The best and most beautiful things cannot be seen or even touched, they must be felt with the heart.
Group Blog
 
<<
มกราคม 2555
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
27 มกราคม 2555
 
All Blogs
 
รักร้ายๆ..ลูกชายมาเฟีย 10

10.

ตอนแรกที่เห็นเด็กดื้อนอนหลับอยู่ที่โถงในห้องนั่งเล่นผมตั้งใจจะแค่เพียงยืนมองอยู่เฉยๆ ใบหน้าสวยกระจ่างท่ามกลางโคมไฟสีนวล ...ใบหน้านี้...ที่ผมอยากจะให้มีแต่เพียงรอยยิ้มและเสียงหัวเราะเท่านั้น และเพราะใบหน้าที่สวยงามด้วยเครื่องหน้านี้ที่หมดจดและลงตัวที่สุดนั้นชวนให้ใจสั่นไหวแบบนี้ไง ....ทั้งๆที่ผมพยายามตัดใจตีตัวออกห่างมาเกือบ10ปี แต่ผมตอนนี้กลับแพ้ใจตัวเอง ผมเอื้อมมือลูบแก้มใสที่ระเรื่อสีตามธรรมชาตินี้อย่างแผ่วเบาเพราะกลัวน้องจะตื่น แต่ผมดันอดใจไม่อยู่ ทำให้ต้องแตะปากลงไปลิ้มรสหวานของปากแดงอิ่มที่เผยอน้อยๆนั้นจนได้

พอไอ้ตัวดีตื่น ปากที่เคยสงบคำกับผมมาหลายอาทิตย์ก็เปลี่ยนเป็นเราะร้ายเหมือนเดิม ไม่รู้ว่าเพราะอะไร อาจเพราะ..เป็นผม ...คนที่อยู่ตรงนี้คือผม ..ไม่ใช่นายกัส..ชิส์..

ยอมรับครับว่าโกรธจนพลุ่งพล่านทั้งๆที่ตลอดบ่ายผมต้องข่มอารมณ์กรุ่นไว้อย่างยากลำบาก ต้องทำเป็นเคร่งขรึมเมินเฉยต่อภาพบาดตาระหว่างน้องกับกัส เฉไฉออกไปเดินเล่นในสวนเพื่อให้คลายอารมณ์หึงหวง ไม่อยากจะบอกว่าผมเตะต้นกล้วยที่อยู่ท้ายสวนนั้นหักไปหลายต้นเลย

“ไม่ต้องมายุ่ง!...เกลียดจริงๆเลยเชียว”

คำร้ายที่ออกจากปากงามทิ่มแทงจิตใจผมจนขาดสติ ...ใช่สิ!พี่ไม่ใช่นายกัสนี่...หึ!..ความโกรธโจนทะยานขึ้นอย่างที่สุด ผมรวบร่างบางนั้นมากอดไว้แน่น ตั้งใจจะทำให้คนปากร้ายได้รู้ว่าอย่ามาอวดดีกับพี่แบบนี้

“อ๊ะ!ปล่อยนะไอ้พี่บ้า...ปล่อย!...บอกให้ปล่อยไงเล่า ฮื่ย!!!”

ดิ้นไปเถอะครับถึงอย่างไรผมก็ไม่ปล่อยง่ายๆหรอก อยากรู้เหมือนกันว่าคนในอ้อมกอดผมนี้จะทำอะไรได้

“ไม่ปล่อย!จะทำไม!..เพราะเป็นพี่ถึงแตะต้องตัวไม่ได้ใช่ไหม... แต่กับนายกัสนั่นกลับไม่เคยห้าม!ยอมถึงขนาดลูบหน้าลูบตากันได้เลยทีเดียว... อ่ะ..แล้วนี่...ลูบ.บ.บ...ไปถึงไหนๆกันบ้างแล้วล่ะหึ!”

ตั้งใจตอบโต้ให้คนหน้าหวานเจ็บจี๊ดในใจเล่น ก็อยากมาว่าผมก่อนทำไม..พี่ก็เจ็บเป็นเหมือนกันนะฟลุ๊ค

“อ๊ะ!หยาบคาย...ไอ้บ้า...ไอ้พี่บ้า!!”

คนหน้าหวานพยายามจะทำให้ตัวเองหลุดจากพันธนาการนี้ ผมว่าถ้าน้องดิ้นจนหลุดมาได้ผมคงถูกตบไปหลายทีแน่ๆแต่ตอนนี้น้องทำได้แค่เพียงกรีดร้องดิ้นหนีและพยายามผลักใสผมออกจากอกให้มากที่สุด เราอยู่แนบชิดกันมากจนรู้ถึงสัมผัสอุ่นๆจากลมหายใจที่รินรดกัน

ผมตั้งใจสูดดมความหอมที่ซอกคอขาวอันแสนยั่วยวนนี้ ความหอมจากกลิ่นกายคนตรงหน้าทำให้ผมกอดรัดน้องแนบแน่นขึ้นไปอีก ไม่อยากปล่อยร่างนี้ออกจากอ้อมกอดง่ายๆ ผมอยากกอดน้องไว้ทั้งคืนมากกว่า

“ฮื่ย!!..พี่โอปล่อยฟลุ๊คนะ ...ฟลุ๊ค..อึด...อัด..อ่ะปล่อยสิ...อื้ย..ย..ย.”

“ได้!ปล่อยก็ได้...แต่ปล่อยในห้องนอนนะ!..มานี่มา..”


ผมลากน้องเข้ามาที่ห้องนอนของน้องเองนั่นแหล่ะครับ เข้ามาในห้องได้แล้วผมก็กดล็อคประตูไว้ทันที ทั้งลากทั้งจูงฉุดคนดื้อมาที่เตียงพร้อมกับเหวี่ยงร่างน้องลงไป...มันนุ่มครับ... คงไม่เจ็บมากนักหรอกน่าแต่ผมเป็นห่วงเข่าที่กระแทกพื้นเมื่อครู่มากกว่า

“ไอ้พี่โอบ้า!ออกไปเลยนะฟลุ๊คไม่เล่นกับพี่แล้ว...ฟลุ๊คจะนอน”

น้องนั่งหน้าบึ้ง หายใจหอบ เม้มปากแน่น โกรธละสิ หึ!..โกรธเป็นคนเดียวหรือไง!

“ใครว่าพี่เล่น!..หือ..อยากเล่นหรือ..เล่นก็ได้นะ แบบนี้ไง”

ผมคว้าน้องได้ก็กอดไว้แน่น เราล้มลงบนเตียงด้วยกัน น้องได้แต่กรีดร้องและพยายามถีบผมอย่างแรงแต่มีหรือคนที่ผ่านการฝึกวิชาต่อสู้แบบประชิดตัวและได้ยูโดสายดำแบบผมจะถูกทำร้ายได้ง่ายๆ ผมทับขาน้องไว้ด้วยขาแข็งแรงของผม แค่กดที่ไหล่ลงไปตรงๆคนหน้าหวานก็ดิ้นไม่หลุดแล้วครับ

“ไงล่ะคนเก่ง...เห็นฝึกกันมาเกือบเดือนได้แค่นี้หรือ..หึๆๆ”

“คุณครูสอนไหมว่าถ้าถูก...กอด...แบบนี้จะแก้ไขยังไง”

ผมรวบเอวน้องให้แนบชิดแล้วทาบทับไว้ด้วยน้ำหนักตัวทั้งหมดของผม ตอนนี้หน้าเราแทบจะชนกันอยู่แล้วครับ

“แอร๊ยยย...ปล่อยนะไอ้พี่บ้า!..ไม่เคยเรียนแบบนี้!....”

“อ่ะหรือ...แล้วอย่างนี้ล่ะ...ถ้าโดน..น..น..หอมแก้มแบบนี้ล่ะ!...จะแก้ยังไง”

ผมวางจมูกโด่งลงบนแก้มป่องของคนหน้าหวานที่ตอนนี้หน้างอง้ำและทำตาโตใส่ ผมหอมไปเสียหลายฟอดจนเจ้าตัวก็คงตกใจ ปากจิ้มลิ้มเม้มนิดก่อนจะส่งเสียงออกมาได้อีก

“อ่ะ!..อะ...ไอ้พี่...ปะปล่อยซี๊...แบบนี้มันมีที่ไหนอ่ะ”

“หึๆๆ...แล้วอย่างนี้ล่ะ...ถ้าถูกทำแบบนี้..คุณครูให้ทำยังไง”

ผมประกบปากบางกับปากของน้องทันที แตะลิ้นร้อนกับริมฝีปากอิ่มขบเม้มดูดดึงริมฝีปากนั้นอย่างเมามัน คนหน้าหวานตกใจเผยอปากออก ผมฉกฉวยโอกาสทองแทรกลิ้นร้อนเข้าสู่โพรงปาก ตวัดลิ้นรวบรัดลิ้นเรียวที่พยายามหลีกหนี ดูดดุนฉุดให้ลิ้มรสความหวานจากผม


น้องพยายามหันหน้าหนีแต่ฝ่ามือของผมประคองให้รับจูบจากผมต่ออย่างไม่รู้จบ ผมจูบน้องอยู่นานบดเบียดริมฝีปากระหว่างกันจนรู้สึกร้อนผ่าวไปหมด ก่อนจะผละจาก ถอยออกมาจ้องหน้าคนหน้าหวานที่ตอนนี้ผมเห็นแววตาที่ ตกใจ สับสน ไม่แน่ใจปนเปกันอยู่ในดวงตาสวยคู่นั้น


ผมจูบน้องซ้ำอีกครั้งแต่ครั้งนี้เป็นจูบที่อ่อนโยนและอ่อนหวาน ร่างบางที่สั่นน้อยๆนั้นหยุดดิ้นรนแล้วมือของผมปลดกระดุมเสื้อนอนของน้องออกทีละเม็ดอย่างช้าๆจนปัดมันตกไปที่ข้างเตียง ก่อนจะค่อยวาดฝ่ามือร้อนลงบนอกขาวที่เนียนนุ่ม น้องสะดุ้งเมื่อผมสะกิดที่เม็ดทับทิมน้อยๆนั้นเล่น ผมผละจากปากอิ่มนั้นมาอย่างอ้อยอิ่ง ซุกซบกับซอกคอขาวค่อยจูบประทับที่ลาดไหล่โค้งมน จนมาละเลียดเลียลิ้มชิมเม็ดทับทิมน้อยอย่างหยอกเย้า เท่านี้คนใต้ร่างก็เกร็งตัวแอ่นหลังขึ้นปล่อยเสียงครางเบาอย่างน่าฟัง นัยน์ตาสวยคลอน้ำใสนิดๆนั้นช่างยั่วเย้าอารมณ์รัญจวนของผมเหลือเกิน


“อ่ะ..อา..พี่..อ่ะ..


“พี่..อะโอ..ย่ะ..อย่า...”


ผมครอบครองดูดดุนเม็ดทับทิมนั้นอย่างเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ ปากบางเคลื่อนสลับแลบเลียซ้ายขวาดูดดุนและฝากรอยรักตีตราจองบอกความเป็นเจ้าของไว้ที่อกซ้าย... คนๆนี้..ของผม..


“อ่ะ..อา..ไงครับ...แล้วคุณครูบอกไหม...ว่า...ต่อจากนี้..จะมีอะไรเกิดขึ้น”


“อื้อ..อ....อ..ไม่..ไม่เคย..ไม่เคยบอก”


น้องเกร็งตัวบิดเร่าอยู่ใต้ร่าง เมื่อผมลากลิ้นร้อนผ่านจากอกขาวสู่หน้าท้องแบนราบ หยุดหยอกเย้ากับร่องสะดือสวยน่ารักนั้นอยู่นานสองนาน ฝ่ามืออุ่นกอบกุมส่วนอ่อนไหวผ่านเนื้อผ้าบางของกางเกงนอน ผมอยากครอบครองน้องให้ถึงที่สุด


“อ๊ะ!!พี่..อ่ะ..ไม่นะ...พี่โอฮะ..อย่า..อย่าแกล้งฟลุ๊ค..บะ..แบบ..บ..บ.นี้”


“ฟะ..ฟลุ๊ค..ไม่เล่น..นะ...อืม..ม..ม...”


เสียงหวานๆขาดเป็นห้วงด้วยว่าเสียวซ่านกับการกระทำของผม ใบหน้าหวานหลับตาพริ้มไม่กล้าสบตาคมกล้าของผม การหายใจที่หอบเร็วแรงและร่างที่เกร็งน้อยๆทุกครั้งที่ผมชักนำ ทำให้ผมอดใจไม่อยู่แล้วครับ ฝ่ามือเรียวพยายามดันไหล่ผมออกจิกเล็บลงที่บ่าอย่างแรง ทำให้ผมหยุดชะงัก


“อ่ะ!..ซี๊ด”


“พี่โอ...ฮึก..ฟลุ๊ค..ฟลุ๊คไม่เล่นแบบนี้นะ...ไม่เล่นนะ...ฮึก..อย่าแกล้งฟลุ๊ค”


“ใครว่าพี่แกล้งเล่น...พี่เอาจริงต่างหาก..นี่ยังไม่รู้อีกหรือ”


“ฮือ...อ..อ.อ.. ไม่นะ... แบบนี้ต้อง...คน..ที่รักกัน...เขาทำกัน..ฮึก..อย่ามาล้อฟลุ๊คเล่นนะ... ฮือ. . อ..อ..”


“ก็พี่รักฟลุ๊คไง..แล้วทำได้ไหมครับ”


“อ่ะ!ไอ้พี่บ้า..ยังจะมาพูดเล่นอีก...ปล่อยเลยด้วย..ไม่เอาแล้วฮือ..อ..อ.อ..”


“พี่โอเกลียดฟลุ๊ค..ปล่อยนะ..ฮือ..อ...อ..”


“เอ๊า!!ก็บอกว่ารักอยู่นี่ไง..ยังจะว่าเกลียดอยู่ได้”


“ฮือ..อ...อ...ไอ้พี่บ้า!..รักตั้งแต่เมื่อไหร่ ฟลุ๊คไม่เห็นรู้เลย.อือ..ฮือ..อ...อ”


“ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอแล้วครับ..และเพิ่งมาแน่ใจจริงๆก็ตอนที่พี่จบสามพราน”


“ฮือ..อ...อ.ตั้งเกือบสิบปี..ไอ้พี่บ้า!มัวทำอะไรอยู่..ฮือ..อ..อ..อ..บ้าๆๆๆ!!!”


กำปั้นน้อยระดมทุบที่อกผม หยาดน้ำใสไหลรินจากตาสวยคู่นั้นอย่างกลั้นไม่อยู่ ผมจูบซับน้ำตาให้น้อง นี่ผมคงทำร้ายจิตใจน้องมากเลยใช่ไหม...ที่น้องร้องไห้มากขนาดนี้คงเพราะรังเกียจผม..บ้าจริงๆ ผมมันแย่มากเหลือเกิน


“ฟลุ๊คเกลียดพี่มากใช่ไหม”


“ฮื่อ... ถ้าเกลียดจะให้กอดอยู่อย่างนี้หรือไอ้พี่บ้า....ฮือ..อ...อ...คนใจร้าย”


“อยู่ด้วยกันมาตั้งนานแล้วยังไม่รู้อีก..ฮือ..อ...อ..เกลียดที่สุดเลย”


“ก็แบบนี้ไง..ปากก็ว่าไอ้พี่บ้า... เบื่อที่สุด..เกลียดที่สุด..ใครมันจะไปรู้ว่ารักเล่า”


“ฮื่อ..อ...ก็แล้วจะให้ทำไงเล่า..ก็คนมันกลัวนี่นา..ฮึก..กลัวบอก...ไปแล้วพี่...จะ...ฮึกเกลียด..ฟลุ๊ค..กลัวพี่ ฮึก...ไม่รักฟลุ๊ค”


“พี่ขอโทษนะครับที่พี่ไม่กล้าที่จะบอกฟลุ๊ค..พี่เองก็กลัวอย่างที่ฟลุ๊คกลัว...กลัวว่ามันจะไม่เป็นอย่างที่พี่หวัง..กลัวฟลุ๊คจะเกลียดพี่จริงๆอย่างที่ปากนี้บอก”


ผมจูบปากอิ่มที่แดงช้ำอีกครั้ง ครั้งนี้น้องตอบรับสัมผัสของผมอย่างเต็มใจ ลิ้นเรียวกอดรัดตอบสนองลิ้นร้อนของผม แลกเปลี่ยนลิ้มรสหวานของกันและกันอย่างยาวนาน ผมแลบลิ้นไล้เลียหยอกเย้ากลีบปากเล่นดูดดึงขบเม้มเบาๆ เปิดโอกาสให้น้องได้สูดอากาศเข้าปอดบ้าง มือหนาเชยคางและค่อยประทับจูบลงไปอีก


“ฟลุ๊คครับ..บอกว่ารักพี่สักครั้งได้ไหม...พี่อยากได้ยิน”


“อื้อ..อืมม..ม...มรัก..พี่..อ่ะ..ฟลุ๊ครักพี่ฮะ”


“ได้ยินไหม..ฟลุ๊ครักพี่โอ”


“ครับ...ชื่นใจที่สุดครับ..ที่รักของพี่”



มือเรียวของน้องลูบไล้ใบหน้าของผม ก่อนที่วงแขนอ่อนเรียวจะเลื่อนมาโอบรอบคอผมไว้ ร่างเปลือยเปล่าของเราแนบชิดกันอยู่ภายใต้ผ้าแพรผืนบาง สองร่างคลอเคลียแนบสนิทถ่ายทอดไออุ่นจากร่างที่สัมผัสกันและกันจนร้อนระอุ ผมสูดดมความหอมหวานจากร่างนุ่มนิ่มในอ้อมกอดนี้อย่างโหยหา ปรนเปรอโน้มนำและชักพาให้เคลิบเคลิ้ม การสอดประสานหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับน้องเริ่มขึ้น เมื่อค้นพบว่าคนใต้ร่างพร้อมแล้วสำหรับผม


ร่างบางเกร็งรับสัมผัสอย่างเป็นธรรมชาติ ผมค่อยนำพาให้น้องร่วมทะยานสู่ห้วงหฤหรรษ์ด้วยกันครั้งแล้วครั้งเล่า เสียงหวานกรีดร้องเมื่ออารมณ์กระสันเสียวทวีขึ้นอย่างไม่มีทางลดละ เรือนกายระริกไหวตอดรัดสนองตอบทุกสัมผัสอย่างดื่มด่ำจนหัวใจผมแทบจะระเบิด สปริงเตียงส่งเสียงเลื่อนลั่นตามการไหวคลอนที่โลดโผน ฟังดูน่าอายเหลือเกิน แต่ผมไม่อาจฉุดรั้งความปรารถนาที่แรงกล้านี้ไว้ได้


ในห้องนอนสีขาวครีมนั้น อบอวลไปด้วยความรักที่หอมหวาน บทเพลงรักถูกบรรเลงด้วยท่วงทำนองแผ่วพลิ้วและหวิวไหว ค่ำคืนที่ยาวนานถูกโอบล้อมด้วยรักที่เปิดเผย คำรักที่พร่ำพรรณนาบอกกล่าวให้กันและกันได้รับรู้ มากล้นจนแทบจะสำลักความสุข...


ฉันจะเอ่ยคำรัก..สักพันครั้งถ้าหากจะทำให้เธอเข้าใจ
ถึงความรู้สึกลึก ลึกภายใน ที่ฉันนั้นมีต่อเธอ

ฉันจะเอ่ยคำรัก..อีกหมื่นครั้ง ถ้าหากจะทำให้เธอมั่นใจ
ฉันจะไม่เปลี่ยน… ไม่คิดมีใคร... จะขอรักเธอและรักเพียงเธอ....ผู้เดียว

ฉันรักเธอ และจะรักเธอเรื่อยไป จะเป็นเช่นนี้ไปอีกแสนนาน
และคนที่ใจฉันต้องการก็คือเธอนั้น สำคัญกว่าใคร

ฉันรักเธอและจะรักเธอเรื่อยไปจะเป็นเช่นนี้ไปอีกแสนนาน
กี่วัน …และคืนที่หมุนผ่าน …ก็ยังคงรัก รักเธอหมดใจ

เธออาจจะมองฉัน...พร่ำรำพัน ฉันจะบอกยืนยัน ว่าที่เอ่ยไป
แม้จะเหมือนเก่า ...เหมือนคำที่ท่องไว้… แต่ทุกๆ คำ ถูกร้อยขึ้นใหม่
รักที่ให้ เพิ่มรักด้วยใจ...ให้เธอ



ผมหยัดกายเกร็งร่างดึงรั้งร่างบางให้กระชับรับสัมผัสให้ถนัดมากขึ้นเร่งจังหวะการสอดประสานให้ถี่ขึ้น เมื่อความเสียวซ่านทะยานถึงขีดสุด เกร็งไปทุกอณูของร่างกายจนทนต่อไปไม่ได้ ผมแนบชิดสนิทกับน้อง ฝังร่างรินรดแรงปรารถนาที่เฝ้าอดกลั้นมาแสนนาน สายธารอุ่นทะลักไหลอยู่ภายในและยังคงค้างไว้อยู่ครู่ การตอดรัดที่เป็นไปตามธรรมชาติทำให้ผมเผลอครางออกมาอีกครั้งพร้อมๆกับร่างบางที่ครางหวานด้วยว่าได้รับการปลดปล่อยแล้วเช่นกัน


“อ๊ะ!..อืม..อา...า...า”


อิ่มเอมกับบทรักที่เปี่ยมล้นไปด้วยความสุขสมจนใจแทบระเบิด ร่างของเราทั้งสอง ตะกองกอดกันไว้แนบแน่น อ่อนล้าด้วยว่าผ่านการไปถึงจุดสูงสุดหลายต่อหลายครั้ง ผมดึงร่างบางที่นอนหายใจรวยระรินมากอดไว้แนบอก กว่าการหายใจหอบหนักจะคลายและเหงื่อจากกิจกรรมเมื่อครู่ระเหยหายก็ใช้เวลาอยู่พอควร


อากาศที่เย็นจากเครื่องปรับอากาศชั้นดีทำให้น้องขยับกายซุกร่างแนบกับอกผมมากยิ่งขึ้น ผมดึงผ้าแพรห่มคลุมร่างเปล่าเปลือยของเราทั้งคู่ไว้ กดคางกับผมนุ่มนิ่มสูดดมความหอมกรุ่นอยู่นานก่อนจะเอ่ยเบาๆกับคนในอ้อมกอด


“ฟลุ๊คครับ...ระหว่างเรา...ใครตกหลุมรักใครก่อนกันน้า”


“ฟลุ๊คฮะ”


“ใช่หรือ..พี่ว่าพี่มากกว่านะ”


“ฮื่ย!ไม่จริงอ่ะ...ฟลุ๊ครักพี่ก่อน...ตั้งแต่พี่ยังเป็นไอ้พี่เกรียนแล้ว”


“ฮ้า!จริงหรือ...พี่ว่าพี่รักตั้งแต่เห็นขาขาวๆนี้ปีนต้นไม้เป็นลิงเป็นค่างเมื่อครั้งกระนู้นแล้วนา”


“ฮื่ย!!ไอ้พี่บ้า!!..จะยอมน้องสักครั้งบ้างได้ไหมเนี่ย..เกลียดจริงๆเลยเชียว”


“ฮื่อ..ก็ปากร้ายแบบนี้ไง...งั้นพี่ถอดใจหนีไปไกลๆดีไหมเนี่ย”


“ก็ลองดูสิ! ...พี่หนีฟลุ๊คมาสิบปีแล้วนะ ต่อไปนี้ฟลุ๊คจะไม่ยอมเสียพี่ไปง่ายๆหรอกนะ”


“สัญญาสิฮะพี่โอ...ว่าพี่จะไม่หนีฟลุ๊คไปอีก..นะฮะ”


จูบอ่อนหวานถูกมอบให้อีกครั้ง ผมพรมจูบไปตามสันกรามและคางเรียวก่อนจะกลับมาประทับจูบที่ดูดดื่มและยาวนาน ละจากปากอิ่มจุมพิตที่ขมับและหน้าผากมน แล้วจึงเอ่ยถ้อยคำที่ทำให้คนในอ้อมกอดยิ้มกว้าง


“สัญญาด้วยหัวใจครับ”


“พี่รักฟลุ๊คนะครับ”
.
.
.
วันนี้ในสวนสวยของไอลดาพาราไดซ์ไม่เหมือนกับทุกวัน เพราะถูกเนรมิตให้คล้ายกับสวนสวรรค์ก็ไม่ปาน ความจริงสวนของไอลดาพาราไดซ์ของเราติด1ใน5สวนสวยกลางกรุงเทพมาตลอดอยู่แล้ว แต่เพราะวันนี้เป็นวันพิเศษ เป็นงานเลี้ยงฉลองแต่งงานของพี่ไอซ์ลูกสาวคนโตของตระกูลธรรมมลซึ่งตระกูลของเราผูกขาดการประมูลสำปะทานรังนกในเขตภาคใต้ไว้ได้เกือบทั้งหมดและพี่ไอซ์ยังเป็นผู้ดูแลกิจการโรงแรมและรีสอร์ทในเครือธรรมมลกรุ๊ปของเราอีกหลายแห่ง บรรยากาศของงานวันนี้จึงอบอวลไปด้วยความรัก


แขกผู้มาร่วมงานทุกคนมีใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ยืนคุยกันเบาๆอยู่ตามซุ้มเครื่องดื่มและอาหารว่างที่จัดไว้ตามมุมต่างๆ บ้างก็นั่งคุยกันอยู่ที่โต๊ะที่จัดไว้สำหรับผู้ที่อยากนั่งพัก งานเลี้ยงของวันนี้เริ่มขึ้นในช่วงบ่ายแก่ๆและจะเลยไปจนค่ำ เพราะว่าช่วงเช้าเราจัดงานแต่งเป็นการภายในระหว่างเครือญาติของสองครอบครัวกันที่ชั้น9ของโรงแรมแล้ว โดยมีพิธีสงฆ์และการรดน้ำสังข์อย่างถูกต้องตามธรรมเนียมไทยแท้และพิธียกน้ำชาแบบจีนก็ควบรวมไปด้วยกันเลย และมีฤกษ์ส่งตัวเข้าหอไม่เกินเที่ยงนี้



เสียงเพลงรักหวานบรรเลงเบาๆ คุณตันและนายหัวปัญญายิ้มร่าเริงใบหน้าเปี่ยมสุขกับการเห็นลูกชายและลูกสาวเป็นฝั่งเป็นฝาเสียที หึๆ..พี่ไอซ์ปีนี้ก็28แล้วนะ ส่วนพี่ต้นน่าจะแก่กว่าพี่ไอซ์แต่อ่อนกว่าพี่โอของผมแน่ๆ พี่ต้นเป็นลูกชายคนโตของกลุ่มกังวานก้องเกียรติคุณที่มีธุรกิจในมือมากมายหลายแขนง โดยพี่ต้นควบรวมกิจการเกี่ยวกับไอทีและการสื่อสารต่างๆไว้ในความดูแลเกือบทั้งหมด นับว่าเป็นการผนึกแผ่นทองคำแผ่นใหญ่เข้าไว้ด้วยกันอย่างแท้จริง



ผมเดินเข้างานมาพร้อมกับพี่โอและกัส วันนี้กัสจังน่ารักในสูทสีเทาคล้ายๆกัน กัสผูกหูกระต่ายลายจุดสีชมพู ที่ผมเลือกให้ ดูสดใสเข้ากับบุคลิกของเขามาก ผมเดินไปไหว้คุณลุงตันและป๊า คุณลุงอารักษ์ก็ยืนอยู่ด้วยโดยมีนิกกี้และทีมบอร์ดี้การ์ดของพี่ต้นอยู่ไม่ห่าง


วันนี้นับเป็นอีกวันที่ผมมีความสุข เพราะเป็นการรวมกันครั้งใหญ่ของบรรดาญาติๆที่ไม่ได้เจอกันมานานอย่างลุงป้าๆหลายคนที่ผันตัวเองไปทำกิจการร้านอาหารไทยที่นิวยอร์คตั้งแต่ผมยังตัวกระเปี๊ยก รวมทั้งที่ไปๆมาๆระหว่างไทยกับออสเตรเลียเพราะกิจการสอนรำไทยและโรงเรียนสอนภาษากำลังเป็นไปได้ด้วยดีนั่นอีกละ



เจ้าบ่าวเจ้าสาวลงมาร่วมในงานเมื่อเวลาใกล้หกโมงเย็นแล้ว ทั้งคู่เดินทักทายกับบรรดาแขกเหรื่อในงานจนทั่ว พิธีกรกล่าวเชิญป๊าและลุงตันขึ้นกล่าวอวยพรคู่บ่าวสาว พอถึงตรงจุดนี้ผมกับกัสก็ขึ้นบนเวทีที่ยกพื้นไว้เล็กน้อย ผมนั่งประจำที่แกรนด์เปียโนตัวเก่งของผม ส่วนกัสนั่งที่สตูทรงสูงเยื้องกับผมไปทางด้านขวามือพร้อมกับกีตาร์โปร่งไฟฟ้าตัวสวยและเสียงดีมากๆ


ผมขยับไมค์และจัดระเบียบร่างกายให้เข้าที่ ปลดกระดุมเสื้อสูทออกเพื่อให้นั่งได้สบายมากขึ้น ขยับนิ้ววางบนคีย์บอร์ด ตื่นเต้นอยู่บ้างครับงานนี้จะเป็นการแสดงดนตรีต่อหน้าแขกมากมายครั้งแรกในรอบหลายปีหลังจากที่ผมห่างหายการแสดงดนตรีแบบนี้มานาน ครั้งสุดท้ายก็เมื่องานปัจฉิมนิเทศจากรั้วสวนกุหลาบ



แต่ก่อนออกจากห้องพักส่วนตัวของผมที่ชั้น9 ของโรงแรมผมได้กำลังใจจากคนที่ยืนยิ้มโชว์เขี้ยวแหลมอยู่ตรงหน้าผมนี้แล้วครับ บ้าจริง!อดอายไม่ได้ที่เผลอนึกถึงเรื่องเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา หลังจากแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว พี่ดึงผมไปใกล้ แตะ Bvlgari Aqua ตามจุดต่างๆให้ผม แถมยังแอบสูดดมความหอมจากแก้มของผมด้วย และหยิบต่างหูเพชรที่เราไปเลือกด้วยกันเมื่อวันเสาร์


พี่เลือกต่างหูเพชรปรินซ์เซสคู่หนึ่งตัวเรือนทำจากทองคำขาวทั้งหมด เพชร2เม็ด น้ำหนักโดยประมาณ1.10กะรัต เป็นเพชรขาว ความกว้างโดยประมาณ0.5เซนติเมตร บรรจงสวมที่หูด้านซ้ายให้ผม ผมหยิบต่างหูข้างที่เหลือติดที่ปกเสื้อสูทด้านซ้ายให้พี่ เราจูบกันอยู่นานจนผมกลัวว่าปากผมจะช้ำเสียให้ได้ หากไม่รีบดันอกกว้างๆนั้นออก พี่ยิ้มชอบใจแล้วเฉไฉจูบหน้าผากของผมอีกครั้งก่อนเราจะลงมาที่งาน


“และต่อจากนี้ไปขอเชิญทุกท่านรับฟังการบรรเลงเพลงไพเราะจากคุณฟลุ๊คและเพื่อนเพื่อเป็นของขวัญแก่คู่บ่าวสาวครับ”



เสียงปรบมือที่ดังกึกก้องทำให้ผมอดประหม่าไม่ได้ผมเหลียวหาสายตาคมคู่ที่คอยให้กำลังใจผมอยู่เสมอ ก็พบว่าตอนนี้พี่ยืนอยู่เยื้องผมไปเพียงเล็กน้อยทางด้านซ้ายของเวที ผมส่งยิ้มไปให้ก่อนจะจรดปลายนิ้วแล้วเริ่มบรรเลงเพลง Angels brought me here ท่วงทำนองพลิ้วไหวของเมโลดีและเสียงหวานๆของผมสะกดคนทั้งงานได้เป็นอย่างดี อดดีใจไม่ได้ที่ทุกคนตั้งใจฟังเพลงที่ผมเล่น



ผมสบตากับพี่ไอซ์พี่สาวคนสวยคนเดียวของผมอย่างตั้งใจ ผมเห็นน้ำใสๆคลอที่หน่วยตานั้น ผมยิ้มและส่ายหน้าน้อยๆ บอกพี่ไอซ์ว่าอย่าร้องไห้ คนสวยที่สุดของผมเอนซบกับอกพี่ต้นแล้วหัวเราะ ผมเห็นพี่ต้นโอบบ่าบางของพี่ไอซ์ไว้แน่นและยกนิ้วโป้งให้ผม ผมอดยิ้มไม่ได้ ความสุขเปี่ยมล้นอยู่ในใจจนผมเองก็เกือบจะปล่อยน้ำตาเหมือนกัน



การบรรเลงเพลงของผมยังคงต่อเนื่องด้วยเพลง ...เสียงของหัวใจ..ในเวอร์ชั่นที่พลิ้วหวาน...จากเสียงกีตาร์และเปียโนที่สอดประสานกันได้อย่างลงตัว ผมกับกัสเราแบ่งท่อนร้องกันไว้เรียบร้อยแล้ว เพลงบรรเลงมาถึงท่อนสุดท้าย แต่แล้วอยู่ๆคุณครูของผมก็เปลี่ยนท่วงทำนองของเพลงเข้าสู่จังหวะบอสซ่าซะงั้น... ผมชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะเปลี่ยนการบรรเลงไปตามสถานการณ์นั้น จังหวะที่เปลี่ยนให้กระชับขึ้นทำให้งานเลี้ยงนี้สนุกสนานขึ้นมาก


“ทุกคนครับ เชิญร่วมสนุกกันที่ฟลอร์ได้เลยนะครับ”


หึๆ...เสียงคุณครูของผมเองครับ เราสนุกกับการบรรเลงเพลงในจังหวะนี้มาก พี่ไอซ์ดึงเจ้าบ่าวออกมาโยกย้ายส่ายสะโพกอยู่กลางฟลอร์ ทำให้แขกในงานที่ตอนแรกยังเหนียมอายก็ออกมาร่วมวงสนุกกันด้วย พี่ไอซ์จูงพี่โอออกไปกลางฟลอร์แล้ว ผมปล่อยหัวเราะออกมาอย่างดังเมื่อเห็นพี่โอเขินกับการที่จะต้องออกสเตพ ต่อหน้าคนหมู่มาก บอดี้การ์ดหล่อเข้มของผมก็ถึงกับหน้าแดงขึ้นมาเสียแล้วสิ


“ฟิ้ว.ว..ว..ว..เพล้ง!!!!”


“อ่ะ!ฟลุ๊ค!”


“ว๊ายยยกรี๊ด!!”


++++TBC+++





Create Date : 27 มกราคม 2555
Last Update : 24 ตุลาคม 2555 7:59:22 น. 11 comments
Counter : 928 Pageviews.

 
ดีใจจังเลย...
บอกรักกันแล้ว
ทำไมต้องดีใจเหมือนโดนบอกรักเองด้วยเนี่ย
เขินแทน 555


โดย: windy IP: 10.10.1.12, 61.19.71.146 วันที่: 27 มกราคม 2555 เวลา:14:15:14 น.  

 
กรี๊ดดดดดดดด!!! เปิดบล็อกมาดีใจมากเลยค่า~ ที่เห็นพี่ดาอัพตอนที่ 10 แล้ว รออย่างใจจดใจจ่อแล้วก็ไม่ทำให้ผิดหวังเลยจริงๆ เพราะในที่สุด...ในที่สุดทั้งคู่ก็ยอมเปิดใจ เปิดกาย ซื่อสัตย์ต่อหัวใจและความรู้สึกตัวเองกันสักที ฮิ้วววววววว~
นั่งอ่านไปก็ยิ้มแก้มปริไป ปลาบปลื้มที่เค้าได้กัน เอ๊ย! รักกันสักที คริ คริ
ว่าแต่จบตอนไว้ให้สงสัยอีกแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น มีใครจะมาปองร้ายฟลุครึเปล่า พี่โอต้องคุ้มครองปกป้องน้องให้ดีที่สุดน้า~



โดย: Lookwha IP: 58.10.84.216 วันที่: 27 มกราคม 2555 เวลา:17:19:08 น.  

 
โห่ ฮิ้ว!!!~โห่ ในที่สุด ก้อ...... อิๆๆๆๆ น่ารักจัง คนคู่นี้ ต้องขอบคุณ ตัวเร่งปฏิกริยา ตัวสำคัญนะคะ นายกัสจัง นายแน่มาก ขอบคุณ และ ขอบคุณ writer คนเก่ง ด้วยใจจริงๆ แต่มันเกิดอะไรขึ้นอีก ละเนี่ย ได้ลุ้นจนโตโก่งอีกแล้ว .......^___^".


โดย: lek^lek IP: 223.207.36.189 วันที่: 27 มกราคม 2555 เวลา:18:40:20 น.  

 
หวานสมกับการรอคอยค่ะ แต่ดูเข้าใจกันง่ายจัง อย่าให้น้องฟลุคเป็นอะไรไปนะพี่เกรียน อิอิ


โดย: PP ชาวซุ่ม IP: 58.11.243.171 วันที่: 27 มกราคม 2555 เวลา:19:55:24 น.  

 
ชั้นได้กลิ่นหอมจากฟิคนี้


โดย: sngg IP: 58.11.23.220 วันที่: 27 มกราคม 2555 เวลา:21:25:48 น.  

 
กรี๊ดดดดดดดด น่ารักอ่ะ
บอกรักกันแบบ........ หวานมากกกกกก
รอตอนต่อไปนะค๊าาาา


โดย: LovePK IP: 27.55.3.51 วันที่: 27 มกราคม 2555 เวลา:22:18:02 น.  

 
ดีใจจริงจริ๊งที่ในที่สุดเค้าสองคนก็เข้าอกเข้าใจกัน
บอกความรักความในใจให้กันและกัน...
เค้าทั้งคู่ก็เข้าไปสู่ประตูสวรรค์ด้วยกัน(หลายครั้งด้วยฮิ๊ววว)
ถูกใจคนอ่านที่ลุ้นกันมานาน...
Writerเลยจัดให้สมใจกันแบบหวานซ๊าาาาาา
กะลังมีความสุขกันดีๆก็มีมาามาผจญอีกแล้วอ่ะ!!!!
คนอ่านต้องลุ้นต่อแล้วว่าอย่าให้น้องหน้าหวานเป็นอะไรไป
จากเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดที่เกิดขึ้นเนี่ย!!!เลยนะ
ไอ้พี่เกรียนอย่าปล่อยให้ใครมาทำร้ายแฟนสุดที่รักของตัวเองได้ล่ะ....ต้องปกป้องแบบสุดชีวิตเลยนะ
เอาใจช่วยไอ้พี่เกรียนเต็มที่...และเป็นกำลังใจให้
Writerแต่งฟิคสุดแอร๊ยยยยมาให้พวกเราได้อ่านกันอีก
^_^




โดย: พี่นิด IP: 110.49.250.208 วันที่: 27 มกราคม 2555 เวลา:23:15:48 น.  

 
อ่านไปอมยิ้มไปตลอด..รอคอยเวลานี้มานาน ^^

หวานกันได้น่ารักจริงๆ กรี้ดดดดดดดด

แต่แอบเห็นลางแห่งความดราม่ามาใกล้ๆแล้วสิ

หวังว่าน้องจะไม่เป็นไรมากนะ....ลุ้นกันต่อไป



โดย: lunarcry25 IP: 58.8.230.97 วันที่: 28 มกราคม 2555 เวลา:11:45:36 น.  

 
และแล้ว ผู้อ่านก็ได้ficของพี่ดามาต่ออายุ
ขอบคุณค่ะ กำลังโหยเลย


โดย: ji IP: 58.10.228.81 วันที่: 28 มกราคม 2555 เวลา:20:55:50 น.  

 
แอร๊ยยยยยย.....หวานและน่ารักมากๆๆๆๆค่ะ

อ่านไป หัวใจมันกระชุ่มกระชวย หลังจากหน่วงหนักขัดใจ ทำไมน๊อ สองคนนี้ไม่ยอมเปิดใจกันซักที

แต่ๆๆ หุ หุ ในที่สุดก็เปิดใจเปิดกายกันแล้วเรียบร้อย คนอ่านนี่เป็นปลื้มมมม


ตามไปอ่านตอนต่อไปค่ะ ^^


โดย: hunny IP: 10.153.175.70, 1.20.1.134 วันที่: 11 มีนาคม 2555 เวลา:0:33:11 น.  

 
อ่านไปยิ้มไป แก้มจะแตกยุแล้วค่ะ แม่ดา


โดย: Kumiko yui IP: 223.206.38.216 วันที่: 31 มีนาคม 2555 เวลา:23:55:49 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

womam in love
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




...อยากให้รัก...หมุนรอบตัวฉันและเธอ...ตลอดไป..
http://i485.photobucket.com/albums/rr213/yamiejung16/ui20.gif
New Comments
Friends' blogs
[Add womam in love's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.