ท่ามกลางหมู่ดาวที่เกลื่อนอยู่บนท้องฟ้ามืด ดาวสวยดวงหนึ่งผุดวาบขึ้นกลางฟ้า ส่งประกายแสงเป็นแฉกๆ สะท้อนเข้าสู่นัยน์ตาของผม



4


ระยะนี้… สภาพอากาศในบ้านเมืองเรา ปรวนแปรวิปริตอย่างผิดสังเกต ลมฝนและลมหนาวคละเคล้ากันอย่างแยกไม่ออก บางวันอากาศเจิดจ้าสดใสด้วยแสงตะวัน แต่บางวันกลับครึ้มเศร้าด้วยเมฆฝน ลักษณะเช่นนี้ ไม่ต่างอะไรไปจากสถานการณ์ทางการเมือง ที่สับสนปนเป จนยากจะคะเน หรือพยากรณ์ใดๆ ได้อย่างถูกต้องแม่นยำ

ในขณะที่ผู้นำประเทศยังคงยืนกรานไม่ลาออกจากตำแหน่ง แม้จะถูกกดดันจากกลุ่มพลังต่าง ๆ มากมายสักเพียงใด แต่ในอีกด้านหนึ่ง ก็ได้เกิดกลุ่มผู้ชุมนุมสนับสนุนผู้นำรัฐบาล ที่เดินทางมาจากหลายจังหวัด และรวมตัวกันอยู่ที่สวนสาธารณะใหญ่กลางเมืองหลวง สิ่งนี้ยิ่งสร้างสภาวะความตึงเครียดให้เกิดขึ้นในบ้านเมืองเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ สภาพบ้านเมืองแบ่งแยกออกเป็น 2 ฝัก 2 ฝ่ายไปทั่วทุกหัวระแหง แบ่งออกเป็นพวกที่รัก และพวกที่เกลียดชังผู้นำ ผมอดหวั่นวิตกลึกๆไม่ได้ว่า ความรุนแรงอาจจะอุบัติขึ้นเมื่อใดก็ย่อมได้ เมื่อนั้นเลือดและน้ำตาของประชาชนผู้รู้เท่าไม่ถึงการณ์ของทั้ง 2 ฝ่าย อาจจะต้องไหลนองท่วมพื้นแผ่นดินไทย ผมได้แต่เฝ้าถามตัวเองด้วยความไม่เข้าใจว่า “เมื่อช้างสารชนกัน แต่ทำไมนะ หญ้าแพรกกลับต้องมาแหลกลาญไปกับเขาด้วย ?”

24 กุมภาพันธ์ 2549 แทนการลาออกอย่างที่หลายฝ่ายต้องการ นายกรัฐมนตรีกลับประกาศยุบสภาฯ และจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ในเวลาอันรวดเร็ว มีการวิเคราะห์กันว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงเล่ห์กลทางการเมือง เพื่อลดทอนกระแสกดดันที่บีบคั้นอยู่ในห้วงเวลานั้น พร้อมกับหวังจะใช้การเลือกตั้งเป็นหนทางฟอกตัว เพื่อหวนคืนสู่ตำแหน่งใหม่อีกครั้งหนึ่ง

การยุบสภาฯ ที่มีวาระซ่อนเร้นซุกซ่อนอยู่นี้ กลับยิ่งสร้างความโกรธแค้นให้แก่กลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้านเป็นเท่าทวีคูณ การชุมนุมประท้วงมีท่าทีว่า จะยืดเยื้อรุนแรงมากยิ่งขึ้นไปกว่าเดิม



5


ในคืนหนึ่ง ริมถนนแสนสวย หลังเวทีอภิปราย ผมและเธอได้มีโอกาสนั่งปรารภกันเกี่ยวกับสถานการณ์บ้านเมืองที่เป็นอยู่ ผมถามเธอไปว่ารู้สึกท้อบ้างไหม กับสถานการณ์ที่ยืดเยื้อจนเหมือนจะไร้ซึ่งจุดจบ

“ไม่ค่ะ …เราท้อไม่ได้ เราต้องอดทนต่อไป ความยากลำบากที่เรากำลังประสบอยู่นี้ มันคุ้มค่ากับสิ่งดีงามที่กำลังรอคอยเราอยู่ อีกไม่ช้า ความบ้าคลั่งหลงใหลในอำนาจของเขา มันจะยุติลง อำนาจที่เขายื้อแย่งมาจากประชาชน จะหวนคืนสู่มือเราอีกครั้ง” เธอบอกกับผมอย่างนั้น น้ำเสียงใส หากทว่ามั่นคง

ผมพูดขึ้นบ้าง พลางส่ายหน้าอย่างเซ็งๆ ท่ามกลางอากาศหนาวเย็น “เวลานี้ ประเทศของเราเหมือนตกอยู่ในห้วงแห่งฝันร้าย เรามีผู้นำประเทศที่ดื้อด้าน ไร้ยางอาย และเจ้าเล่ห์ เกินกว่าที่จะยอมลุกไปจากเก้าอี้แต่โดยดี ทั้งที่หมดความชอบธรรมไปแล้วตั้งหลายครั้งหลายหน”

“แต่ขอให้เชื่อเถอะว่า ไม่มีวันที่อำนาจแห่งอธรรมจะข่มธรรมไว้ได้อย่างแน่นอน แล้วเราจะชนะในที่สุด” ขณะพูด ดวงตาของเธอทอประกายแวววาว แข่งกับแสงดาวบนฟากฟ้ายามนั้น...

ขอบฟ้าแห่งการสนทนาของเรา มายุติลงเอาเมื่อราว 4 ทุ่มเศษ เธอรบเร้าให้ผมกลับบ้าน ค่าที่รู้ว่าผมมีสอบในตอนรุ่งเช้า เธอบอกด้วยว่า เธอเองก็จะต้องห่างหายจากการชุมนุมไปชั่วคราว เมื่อเย็นที่ผ่านมา ทางบ้านได้โทรศัพท์มาว่า แม่ของเธอที่ตามปกติแข็งแรงดี ได้ล้มป่วยลงอย่างกะทันหัน แต่ก็ไม่ร้ายแรงอะไร แต่ถึงกระนั้น เธอก็ยังคงต้องกลับบ้านไปดูแลท่าน เพราะพ่อและพี่ชายต้องไปสอนหนังสือทุกวัน หากแม่อาการดีขึ้นแล้ว เธอจะรีบกลับมาร่วมชุมนุมใหม่อีกครั้งอย่างแน่นอน โดยเธอจะออกเดินทางในตอนเช้าของวันใหม่

เราร่ำลากันโดยต่างไม่รู้แน่ชัดว่า เมื่อไรจึงจะได้พบพานกันอีก เธอพุ่มมือไหว้ลาผมอ่อนโยน ในท่ามกลางคำกล่าวอวยพรของผมที่ขอให้เธอโชคดี และขณะที่ผมเริ่มต้นเดินจากมา ทันใดนั้น เธอจึงพูดขึ้นเสียงดังเหมือนเพิ่งนึกได้ พร้อมกับส่งรอยยิ้มสดใสลอยมาตามสายลมเย็น

“อืม...อยากได้ของฝากอะไรเป็นพิเศษจากใต้บ้างไหมคะ”

“เอาตัวคุณกลับมาก็พอแล้วครับ”

ผมหันหน้ากลับไปตอบเธออย่างยิ้ม ๆ จากนั้น เราทั้งสองจึงส่งเสียงหัวเราะเบาๆ ขึ้นพร้อมกัน ท่ามกลางแสงดาวอันอบอุ่น…



6


แล้วข่าวเศร้าก็มาเยือนพร้อมๆ กับสายลมปลายฤดูหนาว ในช่วงค่ำของคืนวันถัดมา ... เมื่อผมได้รับแจ้งข่าวว่า รถทัวร์คันที่เธอโดยสารกลับบ้าน ประสบอุบัติเหตุพลิกคว่ำลงกลางทาง เธอ-หญิงสาวมากฝัน ผู้มีหัวใจอันอบอุ่นและบริสุทธิ์ใสเหมือนแสงแห่งดวงดาว เจ้าของความเชื่อที่ว่า “ไม่มีวันที่อำนาจแห่งอธรรมจะข่มธรรมไว้ได้อย่างแน่นอน” สิ้นใจตายคาที่ ก่อนจะทันถึงบ้านเพื่อดูแลแม่ที่ป่วยอย่างที่ได้ตั้งใจ

ระหว่างยืนรอรถเมล์กลับบ้าน อยู่บริเวณที่พักรถเมล์ บนท้องฟ้าในคืนนั้นที่ดูหม่นหมองจนน่าใจหาย ผมคล้ายแลเห็นดาวสวยดวงเดิม ส่งแสงจรัสจ้าขึ้นวูบหนึ่ง ก่อนจะร่วงหายไปจากขอบฟ้า...
.................................


**แด่...ทัศนีย์ รุ่งเรือง แกนนำในการเคลื่อนไหวเรียกร้องสิทธิให้กับชาวบ้านลานหอยเสียบ อ.จะนะ จ.สงขลา กรณีโครงการท่อก๊าซไทย-มาเลย์ และหนึ่งในผู้ร่วมชุมนุมขับไล่ผู้นำรัฐบาล เธอเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถโดยสารพลิกคว่ำ ที่ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร เมื่อ 16 มีนาคม 2549 ขณะกลับจากร่วมชุมนุมกับเครือข่ายพันธมิตรฯที่หน้าทำเนียบรัฐบาล







 

Create Date : 20 พฤษภาคม 2551
12 comments
Last Update : 20 พฤษภาคม 2551 12:59:05 น.
Counter : 1204 Pageviews.

 

-เรื่องนี้... ความจริงเคยตีพิมพ์ในนิตยสารการเมืองฉบับหนึ่งเมื่อหลายเดือนที่แล้ว ซึ่งเมื่อตอนที่ส่งเรื่องสั้นไปให้บรรณาธิการพิจารณา จะด้วยเหตุผลทางเศรษฐกิจ หรืออะไรก็ไม่ทราบได้ บรรณาธิการเมล์มาบอกว่า คงได้ค่าเรื่องน้อยหน่อย ในตอนนั้น ผมตอบกลับไปอย่างไม่ได้คิดว่า "ขอแค่ได้ตีพิมพ์ก็พอ" :)

 

โดย: รัน IP: 124.121.200.185 20 พฤษภาคม 2551 22:21:55 น.  

 

เข้ามาอ่านค่ะ..และยินดีที่ได้รู้จักค่ะ

 

โดย: teansri 21 พฤษภาคม 2551 4:07:14 น.  

 

..........ดี ค่ะ............

อ่านแล้วรู้สิกว่าจะต้องทำให้ชีวิตตัวเอง กลับมามีคุณค่าขึ้นมาบ้าง : ปกติก็ชอบทำความดีนะคะ แต่เป็นเรื่องปกติของคนทั่วไป ที่เวลามีเรื่องทุกข์ รีกำลังมีความสุข ก็มักจะลืมสิ่งที่เราเคยเป็นตัวของเราเองไปบ้างบางเวลา (จะใช้เวลาที่ผ่านไปอย่างเปล่าประโยชน์ เพื่อทำประโยชน์มให้มากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่....)

 

โดย: Pukpui-ka IP: 58.8.61.4 21 พฤษภาคม 2551 8:29:05 น.  

 

ขอแสดงความเสียใจในการจากไปและดีใจด้วยที่เธอมิได้จากไปกับความว่างเปล่าเธอยังมีอุดมการณ์และความดีที่เธอได้กระทำไปแล้วให้คนทั่วไปได้สรรเสริญและเดินทางตามอุดมการณ์ที่เธอฝันไว้

 

โดย: แสงตะวัน IP: 124.120.234.251 21 พฤษภาคม 2551 9:37:13 น.  

 


ในวันที่บ้านเมืองมีสภาพแปรปรวนและรุนแรงคล้ายอากาศ

อย่างน้อยยังมี

ความอบอุ่นกับความดีที่ยังเหลือไว้..

:)

 

โดย: ยัยตัวยุ่ง IP: 125.25.210.101 21 พฤษภาคม 2551 13:25:57 น.  

 

เสียใจด้วยครับ

 

โดย: ก๋ง IP: 117.47.56.169 26 พฤษภาคม 2551 19:25:28 น.  

 

ถึงเวลาที่แสงดาวจะอบอุ่นอีกครั้งแล้วครับ

ขอชวนผู้ที่มีใจรักชาติออกไปช่วยกันต่อสู้ ไล่ทุนสามานย์ออกจากผืนดินไทยด้วยกันนะครับ

*พันธมิตรทุกคนจะสู้แทน คุณทัศนีย์ รุ่งเรือง ด้วยอุมดมการณ์เดียวกันครับ

 

โดย: เจ้ากอล์ฟ (ChronoCross ) 28 พฤษภาคม 2551 13:07:04 น.  

 

หลับเถิดทหารกล้า ปวงประชาจะคุ้มภัย

 

โดย: พันธมิตรพังงา IP: 61.19.67.45 19 กรกฎาคม 2551 17:00:54 น.  

 

แวะมาเยี่ยมคุงพี่จ้า สบายดีแวะไปบอกด้วยนะคร้า

 

โดย: nadear_ku 14 กันยายน 2551 11:58:41 น.  

 

อาจารย์ ขยันได้ลงตีพิมพ์เนอะ

 

โดย: mam IP: 202.149.24.161 15 พฤศจิกายน 2551 20:58:52 น.  

 

ยังมีผู้ที่ทำเพื่อความถูกต้องชอบธรรมอย่างแท้จริง แต่คนบางคนและบางกลุ่มต่อสู้เพื่ออะไรกันแน่...

 

โดย: มะลิซ้อนซ่อนรัก 19 พฤศจิกายน 2551 10:38:17 น.  

 

ผมอ่านแล้วรู้สึกคิดถึงอาจานย์ขึ้นมาทันที เป็ฯเรื่องราวที่ดีมากเลยครับ ยังไงผมก็ยังชอบสไตล์การเขียนของอาจารย์มากๆ ไม่รู้ว่าอาจารจำผมได้หรือป่าว BIW/11

 

โดย: aonjana@hotmail.com IP: 124.120.14.91 20 พฤศจิกายน 2551 13:09:54 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


ChronoCross
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]










Friends' blogs
[Add ChronoCross's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.