กรกฏาคม 2552

 
 
 
1
2
3
4
5
6
8
9
10
11
13
14
15
16
17
18
19
20
21
23
24
25
26
27
28
30
31
 
 
เกาหลีวันที่ 3

เช้านี้ไม่อยากตื่นเลยเพราะว่าเมื่อคืนเดินเล่นจนดึกดื่น Morning Call ปลุกแต่เช้าด้วย 6 โมงแหน่ะ แต่ก็ตื่นอยู่ดีรีบอาบน้ำ แต่งตัวแล้วก็ขนกระเป๋าลงไปทานข้าวเช้าที่ห้องอาหาร เมื่อคืนบ่นกับตัวเองอยู่ว่าอยากทานปลาดิบจังเลยและก็ได้กินจริงๆ คะที่โรงแรมมีสลัดปลาดิบด้วยก็ไปตักมาทานนิดหน่อยอร่อยจังเลย แล้ววันนี้พี่ย้งก็ใจดีอีกแล้วเอานมกล้วยแสนอร่อยของเกาหลีมาแจกพวกเราคนละ 1 ขวดที่จริงก้อยทานแล้วตั้งแต่ลงเครื่องเพราะว่าเป็นสิ่งแรกที่คิดว่ามาแล้วต้องทานให้ได้ ไม่รู้ว่าที่เมืองไทยมีขายหรือเปล่า


ได้เวลาพอสมควรแล้วเราก็กระโดดขึ้นรถเพื่อไปท่องเที่ยวกันต่อคะ เช้านี้เราจะไปกันที่ คลองชองเกชอน แทบจะไม่น่าเชื่อเลยนะคะว่าอดีตนั่นจะเหมือนกับคลองแสนแสบบ้านเรา เพราะว่าน้ำใสมากและก็เย็นด้วยละ คลองชองเกชอน ถูกขุดขึ้นมาในสมัยกษัตริย์ยองโจ ช่วงทศวรรษที่ 1960 จาก นั้นถูกถมคลองเปลี่ยนไปเป็นถนนและสะพานยกระดับ จนเกิดตึกอาคารธุรกิจมากมาย สร้างความเจริญอย่างมากมาย แต่ตรงกันข้ามปัญหาสิ่งแวดล้อมตามมาไม่ว่าคลองจะมีน้ำเน่าเสีย เกิดชุมชนแออัด โครงสร้างถนนผุผัง จนในปี 2003 จึงเกิดโครงการฟื้นฟูให้คลองสะอาด ในปี 2005 น้ำ ในคลองใส สะอาด ลงไปเดินเล่นได้ นักท่องเที่ยวจากทั่วโลก คนเกาหลีต่างๆ มาพักผ่อนมากมาย มีแหล่งช็อปปิ้งที่บริเวณนี้มากมายด้วย ในช่วงเวลาเย็น หรือกลางคืนก็จะเป็นการแสดงของศิลปินอิสระ มีการตกแต่งแสงสีเสียง กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามเหมาแก่การไปถ่ายรูปเก็บภาพสวยๆ มากเลยคะ มองออกไปตรงถนนเราจะเห็นประติมากรรมแปลกตาเป็นรูปหอยสีม่วงขนาดใหญ่ ก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าเค้าจะสื่อถึงอะไร ส่วนธงชาติที่เราเห็นโบกสบัดกันอยู่นั่นคือธงของประเทศต่างๆ ที่เคยยื่นมือเข้าไปช่วยในสงครามเกาหลีคะ และแน่นอนหนึ่งในนั่นมีธงชาติไทยด้วยคะ เป็นที่น่าเสียดายวันที่เราไปนั่นเค้ามีการซ่อมแซมไม่อย่างนั่นนะจะสวยกว่านี้อีกคะ



จากนั่นเราไปจุดที่ฮวงจุ้ยดีที่สุดของประเทศเกาหลีใต้นั่นก็คือ อนุเสาวรีย์นกฟีนิกส์ ที่บอกว่าฮวงจุ้ยดีนั่นก็เพราะว่าทางด้านหลังของนกฟีนิกซ์นั่นเป็นภูเขามังกรที่เชื่อกันว่าเป็นสัตย์ที่มีพลังอำนาจยิ่งใหญ่ ส่วนด้านหน้านั่นก็เป็นแม่น้ำฮั่นคะ หน้าน้ำ หลังภูเขา คือจุดที่ดีที่สุดคะ และนกฟีนิกส์นั่นก็เป็นสัญลักษณ์ของความอมตะคะ รอบๆ นกฟีนิกส์เราจะเห็นรูปปั้นชาย หญิง และเด็กๆ นั่นก็สื่อให้เห็นว่าคนเกาหลีนั่นให้ความสำคัญกับสถาบันครอบครัวเป็นอย่างยิ่งคะ ในบริเวณเดียวกันนะเราจะเห็นกลองใบใหญ่ เค้าใช้ตีเอาฤกษ์เอาชัยเมื่อตอนเปิดประเทศคะ จากจุดนี้มองไปทางด้านหลังเราจะเห็นทำเนียบรัฐบาล และถ้าเลยไปอีกหน่อยเราก็ผ่าน บลูเฮ้าส์ซึ่งเป็นบ้านพักของประธานาธิบดีเกาหลีคะตัวบ้านจะเป็นสีขาวส่วนหลังคานั่นจะเป็นสีฟ้าสวยงามมากเลยคะแต่ว่าเค้าไม่ให้ถ่ายรูปนะคะ



จากนั่นเราก็ไปชม หมู่บ้านนัมซานฮันอก เป็นหมู่บ้านของชนชั้นยางบาง หรือชนชั้นราชการหรือชนชั้นสูงในสมัยเมื่อ 600 ปีที่แล้วนั่นเอง ที่นี้มีบ้านที่ถูกยกมาตั้งประมาณ 5 หลัง แต่ละหลังก็จะใช้วิธีปลูกสร้างแบบขัดไม้คือไม่ใช่ตะปูเลยแม้แต่ตัวเดียว นอกจากนี้ที่นี้ยังจำลองวิถีชีวิตของคนโบราณไว้ได้อย่างน่าสนใจเราเดินเข้าไปก็จะเจอในส่วนของลานการแสดงมี ไม้กระดก ยิงธนู ลานทรายเทควันโด ลานเล่นลูกข่างแบบเกาหลีอันนี้ก้อยไปเล่นมาด้วยคะยากเอาการอยู่เหมือนกันดีดไป 10 กว่ารอบ หมุนติ่วอยู่รอบเดียวเองจากนั่นเราก็เข้าไปชื่อชมกับบ้านหลังเล็กๆ ที่มีอยู่เต็มบริเวณ และหลังสุดท้ายที่ก้อยไปก็มีร้านเช่าชุดฮันบกด้วย นึกว่ามาเกาหลีจะไม่ได้ใส่ชุดฮันบกซะแล้วเช่าชุดละ 1,000 วอน ตอนไปไม่มีคนเลยพอเราแต่งเสร็จคนมาจากไหนไม่รู้เพียบเลยเราเลยต้องรีบถ่ายรีบไป มีคนจีนเดินมาหาแล้วชมว่าสวยด้วยแหละเขินนะเนี้ย แต่ว่าชุดฮันบกใส่แล้วสวยจริงๆ นะคะแต่ร้อนไปหน่อยชฎาที่ใส่ก็หนักมากๆ และก็ร้อนมากๆ ด้วยเช่นกัน



เราอำลาหมู่บ้านโบราณและรีบไปต่อกันที่ โรงงานเจียระไนพลอยแอมมาทีส เกาหลีนับได้ว่าเป็นดินแดนแห่งพลอยสีม่วงคะ โดยสีก็จะมีตั้งแต่สีม่วงอ่อนเย็นตาไปจนถึงม่วงไวน์ มีเสน่ห์มากยิ่งนัก เค้าบอกว่าไว้ดูดเงินดูดทองคะ เจ้าหน้าที่บอกว่าให้เอามือซ้ายสัมผัสพลอยแล้วเอามือขวาทำสัญลักษณ์ OK แล้วให้คนอื่นมาง้างออกถ้าไม่ออกแสดงว่าเราแข็งแรง (แต่ของก้อยเกร็งไว้คะ 555) เพราะฉะนั้นจากที่ไม่อยากได้เลยต้องเสียทรัพย์ให้เจ้าอัญมณีชิ้นนี้ไปโดยปริยายคะ เป็นแหวน 1 วง และจี้ห้อยคอคะ



เสร็จจากจุดนี้เราก็จะไปทานอาหารกลางวันกันคะ ระหว่างทางเราผ่าน Yonsei University ด้วยเป็นมหาวิทยาลัยที่สอนเกี่ยวศัลยกรรมตกแต่งเนี้ยแหละคะ และเราก็มาถึงที่ทานอาหารกลางวันกันอีกแล้วมื้อนี้เราจะทาน “ไก่ตุ๋นโสม” กันคะ เมนูนี้เป็นการนำไก่ที่มีอายุเพียง 45 วัน ยัดไส้ด้วยข้าวเหนียวมาตุ๋นกับโสมคะ ทานคู่กับเส้นบะหมี่คล้ายๆ เส้นขนมจีนบ้านเราเลย แล้วก็กิมจิ มีคันจังหรือน้ำปลาเกาหลีไว้ให้เป็นน้ำจิ้มด้วยคะ รสชาติมันก็จะจืดๆ นิดๆ แต่ไม่เป็นไรพี่ย้งใจดีเตรียมน้ำจิ้มซีฟู๊ดไว้ให้เราแล้วคะ และก่อนที่เราจะทานเราต้องจิบเหล้าเกาหลีผสมโสมก่อนนะเพื่อให้ได้รสชาติของโสมในน้ำซุปมากยิ่งขึ้น ปิดท้ายเมนูนี้ด้วยแตงโมเกาหลีอร่อยอีกแล้วเหมือนจินตราบ้านเราเลยละ



และแล้วก็มาถึงสถานที่ที่ทุกท่านในทริปตั้งหน้าตั้งตารอกันอีกแล้วนั่นก็คือ เมียงดง แหล่งรวมร้านช้อปปิ้งของวัยรุ่นเกาหลีมีทั้งห้างสรรพสินค้า โรงหนัง ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านเครื่องสำอางค์ จิปาถะเยอะแยะไปหมดเลย และก้อยก็ได้ลองชิมไอศครีมเมียงดงด้วยนะ เป็นไอศครีมใส่โคนที่สูงประมาณ 1 ฟุต เยอะมากๆ กินอิ่มเลยละคะโคนละประมาณ 1,000 – 1,500 วอนคะ เดินไปเรื่อยๆ ก้อยก็สะดุดตากับร้านโดนัทโลโก้สีเขียวนั่นก็คือ Krispy Kreme ตั้งใจอีกแล้วเหมือนกันว่าต้องมากินให้ได้ ก้อยสั่งโดนัทชอกโกแลตกับออริจินัล มาลองชิม รสชอกโกแลตอร่อยมากๆ หน้าแบบว่าหนาดีด้วย รสออริจินัลก็หอมหวานเหลือเกิน อยากหิ้วกลับมาบ้านจริงๆ เลยคะ บริเวณหน้าเมียงดงเราจะเห็นตึกแปลกตาอีกตึกหนึ่งคะเราเรียกกันเล่นๆ ว่าตึกอกแตกก็ดูซิคะแยกมาซะขนาดนั้นเป็นตึกของที่ทำการไปรษณีย์เกาหลีคะ

และก่อนจะไปสนามบินเราจะเอาเงินวอนกลับไปทำไมคะ เราแวะกันที่ ร้านละลายเงินวอน คะที่นี้จะขายพวกของกินของใช้มากมาย ใครจะซื้อ เปปโปโร่ หรือ ป๊อกกี้เกาหลี มาม่าเกาหลี ขนมต่างๆ ก็มาซื้อที่นี้นะคะ และถ้าซื้อครบ 30,000 วอนเค้าก็จะแพ็คใส่ลังให้ฟรีด้วยคะเราก็เอาบรรดาของที่ซื้อมาก่อนหน้านี้มายัดใส่ลังได้นะคะ เพื่อที่จะได้โหลดเข้าใต้ท้องเครื่องบินได้ง่ายหน่อยคะ แต่พอมาถึงที่นี้ก้อยก็ไม่ค่อยมีเงินวอนให้ละลายแล้วละคะ แต่ก็ไม่พลาดที่จะซื้อ เปปโปโร่ และมาม่ากลับมาฝากคนที่บ้านนะคะก็ของเค้าดีจริงๆ นี่นา ก้อยแพ็คของลงลังไป 2 ลังใหญ่ๆ คะอะไรจะเยอะขนาดนั้นหอบของกลับบ้านมาทำเอาที่บ้านตกใจเลยคะ



รูปอาหารทั้งหมดในทริปนี้คะ



เราอำลาประเทศเกาหลีใต้ด้วยความประทับใจคะ ถึงแม้ว่าเราจะมาช่วงหน้าร้อนสลับกับฝนตกแต่ที่นี้ก็ยังสวยงามอยู่คะ ผู้คนถึงแม้ว่าหน้าตาจะไม่ยิ้มแย้มเท่าไหร่นักแต่ถ้าเราต้องการความช่วยเหลือเมื่อไหร่เค้าก็ยินดีที่จะช่วยคะ และสิ่งที่ฉันชอบและอยากให้ประเทศไทยเป็นบ้างก็คือ ความเป็นระเบียบคะตลอดเวลาที่เราอยู่บนท้องถนนเราจะเห็นเค้าก่อสร้างอะไรต่างๆ มากมายแต่ทุกอย่างเป็นระเบียบหมดเลยคะ ไม่ค่อยมีฝุ่นควันมากวนใจเหมือนถนนเมืองไทยเลย แล้วการคมนาคมของที่นี้ก็เป็นไปอย่างสะดวกสบาย ต้นไม้เขียวขจีเต็มไปหมดมีพื้นที่ว่างตรงไหนถ้าไม่ปลูกต้นไม้ก็จะปลูกพวกพืชผลทางการเกษตร สวนหย่อม สวนน้ำมีให้ประชาชนของเค้าได้เข้ามาใช้บริการกันฟรีๆ ด้วยละแต่ถึงอย่างไรฉันก็ว่าอยู่เมืองไทยนี่แหละดีที่สุดเพราะเมืองไทยเป็น Land of Smile แบบว่าโลกจะแตกก็ยิ้มไว้อะไรประมาณนั่น แต่ที่เกาหลีใต้ก็ให้ประสบการณ์การใช้ชีวิตต่างแดนได้ดีทีเดียวเช่นกันถึงแม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ก็ตาม



ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านเรียงความของหนูนะคะ
หากผิดพลาดประการใดขออภัยไว้ ณ ที่นี้คะ



Create Date : 29 กรกฎาคม 2552
Last Update : 29 กรกฎาคม 2552 16:57:40 น.
Counter : 3239 Pageviews.

6 comments
  
ขอแก้นิดนึงนะ
1.ป๊อกกี้เกาหลี ชื่อ Pepero
2.Yonsei University มีคณะแพทย์ก็จริง แต่ไม่ได้เน้นเรื่องศัลยกรรม
3. Myeongdong - มยองดง
โดย: . IP: 203.235.232.70 วันที่: 25 มิถุนายน 2553 เวลา:15:21:15 น.
  
เขียนได้น่าอ่าน สนุกดีค่ะ เล่าเหมือนได้ไปเที่ยวด้วยกันเลย
โดย: เจ้อ้วน IP: 61.90.18.89 วันที่: 11 พฤศจิกายน 2553 เวลา:8:47:53 น.
  
ดีคะ สวยงามมากเลย
5+5+5+5+55+5+5+5
อิ อิ อิ
โดย: นู๋แนน IP: 192.168.2.231, 223.205.3.251 วันที่: 20 กันยายน 2554 เวลา:15:54:06 น.
  
ดี 5+5+5
อยากไปจัยเลย
บายนะคะ อิ อิ อิ 5+5+5
โดย: นู๋ฟ้า IP: 192.168.2.231, 223.205.3.251 วันที่: 20 กันยายน 2554 เวลา:15:59:20 น.
  
สนุกมาก เอามาแบ่งปันประสบการณ์กันดีมากค่ะ
โดย: วัลดา วันทานะ IP: 223.207.20.252 วันที่: 1 มีนาคม 2555 เวลา:12:36:12 น.
  
เขียนได้ดีจังค่ะ เพิ่งไปเกาหลีมา ยังเขียนไม่ออกเลย
โดย: vad IP: 110.77.192.87 วันที่: 3 กันยายน 2555 เวลา:15:21:00 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

lovelykoy
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



สวัสดีค่ะ หนูชื่อก้อยค่ะเป็นเด็กตัวกลมๆ ที่มีชีวิตหักมุมตลอดตอนอนุบาลเรียนโรงเรียนฝรั่ง เข้าป.1 - ป.6 อยู่โรงเรียนวัด เข้า ม.1 - ม.3 ในโรงเรียนหญิงล้วนที่มีชื่อเสียง เรียนม.ปลายสายอาชีวชื่อดังย่านปากคลองตลาดเรียนเกี่ยวกับคหกรรม จบแล้วสอบเข้าวิทยาศาสตร์การอาหาร จนสอบติด พอติดแล้วไม่เอามาเรียนตามที่ตัวเองฝันไว้คือ นิเทศศาสตร์ เรียนตามรอยพ่อชอบมากฝันมานานแล้ว ส่วนเรื่องการทำอาหารก็ไม่ได้เก่งอะไรมากมายแค่ทำได้กินได้ก็โอเคแล้วละ นิสัยดี เลี้ยงง่าย ไม่ตื่นคน 555

Google