Group Blog
 
 
สิงหาคม 2549
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
29 สิงหาคม 2549
 
All Blogs
 
Norway2004

วันที่ 4 จากคาลสตัดถึงออสโล
เช้าวันนี้ก็เหมือนกับทุกๆวัน ตื่นขึ้นมาก็เตรียมออกเดินทางออกจากโรงแรมราวๆแปดโมงเช่นเดิม จนไปถึงชายแดนสวีเดนกับนอร์เวย์








<ชายแดนของที่นี้ไม่เหมือนชายแดนของคนละประเทศเลย เหมือนกับชายแดนระหว่างจังหวัด ประมาณนั้น การข้ามประเทศไม่มีการตรวจตราหนังสือเดินทางใดๆทั้งนั้น




รถได้จอดให้คณะในกลุ่มได้ทำการ Tax Refund ส่วนผมก็นั่งรอเฉยๆเพราะไม่ได้ซื้ออะไรมาเลย พอเสร็จสิ้นก็ออกเดินทางต่อ พอผ่านเข้าเขตประเทศนอร์เวย์แล้ว ถนนจะดูสูงขึ้นเรื่อยๆ แต่ไม่มากนอร์เวย์อยู่สูงกว่าสวีเดน เพราะส่วนใหญ่ของประเทศเป็นภูเขา แต่สวีเดนส่นใหญ่เป็นที่ราบ ประมาณเที่ยงๆก็มาถึง ออสโล จุดมุ่งหมายแรกคือกินข้าว




<แต่พวกเราต้องเสียเวลาเพราะก่อนหน้าพวกเรามีทัวร์จีนมาลง ต้องรอให้เขากินเสร็จก่อน นึกมาแล้วเสียอารมณ์ พอทานข้าวเสร็จก็รอไกด์ชาวนอร์เวย์อีก ซึ่งมาช้า แต่เร่งรีบมาก เพราะจะเลิกตามเวลา แหมโคตรน่าเกลียดเลย มาเป็นกลุ่มก็อย่างนี้แหล่ะ เที่ยวแบบรีบๆ ออกจากร้านอาหารก็มุ่งหน้าขึ้นไปเรื่อยๆบนภูเขา




ผ่านบ้านเรือนชาวนอร์เวย์ ซึ่งสร้างอยู่อย่างแปลก โดยจะสร้างตามแนวภูเขาไปเรื่อยๆ ส่วนบางคนอยู่กันตามเกาะ เมืองของเขาก็ค่อนข้างสวยแต่ว่าเขาไม่รักษาความสะอาดกันเลย ถนนหนทางเต็มไปด้วยเศษขยะ ทิ้งเกลื่อนกันเชียว กทม.ยังพยายามทำให้สะอาดกว่าอีก ไม่เข้าใจการจัดการของเขาเหมือนกัน ทั้งๆที่เป็นประเทศร่ำรวย แต่ไม่ยอมลงทุนกวาดบ้านเมือง ซึ่งต่างจากสวีเดนที่ทุ่มเงินทำความสะอาดบ้านเมืองค่อนข้างสูง




จุดแรกที่ขึ้นไปชมคือ สถานที่เล่นสกี ซึ่งอยู่บนภูเขา สถานที่แห่งนี้เคยเป็นสนามกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวด้วย













แล้วจุดมุ่งหมายต่อไปก็คือพิพิธภัณฑ์เรือไวกิ้ง Vikings ship Musuem ซึ่งเป็นสถานที่จัดแสดงเรือไวกิ้ง และเรื่องราวของชาวไวกิ้ง ภายนอกพิพิธภัณฑ์ยังจัดแสดงจำลองเรื่องราวของชาวไวกิ้ง ซึ่งมีทั้งอาหาร ดนตรี เครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ












สถานที่ต่อไปคือสวนวิเกลันด์ Vigelandเป็นสวนสาธารณขนาดใหญ่ มีสีเขียวสวยงามทั้งสวน และยังประดับประดาด้วยรูปปั้น เรื่องราวของมนุษย์ตั้งแต่เกิดจนตาย สวนแห่งนี้ผู้คนมาใช้บริการค่อนข้างเยอะทีเดียว เป็นสถานที่ที่น่าชมอย่างยิ่งมีโอกาสก็อยากกลับไปอีกครั้งหนึ่ง

















พอออกจากสวนก็กลับไปที่โรงแรม เพื่อเช็คอินแล้วไปทานข้าวตามระเบียบ ช่วงทานข้าวพวกเรานัดแนะกัน 4 คนเพื่อออกไปเที่ยวชมเมืองโดยไม่ต้องการให้ใครไปกวนใจ เพราะไม่อยากเป็นทาสส่วนตัวท่านผู้มีอิทธิพลทั้งหลาย ดังนั้นจึงแอบทยอยกันออกมาแล้วก็อัตรธานหายไปจากกลุ่ม ที่ออสโลโรงแรมที่พักอยู่ใจกลางย่านสำคัญของเมืองเลยทีเดียว เพราะฉะนันเพราะเราจึงไม่กลัวที่จะหลงทาง และเวลาที่ไม่ต้องไปกลับกลุ่มใหญ่จะรู้สึกดีมาก มีอิสระ ไม่ต้องคอยรับใช้ใคร ด้วยความที่เป็นผู้อ่อนอาวุโส จึงไม่กล้าปฏิเสธเวลาโดนสั่งให้ทำนั้นทำนี่ แสนน่าเบื่อ แอบหนีออกมาเองน่ะดีกว่า หลังจากออกมาได้แล้วพวกเราก็เจอผนังร้านอาหารที่ทาสีสวยๆ จึงพากันถ่ายรูปเก็บไว้





บริเวณนี้มีจุดน่าสนใจหลายจุดที่พวกเราเดินผ่านเช่น มหาวิทยาลัยออสโล ซึ่งเป็นเพียงวิทยาเขตหนึ่ง








โรงหนังที่อยู่ในสไตล์โบราณ ลานกลางเมือง พระราชวังกษัตริ์นอร์เวย์






















และพวกเราได้เดินไปเรื่อยๆจนเจอท่าเรือ ซึ่งมีเครื่องเล่นต่างๆ จึงได้ไปเดินดู อิอิ ได้แต่ดูนะ ไม่ได้เล่น เพราะเงินน้อยไปหน่อย เที่ยวแบบจนๆก็เงี้ย แหล่ะครับ จนมืด ถึงได้เดินกลับโรงแรม วันนี้ช่วงที่มีความสุขที่สุดก็ช่วงแอบหนีเที่ยวนี้แหล่ะครับ เลยทำให้ติดใจการเดินทางแบบเที่ยวเอง ไม่ง้อทัวร์ เลยเป็นที่มาของการท่องสิงคโปร์และลาว และก็จะต้องมีโปรแกรมอืนต่อไปอีก









วันที่ 5 ดูงานที่ออสโลและลงเรือเดินสมุทร

วันที่ห้าของการเยื่อนดินแดนสแกนดิเนเวีย วันนี้ช่วงเช้าพวกเราต้องเดินทางไปดูงาน ณ โรงเรียนโฮล์มเลีย (Holmlia Skole) ซึ่งเป็นโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น แปดโมงเช้าถึงโรงเรียนแล้ว ยอมรับว่าชอบโรงเรียนนี้มาก เพราะดูจากภายในเป็นโรงเรียนที่ขนาดไม่ใหญ่เลย แต่หารู้ไม่เขาม่การขุดการเจาะ ลงไปใต้ดินอย่างน่าตื่นตา ตื่นใจ เมื่อไปถึงคณะของโรงเรียนได้บรรยายเกี่ยวกับโรงเรียนและระบบการศึกษาของประเทศนอรเวย์







โรงเรียนนี้มีความพิเศษตรงที่เป็นโรงเรียนรัฐบาลทั่วๆไป แต่ว่ากลับมีนักเรียนหลากหลายเชื้อชาติ มีมากถึง 22 เชื้อชาติ และในนั้นก็มีเด็กไทยที่อพยพตามแม่ที่แต่งงานกับสามีชาวนอร์เวย์ไปอยู่ด้วย น้องคนนี้เรียน ม.ปลาย มาที่นี้แค่ปีเดียวก็สามารถพูดภาษานอร์เวยได้แล้ว น้องคนนี้เลยเป็นล่ามไปโดยปริยาย







โรงเรียนตั้งอยู่บนเนินเขา ซึ่งเป็นปกติของกรุงออสโลหรือทั่วๆไปของนอร์เวย์ที่มีลักษณ์ภูมิประเทศเป็นภูเขาเสียส่วนใหญ่ เพราะฉะนั้นโรงเรียนนี้จึงหาที่ราบสร้างอาคารเรียนได้ ดังนั้นเขาจึงได้ขุดชั้นใต้ดินลงไปอีกอย่างน้อยสองชั้น ซึ่งข้างล่างเป็นสระว่ายน้ำขนาดใหญ่และสนามกีฬานานาชนิด รวมทั้งมีกีฬาปีนเขาด้วย






โรงเรียน สภาพห้องเรียนก็น่าเรียนดี โรงเรียนมีหน้าที่สอนภาษาให้กับเด็กนักเรียนที่มาจากหลากหลายเชื้อชาติด้วย อ้อที่โรงเรียนนี้เขายังมีภารโรงเป็นคนไทยด้วยนะครับ







เสร็จากการดูงานที่โรงเรียนนี้ก็เข้าไปรับประทานอาหารในเมืองกันตามปกติ แล้วช่วงบ่ายก็มีเวลาว่างให้เดินเล่นในย่านท่าเรือ ซึ่งเป็นบริเวณเดียวกันกับสวนสนุกที่พวกเรามาเมื่อวาน แต่บรรยายกาศช่างต่างกันจริงๆ บริเวณนี้เป็นสถานที่ช็อปปิ้งและมีศาลาว่าการเมืองอยู่แถวนี้ด้วย




หลังจากเดินชมอะไรเรียบร้อยแล้ว ก็เตรียมตัวไปลงเรือเดินมหาสมุทรไปประเทศเดนมาร์ก พวกเราได้ใช้บริการของ DFDS ซึ่งเป็นเรือเดินหาสมุทรที่มีความสูงราวๆกับตึก 12 ชั้น ก่อนที่เรือจะออกเดินทางพวกเราก็ต้องเช็คอินเหมือนกับ เดินทางทางอากาศทางเข้าเรืออยู่ที่บริเวณชั้น 5 ด้านล่างของเรือสามารถบรรทุกรถยนต์และรถขนาดใหญ่ได้หลายสิบลำเลยทีเดียว




ห้องนอนของเรือมีลักษณะเหมือนกันกับโรงแรมทั่วๆไปแต่ห้องเล็กไปหน่อย ใครพูดอะไรจากภายนอกก็ได้ยินกันหมดทั้งชั้นเลย เมื่อเก็บของเช้าห้องแล้วพวกเราก็เดินไปที่ชั้นดาดฟ้า ถ่ายรูปและชมเมืองจากดาดฟ้าเรือ ก่อนเรือออกมีกิจกรรมหลายอย่างเช่น บางคนอาจจะอาบน้ำอุ่นบนดาดฟ้า บ้างก็นั่งจิบเบียร์ฟังเพลงจากนักดนตรี


















พวกเราตั้งใจว่ารอเรือออกจากร้องเพลงทำมิวสิกวิดีโอกัน แต่ปรากฏว่าพอเรือออกไม่สามารถทำอะไรได้เลยเพราะลมแรงมาก ที่สำคัญพอลมแรงนั้นอากาศจะหนาวมาก เพราะฉะนั้นพวกเราจึงเลือกไปเดินเล่นในเรือแทน ข้างในก็มีอะไรครบทุกอย่าง พวกเราไปเดินร้านดิวตี้ฟรี เป็นห้างสรรพสินค้าขนาดย่อมๆบนเรือ พอถึงเวลาอาหารเย็นก็ได้เวลาทานกันแบบบุฟเฟต์ มื้อนี้ 199 โครน ตก ก็ประมาณ 1000 บาท ไม่รวมค่าน้ำ อาหารก็ค่อนข้างมีหลากหลาย มีทั้งอาหารร้อนและอาหารเย็น อาหารเย็นนี้ไม่ใช่ขนมหวานนะครับเป็นอาหารคาวทั่วๆไป ห้องอาหารติดหน้าต่างชมวิวทะเลอย่างสวยงาม แต่มองไปก็เห็นแต่น้ำกับฟ้า นานๆจะมีเรือผ่านมาซักลำ ตกกลางคืนเพื่อนๆพากันไปดิ้นที่ผับ แต่ตัวผมเองไม่ไหวเพราะเหนือยมาก จึงขอตัวไม่นอนก่อน







Create Date : 29 สิงหาคม 2549
Last Update : 20 พฤศจิกายน 2554 4:13:27 น. 0 comments
Counter : 465 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Louisson
Location :
Uppsala Sweden

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




"ชีวิตคือการเดินทาง จุดหมายปลายทางคือพระนิพพาน"
   

VISITOR COUNTER

Friends' blogs
[Add Louisson's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.