Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2554
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728 
 
7 กุมภาพันธ์ 2554
 
All Blogs
 
เกร็ดความรู้เรื่องชีสเค้ก

ชีสเค้กแบ่งได้ 2 ประเภท คือ ชีสเค้กแบบอบ และชีสเค้กแบบแช่เย็น

ชีสเค้กแบบอบ

ชีสเค้กแบบอบ ค่อนข้างเป็นที่นิยมแพร่หลาย เพราะลักษณะเนื้อจะแน่น ยิ่งแช่เย็นเก็บไว้เนื้อเค้กจะยิ่งฉ่ำอร่อย



การทำชีสเค้กแบบอบ คือ การตีครีมชีสให้เนียนที่สุด ระหว่างการตีครีมชีสจนขึ้นฟู ต้องหมั่นปาดก้นอ่างของเครื่องตี เพราะครีมชีสมักเป็นเม็ดไม่แตกตัว เมื่อตีครีมชีสจนขึ้นฟูแล้วจึงใส่ส่วนผสมอื่นๆ เช่น น้ำตาลทราย แป้งข้าวโพด วิปปิ้งครีม ฯลฯ แล้วนำเข้าอบ ส่วนใหญ่ต้องอบด้วยอุณหภูมิต่ำ ใช้เวลาอบนาน และเมื่ออบเสร็จแล้ว ควรนำไปพักไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดาอย่างน้อย 1 คืน แล้วจึงค่อยแกะออกจากพิมพ์

เคล็ดลับการทำชีสเค้กแบบอบ
- ควรนำครีมชีสออกมาจากตู้เย็นก่อนใช้ โดยนำมาวางไว้ที่อุณหภูมิห้องให้ครีมชีสนุ่ม
- อุณหภุมิในการอบส่วนใหญ่จะอยู่ระหว่าง 160-200 องศาเซลเซียส ไม่แนะนำให้อบด้วยอุณหภูมิสูงเกินไป เพราะจะทำให้ขนมไหม้ หน้าของขนมแตกก่อนจะสุก
- การอบชีสเค้กจึงควรใช้วิธีหล่อน้ำ (Water Bath) เพราะไอน้ำจะช่วยกระจายความร้อนอย่างทั่วถึง และเพิ่มความชื้นในเตาอบ ทำให้เนื้อเค้กสุกอย่างสม่ำเสมอ และสิ่งสำคัญควรใส่น้ำรอไว้ให้ร้อนก่อนเพื่อจะไม่ทำอุณหภูมิในเตาลดลงขณะนำขนมเข้าอบ ที่สำคัญคือตอนหุ้มถาดอบต้องหุ้มให้มิดชิด อย่าให้น้ำเข้าได้นะคะ

ชีสเค้กแบบแช่เย็น

มีวิธีการทำคล้ายกับมูส คือ จะทำให้นุ่มด้วยการตีวิปปิ้งครีมให้ขึ้นฟู เบา และส่วนใหญ่จะใช้ไข่แดง โดยมีวิธีการอยู่ 2 แบบ คือ การใช้น้ำเชื่อมร้อนเทใส่ในครีมไข่แดงแล้วรีบคนเร็วๆ หรือการนำส่วนผสมไข่แดงไปตุ๋นและจะมีเจลาตินเป็นส่วนประกอบสำคัญที่จะทำให้ชีสเค้กแบบแช่เย็นอยู่ตัว แต่ถ้าใส่มากเกินไปจะทำให้เนื้อเค้กหนืดไม่น่ารับประทาน

เคล็ดลับการทำชีสเค้กแบบแช่เย็น

- วิปปิ้งครีมที่ใช้ควรตีให้ขึ้นปานกลาง หรือขึ้นน้อยกว่าการนำไปแต่งหน้าเค้ก เพราะถ้าตีฟูมากเกินไปจะทำให้วิปปิ้งครีมแตกตัวขณะผสมกับส่วนผสมไข่แดง
- การตีวิปปิ้งครีมไม่ให้ฟูมากเกินไป ป้องกันได้ด้วยการนำอ่างที่ตีรองด้วยน้ำแข็ง และวิปปิ้งครีมควรแช่เย็น
- ถ้าในสูตรใช้ไข่แดงปริมาณน้อย ควรใช้อ่างผสมแบบแคบ หรือก้นลึกเพื่อคนส่วนผสมได้ทั่วถึง


ขอขอบคุณข้อมูลจาก หนังสือ Bake a Profit ของบริษัท Best Foods




Create Date : 07 กุมภาพันธ์ 2554
Last Update : 7 กุมภาพันธ์ 2554 19:56:53 น. 2 comments
Counter : Pageviews.

 
เห็นภาพในบล็อกแล้วน้ำลายไหลเลยค่ะ


โดย: อารีรัตน์ วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:15:57:35 น.  

 
มาเก็บความรู้ น่ารักจังเลยค่ะ


โดย: allenalina วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:16:12:03 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
นับหนึ่งด้วยกันไหม
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




แพ้ชนะ ทุกข์หรือสุข มันเป็นเช่นไร คนหนึ่งคนกว่าจะเข้าใจ ต้องรู้ต้องโดนด้วยตัวเองไม่มีใครสอนให้มองเห็น ต้องล้มเอง รับเอง แพ้เอง รู้เอง ถึงจะค่อยๆเข้าใจ
>"*'^'~*-.,_,.-* in my life...i love you more *-.,_,.-*~'^'*"
Friends' blogs
[Add นับหนึ่งด้วยกันไหม's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.