"ที่ว่างของงานเขียน..เล็กๆแต่อบอุ่น [Love&Warmth]"
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2551
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
242526272829 
 
16 กุมภาพันธ์ 2551
 
All Blogs
 
หน้าต่างบานนั้น




เรื่อง : เจ้ากอล์ฟ





“พ่อคะ ทำไมพ่อถึงอยากให้หนูพามาที่นี่ล่ะ มีแต่ตึกร้าง ไม่มีอะไรน่าดูเลย” ลูกสาวคนเดียวของเขาวัย 30 เศษๆ เอ่ยถามขึ้นขณะที่กำลังขับรถ

“จอดตรงนี้ล่ะ ช่วยพยุงพ่อลงจากรถหน่อย” เสียงพูดที่ติดขัด และเบาบางของชายชราในวัยใกล้ฝั่ง ที่ร่างกายซูบซีดไร้เรี่ยวแรงเอ่ยขึ้น

ลูกสาวประคองผู้เป็นพ่อลงจากรถ “หนูว่า...หนูพาพ่อไปพักผ่อนที่สวนสาธารณะดีกว่าไหมคะ”

“...........................” เขานิ่งเงียบพร้อมกับล้วงมือหยิบแว่นตาในกระเป๋าเสื้อออกมาใส่ เพื่อมองไปยังตึกแถวหลังหนึ่งที่ถูกทอดทิ้งมาเนิ่นนาน ต้นไม้ใบหญ้าขึ้นรกรุงรัง ตัวตึกจากที่เคยมีสีฟ้ากลับกลายเป็นสีเหลืองอมดำ มีฝุ่นหนาจับตามขอบประตู และขอบหน้าต่าง



เสียงพึมพำอันแผ่วเบาของชายชราดังขึ้น “พ่อเคยอยู่ที่นี่”

“พ่อเคยอยู่ที่ตึกนี้เหรอ”

เขาชี้ไปตึกที่อยู่ฝั่งตรงข้าม “เปล่า พ่อไม่ได้อยู่ที่หลังนี้ แต่พ่อเคยอยู่ที่หลังนั้น”

“แล้วใครเหรอที่อยู่ที่ตึกหลังนี้” ลูกสาวเริ่มฉงน

“เธอคนนั้น.....”
................................................................


ในอดีต...

ผมมักจะออกมานั่งดื่มกาแฟที่ระเบียงห้องเช่าเป็นประจำทุกเช้า ลมเย็นๆ ของฤดูหนาวพัดผ่านบวกกับกาแฟร้อนๆ มันทำให้ผมได้นึกได้คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยตามประสาคนเหงา ที่ยังคงตามหาใครสักคน ผมเฝ้าคิดอยู่เสมอว่ามันจะมีจริงๆ เหรอใครคนนั้น คนที่สามารถช่วยขจัดความอ้างว้างภายใจของผมได้ ที่ผ่านมายังไม่เคยได้รู้จักกับคำว่าคนที่ใช่เลยสักครั้ง

แต่แล้วเช้าวันหนึ่ง ขณะที่ผมนั่งอยู่ที่ระเบียง สายตาพลันแลไปสะดุดเข้ากับหญิงสาวคนหนึ่ง เธออยู่ห้องชั้นสามของตึกที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับห้องของผมพอดี โดยระหว่างเรา มีเพียงถนนสองเลนแคบๆ เส้นหนึ่งคั่นกลางเท่านั้น ผู้หญิงที่หน้าตาน่ารัก ผิวขาวออกแนวคนจีน ผมสีดำยาวสลวย กำลังนั่งร้องไห้อยู่ที่ริมหน้าต่าง.......

วันนั้นเป็นต้นมา ผมคอยที่จะมองเธอในทุกๆ วัน ยามใดที่เธอร้องไห้ ผมก็จะคอยทำท่าทางตลกขบขัน และทะลึ่งตึงตัง ต่างๆ นาๆ เพื่อที่จะให้เธอได้ยิ้ม ได้หัวเราะ ทั้งๆ ที่ผมไม่รู้เลยว่า เธอจะรู้สึกดีขึ้นหรือไม่ แต่ถ้ามีวันไหนที่ไม่ได้เห็นหน้าเธอ ผมจะรู้สึกซึมเศร้าอย่างบอกไม่ถูก เสมือนว่ามีอะไรบางอย่างขาดหายไป หรืออาจจะเป็นเพราะผมหลงรักเธอเข้าแล้ว

เมื่อเราเริ่มสนิทกันมากขึ้น ผมก็อยากที่จะรู้จัก และพูดคุยกับเธอ ผมจึงได้ซื้อกระดาษแข็ง และปากกาเมจิกจำนวนหนึ่ง “ขอโทษครับ..ผมอยากรู้จักคุณ” ประโยคแรกที่เขียนไป ประโยคที่แสนเชย ส่วนเธอนั้นไม่ใช้กระดาษแบบผมหรอก เธอเอาพู่กันจุ่มสีหลากหลาย เขียนลงบนกระจกของหน้าต่างส่งสารกลับมา และแล้ว..เราสองคนก็พูดคุยสื่อสาร โดยใช้ตัวอักษรและรูปภาพผ่านทางหน้าต่างบานนั้นตลอดมา........
....................................................




My Diary - 20 พ.ย.
เช้าวันนี้ฉันร้องไห้อีกแล้ว โดนแม่ว่าเรื่องกลับบ้านช้า ทำไมกันนะสายไปแค่นิดเดียวเอง ทำไมแม่ถึงต้องว่าซะมากมายขนาดนี้ด้วย แม่ไม่เคยเข้าใจฉัน ไม่ค่อยให้ฉันออกไปเที่ยวที่ไหนเลย ทั้งที่ฉันก็อยากออกไปพบหน้าเพื่อนๆ บ้าง มันเป็นอะไรที่น่าเบื่ออย่างนี้นะ อยากจะมีปีก อยากจะโบยบินไปบนท้องฟ้าเพื่อมองลงมายังโลกกว้างใบนี้จัง.......

My Diary - 15 ธ.ค.
จะครบหนึ่งเดือนแล้วที่ฉันได้เจอผู้ชายคนนั้น เขาเป็นคนที่ตลกและอารมณ์ดีมากๆ เลยล่ะ คนอะไรก็ไม่รู้ทำท่าจิ้งจกตะกายตึกก็ได้ ทำท่าอุรังอุตังนุ่งผ้าขนหนูถือถ้วยกาแฟเดินไปเดินมาก็เป็น นึกแล้วขำจริงๆ แถมยังมีการเขียนข้อความส่งมาให้อีกแน่ะ อิจฉาชีวิตของเธอจัง เป็นอิสระอยากจะทำอะไรก็ทำได้ แต่ถึงเธออยากจะรู้จักฉันยังไง มันก็คงเป็นไปไม่ได้หรอก บางครั้งฉันก็คิดนะ ว่าฉันอยากให้เธอดีกับฉันแบบนี้ตลอดไป เธออยู่ตรงนั้น และฉันก็อยู่ตรงนี้ มันทำให้ฉันมีกำลังใจ ให้ฉันไม่เดียวดาย เอาเป็นว่าวันนี้ไว้แค่นี้ก่อน พรุ่งนี้ต้องไปโรงพยาบาลกับแม่แต่เช้า

My Diary – 20 ธ.ค.
แม่บอกให้พักผ่อนอยู่ที่บ้านไม่ให้ออกไปไหน ฉันก็ได้แต่อยู่ในห้องทั้งวัน อากาศเริ่มหนาวและแห้งแล้งมากขึ้นเรื่อยๆแล้ว นี่สินะที่ใครๆ ก็บอกกันว่า ฤดูหนาวเป็นช่วงเวลาแห่งความเหงา หาอะไรทำดีกว่าจะได้ไม่ฟุ้งซ่าน พับนกกระดาษแขวนไว้ที่หน้าต่างดีไหมนะ เผื่อเธอกลับมาเหนื่อยๆ ดูแล้วจะได้สดชื่น สดใส เอาล่ะไปพับนกก่อนเดี๋ยวมาเขียนต่อ......
..........................................




5....4.....3.....2.....1......

ผมชูป้ายกระดาษที่เขียนด้วยปากกาสีสดใสให้เธอดู “สุขสันต์วันปีใหม่ครับ”

“สุขสันต์วันปีใหม่เช่นกันค่ะ” ฉันเขียนบนหน้าต่างด้วยสีน้ำตอบกลับไป

ผมชูอีกป้ายให้เธอมอง “ผม.......คุณมากนะ”

“.........<<<นี่คือคำว่าอะไรคะ” ฉันเขียนหน้าต่างกลับไปพร้อมกับอมยิ้มเล็กน้อย

“.........มันก็คือ........” ผมเขินมากจนไม่กล้าเขียนลงไปได้แต่เว้นว่างไว้

“คืออะไรบอกมานะ” ฉันตื่นเต้นจนตัวหนังสือที่เขียนบนหน้าต่างนั้นสั่นไหวไปตามมือ

“รัก” ผมชูป้ายพร้อมกับสีหน้าแดงก่ำดังมะเขือเทศ

“มองไม่เห็นเลยเขียนให้มันตัวใหญ่ๆ หน่อยได้ไหม” ฉันกระเซ้าด้วยใบหน้าที่แดงไม่แพ้เขา

ผมเขียนใส่กระดาษใบใหญ่ที่สุดที่เคยมี “ รัก ครับ ผมรักคุณนะ”

“ถึงแม้เราไม่ได้อยู่ด้วยกันหรือ” ฉันเขียนถามทั้งรอยยิ้มและน้ำตา

ผมชูป้ายขึ้นมาอย่างหนักแน่น “ตลอดไป จนกว่าผมจะไม่อยู่บนโลกนี้แล้ว”

“ขอบคุณนะคะ” ประโยคสุดท้ายที่ฉันเขียนลงบนหน้าต่างในคืนนั้น

“เรามานอนดูหมู่ดาวบนท้องฟ้ากันไหมครับ” ป้ายสุดท้ายที่ผมชูให้เธอดูในค่ำคืนนั้น....เช่นกัน
..............................................


ณ โรงพยาบาล

หมอวัยกลางคนออกมาจากห้องผ่าตัด เดินตรงไปยังสามีของคนไข้ ที่นั่งรอคำตอบด้วยใจที่กระวนกระวาย

“ลูกของคุณปลอดภัย ส่วนภรรยาคุณ...เธอมีปัญหาเกี่ยวกับปอดเรื้อรังมานาน จึงทำให้เกิดการติดเชื้ออย่างรุนแรง ผมเสียใจ...ที่ช่วยภรรยาของคุณไว้ไม่ได้” ประโยคที่ทำให้ชายคนหนึ่ง กลายเป็นพ่อหม้ายเพียงชั่วข้ามคืน

น้ำตาไหลอาบแก้มของชายหนุ่ม เมื่อเขามองเธอเป็นครั้งสุดท้าย และจากนั้นทุกอย่างก็เงียบสนิทลง......
..........................................




ปัจจุบัน.....

“พ่อคะ หนูมีนัดกับลูกค้าไว้ เราจะกลับได้หรือยัง พ่อเล่าแต่เรื่องผู้หญิงที่ไหนกัน หนูไม่เห็นอยากจะรู้เลย เรื่องของแม่ที่จากหนูไป ตั้งแต่หนูยังจำความไม่ได้ ไม่เห็นพ่อเคยพูดให้ฟังเลย” ลูกสาวกระเซ้า

ไม่มีเสียงตอบกลับของชายชรา เขายังคงยืนมองดูที่หน้าต่างบานนั้น ด้วยใจที่รู้สึกเป็นสุข

ภาพของวันแต่งงานผุดขึ้นมาในห้วงของความคิดถึง งานที่จัดขึ้นมาอย่างเรียบง่าย แต่มันมีความหมายมากมายยิ่งนัก เวลาที่ได้อยู่กับเจ้าสาวคนนี้นั้น ช่างแสนสั้นเหลือเกิน ภาพที่เห็นในวันนี้อาจจะเป็นความอบอุ่นใจครั้งสุดท้าย ก่อนจะถึงเวลาที่ชายชราคนนี้ จะหลับตาลงตลอดกาล เพื่อตามเธอไป....ตามไปในที่ๆ จะได้พบเธออีกครั้ง

ทุกวันนี้...หน้าต่างบานนั้นก็ยังอยู่ และฉันก็เฝ้ามองเธออยู่ ผ่านมาและผ่านไปแต่ไม่เคยเห็น และไม่เคยจะมีเธอตรงที่เดิม

หน้าต่างบานนั้นดูว่างเปล่า ทิ้งไว้แค่ภาพในวันเก่า และตั้งแต่นั้นล่วงมาจนวันนี้ เธอจะรู้ไหมว่าฉันยังผ่านมา....
...............................................








Create Date : 16 กุมภาพันธ์ 2551
Last Update : 16 กุมภาพันธ์ 2551 13:12:42 น. 18 comments
Counter : 543 Pageviews.

 
เรื่องนี้เขียนให้ใครเหรอคุณกอล์ฟ
*เออ. good will hunting นี่เป็นหนังในดวงใจลุงรันเรื่องหนึ่งเลย


โดย: รัน IP: 124.121.183.198 วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:21:09:50 น.  

 
เป็นความรักที่สวยงามมากครับ


โดย: นันท์ IP: 222.123.116.61 วันที่: 18 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:21:42:17 น.  

 
อัพเดทแล้วไม่ได้เข้ามานาน เนื่องจากติดภารกิจนิดหน่อย

*ผมก็ชอบครับ good will hunting

**เรื่องนี้ไม่ได้เขียนให้ใครเลยครับ ช่วงนี้รู้สึกได้แล้วว่า ไม่อยากวิ่งตามใครแล้ว พอแล้ว...เหนื่อย


โดย: เจ้ากอล์ฟ (ChronoCross ) วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:20:00:11 น.  

 
ช่วงนี้รู้สึกได้แล้วว่า ไม่อยากวิ่งตามใครแล้ว พอแล้ว...เหนื่อย .....
แสดงว่าเจอคนใหม่ เอ๊ย ตัวจริงแล้วสิ เจ้ากอล์ฟ


โดย: รัน IP: 124.121.184.47 วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:21:18:18 น.  

 
ไม่อยากวิ่งตามใครแล้ว พอแล้ว...เหนื่อย

แสดงว่าจะ "หยุด" แล้วใช่ม่ะ ฮิ้ววววววววว

ปล. โปรดฟังเพลง "หยุด" ของกรู๊ฟ ไรเดอร์ ด้วย จะได้อารมณ์มาก


โดย: น้องเจ้าค่ะ IP: 61.90.74.171 วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:21:25:30 น.  

 
อ่านแล้วรู้สึกว่าผู้หญิงคนนั้นโชคดีจัง


โดย: ไข่ไก่ IP: 203.209.126.18 วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:9:55:00 น.  

 

a>


โอ้!! วิ่งตามครายเอ่ย อิอิ แซวววววกาซิบบอกด้วยนะคร้า


โดย: นู๋เดียร์ (nadear_ku ) วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:9:59:16 น.  

 

อยากให้มีงานเขียนดีๆ แบบนี้อีก จะเอาใจช่วยค่ะ


โดย: ไข่ไก่ IP: 203.209.126.18 วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:10:21:39 น.  

 
ขอบคุณครับ คุณ ไข่ไก่

*แซวกันเข้าไป ฮากันเข้าไป -*-


โดย: เจ้ากอล์ฟ (ChronoCross ) วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:21:16:28 น.  

 



Commentโดนๆ...คลิ๊กที่นี่





ฮาๆๆ


โดย: nadear_ku วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:14:29:00 น.  

 
แปลกๆ อิอิ


โดย: ต๋อง IP: 58.8.88.123 วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:20:54:45 น.  

 
How about you ja ?

miss u so much ja Golf ^^

miss me pow ..?? ei ei !!

take care na ja ..


โดย: Emmie` IP: 124.120.39.239 วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:19:02:09 น.  

 
จากการเรียนรู้เรื่องต่างๆ สวัดดีพี่ๆ ชาวบ้านสมเด็จทุกท่าน
ผมจะทำอย่างไรดี ถ้าเกิดผม..ไปแอบชอบคนที่อยู่ไกล ไกลมากๆ มันให้เราเจอกันยากจิง ตอนนี้ผมทำงานอยู่ แพนโนวา ลาดพร้าว 94 เธอคนนี้เรียนปี 4 ศิลปากรทับแก้ว เธอกำลังจะจบ รุ่นเท่ากับผม ช่วงนี้เธอแปลกๆไป จากเดิมที่คุยกันทาโทรศัพท์กันอย่างสนุก เราเจอกันไม่บ่อยคับ แต่ผมอยากเจอเธอทุกวัน เมื่อวานนี้ผมได้ไปงาน บายเนียร์ ของคณะเขามา เธอคนนี้สวยมาก สวยในแบบที่ผมไม่เคยเจอกับผู้ ญ คนไหนมาก่อน ในสายตาผม คนนี้จะเป็นคนที่ผมจะห่วง จะนึกถึง แต่ทำไมช่วงนี้เธอเป็นแบบนี้ ผมพยามสั่งตัวเอง ให้เลือกนึกถึงเธอไปก่อน ผมเข้าใจว่าวัยที่ผ่านๆ ไม่ว่าจะเป็นช่วง 17 - 18 -19 หรือ 20 หรือ ย้อนกลับไปช่วงม.ปลาย มันเป็นความรักแบบผ่านไป แล้วผ่านไป
แต่คนนี้ สำหรับเธอคนนั้น ผมไม่อยากให้ เป็นแค่ความรักที่ผ่านไป เคยรู้ไหม รู้สึกว่าอยากจะใช้ชีวิตกับใครสักคน...
ผมจะทำอย่างไรดี ควรคุยกับเธอแบบไหน เพื่อถนอมเธอคนนี้ไปนานๆ จนกว่าวันที่ผมพร้อมขอเธอเป็นแฟน


รบกวนด้วยช่วยผมหน่อยคับ


โดย: ยุ ComAtrs รุ่น 18 คับ IP: 125.25.16.49 วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:21:46:53 น.  

 
แวะเข้ามาอ่าน ขอโทษที่หายหน้าหายตาไป


โดย: คนธรรมดา IP: 125.25.103.7 วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:10:02:50 น.  

 
ไม่ได้เข้ามาหลายวันเลย

ขอบคุณทุกคนจ้าที่เข้ามาวะเวียนว่ายที่นี่

*ส่วน น้อง ยุ ComAtrs รุ่น 18

จะให้ช่วยในแง่ไหนเหรอ มีอะไร แอดmsn มาคุยกันได้นะ
golffythekid@hotmail.com มีบทความหนึ่งของใครไม่ทราบ มาจาก ฟอเวิร์สเมลล์ ลองอ่านดูนะ บางทีอาจจะรู้ว่าควรต้องทำตัวแบบไหน เพื่อที่จะถนอมเธอคนนั้นของ ยุ ไปนานๆ

-ความรักได้มอบของล้ำค่าสองสิ่งทิ้งไว้ให้กับเรา นั่นคือ "ปีก" กับ "เชือก" คนทั่วไปไม่รู้จักประโยชน์ของ "ปีก" ได้แต่นึกกลัวว่าความรักจะติดปีกจนบินลับหายไป จึงตัดสินใจหยิบเชือกขึ้นมา มัดรอบความรักเอาไว้จนแน่นหนา แล้วความรักก็หายใจไม่ออก...

คนรักวางใจที่เห็นความรักถูกพันธนาการไว้เช่นนั้น ความรักก็จะอยู่กับเขาวันยังค่ำ แต่เขาลืมคิดไปว่า ยิ่งถูกผูกมัด ความรักจะยิ่งคิดถึงอิสระ และการโบยบิน

ความรักจะพยายามแกะเชือกด้วยตัวเองทุกครั้งที่คนรักเผลอ และทันทีที่สบโอกาส ความรักจะติดปีกให้ตัวเอง และบินหายลับไปในความเวิ้งว้างกว้างใหญ่ของท้องฟ้าเหลือเพียงเชือกพันธนาการไว้ให้ดูต่างหน้า ให้คนรักรู้ว่า นี่ไม่ใช่หนทางที่จะทำให้ความรักอยู่รอด

บทเรียนของสองสิ่งนี้ ไม่มีใครกำหนดวิถีทางที่ควรจะเป็น จะเลือกหยิบ "เชือก" หรือ "ปีก" นั้น

...ขึ้นอยู่กับหัวใจ บางคู่ติดปีกให้กันและกันด้วยรอยยิ้มและพาตัวเองขึ้นสู่ท้องฟ้าด้วยความรู้สึกตื่นตาตื่นใจ ประสบการณ์แปลกใหม่ทำให้ทั้งสองคนหลงลืมกัน ความกว้างของท้องฟ้าทำให้มองหากันไม่เห็น สุดท้ายต่างบินไปอย่างที่ใจอยากและไม่กลับมาหากันอีกเลย เพราะทั้งคู่ลืม "เชือก" ทิ้งไว้ข้างล่าง ยิ่งบิน ยิ่งห่าง ฟ้ากว้าง ใจยิ่งไกล นั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไมความรักต้องมอบ "ปีกเสรี"ไว้ให้พร้อมกับ "เชือกพันธนาการ"

"ปีกเสรี" มอบอิสระและช่องว่างให้กับความรัก ในขณะที่ "เชือกพันธนาการ" มอบความชิดใกล้ซึ่งถ้าไม่รู้จักใช้...จะไม่เหลือช่องว่างแม้แต่จะให้ลมหายใจเดินทางผ่าน เมื่อความรักห่างเกินพอดีหรือแนบสนิทจนอึดอัดไปทั้งใจ คู่รักทั้งหลายจึงไปไม่รอด เพราะไม่รุ้จักเว้นช่องว่างระหว่างกัน...

จะมีเพียง "คนของความรัก" เท่านั้น ที่รู้จักใช้ทั้งสองสิ่งนี้อย่างชาญฉลาด เขาและเธอติดปีกแห่งความรักให้กันและกัน พาตัวเองบินขึ้นสู่ท้องฟ้าด้วยหัวใจเสรี ต่อให้ฟ้ากว้าง ทางไกลแค่ไหน เขาและเธอไม่มีวันจะหลงลืมกัน... เพราะคนทั้งคู่ได้คล้องเชือกแห่งพันธนาการที่ข้อมือของกันและกันไว้แล้ว เมื่อเชือกเริ่มตึง...เพราะบินไปจนสุดทาง อิสระเสรีจะทำให้คนทั้งคู่คิดถึงกรงของความผูกพันและจะบินกลับมาหากัน เพื่อจะออกเดินทางไปพร้อมกันอีกครั้ง ด้วยเชือกพันธนาการเส้นเดิมที่อาจสั้นลง ด้วยความเต็มใจของความรัก อย่าอยู่ห่าง...จนเขารู้สึกเคว้งคว้าง แต่อย่าใกล้...จนเขาหายใจไม่ออก ให้สองมือได้เป็นอิสระ ในขณะที่ลมหายใจยังเดินทางถึงกัน เพราะช่องว่างที่เหมาะสมเท่านั้น ที่ความรักจะงอกงามได้

เมื่ออ่านจบแล้วน่าจะรู้ว่าต้องทำยังไง


โดย: เจ้ากอล์ฟ (ChronoCross ) วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:12:50:13 น.  

 
ไม่มีทั้ง ปีก และ เชือก

ทำไงดี


โดย: อนงค์นาง วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:14:17:27 น.  

 
โหทำเป็นมาแซวนู๋นะคร้า พี่รับเป็งที่ปรึกษาแย้วหรอ เดี๋ยวมาใช้บริการนะ
ปล.ให้คิวแรกแล้วน้า หุหุ



โดย: นู๋เดียร์ (nadear_ku ) วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:19:32:42 น.  

 
ก่อนที่จะเลือก"ปีก"หรือ"เชือก"ควรทำหน้าที่ ณ ตอนนี้ให้ดีที่สุดก่อนนะ โดยเฉพาะเรื่องเรียน ถ้าผ่านภาระกิจนี้ได้แล้วจะมุ่งมั่นที่จะเลือก"ปีก"หรือ"เชือก"ก็ทำให้เต็มทีแล้วก็ไม่ควรเสียใจกับการที่เราได้เลือกแล้ว ยังเป็นห่วงและหวังดีกับน้องยุเสมอ จากพี่ที่อยู่ใกล้ๆ ถ้านึกถึง


โดย: แม่เนื้อเย็น IP: 202.29.54.246 วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:15:05:06 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ChronoCross
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]










Friends' blogs
[Add ChronoCross's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.