The best and most beautiful things cannot be seen or even touched, they must be felt with the heart.
Group Blog
 
<<
มกราคม 2555
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
22 มกราคม 2555
 
All Blogs
 
รักร้ายๆ..ลูกชายมาเฟีย 9

9.
ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมผมถึงไม่หลบมือเรียวที่กำลังบรรจงเกลี่ยปอยผมเปียกชื้นที่หน้าผากออกให้ ทั้งๆที่ผมแสนจะรังเกียจสัมผัสจากไอ้พี่ดิวนั่นมาตลอด ผมยอมรับว่าผมไม่ได้รังเกียจกัสเลย

แม้จะรู้สึกตกใจกับท่าทางของกัสอยู่ไม่น้อย ไม่ใช่ว่าผมจะไม่รู้ว่ากัสคิดอะไรกับผม แต่เพราะความอ่อนโยนที่กัสมอบให้ ความอบอุ่นและจริงใจที่ผมสัมผัสได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่เราพบกันทำให้ผมไม่ปัดป้องสัมผัสนี้ สัมผัสที่อบอุ่นและอ่อนโยน


บางครั้งผมอดคิดไม่ได้ว่าคนที่อยู่กับผมตรงนี้ คนที่อ่อนโยนกับผมอย่างเหลือเกินนี้...ทำไมไม่ใช่พี่นะ..พี่โอ..กับพี่เองก็ไม่เคยที่จะอ่อนโยนกับผมแบบนี้...ตั้งแต่พี่กลับมาดูแลผม หลังจากลุงอารักษ์บังคับให้พี่ลาออกจากงานที่รัก ..ไอ้พี่เกรียนที่ปากร้ายแต่ใจดีคนนั้นหายไปแล้ว


น้ำเสียงนุ่มทุ้มเอ่ยเบาเพื่อปลอบใจและอยากช่วยบรรเทาความหมองในใจของผมให้จางหาย สายตาที่ทอดมองผมนั้นมันตีความเป็นอื่นไปไม่ได้เลยนอกจากว่า...รัก...แวบหนึ่งมันทำให้ผมคิดถึงพี่ ..ครั้งหนึ่งผมก็เคยเห็นแววตาแบบนี้ของพี่มาก่อน...ก่อนที่พี่จะไปรับราชการในที่ห่างไกลหลังจบจากโรงเรียนนายร้อยแล้ว..แต่มันจะใช่หรือ...ผมอาจจะตาฝาดไปก็ได้เพราะวันนั้นเป็นอีกวันที่ผมต้องเสียน้ำตา


“ดีจังพี่เรียนจบแล้ว ฟลุ๊คจะได้ยืดเสียทีว่ามีพี่เป็นนายร้อยห้อยกระบี่กะเขาด้วย”


ผมคงแสดงอาการดีใจจนปิดไม่มิดเพราะพี่ไอซ์แซวอยู่ตลอดว่าผมยิ้มจนปากจะฉีกถึงหูแล้ว ก็มันดีใจนี่นา..ปลื้มที่สุดกับพี่คนนี้..พี่โอของผม ป๊าเป็นคนจัดงานเลี้ยงนี้ให้พี่เราเลี้ยงฉลองกันที่ร้านอาหารชื่อดังแห่งหนึ่งติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา ร้านนี้มีบรรยากาศที่สวยงามอาหารอร่อยเรียกว่าขึ้นชื่อมากเลยทีเดียวสำหรับเมื่อสิบปีก่อน


เสร็จจากงานเลี้ยงแล้วพี่โอกับผมเราเดินเล่นย่อยอาหารกันที่สนามเด็กเล่นริมน้ำที่ทางร้านจัดทำไว้สำหรับให้เด็กๆได้เล่นระหว่างรอผู้ใหญ่ทานอาหาร มีเด็กเล็กๆเล่นกันอยู่สองสามคนรวมทั้งพี่เลี้ยงด้วย

ผมกับพี่เดินไปตาม ทางเดินเล็กเรียบริมแม่น้ำที่ทางร้านทำไว้เพื่อออกไปยืนรอรถด้านนอกได้ด้วย ผมเดินตามหลังที่เหยียดตรงของพี่ไปช้าๆ... ในใจสุขอย่างเหลือเกินกับพี่ที่เรียนจบอย่างที่ตั้งใจไว้ ต่อจากนี้ผมจะได้เจอพี่ทุกวันแล้ว ...ไอ้พี่เกรียนคนนี้นะของผม...


อยู่ๆพี่ก็หยุดเดินและหันกลับมา ดวงตาสีนิลของพี่จับจ้องใบหน้าของผมอยู่นาน ผมจ้องกลับตาคู่นั้นไปบ้าง ในใจระริกไหว ไม่บ่อยที่ผมจะกล้าสบตากับพี่ตรงๆแบบนี้ แต่ตอนนี้ผมอยากมองพี่ให้เต็มๆตา พี่หล่อสมาร์ทอยู่ในชุดขาวประดับดาวของโรงเรียนนายร้อย ผมเสียดายอยู่นิดที่ผมไม่ได้ไปรับพี่ถึงสามพรานด้วยเพราะผมติดสอบไฟนอล ผมกำลังจะจบม.6แล้วครับ วันนี้ ผมก็เลยมางานเลี้ยงทั้งๆที่ยังสวมชุดนักเรียนมัธยมปลาย


ปากบางนั้นเม้มน้อยๆ ก่อนพี่จะเหยียดยิ้มออกมา ผมยิ้มตอบ แววตาที่พี่มองผมนั้นผมรู้ว่าพี่มีความรู้สึกดีๆให้ผม...แววตาที่ฉุดให้ผมละจากตาคู่คมคู่นี้ไม่ได้เลย...แววตาที่ไม่อยากจะบอกว่ามันทำให้ใจผมสั่นไหว...ผมรักแววตาแบบนี้...แววตาที่ผมคิดไปเองว่ามันแปลว่ารักน้องคนนี้คนเดียวและจะไม่มีวันไปมองใครได้อีก ..แววตาละลายหัวใจ

“ฟลุ๊ค”

“ฮะพี่”

“ต่อไปนี้ต้องดูแลตัวเองดีๆนะรู้ไหม โตแล้วจะเข้ามหาลัยแล้วด้วยใช่ไหม”

“ฮื่อ”

ผมพยักหน้ารับ ทำไมพี่ต้องมาบอกอย่างนี้ ก็เดี๋ยวพี่ก็ตองเจอผมอยู่แล้วเผลอๆผมจะออกไปอยู่คอนโดพี่ก็อาจต้องมาอยู่กับผมด้วยหรอกเพราะบ้านพี่ที่รังสิตไกลจะตายสู้มาอยู่กลางเมืองแบบผมนี่ดีกว่า

“อย่าเที่ยวให้มากตั้งใจเรียนให้จบเร็วๆจะได้ช่วยแบ่งเบาภาระป๊ากับพี่ไอซ์ อีกอย่างเราน่ะสุขภาพไม่แข็งแรงหัดออกกำลังกายบ้างนะรู้ไหม จะได้มีกล้ามเนื้อ ดูสิอ่อนเหลวเป๋วเชียว”

“อีกหน่อยพี่ก็มาอยู่ที่นี่แล้วดีเลยจะได้ออกกำลังกายกับพี่ไงฮะ อื้อพี่โอฟลุ๊คจะย้ายออกไปอยู่ที่คอนโดดีไหมพี่จะได้มาอยู่กับฟลุ๊คด้วยเลย”

ผมพูดไปยิ้มไป..ก็ตอนนี้ผมมีความสุขที่สุดนี่ฮะ...พี่คว้าไหล่ผมไว้บีบที่ต้นแขนผมเบาๆ

“พี่จะไปรับราชการที่ต่างจังหวัด”

ใจหาย...ผมอึ้งไปนาน...ทั้งๆที่ตั้งใจว่าจะได้อยู่ด้วยกันแล้วแท้ๆ แต่พี่กลับหนีผมไปอีก..พี่ใจร้าย..ใจร้ายที่สุด…ผมเม้มปากไว้แน่นรู้ว่าไม่สามารถทำให้มันหายสั่นได้หรอก ผมหันหลังกลับไม่อยากเห็นหน้าพี่ความจริงผมกำลังซ่อนน้ำตาไว้ ผมไม่อยากอ่อนแอต่อหน้าพี่ กว่าจะกลืนก้อนสะอื้นลงคอไปได้ก็ต้องใช้ความพยายามมากอย่างเหลือเกิน

“มะ..เมื่อ..ไหร่..”

...บ้าจริง!...เสียงมันก็ยังสั่น

“อาทิตย์หน้า ช่วงนี้สถานการณ์แถบนั้นไม่ค่อยดีนัก ที่นั่นกำลังต้องการคนไปช่วยอยู่มาก”

“แล้วทำไมต้องเป็นพี่..พี่ฮะ..ฟลุ๊ค”

“พี่เลือกแล้วฟลุ๊ค...พี่อยากทำประโยชน์ให้บ้านเมืองช่วยเหลือคนที่ลำบาก..มันคือสิ่งที่พี่ตั้งใจมาตลอด”

...แล้วฟลุ๊คล่ะฮะ...พี่ไม่ห่วงฟลุ๊คแล้วเหรอ...

“...พี่รู้ไหม..พี่ใจร้ายมาก...พี่โอ”

ผมปล่อยน้ำตาออกมาจนได้ นั่นคือครั้งสุดท้ายที่พี่ได้เห็นมัน

“ฟลุ๊ค...ฟลุ๊ค...รอเดี๋ยว...พี่ขอโทษ..พี่..อืม...ม..ม”

มือของพี่เอื้อมมาจะคว้ามือผมอีกครั้ง แต่คราวนี้ผมสะบัดออกอย่างแรง เจ็บแผลที่ข้อมือซ้าย แผลเป็นที่มันกลายเป็นคีลอยด์น้อยๆไปแล้ว ผมสวมนาฬิกาเรือนโตปิดมันไว้

ผมไม่รู้ว่าผมเดินจากตรงนั้นมาที่รถได้อย่างไร หัวใจของผมแตกสลาย ตลอดอาทิตย์ผมหลบหน้าพี่ไม่ไปส่งพี่ ผมบินไปอเมริกากับพี่ไอซ์ใช้เวลาอยู่ที่นั่นตลอดปิดเทอมนั้น

“อะไรที่มันอัดอั้นอยู่ในใจ ถ้าอยากจะระบายผมยินดีรับฟังนะครับ”

“ผมไม่อยากเห็นคุณเศร้าเลยนะฟลุ๊ค”

เสียงทุ้มนุ่มและมือที่เช็ดน้ำตาให้ผม ดึงผมกลับสู่ปัจจุบัน ผมลุกนั่ง น้ำตาของผมยังไหลไม่หยุด นี่คงเป็นครั้งที่สองแล้วที่ผมร้องไห้ต่อหน้ากัส ผมไม่เคยร้องไห้ต่อหน้าใครมานานแล้วตั้งแต่ที่พี่เคยบอกไว้ แต่กับกัสคนที่ผมรู้สึกเหมือนเป็นที่พึ่งพิงที่พักใจได้คนนี้ ผมยอมอ่อนแอให้เขาเห็น ผมอ่อนล้าในใจอย่างเหลือเกินเหนื่อยเกินกว่าจะหันหน้าหนี ผมเลยทำได้แต่เพียงอยู่นิ่งๆให้กัสเช็ดน้ำตา สัมผัสนั้นมันนุ่มนวลและอ่อนโยน รอยยิ้มจริงใจทำให้ผมใจชื้นขึ้น

“ขอบคุณสำหรับความห่วงใยและหวังดีของคุณนะกัส ขอบคุณจริงๆ”

ผมคลี่ยิ้มออกมาได้

“ผมบอกแล้วไงว่าหน้าหวานๆของคุณมันเหมาะกับรอยยิ้มมากกว่าที่จะมีน้ำตานะครับ”.
.
.
.
ผมรู้สึกเบื่อนิดหน่อยที่ต้องนั่งรอน้องอยู่ที่ห้องรับแขก แม้ว่าคุณป้าแม่ของนายกัสอะไรเนี่ยจะนั่งเป็นเพื่อนคุยกับผมอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะขอตัวไปเตรียมอาหารกลางวัน แต่ผมก็รู้สึกว่าตัวเองว่างอยู่ดี ผมก็เลยเดินสำรวจบ้านไปเรื่อยๆ เป็นบ้านทรงไทยขนาดไม่ใหญ่มากนัก เนื้อที่ที่เหลือรอบๆบ้านนั้นเต็มไปด้วยสวนผลไม้ร่มครึ้ม ทำให้บริเวณโดยรอบเย็นสบาย ผมเห็นอาคารหลังหนึ่งซ่อนตัวอยู่ในดงไม้ลิบๆนั้น น่าจะเป็นที่ๆน้องกับกัสใช้ซ้อมดนตรีกัน คิดถึงเสียงเปียโนจากฝีมือน้อง นานแล้วที่คนหน้าหวานไม่ได้เล่นอีกเลยหลังจากเกิดเรื่องยุ่งๆขึ้น


ผมยืนดูรูปถ่ายที่ตั้งโชว์ไว้ในบริเวณห้องรับแขก ท่าทางนายกัสนี่จะเป็นศิลปินหลายแขนงอยู่เหมือนกัน เพราะนอกจากจะมีรูปที่ถ่ายไว้ตอนเล่นดนตรีแล้ว ก็ยังมีภาพวาดจากสีน้ำและลายเส้นอยู่ไม่น้อย ส่วนใหญ่เป็นภาพวิวตามสถานที่ต่างๆ นอกจากนั้นยังมีภาพวาดแบบที่เรียกว่าอิมเพรสชันนิสม์อยู่หลายภาพ ทุกภาพมีลายเซ็นต์เจ้าของภาพเป็นภาษาอังกฤษตัวเขียนอย่างสวยงามว่าDew Gusso อืม สังสัยจะเป็นญาติกับ Pigassoนะนี่นะ..หึๆ


ผมได้กลิ่นอาหารที่คุณแม่นายกัสกำลังปรุงลอยออกมาจากเรือนครัวด้านหลังของเรือนหลังนี้ อดเดินไปดูไม่ได้ เผื่อว่าผมจะได้ช่วยหยิบจับอะไรได้บ้าง.. ผมเยี่ยมหน้าเข้าไปในครัวก็เห็นแม่ของกัสกับเด็กสาวรุ่นคนหนึ่งกำลังช่วยกันปรุงอาหารกลางวันและน่าจะเป็นอาหารเส้น แต่ผมยังไม่ทราบว่าเป็นอะไรแน่


“กำลังทำอะไรกันอยู่หรือครับ”

“อ่ะอ้าว..คุณโอ ไปนั่งรอที่ห้องรับแขกเถอะค่ะในนี้ร้อนออกค่ะ”

“ คือ..ผมว่างจนดูเหมือนตัวเองไร้ประโยชน์ไงไม่รู้สิครับ”

“พอจะมีอะไรให้ผมช่วยไหมครับ”

ผมมองดูน้ำแกงที่กำลังเดือดปุดๆในกระทะ เป็นน้ำแกงที่ออกข้นเล็กน้อยมีกลิ่นกะทิที่ผัดกับเครื่องแกงจนหอม เห็นมีก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็กลวกสุกจัดใส่จานขมวดไว้เป็นก้อนขนาดพอดีคล้ายๆจับขนมจีน ใกล้ๆกันนั้นก็มีถาดบรรจุผักที่คาดว่าน่าจะใช้ทานแกล้มกับอาหารชนิดนี้อยู่หลายชนิดเช่นหัวปลี ต้นหอม กุยช่าย ถั่วงอกดิบพริกทอดและมะนาวหั่นซีก


“หมี่กะทิสูตรอีสานค่ะเคยทานไหมคะ รสชาติออกเปรี้ยวเค็มหวานสามรสค่ะ คล้ายของทางกรุงเทพแต่ใช้เส้นเล็กแทนและไม่ได้ผัดเส้นกับกะทิโดยตรง”


“ครับแปลกดีแต่หน้าตาท่าทางน่าอร่อยนะครับ”


“ค่ะ..น้องฟลุ๊คชอบมาก แม่เคยทำให้ทานตอนดิวพาน้องมาที่นี่ครั้งแรก ติดใจทานเยอะเชียวค่ะ ก็เลยทำให้ทานอีกแต่ไม่เผ็ดมากหรอกนะคะเพราะน้องทานเผ็ดไม่เก่ง “


“ครับ..อืม..น้องฟลุ๊คมาที่นี่ทุกวันหรือครับ”


“ค่ะ...แล้วก็ขลุกกันอยู่ที่โรงฝึกนั่นแหล่ะค่ะ นี่ก็คงใกล้พักแล้ว แต๋ว ไปตามคุณฟลุ๊ค คุณดิวมาทานกลางวันไป”


“อ่ะเดี๋ยวผมไปตามให้ดีกว่าครับ..ใช่อาคารในสวนนั่นหรือเปล่าครับ”

เดินลัดเลาะมาตามทางเดินที่ร่มครึ้มในสวน อากาศที่นี่เย็นมากเพราะนอกจากจะเป็นบรรดาพวกผลไม้แล้วผมยังเห็นมีไม้ใหญ่ที่คาดว่าจะอายุหลายสิบปียืนต้นโดดเด่นอยู่ท่ามกลางสวนนี้ด้วยอย่างประดู่ที่ออกดอกเหลืองสวยให้กลิ่นหอมเย็นนั้นก็มีอยู่หลายต้นทำให้สวนธรรมชาติแห่งนี้ดูสว่างและงามตามธรรมชาติ


ผมแว่วเสียงหัวเราะของคนสองคนดังมาจากอาคารชั้นเดียวรูปทรงคล้ายอาคารเรียนสมัยก่อนยกพื้นขึ้นนิดหนึ่ง ฝาโดยรอบเป็นไม้ประกอบกับประตูบานเฟี้ยมมีหน้าต่างอยู่หลายบาน ผมเดินมาใกล้ในระยะที่สามารถมองเห็นความเคลื่อนไหวในอาคารได้อย่างชัดเจนจากหน้าต่างบานสูงที่เปิดโล่งจากเพดานจรดพื้นนั้น


ผมเห็นกัสกับน้องอยู่ในชุดJudoji แบบคนฝึกยูโดใส่กัน นี่มาซ้อมดนตรีทำไมแต่งตัวแบบนี้ นายกัสรวบร่างน้องล้มลงบนพื้นที่ปูเบาะสำหรับการฝึกไว้จนเต็มพื้นที่ กดไหล่น้องกับพื้นอยู่นาน คนถูกกดหัวเราะร่าและพยายามบิดตัวหนี มือที่พยายามเกาะแกะที่เอวด้วย น้องบ้าจี้ครับ เอวคือจุดอ่อนสำคัญที่สุดของน้องแล้ว ผมไม่ได้ยินเสียงหัวเราะร่าเริงแบบนี้มานานแล้ว กำลังฝึกยูโดกันหรือ อืม..ทำไมผมไม่เคยรู้มาก่อนว่าน้องอยากฝึก


“โอ๊ย...คุณครูยอมแล้วครับ ไม่หนีแล้วครับ”


น้องทิ้งตัวนอนแผ่หลามีนายกัสนอนอยู่ข้างๆ...ผมเห็นนายกัสนอนมองน้องอยู่นานแล้วก่อนที่นิ้วเรียวยาวของกัสจะลูบที่หน้าผากน้อง คนที่ลุกนั่งก่อนพูดอะไรกับน้องสักอย่างด้วยใบหน้าที่แย้มยิ้ม ก่อนที่น้องจะลุกนั่งตาม กัสใช้หลังมือเช็ดหน้าให้น้องด้วย ผมไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองเลยจริงๆ... สายตาแบบนี้ สายตาของกัสที่มองน้อง ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาคิดอย่างไร เพราะผมเชื่อว่าความรู้สึกของผมกับกัสคงเหมือนกัน...ใจผมกระตุกแรง ..


..นายกัสรักน้อง...


ลำคอตีบตันขึ้นมาเฉยๆ ผมกลืนน้ำลายลงคอด้วยความยากลำบาก เป็นกัสที่หันมาเห็นผมยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น


“อ้าว ...มายืนทำอะไรตรงนั้นครับพี่โอ”


น้องหันมองตามกัส คนหน้าหวานสีหน้าตกใจที่เห็นผม รีบใช้หลังมือเช็ดหน้าอย่างลวกๆก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วรีบวิ่งออกมาที่ระเบียงทันที ปากแดงอิ่มเม้มแน่น ตาโตมีแววไหวระริก น้องเอ่ยออกมาเบาๆ


“พี่โอ..อ่ะ..ฟลุ๊ค”


ผมก็ยืนจ้องหน้าคนหน้าหวานอยู่นาน ...ในใจผมเจ็บ...บอกไม่ถูกว่ารู้สึกอย่างไรกับภาพที่เห็น เหมือนผมจะหายใจไม่ออกหากผมยังยืนอยู่ตรงนี้ หลับตาสกัดกลั้นก้อนแข็งๆที่วิ่งมาจุกที่คอ เบือนหน้าจากภาพนั้น..นาน...กว่าจะเอ่ยประโยคที่สมควรพูดออกไปได้


“คุณป้าให้มาตามไปทานกลางวัน”


รู้ว่าผมกำมือแน่นจนเล็บกดลึกกับผ่ามือใหญ่...เจ็บ... ผมรีบหันหลังเดินออกมาอย่างรวดเร็ว..ก่อนที่ผมจะทำบางอย่างที่ไม่สมควรออกไป


ผมไม่รู้ว่าผมทนอยู่ที่นี่ต่อได้อย่างไร ผมยังนั่งเป็นไอ้งั่ง!! มองภาพน้องกำลังเล่นเปียโนโดยมีกัสเล่นกีตาร์อยู่ใกล้ๆ เสียงหวานๆที่กำลังร้องบทเพลงไพเราะใบหน้าสวยที่กำลังยิ้มหวานสบตาหนุ่มนักดนตรีหน้าใส ขณะประสานเสียงในเพลงที่น้องบอกว่าจะใช้แสดงในงานแต่งงานน้องไอซ์สุดสัปดาห์นี้ ทำให้ใจผมสั่น...ผมกำลังสูญเสียความมั่นใจในตัวเอง ผมกำลังจะสูญเสียน้องไปจริงๆแล้วใช่ไหม



ผมชอบฟังเพลงแต่ผมร้องเพลงไม่ดีเลย เสียงผมคงไม่เหมาะกับการร้องเพลงสักเท่าไหร่ ความจริงผมก็ไม่เคยร้องจริงจังๆหรอกครับเพราะงานอาชีพแบบผมนั้นมันหาทางพบกับสิ่งสุนทรีนี้ยากมาก... ไอ้พี่บ้าไอ้คนปากร้ายใจกระด้าง....คำที่น้องมักจะว่าผมเสมอ ..ผมคงเป็นแบบนั้นจริงๆสินะ



“...ไม่ใช่เหงา ไม่ใช่เผลอ ที่ฉันนั้นรักเธออย่างง่ายดาย
ไม่ใช่ฉัน แค่อ่อนไหว ไม่ใช่ฟ้ามาดลใจให้รักเธอ

ไม่ใช่เหงา ไม่ใช่ฝัน ที่ฉันนั้นทำไปก็รู้ตัว
แปลกใช่ไหม ที่ไม่กลัว ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน

แค่เพราะหัวใจมันบอก อาจไม่ค่อยพอ แต่ฉันก็ยังมั่นใจ ว่าต้องใช่เธอ
เสียงหัวใจเรียกร้องแปลกๆ ให้รู้สึกดีที่มีเธอ
ขอเชื่อหัวใจตัวเอง แค่สักครั้งหนึ่ง ถึงแม้ว่ามันดูเสี่ยง ที่ตัดสินใจ
ขอเชื่อในความรักสักหน่อย แม้รักนั้นอาจทำให้ช้ำใจ

อาจจะเร็ว หากใครมอง และคิดไม่เหมือนใครอย่างเขาเป็น
แต่ที่รู้ แต่ที่เห็น ไม่เห็นมีใครดีเหมือนเธอ

แค่เพราะหัวใจมันบอก อาจไม่ค่อยพอ แต่ฉันก็ยังมั่นใจ ว่าต้องใช่เธอ
เสียงหัวใจเรียกร้องแปลกๆ ให้รู้สึกดีที่มีเธอ
ขอเชื่อหัวใจตัวเอง แค่สักครั้งหนึ่ง ถึงแม้ว่ามันดูเสี่ยง ที่ตัดสินใจ
ขอเชื่อในความรักสักหน่อย แม้รักนั้นอาจทำให้ช้ำใจ

แค่เพราะหัวใจมันบอก อาจไม่ค่อยพอ แต่ฉันก็ยังมั่นใจ ว่าต้องใช่เธอ
เสียงหัวใจเรียกร้องแปลกๆ ให้รู้สึกดีที่มีเธอ
ขอเชื่อหัวใจตัวเอง แค่สักครั้งหนึ่ง ถึงแม้ว่ามันดูเสี่ยง ที่ตัดสินใจ
ขอเชื่อในความรักสักหน่อย แม้รักนั้นอาจทำให้ช้ำใจ

ขอเชื่อในความรักสักหน่อย แม้รักนั้นอาจทำให้ช้ำใจ...”



“ฟลุ๊คครับผมว่าจะเล่นเพลงนี้ในงานด้วยนะ... อืม... เรามีเวลาแค่ไหนกับงานในส่วนนี้นะ”


กัสเดินมาพลิกโน้ตที่เปียโนน้องแล้วจดบางอย่างที่ต้องแก้ไขในการร่วมบรรเลงเพลงด้วยกัน คนหน้าหวานพยักหน้ารับฟังการอธิบายของกัสทำความเข้าใจกับการปรับแต่งบทเพลงในการบรรเลงพร้อมกับจดบันทึกอย่างใส่ใจ เพลงนี้กัสบอกว่าแต่เดิมเป็นของนักร้องผู้หญิงแต่ก็มีนักร้องชายนำมาร้องใหม่เขาก็เลยจะใช้เวอร์ชั่นนี้ในการบรรเลง และแบ่งท่อนคำร้องให้น้องร่วมร้องด้วยกัน


ยิ่งเห็นทั้งสองคนคุยกันกะหนุงกะหนิงเรื่องเพลงและดนตรียิ่งทำให้ผมเหมือนถูกกันออกมาจากตรงนั้น ผมกับน้องเราไม่มีอะไรที่เข้ากันได้เลยจริงๆ…ผมกับน้อง...เราเหมือนอยู่กันคนละโลก...โลกของน้องคงไม่มีผมอยู่ในนั้น..เจ็บแปลบในใจจนผมต้องยกมือขึ้นทาบมันไว้


ค่ำแล้วผมขับรถพาน้องกลับ บรรยากาศในรถเงียบอย่างเหลือเกิน... เงียบ...จนผมได้ยินกระทั่งเสียงหัวใจตัวเอง ผมเหลือบดูหน้าคนที่นั่งข้างๆ น้องหลับตาพริ้มอิงศีรษะกับกระจกรถไว้ ใบหน้าหวานของคนที่ผมจำต้องตัดใจอยู่ห่างหลังจากเรียนจบสามพราน ยิ่งเห็นภาพเด็กชายที่กำลังจะพ้นจากรั้วโรงเรียนสู้อ้อมแขนของรั้วมหาวิทยาลัย เด็กน้อยที่กำลังกลายเป็นเด็กหนุ่มที่หน้าหวานอย่างเหลือเกิน คนที่ผมรู้ว่าผมเทใจให้ไปจนหมดสิ้น ยิ่งผมรู้ว่าผมรักน้องมากเท่าไหร่ ผมก็ต้องยิ่งทำตัวออกห่างให้มากที่สุด เพราะผมกลัวใจตัวเอง ผมกลัว..กลัวจะทำให้ทุกคนผิดหวัง


“พ่อครับโอจะไปรับราชการที่ชายแดนนะครับ”


ผมบอกกับพ่อหลังจากที่การสอบเสร็จเรียบร้อยและมีการเลือกลำดับหน่วยที่ต้องการประจำการ ทั้งๆที่คะแนนผมอยู่ในระดับต้นๆสามารถเลือกในที่ๆหลายคนอยากได้เช่นในกรุงเทพ แต่ผมกลับเลือกที่จะออกไปต่างจังหวัดที่ห่างไกลในภาคเหนือ พ่อไม่ถามอะไรมากมายได้แต่ตบบ่าอย่างเข้าใจ


“พ่อเคารพการตัดสินใจของลูกเสมอ พ่อเชื่อว่าโอโตแล้ว และตัดสินใจเองได้ อ้อ..อย่าลืมโทรไปบอกแม่เขาด้วยล่ะ”


“ครับ”



ผมเลี้ยวเข้าจอดในโรงรถขนาดใหญ่ของอาณาจักรธรรมมล ก็เกือบสามทุ่มแล้ว รถจอดสนิทแต่น้องก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะตื่น ผมยื่นหน้าเข้าไปใกล้ ใบหน้าหวานที่ต้องแสงจากโคมในโรงรถที่สว่างพอจะเห็นเครื่องหน้าได้ถนัด ผมปลุกน้องที่หลับมาตลอดทางนั้นด้วยเสียงที่แผ่วเบา


“ฟลุ๊ค..ฟลุ๊ค...ตื่นได้แล้ว”


น้องงัวเงียลุกนั่งบิดขี้เกียจเล็กน้อย ก่อนจะเปิดประตูลงไป ผ่านห้องรับแขก นายหัวปัญญานั่งดูข่าวคล้ายท่านจะรอเราทั้งคู่อยู่


“อ้าวมาพอดี มานี่ก่อนทั้งสองคน”


“ฮะป๊ามีอะไรหรือเปล่าฮะ”


น้องเข้ามานั่งโซฟาตัวเดียวกับนายหัว ผมเลือกนั่งที่โซฟาด้านข้างเยื้องออกไปเล็กน้อย นายหัวยิ้มและหัวเราะชอบใจที่ลูกชายออดอ้อนกอดเอวและกำลังซุกหน้าอิงไหล่ท่านไว้ ฝ่ามือใหญ่ขยี้หัวลูกชายคนเล็กเบาๆก่อนจะหันมาคุยกับผม


“เรื่องงานคงไม่น่าจะมีอะไรต้องห่วงใช่ไหมโอ”


“ครับ..ผมรับรองว่าไม่มีการผิดพลาดแน่ครับ”


“ดี..พ่อก็จะได้เบาใจ หลังจากงานแต่งไอซ์แล้วพ่อจะวางมือเสียที ต่อไปธรรมมลกรุ๊ปจะอยู่ในความดูแลของฟลุ๊คแล้ว โอจะอยู่ช่วยดูแลน้องแบบนี้ไปตลอดได้ไหม”


“ป๊า!”


น้องคงตกใจไม่ต่างจากผมเท่าไหร่นัก ผมจ้องตากลมโตที่ไหวระริกนั้น ก่อนจะบอกออกไปอย่างเต็มใจ


“ครับ ผมสัญญา”


“ป๊า!พูดอะไรอย่างนั้นฮะ...ฟลุ๊คดูแลตัวเองได้หรอกฮะ”


นายหัวขยี้ผมยุ่งๆของน้องเล่น เด็กดื้อหันมาเบ้ปากใส่ผมก่อนจะหอมแก้มคนเป็นพ่อฟอดใหญ่แล้วขอตัวออกไป


“ฟลุ๊คเหนียวตัวขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะฮะป๊า ราตรีสวัสด์ฮะ”


“อย่าถือสาน้องนะโอ น้องก็เป็นแบบนี้ ยิ่งช่วงที่โอไม่อยู่น้องเฮี้ยวมาก ไม่มีระเบียบเลย จนพ่อก็เอือมระอา นี่ดีขึ้นมากเลยนะตั้งแต่โอกลับมา”


ก่อนจะลุกออกมานายหัวพูดบางอย่างกับผม บางอย่างที่ทำให้ผมใจกระตุกแรง


“พ่อฝากน้องไว้กับโอแล้วนะ..เพชรเม็ดนี้อยู่ในมือโอสุดแท้แต่โอจะเจียระไนแล้วล่ะ”



ผมอาบน้ำแล้วแต่ยังไม่รู้สึกง่วง อาจเพราะผมงีบมาตลอดทางระหว่างกลับมาจากบ้านกัส ผมออกมาเปิดเพลงที่ห้องโถง ฟังเพลงจากเฮดโฟนนั่งหลับตาเอนหลังกับโซฟาเบด เพลงบรรเลงไพเราะแผ่วๆทำให้เคลิบเคลิ้มการฟังเพลงแบบนี้ทำให้ผมหลับได้ง่าย


ผมเลิกใช้ยานอนหลับมาได้สักระยะแล้ว การได้ออกกำลังกายโดยการฝึกกับกัสและการคลายอารมณ์โดยการเล่นดนตรีด้วยกันทำให้ผมรู้สึกผ่อนคลาย ผม ได้หัวเราะอย่างที่ไม่เคยหัวเราะมาก่อน ช่วงเวลาที่ผมอยู่ที่บ้านกัส ผมมีความสุข แต่ก็ยังไม่ที่สุด เพราะกัสคือคนที่ผมไว้ใจ..แต่ไม่ใช่คนที่ผมรัก


ผมหลับไปตอนไหนไม่รู้ รู้ตัวอีกทีก็เหมือนมีมืออุ่นๆลูบแก้ม กลิ่นหอมเย็นที่คุ้นเคยอบอวลอยู่รอบกาย และสัมผัสแผ่วๆที่มุมปากนี้คืออะไร ผมปรือตาขึ้นมองก็เห็นว่าพี่โอกำลังถอดเฮดโฟนออกให้ พี่นั่งยิ้มอยู่ใกล้มาก ผมเผลอจ้องใบหน้าคมคายนั้นอย่างไม่ได้ตั้งใจ รอยยิ้มแบบนี้ที่ผมโหยหามานาน


“...พี่โอ...”


“ไปนอนได้แล้ว มานั่งหลับตรงนี้อยู่ได้ ไป๊”


พี่ขยี้ผมของผมเล่น ปล่อยหัวเราะเบา พี่ยิ้มอารมณ์ดี จนผมอดหมั่นไส้ไม่ได้


“อื่ย!!..ไม่ต้องมาไล่เลย จะนอนตรงนี้จะทำไม ชิส์”


ผมรู้สึกขัดใจ ผมกำลังหลับสบายแต่ความที่ถูกปลุกให้ตื่นทำให้ผมอารมณ์เสีย ยิ่งเห็นว่าเป็นพี่ผมก็อยากจะเหวี่ยงขึ้นมาซะเฉยๆ หมั่นไส้ใบหน้าที่ทำขรึมตั้งแต่อยู่ที่บ้านกัสแล้ว ผมแอบน้อยใจที่พี่ไม่แสดงอาการหวงผมเลยสักนิด ผมรู้นะว่าพี่เห็นว่ากัสแตะต้องตัวผม... บ้าจริงๆ! ผมคิดอย่างนี้ได้อย่างไร อดอายที่เผลอคิดไปว่าพี่จะหวงผม


...ใช่สิ!..ผมกับพี่เราไม่ได้เป็นอะไรกัน...อยู่ๆใจมันหาย... ผมรู้สึกโหวงในอกขึ้นมาเฉยๆ เม้มปากแน่น แล้วรีบลุกเดินหนีเพื่อจะเข้าห้องแต่เพราะผมคงรีบมากไปผมสะดุดขาตัวเองล้มลง เข่ากระแทกกับพื้นอย่างจัง


“โอ๊ะ!”


“อ่ะ!เป็นไงบ้างให้พี่ดูสิ”


ผมปัดมือพี่ที่กำลังจะถึงตัวผมอย่างแรง


“ไม่ต้องมายุ่งเลย..เกลียดจริงๆเลยชิส์”


ตาคมคู่นั้นมีแววกร้าวขึ้นทันที ปากบางๆของพี่เม้มแน่น โกรธละสิ ผมไม่สน ..ผมเชิดหน้าใส่ให้ด้วย...ผมเบื่อที่ต้องคอยกดอารมณ์ไว้เหมือนกัน ผมอยากวีนพี่ อยากเหวี่ยงพี่ ให้สาสมกับที่พีเย็นชากับผมมาตลอด หึ!..


รีบหันหลังกลับเพราะไม่อยากพูดต่อแล้ว แต่ผมช้ากว่ามือใหญ่ที่ดึงรั้งผมไว้เข้าสู่อ้อมกอด ผมพยายามดิ้นหนีแต่วงแขนนั้นกลับรัดแน่นขึ้นอีกจนผมอึดอัด อกพี่กับอกผมเบียดกันจนสัมผัสถึงลมหายใจที่รินรดกันอยู่


“ไอ้พี่บ้า!ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ”


“ทำไม!..เพราะเป็นพี่ถึงแตะต้องตัวไม่ได้ใช่ไหม... แต่กับนายกัสนั่นถึงขนาดลูบหน้าลูบตากันเลยเชียวหรือ”


จมูกโด่งคลอเคลียอยู่ข้างแก้มผม ปากบางกระซิบคำที่ผมทนฟังไม่ได้ออกมา


“แล้วนี่...ลูบ...ไปถึงไหนๆกันบ้างแล้วล่ะ”



“หยาบคาย..ไอ้พี่บ้า!!”


ผมผลักอกพี่อย่างแรง แต่พี่ไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย วงแขนแข็งแรงรัดผมแน่นขึ้น


“ฮื่ย!!..พี่โอปล่อยฟลุ๊คนะฟลุ๊คอึดอัด..ปล่อยสิ”


“ได้ปล่อยก็ได้..แต่ปล่อยในห้องนอนนะมานี่”


++++++TBC++++++++



Create Date : 22 มกราคม 2555
Last Update : 22 มกราคม 2555 10:47:47 น. 11 comments
Counter : 556 Pageviews.

 
กรี๊ดดดนายดิว...บังอาจมาแตะต้องตัวน้องฟลุ๊คได้ไง??
แล้วคุณน้องก็ปล่อยให้เค้ามาแตะต้องเนื้อตัวทำไม??
ไอ้พี่เกรียนเลยเข้าใจผิด...ถึงกับช็อค!!!ไปไม่เป็นกันเลยเชียว
แต่...ท่าทางน่าจะเป็นผลดีก็ได้นะ
เพราะว่าไอ้พี่เกรียนอาจจะหึงจนขาดสติ.....
แล้วก็เผลอบอกความในใจออกมาก็ได้ฮิ้วววววว
แค่คิดก็ยิ้มแก้มปริรอล่วงหน้าแล้วอ่ะ...
รอตอนต่อไปแบบติดขอบจอใจจดใจจ่อแล้วเนี่ย^^
ขอบคุณน้องดาที่มาลงฟิคต่อให้...
เป็นกำลังใจให้เสมอนะคะ...
"ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดใช้"
เฮงๆรวยๆและมีสุขภาพแข็งแรงนะคะ


โดย: พี่นิดจร้า^^ IP: 110.49.153.57 วันที่: 22 มกราคม 2555 เวลา:16:12:59 น.  

 
ที่สุดแล้วคือปลื้มwriterมาก ๆ


โดย: sngg IP: 61.90.118.45 วันที่: 22 มกราคม 2555 เวลา:17:38:04 น.  

 
"ซินเหนียน เขว้าเล่อ" นะคะ

ว่างๆ รบกวนมาต่อฟิคให้อ่านอีกนะคะ


โดย: หนูมาลี IP: 10.132.0.129, 202.12.97.116 วันที่: 22 มกราคม 2555 เวลา:21:25:22 น.  

 
ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดใช้ ขอให้ร่ำรวย เงินทองไหลมาเทมาโชคลาภมากมายนะคะคุณดา อ่านถึงตอนจบกริ๊ดสลบเลย แย่ละซิตอนนี้ต้องมานั่งกระวนกระวายใจ ลุ้นรอตอนต่อไป ขอบคุณคุณดานะคะสนุกมากเลยคะ


โดย: TUM IP: 125.24.114.40 วันที่: 22 มกราคม 2555 เวลา:21:43:06 น.  

 
ชอบมากค่ะ รอติดตามทุกเรื่องเล้ยคะ


โดย: PPชาวซุ่ม IP: 161.200.100.2 วันที่: 22 มกราคม 2555 เวลา:23:50:58 น.  

 
กรี้ดดดดดดด......น่ารักที่สุดดดดด

พี่โอจะทำอะไรน้องอะ......เบาๆมือหน่อยนะ ^^

รออ่านตอนต่อไปไม่ไหวแล้วลุ้นๆๆๆๆ


โดย: lunarcry25 IP: 115.87.208.93 วันที่: 23 มกราคม 2555 เวลา:1:31:21 น.  

 
แอร๊ยยยย พี่เกรียนจะทำไรน้องเนี่ย
อยากรู้ๆๆ รอตอนต่อไปนะค๊าา


โดย: lovePK IP: 223.204.88.153 วันที่: 23 มกราคม 2555 เวลา:7:15:31 น.  

 
มันคงเป็นความรัก


โดย: miyukik IP: 10.28.121.228, 110.49.236.41, 141.0.9.142 วันที่: 23 มกราคม 2555 เวลา:10:11:47 น.  

 

สนุกมากๆค่ะ ลุ้นๆรอตอนต่อไป


โดย: pink bunny IP: 161.200.100.2 วันที่: 23 มกราคม 2555 เวลา:10:37:26 น.  

 
กรี๊ดดดดดดดด!!! จบตอนได้น่าลุ้นมากกกกกกก!!! พี่โอจะทำอะไรน้องคะถึงต้องพาเข้าห้องนอน!!!
ตอนนี้น้องดื้อและเกเรมาก ทั้งวีนทั้งเหวี่ยงจนชักสงสารคนพี่แล้วสิ ถ้าเด็กมันดื้อก็สั่งสอนตบ(ด้วยปาก)ไปบ้างก็ได้นะคะ โฮะๆๆ~
รอตอนต่อไปอย่างใจจดจ่อเลยงานนี้ รีบมาลงนะคะพี่ดาขา......


โดย: Lookwha IP: 58.10.84.216 วันที่: 24 มกราคม 2555 เวลา:15:54:42 น.  

 
แวะทักทายคับ ดูแลสุขภาพกันด้วยนะครับ








น้ำหอม diesel


โดย: เพื่อนปราจีน วันที่: 26 มกราคม 2555 เวลา:20:24:40 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

womam in love
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




...อยากให้รัก...หมุนรอบตัวฉันและเธอ...ตลอดไป..
http://i485.photobucket.com/albums/rr213/yamiejung16/ui20.gif
New Comments
Friends' blogs
[Add womam in love's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.