The best and most beautiful things cannot be seen or even touched, they must be felt with the heart.
Group Blog
 
 
ธันวาคม 2554
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
29 ธันวาคม 2554
 
All Blogs
 
รักร้ายๆ..ลูกชายมาเฟีย 4

4.
“ผมดูแลตัวเองได้..ผมไม่ต้องการคุณ”

...ชิส์!..เชิญเลย...จะไปทำอะไรที่ไหนก็เชิญเลย... ไอ้เด็กดื้อ...ไอ้เด็กเอาแต่ใจ... ..ฮื่ย!!

ผมยอมรับว่าโกรธมากที่น้องกล้าพูดอย่างนั้นกับผม ...โกรธจนไม่อยากจะดันทุรังอีกต่อไป ผมจึงยอมให้นิกกี้ทำหน้าที่นี้แทน อดนึกหมั่นไส้ท่าทางอวดดีนั้นไม่ได้

ทั้งๆที่ผมกับน้องมีเรื่องให้ทะเลาะและขัดใจกันก็บ่อยไป...และทุกครั้งเราจะคืนดีกันได้โดยไม่เคยโกรธกันเกิน1วันเลย แต่คราวนี้ผมรู้สึกว่าน้องมีท่าทีแปลกไป... แปลกมาก...คล้ายจงใจที่จะไม่ต้องการให้ผมติดตาม สายตาที่มองผมขณะพูดมันมีแววเศร้าแฝงอยู่ในนั้น...แววตาแบบที่ผมไม่อยากเห็น...มันกลับมาอีกแล้ว...ผมใจกระตุก

นิกกี้โทรหาผมทันที่ที่น้องแวะที่ไอลดา สอบถามถึงสาเหตุการเรียกตัวด่วนจากเจ้านายคนเล็ก

“หัวหน้าครับ ทำไมคุณฟลุ๊คเรียกตัวผมมาแบบนี้ละครับ...แล้วทำไมหัวหน้าไม่ติดตามคุณฟลุ๊คเองละครับ...แล้วๆ...”

“เรื่องมันยาวนิกกี้..ว่าแต่...คุณฟลุ๊คเป็นอย่างไรบ้าง”

“แหม...หัวหน้าก็แอบฟังมาตลอดแล้วไม่ใช่เหรอ ...จะถามอีกทำไมละครับ”

“ไอ้หมูตุ๋น!...”

“คร๊าบๆ...ก็... คุณฟลุ๊คนั่งหลับตามาตลอดทางเลยครับ..สีหน้าไม่ค่อยดีเท่าไหร่...ดูเหนื่อยๆ...เพลียๆอย่างไรก็ไม่รู้สิครับ...เหมือน...”

“เหมือนอะไร!”

“เอ่อ...เหมือน..เหมือนคนจะร้องไห้..แต่ก็คิดว่าไม่ได้ร้องนะครับ ก็ผมไม่เห็นน้ำตา คุณฟลุ๊คสวมแว่นปิดไว้”

เจ็บแปลบในอก...ท่าทางของน้องที่นิกกี้บรรยายให้ฟังนั้น... ดูเหมือนคนหน้าหวานกำลังพยายามกลั้นน้ำตาแห่งความอ่อนแอไว้อย่างสุดฤทธิ์...น้องคงโกรธและเกลียดผมมากสินะ…
.
.
.
ผมขยี้หัวไอ้เด็กปากแดงช่างเอาแต่ใจไปแรงๆ..ไม่ได้อยากแกล้ง...แค่อยากให้คนที่ดูอ้อนแอ้นตรงหน้าเข้มแข็งขึ้น

“นี่...คราวหลังอย่าร้องไห้ให้ใครเห็นอีกนะ..ถ้าไม่อยากโดนล้อว่าเป็นเด็กขี้แย”

“ใครร้อง..ไม่เค้ย...มีแต่พี่แหล่ะที่ชอบแกล้งฟลุ๊ค..”

“ฮื่ย..ปล่อยน้า....นี่เหรอตำรวจ...แกล้งประชาชนอย่างนี้เหรอ...ฮื่อ..อ.อ.”

“ใครแกล้ง...ไม่ได้แกล้งเลย...โหยอย่ามาๆ...แพ้แล้วก็งอแงดิ”

แขนเรียวเล็กพยายามปัดป้องมือผมที่ตามมาเขย่าหัวน้องไม่เลิก พอตอบโต้อะไรผมไม่ได้ก็ หันไปกอดอกทำหน้างอปากยื่น และก็ตามมาด้วยเสียงบ่นตัดพ้ออีกยืดยาว...

“โห้ย...จะยอมน้องบ้างได้ไหมเนี่ย...ไอ้พี่บ้า!”

ผมเองก็นิสัยเสีย..ก็ไอ้แก้มป่องๆที่พองออกเพราะความโกรธของไอ้เด็กดื้อเนี่ย...มันน่าหมั่นเขี้ยวดีนี่ครับ…

หึ..มันน่ารักเกินไปไหมเนี่ย

“ฮ่าๆ..ยอมให้วันหนึ่งก็ได้...แต่รับปากกับพี่นะว่าจะไม่ให้ใครเห็นน้ำตาอีก”

ผมก็ยอมอ่อนข้อให้บ้างแหล่ะ พอให้ไอ้กำปั้นกลมน้อยๆนั้นทุบหลังทุบไหล่ผมได้บ้างและผมก็ได้เห็นรอยยิ้มสดใสจากใบหน้าที่นับวันจะหวานขึ้นๆ


“อ่ะ...หัวหน้าครับแค่นี้ก่อนนะครับ...คุณฟลุ๊คมาแล้ว..เปลี่ยนมาใช้ Blue tooth car นะครับ”


“เข้าเส้นเพชรเกษม...เราจะไปหัวหินกัน”

เสียงน้องครับ ... หัวหิน...ไปทำอะไรไกลขนาดนั้น ชอบทำอะไรตามใจตัวเองชะมัด..เด็กอวดดี...มันน่า...นักนะ


ชิส์... รู้สึกขัดใจเหลือเกิน อยากจะขับรถปาดหน้าพาไอ้เด็กดื้อกลับบ้านเสียให้รู้แล้วรู้รอด นี่ก็เย็นมากแล้ว ระยะทางเกือบ300กิโลเมตรแม้จะรู้ว่าไม่นานนักสำหรับสมรรถนะรถหรูคันนั้น แต่การที่มาไกลถึงขนาดนี้ในสถานที่ๆประเมินระดับความปลอดภัยไม่ได้ก็ทำให้ผมรู้สึกกังวล


แต่ผมก็ยังต้องทนขับตามรถหรูที่ปล่อยให้นำหน้าทิ้งระยะพอเห็นไฟท้ายได้ลิบๆ นิ่งเงียบฟังเสียงการสนทนาระหว่างเจ้านายกับบอดี้การ์ดส่วนตัวคนใหม่นั้นอย่างใจเย็น

“นิกกี้...เอ่อ...เคยรู้สึกว่า... ชอบใคร...แล้ว..แต่...เอิ่ม...”


ด้วยเทคโนโลยีพิเศษของบลูทูธที่เลือกใช้ซึ่งมีคุณสมบัติตัดเสียงก้องและดูดซับเสียงสะท้อน ทำให้ผมรู้สึกคล้ายกับว่าน้องกำลังพูดอยู่ใกล้ๆ... นี่น้องจะพูดอะไร...คนพูดเว้นระยะไป... คล้ายกล้ากลัวๆที่จะพูดออกมา...


“เอ่อ...ทั้งๆที่รู้ว่า...มันเป็นไปไม่ได้...แต่เราก็ยังชอบ..”

“อ่ะ!..คุณฟลุ๊ค...คุณฟลุ๊คกำลังมีความรักหรือครับ”

ได้ยินกระทั่งเสียงถอนหายใจหนักๆของคนหน้าหวาน


“เปล่า...กำลังอกหักต่างหาก”


ทุกคำที่น้องพูดผมได้ยินชัดเจน ...ใจกระตุกไหวกับคำว่า ...อกหัก..นี่น้องมีความรักตั้งแต่เมื่อไหร่ทำไมผมไม่รู้ ..เจ็บแปลบในใจ...นึกย้อนถึงท่าทางของน้องที่ห่างเหินและเมินเฉยกับผมมาก...ตั้งแต่ได้พบกับ...พี่พล …
.... หรือน้องจะชอบพี่พลขึ้นมาจริงๆ ..ไม่นะไม่...น้องเป็นของผม...ไม่ใช่หรือ

ไม่ถึง2ชั่วโมงดี Mercedes-Benz E500 Coupeสีขาวที่ขับนำหน้าก็เปิดสัญญาณเลี้ยวซ้าย เข้าสู่รีสอร์ทหรูที่โด่งดัง... แองเจลล่า รีสอร์ท แอนด์ สปา... ผมทิ้งระยะในการเลี้ยวตามเข้าไป ประมาณ 5 นาที รีสอร์ทแห่งนี้มีชื่อเสียงมากทำให้ผมเบาใจกับเรื่องความปลอดภัยไปได้ แต่ก็ไม่อาจวางใจสักทีเดียวเพราะกลุ่มคนที่ดำเนินการในทางลับ เราหาโอกาสวางใจได้ยากเหลือเกิน

ในธุรกิจสัมปทานรังนก รายได้มหาศาลที่มาพร้อมกับเสียงปืนและความขัดแย้ง มีหลายอย่างที่ผมเองก็ยากจะเข้าใจได้ แต่หน้าที่ของผมขณะนี้ก็คือการคุ้มครองความปลอดภัยแก่ผู้เข้าชิงการประมูลสัมปทานรังนกคนต่อไป นั่นก็คือน้อง คนที่ผมพร้อมจะเสี่ยงชีวิตปกป้องดูแลความปลอดภัยให้ถึงที่สุด


น้องลงจากรถพร้อมๆกับมีอ้อมกอดของบางคนรออยู่ แม้จะดูเป็นการกอดแบบเพื่อนฝูงที่สนิทสนมกันแต่ก็ทำให้ผมรู้สึกฉุนฉิวขึ้นมาอีกไม่ได้ ผมขับรถผ่านไปจอดทางด้านหลังของรีสอร์ทเพราะเกรงว่าน้องจะเห็น Lexus LS460 ของผมเข้า หลังจากได้รับคำสั่งให้รออยู่ที่ล๊อบบี้ นิกกี้รีบตรงมาหาผมที่นั่งรออยู่ที่คอฟฟี่ชอป เราปรึกษากันเรื่องการวางแผนคุ้มกัน ระหว่างทางกลับบ้าน


เหมือนเวลาผ่านไปนานเหลือเกินน้องเข้าไปในส่วนไพรเวทโซนนั้นนานแล้ว ซึ่งผมสั่งให้นิกกี้เตือนให้น้องกลับไม่เกินเที่ยงคืน นิกกี้รับปากแล้วขอตัวไปเข้าห้องน้ำ ผมจึงนั่งสังเกตผู้คนที่เข้าออกในรีสอร์ท ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ จะมีคนไทยก็น้อยเหลือเกิน หนึ่งในกลุ่มคนไทยที่กำลังเดินผ่านประตูล๊อบบี้เข้ามาทำให้ผมต้องจับตาเป็นพิเศษ ผมเห็นผู้ชายคนหนึ่งร่างสูงโปร่ง ไม่ผอมแต่กำยำด้วยกล้ามเนื้อแบบคนสนใจออกกำลังกาย คุ้นหน้าเหลือเกินลักษณะท่าทางแบบนี้คล้ายเจอที่ไหน


“สวัสดีครับพี่ดิว มาจากภูเก็ตเมื่อไหร่เนี่ย... เชิญครับเชิญเลยเพื่อนๆกำลังสนุกอยู่ด้านในครับ”

นายคนที่โอบกอดน้องอยู่เมื่อครู่เดินมาทักทายผู้มาใหม่...นายดิว! ผมรีบหันหลังกลับทำทีเป็นดื่มเครื่องดื่มอย่างแขกทั่วไป เมื่อผู้ติดตามของนายดิวเริ่มจะสังเกตแขกในล๊อบบี้เช่นกัน ได้ยินบทสนทนาไม่ชัดนักแต่สองคนนั้นก็ตบหลังตบไหล่และเข้าไปในส่วนไพรเวทโซนแล้ว นี่น้องยังคบค้าสมาคมกับไอ้นี่อยู่อีกหรือ...ทำไมชอบพาตัวเองไปอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่น่าวางใจอยู่เรื่อยเลยเชียว


ผมรู้ว่าตอนแรกนายดิวพุ่งเป้าการปฏิสัมพันธ์ไปที่น้องไอซ์แต่เมื่อน้องไอซ์ประกาศหมั้น เป้าหมายก็เปลี่ยนไปทันทีและดูว่านายดิวจะพึงใจกับเป้าหมายใหม่นี้เหลือเกิน เพราะเชื่อว่าตระกูลธรรมมลคงจะชนะการประมูลสัมปทานครั้งนี้เหมือนเคย การคิดรวบรัดทายาทของตระกูลนั้นจะทำให้ได้ผลประโยชน์ตามมามากมาย ได้ทั้งตัวและทรัพย์สินและผมก็ยังรู้มาว่าเบื้องหลังธุรกิจสถานบันเทิงของนายดิวมีเรื่องร้ายๆแอบแฝงอยู่ด้วย โดยเฉพาะ..ยาเสพติด..


ผมนั่งอยู่กับป้อมที่โซฟาตัวหนึ่งในมุมที่ค่อนข้างลึก ห่างจากโต๊ะของโตและเพื่อนคนอื่นพอควรเพราะผมง่วง หลับตาไปได้สักพักใหญ่ๆก็มีเสียงเรียกจากใครบางคน เสียงเอ่ยเรียกที่ดังตรงหน้ามาพร้อมกับมือใหญ่ที่เขย่าบ่าของผมทำให้ผมค่อยๆลืมตาขึ้น แต่เพราะไฟในห้องที่ค่อนข้างมืดสลัวและตาที่หรี่ปรือทำให้ผมต้องใช้เวลาเพ่งมองคนที่ไอ้โตแนะนำอยู่นาน จนใบหน้านั้นเคลื่อนเข้ามาในระยะโฟกัส ทันทีที่เห็นหน้าคนที่ถูกแนะนำให้รู้จักชัดผมที่กำลังเมาไวน์อยู่ไม่น้อยก็เกือบหายเมาในทันที


“อ่ะ!..สวัสดีครับพี่ดิว”


“อ้าวรู้จักกันแล้วหรือ อืม..ดีจะได้ไม่ต้องแนะนำกันมาก อ้อ...พี่ดิวไม่ต้องเกรงใจนะครับเพื่อนๆผมคนกันเองทั้งนั้น”


ไอ้โตมันรีบบริการพี่แฟนอย่าดิบดี แต่ไม่ดีก็ตรงที่มันดันตัวไอ้พี่ดิวมานั่งซะชิดกับผมเลย ผมก็เลยต้องขยับไปเบียดป้อมที่หันมามองตาผมอย่างรู้ทัน ป้อมขยับให้ผมนั่งสบายขึ้น ผมพยักหน้าขอบใจ เพื่อนร่างใหญ่มองเลยไปยังพี่ดิวแล้วยกมือไหว้ พี่ดิวรับไหว้อย่างเสียไม่ได้ และเริ่มชวนผมคุย ผมตอบคำถามพี่ดิวแบบถามคำตอบคำก็ว่าได้ ไม่อยากอยู่ในสถานการณ์แบบนี้เลยจริงๆ

พี่ดิวหันไปดื่มวิสกี้ที่พนักงานนำมาเสิร์ฟให้ และไม่ได้พูดอะไรกับผมอีก...จากการชวนคุยเมื่อแรกเปลี่ยนเป็นการมองสำรวจผมตั้งแต่หัวจรดเท้าแทน ไม่รู้เป็นอะไร เวลาอยู่ต่อหน้าไอ้พี่ดิวผมรู้สึกเหมือนโดนลวนลาม สายตากรุ้มกริ่มหยาดเยิ้มที่มองมายังผมนั้นมันทำให้ผมกระอักกระอ่วนชวนคลื่นไส้อย่างไรไม่รู้สิ ตอนนี้ผมรู้สึกว่าผมเมามากแล้ว และเหมือนจะทรงตัวไม่อยู่เอนหลังพิงกับพนักโซฟาอีกครั้ง ผมเอียงตัวซบลงกับบ่าป้อม แอบกระซิบเบาๆกับป้อม


“ป้อม ตามนิกกี้ให้หน่อยได้ไหม คนที่มาพร้อมกับผมนะ”


ป้อมหันไปมองคนที่นั่งอีกมุมหนึ่งของโซฟาอย่างช่างใจพยักหน้าให้ผมก่อนจะลุกเดินออกไป ผมขยับตัวให้ไกลไอ้พี่ดิวมากขึ้น ตอนนี้ผมนั่งชิดกับขอบโซฟาอีกด้านหนึ่งนั่งแทนที่ป้อมที่เพิ่งลุกออกไป หลับตาลงเพราะว่าผมลืมตาไม่ขึ้น มันหนักไปหมด ผมดูเหมือนคนโง่ที่อกหักก็ดื่มเหล้าทำร้ายตัวเอง โดยถือโอกาสใช้งานฉลองสละโสดของเพื่อนบังหน้า...เพื่อที่จะทำให้ลืมบางคน อดหัวเราะออกมาไม่ได้ รู้สึกสมเพสตัวเองเหลือเกิน


“หัวเราะอะไรหรือครับ”


เสียงของใครบางคนดังอยู่ใกล้ๆหู ผมพยายามขยับหนีแต่ดูเหมือนเรี่ยวแรงที่มีอยู่มันหายไปหมดเพราะไวน์ไม่รู้กี่แก้วที่ผมดันดื่มเข้าไป เสียงเพลงที่ดังลั่นและเสียงหัวเราะพูดคุยกันอย่างสนุกสนานของโต๊ะเจ้าภาพที่อยู่เยื้องไปดังมาเป็นระยะๆ เพื่อนบางคนยังคงสนุกกับการร้องคาราโอเกะ ไม่มีใครสนใจผมเลย ผมรู้สึกราวกับว่าตอนนี้ผมอยู่กับใครบางคนตามลำพัง ในมุมมืด

...ป้อมไปไหน...ทำไมช้าจัง….


...อ่ะ...รู้สึกถึงสัมผัสจากนิ้วมือที่คลอเคลียอยู่ข้างแก้มและปลายคาง ผมสะบัดหนี น้ำหอมกลิ่นแรงที่ผมไม่คุ้น คละคลุ้งอยู่รอบกาย ชวนให้วิงเวียน แขนแข็งแรงที่โอบบ่าผมไว้ เลื่อนมาจับที่ท้ายทอยบังคับให้ผมแหงนเงยรับบางอย่างที่กำลังเคลื่อนมาใกล้...นี่ผมกำลังจะถูกจูบหรือ...ไม่!...


พยายามผลักดันคนที่ใช้กำลังบีบบังคับผมอย่างสุดแรง เมื่อมันพลาด...จูบไม่ได้.. มือใหญ่ที่แข็งดังคีมเหล็กก็บีบคางให้ผมเปิดปากออก...เจ็บ...อ่ะ!


“อื้อ..อ...อ”

...เม็ดแบนเล็กที่ขมเฝื่อน... ถูกดันเข้ามาในปาก ผมกลืนมันลงไปเพราะถูกบังคับจากมือที่บีบจมูกอยู่

“แค๊กๆ..อึก..อ่ะ...อะไร..พี่ให้ผมกินอะไร”


“ไม่มีอะไรหรอกน่าแค่Adam นะครับEveของพี่หึๆ”


“เห็นน้องฟลุ๊คเบื่อๆพี่ก็อยากให้สนุกไงครับ...เมาๆอย่างนี้แค่20นาทีก็ขึ้นสวรรค์แล้ว”


ตอนนี้ผมเหลียวหาผู้ติดตามของผม ...ถ้าพี่โออยู่ด้วยจะไม่มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นแน่นอน ...ตอนนี้ผมกลัวเหลือเกิน...พี่โอ..ช่วยฟลุ๊คด้วย...


....ต้องออกไปจากที่นี่...ให้เร็วที่สุด...


ผมพยายามลุกออกจากโซฟานั้นแต่ก็ถูกดึงรั้งจากคนที่คว้าเอวผมให้นั่งลงบนตัก แขนแข็งแรงกอดรัดผมไว้แน่น จมูกกับคางสากๆขอมันที่วางบนไหล่พยายามจะไซ้ซอกคอผม ....ขยะแขยงเหลือเกิน ผมดิ้นจนสุดฤทธิ์ เมื่อวงแขนคลายก็รีบผลักไอ้พี่ดิว ผมเหวี่ยงมือออกไป รับรู้ว่าฝ่ามือผมไม่ไร้ความหมาย ผมตวัดถูกหน้ามันอย่างแรง


“ฉาด!”

“อ่ะ!..”

“เพล๊ง!

เสียงที่ไม่เบานั้นเพราะตัวผมดันชนกับโต๊ะอย่างแรงแก้วเหล้าตกแตกกระจาย ทำให้โต๊ะของโตเงียบเสียงลงทันที

“ฟลุ๊ค!”

เสียงป้อมดังขึ้นประสานกับเสียงที่แสนจะคุ้นหู ...พี่...พี่โอ...ผมถลาเข้าไปหาพี่โอทันที ...ดีใจเหลือเกิน ...ในที่สุดพี่ก็อยู่ตรงนี้ ... พี่ไม่มีวันทิ้งผมใช่ไหมฮะ ....อ้อมกอดแข็งแรงดึงผมไว้แนบอกพร้อมกับเบี่ยงตัวเข้าบังผมไว้ โดยมีนิกกี้ยืนขวางไอ้พี่ดิวที่กำลังจะตรงเข้ามาหาผมอย่างหัวเสีย

“เฮ้ย!หยุด”

“เกิดอะไรขึ้น...พี่ดิวมีอะไรหรือครับ..เฮ้ยฟลุ๊ค!เป็นอะไรสีหน้าไม่ค่อยดีเลย”


ไอ้โตรีบเข้ามาหา ไอ้พี่ดิว ปรับสีหน้าจากโกรธขึ้งกลายเป็นยิ้มแย้ม ผมรู้ว่ามันขยาดสายตาดุๆที่มองอย่างเอาเรื่องจากคนที่กำลังกอดผมอยู่ขณะนี้

“เปล๊า.. สงสัยน้องฟลุ๊คคงจะเมามากก็เลยเดินชนโต๊ะจนแก้วตกแตก”

ไอ้โตเหมือนไม่เชื่อ มันหันมามองหน้าผม ผมส่ายหน้าไม่อยากพูดถึงพยายามดันตัวเองให้ยืนอยู่ได้โดยอิงกับอกพี่ไว้ ผ่ามือพี่ที่ประคองเอวผมบีบแน่นจนผมตกใจ...พี่กำลังโกรธจัด..

“ไม่มีอะไรโต...ผมขอตัวกลับก่อนนะ”

.
.
ผมขบกรามแน่น รู้สึกหัวเสียอย่างมากกับสภาพที่ดูไม่ได้ของคนที่นอนหายใจรวยระรินอยู่ที่เบาะด้านข้าง ใบหน้าหวานนั้นชื้นเหงื่อ ปากอิ่มแดงจัด ผมปรับแอร์ให้เย็นมากขึ้นแต่น้องก็ยังดูกระสับกระส่าย และอยู่ไม่สุข น้องเริ่มปลดกระดุมเสื้อออก

“เฮ้ย!ฟลุ๊คทำอะไร”

“ร้อนอ่ะ..พี่โอ...ฟลุ๊ค..ร้อนจังเลย..อื้อ..อ..อ.”

ผมรู้สึกว่าน้องกำลังผิดปกติอย่างมาก ไม่ใช่อาการเมาเหล้าอย่างเดียวแน่ๆ

“ฟลุ๊คกินอะไรเข้าไป..บอกพี่สิ”

“adam...ก็แค่อาดัม ครับน้องฟลุ๊ค Eve ของพี่ฮ่าๆๆไอ้บ้า!..ไอ้พี่ดิวบ้า ไอ้พี่เกรียนต่างหาก ฟลุ๊คจะเป็นของไอ้พี่เกรียน..น..น.”

“อื้อ..อ..อ..หิวน้ำ...อยากดื่มน้ำพี่โอ.อ.อ.อ.ขอน้ำหน่อย”

บัดซบ!

“เมย์...ผมมีเรื่องรบกวน...แต่ขอให้เป็นความลับนะครับ..”


Lexus LS460 ของผมเลี้ยวเข้ามาในอาณาจักรของตระกูลธรรมมลอย่างรวดเร็ว ลูกน้อง2-3คนตรงเข้ามาที่รถ สีหน้าทุกคนที่เห็นสภาพแปลกตาของนายน้อยถึงกับอึ้ง ผมสั่งให้ทุกคนปิดปากเงียบกับสิ่งที่เห็น ผมจะเป็นคนจัดการเรื่องทุกอย่างเอง

กว่าจะพาน้องที่เริ่มมีอาการอยู่ไม่สุข ขึ้นมาที่ห้องนอนได้ก็ทุลักทุเลพอดู เมื่อถึงห้องพักผมรีบจัดการเช็ดตัวคนที่ตัวร้อนและเหงื่อออกมากผิดปกตินั้นด้วยความร้อนรนและเต็มไปด้วยความยากลำบากเพราะน้องไม่ให้ความร่วมมือเลย แขนอ่อนเรียวเกาะเกี่ยว โอบรอบคอผมที่กำลังพยายามเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ชื้นเหงื่อออกให้อยู่ตลอดเวลา มือเรียวคว้าใบหน้าผมได้ก็ระดมจูบไปจนทั่ว ...ที่เป็นแบบนี้เพราะน้องกำลังเมายาอย่างหนัก...


ผมร้อนรนในใจเหลือเกิน ร่างไร้สติบนเตียงกว้างกำลังดิ้นกระสับกระส่าย เสียงหัวเราะคิกคักสลับกับการร้องครางนั้นดูน่าสงสาร น้องมีอาการกระตุกของกล้ามเนื้อบางส่วน ชีพจรเต้นเร็วและเริ่มมีอาการปากแห้งเพราะขาดน้ำ การหายใจหอบเร็วจากไข้สูงทำให้ผมเป็นกังวลมากขึ้น

“ไม่มีอะไรน่าห่วงแล้วค่ะโอ สัญญาณชีพก็อยู่ในเกณฑ์ปกติ เมย์ให้น้ำเกลือชดเชยการขาดน้ำแล้ว น้องขาดน้ำจากฤทธิ์ของยา Ecstasy ยาอี หรือยาเลิฟที่เด็กวัยรุ่นชอบเรียกกัน แต่ที่ดูอาการหนักมากก็เพราะน้องดื่มแอลกอฮอล์ร่วมด้วย ”


หมอเมย์วาง Stethoscope ลงบนโต๊ะทำงานที่มุมห้องซึ่งตอนนี้กลายร่างเป็นโต๊ะตรวจของแพทย์ไปแล้ว จดบันทึกอาการและอาการแสดงต่างๆไว้เพื่อติดตามผล รวมทั้งแยกรายการยาและเวชภัณฑ์ที่ใช้ไปและต้องการใช้ไว้ในสมุดบันทึก ก่อนจะเอ่ยถามออกมา

“ว่าแต่ทำไม น้องถึงได้เสพ ...”

“น้องถูกมอมยา...เมย์ครับ...ผมรับประกันนะครับว่าน้องไม่มีประวัติการใช้ยาเสพติดมาก่อน”

“ค่ะถึงขั้นอดีตผู้หมวดกองปราบปรามรับประกันสุดตัวขนาดนี้แล้ว..เมย์เชื่อค่ะ”

เมย์อธิบายการดูแลเรื่องน้ำเกลือและยาบำรุงสำหรับคืนนี้ให้ผมทราบแล้วก็ขอตัวกลับ บอกว่าพรุ่งนี้เย็นจะแวะเข้ามาอีกครั้ง ผมกล่าวขอบคุณก่อนสั่งให้นิกกี้ไปส่งคุณหมอเมย์ พ.ต.ต แพทย์หญิง เมธาวี สุขสกุล ที่โรงพยาบาลตำรวจ เพราะล่วงเข้าวันใหม่มาหลายชั่วโมงแล้ว


ผมทิ้งตัวลงที่เก้าอี้ข้างเตียงอย่างอ่อนล้า ใบหน้าสีเผือดของคนบนเตียงทำให้ผมปวดใจ ลูบผมที่ชื้นเหงื่อนั้นอย่างทะนุถนอม กุมมือเรียวสวยของคนที่เริ่มสงบนั้นไว้แน่นก่อนจะยกขึ้นมาประทับจูบลงไป ลูบแก้มคนที่นอนหลับตาพริ้มบนเตียงอย่างรักใคร่ เสียใจเหลือเกินกับการพลาด...ที่ปล่อยให้น้องต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้ายนั้น ผมน่าจะดื้อดึงตามอารักษ์ขาน้องอย่างถึงที่สุด แต่เพราะทิฐิของผมเอง ผมเป็นคนทำให้น้องต้องพบกับเรื่องเลวร้ายนี้จนได้

“อื้อ..อ.อ.ไม่...พี่โอ.อ..อ.ฟลุ๊คกลัว....”


น้องดิ้นไปมาพร้อมกับละเมอ ปากจิ้มลิ้มนั้นแดงจัด เพราะไข้ยังไม่ลดดี
“ฟลุ๊คครับ... ไม่ต้องกลัวนะพี่อยู่ตรงนี้แล้ว..ไม่เป็นอะไรแล้วนะครับคนดี..”
ผม วางจูบที่มุมปากเบาๆ จรดหน้าผากผมกับหน้าผากน้องอยู่นานก่อนจะกระซิบเบาที่ข้างหูน้อง

“พี่ขอโทษ”

.
.
.
.

“อ่ะ..อ๊า..ไม่กรี๊ดดดดดดดดดด!”


มือใหญ่หยาบกร้านที่กำลังลูบไล้ร่างเปลือยเปล่าของผมอยู่ตอนนี้ ทำให้ผมต้องกรีดร้องออกมาอย่างดังด้วยความขยะแขยงและรังเกียจอย่างสุดแสน แม้ว่าจะพยายามดิ้นรนวิ่งหนีสักเท่าไหร่...กลับรู้สึกว่าขามันล้าและไม่มีแรงเลย ทุกย่างก้าวของผมดั่งภาพสโลว์โมชั่น ในขณะที่มือหยาบใหญ่ที่พยายามไขว้คว้าตัวผมนั้นมันรวดเร็วว่องไวอย่างเหลือเกิน


ไม่ว่าจะหลบลี้ซุกซ่อนหนีไปที่ใด ดูเหมือนเจ้าของมือใหญ่กักขระกับเสียงหัวเราะที่แสนจะน่าเกลียดน่ากลัวก็ดังตามมาอยู่ใกล้ๆ เสมอ

ผมหกล้มกลิ้งไม่เป็นท่าเพราะพยายามหลบมือที่ตามมาลังควานนั้นได้อย่างเฉียดฉิว...ต้องวิ่ง... ผมกำลังวิ่ง..วิ่ง.. วิ่งไปในอุโมงค์ที่ทึบ แคบ ทั้งร้อนและอับชื้น...มืด..มืด มองไม่เห็นอะไรเลย มันมืดไปหมดจริงๆ...

...เหนื่อย...เหนื่อยเหลือเกิน...เหนื่อยแทบจะขาดใจ...ไม่ไหวแล้ว... ฟลุ๊คเหนื่อย..เหนื่อยมากเหลือเกิน...
…ใครก็ได้...ช่วยผมที...

ผมล้มลงอีกครั้ง ...พร้อมๆกับเงาดำจากฝ่ามือใหญ่กำลังจะครอบคลุมร่างผมอีกครั้ง

“กรี๊ดดด...”

“อื้อ..อ.อ.ไม่..ไม่...พี่โอ.อ..อ...ช่วยฟลุ๊คด้วย”

“ฮือ.อ.อ.....ฟลุ๊คกลัว....”

..อ่ะ!..

แสงสว่างวาบนั้นคืออะไร แสงที่เกิดจากการรวมตัวของกลุ่มหมอกสีเงินยวงที่ม้วนเกลียวคล้ายอุ้งมือช้อนร่างของผมให้พ้นจากเงื้อมมือมารสีดำนั้นได้อย่างหวุดหวิด

…อยู่ๆก็รู้สึกเหมือนร่างของผมลอยขึ้นสูง ..
.
เกลียวหมอกสีเงินยังคงโอบรอบตัวผมไว้ และกำลังพาผมล่องลอยอยู่บนปุยเมฆสีขาวสะอาดตา ..พลิ้วไหวและอ่อนนุ่ม ผมปล่อยหัวเราะอย่างร่าเริงขณะแหวกว่ายอยู่ท่ามกลางสายหมอกเย็น...ไม่หนาว...แต่กลับรู้สึกสบายอย่างประหลาด

มือสีเงินกลายร่างเป็นใครสักคนที่ผมมองไม่ชัด ภาพพร่าพรายเพราะประกายแดดที่สาดส่อง มือของเราเกาะกุมกันไว้มั่น ผมถูกพามาที่ทุ่งดอกไม้ที่ออกดอกผลิบานเต็มไปหมดทั่วทั้งพื้นที่ หอมหวาน ดั่งดอกกุหลาบหลากหลายพันธุ์มารวมกัน ผมก้าวเดินไปบนพรมที่ปูด้วยกลีบดอกไม้ นุ่มนวลนั้น

...ใคร...มือใหญ่แต่อบอุ่นนี้ของใคร ...

...มือที่กำลังเชยคางให้ผมรับสัมผัสที่แสนจะอ่อนโยนและเต็มไปด้วยความรักนี้ ...รับรู้ถึงความอบอุ่นจากสัมผัสนั้น สัมผัสแผ่วเบาที่หน้าผาก จมูก แก้ม และริมฝีปาก อ่อนโยนและอบอุ่นอย่างเหลือเกิน…

...ไม่นึกรังเกียจเลยสักนิด...เมื่อลิ้นร้อนๆแตะแต้มที่ริมฝีปาก...ผมเผยอปากตอบรับสัมผัสที่รุกเร้านี้อย่างเต็มใจ...จูบทวีความร้อนแรงจนแทบหายใจไม่ออก

....มือนี้...ที่ผมเต็มใจให้สัมผัสร่างกายได้อย่างไม่ขัดขืน…ทุกที่ที่มืออุ่นนี้เคลื่อนผ่านทำให้ผมมีความสุข... เกิดความหวามไหวในอกจนตัวผมสั่น...รับรู้ว่าหัวใจผมเต้นแรงจนแถบจะระเบิด...

....อ้อมแขนแข็งแรงที่โอบกระชับอยู่รอบตัวผมนี้...ของใครกันนะ... ช่างอุ่นเหลือเกิน ...ผมทอดกายซุกร่างอยู่กับอกอุ่นๆนั้นอย่างวางใจ..ใช่...ในใจผมโหยหาอ้อมกอดจากใครบางคนอยู่...อ้อมกอดแสนจะอบอุ่นจากใครสักคนที่จะคอยปกป้องคุ้มครองผมจากภยันตรายนี้ได้...

...หอม..กลิ่นนี้...เหมือน Bvlgari Aqua ที่ผมใช้ กลิ่นนี้...ใช่...เป็นกลิ่นของพี่ด้วย...พี่โอ...พี่หรือฮะ...

“หลับนะครับคนดี...พี่จะอยู่ตรงนี้ไม่ไปไหน”

...เสียงพี่....ผมฝันไปใช่ไหมฮะ... แม้จะเป็นแค่ฝัน..แต่...แค่มีพี่อยู่ในนั้นฟลุ๊คก็สุขใจแล้วฮะ..ขอบคุณนะฮะ..ขอบคุณมาก...

ผมรู้ว่าตัวเองเผลอปล่อยน้ำตาออกมาจนได้...ทั้งๆที่เคยสัญญากับพี่ไว้แล้วว่าจะไม่ร้องไห้อีก..ช่างเถอะมันก็แค่ในฝัน...เท่านั้น...

...แต่ทำไมผมรู้สึกว่าจูบที่กำลังซับน้ำตาอยู่นี้มันเหมือนกับว่าพี่อยู่ตรงนี้จริงๆ...เหมือนมาก...มากเหลือเกิน

...เป็นจริงอย่างที่ฟลุ๊คคิด...ใช่ไหมฮะพี่โอ...

+++tbc+++



Create Date : 29 ธันวาคม 2554
Last Update : 29 ธันวาคม 2554 10:28:24 น. 7 comments
Counter : 515 Pageviews.

 
กรี๊ดดดด ขอบคุณค่ะ ^______^
คิดถึงมากกกกกกกกก


โดย: รักน้อง IP: 49.49.116.25 วันที่: 29 ธันวาคม 2554 เวลา:13:29:39 น.  

 
กรี๊ดดดดอีพี่ดิวแกรบังอาจเอายามาให้น้องชั้นกินได้ไงเนี่ย??
ดีนะที่อีพี่เกรียนตามมาช่วยได้ทัน..
ไม่งั้นไม่อยากจะคิดเลยว่าน้องจะโดนปู้ยี่ปู้ยำขนาดไหน
และแล้วอีตาเกรียนของเราก็แพ้ใจตัวเองจนได้
ก็แหมน้องออกจะบอบบางน่ารักแถมยังอ่อนแอช่วยเหลือ
ตัวเองก็ไม่ได้...ให้แกร่งแค่ไหนก็ต้องแพ้ใจตัวเองอยู่ดี
แค่เลิฟซีนเล็กคนอ่านก็กระชุ่มกระชวยแล้ว
ขอแบบจัดเต็มได้มั๊ยคะน้องดา...
รออ่านตอนต่อไปและเป็นกำลังใจให้นะคะ


โดย: พี่นิด IP: 58.9.52.150 วันที่: 29 ธันวาคม 2554 เวลา:19:09:48 น.  

 
เคือง!ช่างกล้า


โดย: miyukik IP: 110.49.253.136, 141.0.8.122 วันที่: 29 ธันวาคม 2554 เวลา:19:45:53 น.  

 


โดย: winzar2 วันที่: 29 ธันวาคม 2554 เวลา:21:41:53 น.  

 
เฮ้อ !!!เกือบไปแล้ว เกือบจะไม่ทัน แต่สุดท้ายก็ช่วยได้ทันเวลา พอดี อิๆๆๆ ชอบอ่ะ^______^".


โดย: lek^lek IP: 49.48.125.151 วันที่: 1 มกราคม 2555 เวลา:21:06:58 น.  

 
เกือบไปแล้วนะฟลุ๊คเอ้ยยยยยยยย….อวดดีจนเกือบเสียท่าเสร็จไอ้บ้าดิวที่จ้องขย้ำอยู่ -*-
พี่โอในตอนนี้เท่ห์มากๆๆๆเลย ทั้งเข้มแข็งคอยปกป้องน้อง และยังอ่อนโยนอีกด้วย
แต่อยากให้หัดทำตัวหวานๆอ่อนโยนต่อหน้าน้องบ้าง ไม่งั้นเดี๋ยวก็น้อยใจว่าพี่ไม่รักหนีเตลิดพาตัวเองไปเสี่ยงอันตรายอีกจนได้


โดย: Lookwha IP: 58.10.84.237 วันที่: 17 มกราคม 2555 เวลา:11:14:09 น.  

 


ไม่อยากจะคิดถ้าพี่เกรียนไม่มาช่วยไว้ได้ทัน

น้องฟลุ๊คขราไม่ใช่ความฝันค่ะ ตัวเป็นๆๆๆๆมาช่วยไว้ได้ทันค่ะ


โดย: ภัทร IP: 115.87.100.73 วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:15:41:52 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

womam in love
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




...อยากให้รัก...หมุนรอบตัวฉันและเธอ...ตลอดไป..
http://i485.photobucket.com/albums/rr213/yamiejung16/ui20.gif
New Comments
Friends' blogs
[Add womam in love's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.