Home is behind The world ahead
 
กุมภาพันธ์ 2555
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
26272829 
24 กุมภาพันธ์ 2555

เมื่อนักเรียนไทยทำงานเป็นเด็กนั่งดริ๊ง...

        หลังจากทำงานมาได้ 4 เดือนกว่า ผ่านพิธีจบการศึกษาในเดือนมีนาคมมาได้ไม่นาน  เช้าวันหนึ่งทางโรงเรียนก็ได้รับโทรศัพท์จากกรมตรวจคนเข้าเมือง (นิวกัง) .... อีกแล้ว  คราวนี้นักเรียนไทยของโรงเรียนคนหนึ่งถูกตำรวจจับได้ที่ผับ ขณะทำงานเป็นเด็กนั่งดริ๊ง ซึ่งเป็นงานที่เด็กที่ถือวีซ่านักเรียนห้ามทำ หลังจากพบหลักฐานต่าง ๆ ว่าทำงานที่นั้นจริง เช่น บัตรตอกทำงาน และอื่น ๆ ตำรวจก็พาไปโรงพัก เพื่อถ่ายรูป พิมพ์ลายนิ้วมือ และดำเนินการสอบสวน และส่งเรื่องให้นิวกังดำเนินการต่อไป ว่าจะส่งกลับไทยหรือไม่ส่งกลับไทย



        วันรุ่งขึ้นทางโรงเรียนก็ได้รับโทรศัพท์จากนิวกัง อธิบายสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด ผ.อ.ซึ่งเมื่อสามเดือนก่อนก็เพิ่งเจอเรื่องเด็กไทยโดนจับเพราะทำงานที่ร้านนวด คราวนี้เจอเด็กไทยทำงานเป็นเด็กนั่งดริ๊ง นี่มัน...เกิดอะไรขึ้น



        หลังจากสอบถามเจ้าตัว ซึ่งก็รับสารภาพทั้งหมด ทางโรงเรียนก็มีมติ "ไล่ออก" และติดโปสเตอร์ประกาศว่า นักเรียนคนนี้ไม่ใช่นักเรียนโรงเรียนเราอีกต่อไป แต่ในโปสเตอร์นี้ไม่ได้เขียนแค่ชื่อ และนามสกุลของนักเรียนเพียงอย่างเดียว เขียนสัญชาติของนักเรียนด้วย สร้างความอับอายให้กับนักเรียนไทยทุกคน รวมทั้งเจ้าหน้าที่ของโรงเรียนอย่างฉันด้วย  ข่าวลือต่าง ๆ แพร่สะพัดไปว่า นักเรียนไทยทำงานค้าน้ำกามกันทั้งนั้น



         เมื่อเราอยู่ต่างประเทศ เราไม่ได้มีแต่ตัวเราอย่างเดียว เราแบกชื่อของประเทศของเราไปด้วย และถ้าเรื่องงามหน้าเกิดขึ้นกับคนไทยเพียงคนเดียว ก็สามารถทำให้คนทั้งประเทศเสียชื่อได้ และนี่ภายในสองเดือน เจอเคสแบบนี้ติดต่อกันสองเคส  ใครต่อใคร ก็คิดว่าเด็กไทยทำงานค้าน้ำกาม ติดแต่ว่ายังไม่โดนตำรวจจับได้แค่นั้นเอง



         ถ้าพูดว่าความยากจนเป็นสาเหตุให้หญิงไทยทำงานกลางคืน แล้วเด็กจีน เด็กเวียดนาม เด็กมองโกเลีย ที่จนแสนจน ที่กำลังเรียนอยู่ที่โรงเรียนหละ พวกเค้าไม่จนกว่าหรือ แต่อย่างว่า งานใช้แรงงานได้แค่แรงชั่วโมงละ 800 เยน จะสู้งานอย่างว่าที่ได้ค่าแรงชั่วโมงละ 3,000 เยนได้ยังไง หญิงไทยบางคนจึงเลือกงานสบายรายได้ดี แต่พอโดนจับก็มักจะบอกว่าตัวเองไม่มีทางเลือก จำเป็นต้ัองทำงานอย่างนี้



         มาดู มาเห็น มาฟัง...ว่าเด็กต่างชาติคนอื่น ๆ ทำงานกันหนักขนาดไหน พวกเค้าก็ไม่มีทางเลือกในชีวิตเหมือนกัน จึงต้องตื่นมาตอนตี 2 มาทำงานโรงงานขนมปัง โรงงานเบนโต งานกะดึก งานแบกหาม งานหนัก พวกเราทำมาหมดแล้ว ไม่จำเป็นต้องทำงานผิดกฏหมาย



         หลังจากเหตุการณ์นี้ผ่านไป ทางโรงเรียนพบว่าวิธีการรับนักเรียนไทยของโรงเรียนเรามีปัญหา กว่า 50% ของนักเรียนเรามีญาติอยู่ที่ญี่ปุ่น สำหรับนักเรียนจีน เวียดนาม อินเดีย บังคลาเทศ การมีญาติอยู่ที่ญี่ปุ่นเป็นปัจจัยบวก บ่งชี้ว่าผู้ปกครองที่อยู่ที่นี่ ทำงานหนักจนประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน จึงตั้งรกรากอยู่ที่ญี่ปุ่น  แต่สำหรับกรณีคนไทย การมีญาติอยู่ที่ญี่ปุ่นเป็นปัจจัยลบ บ่งบอกว่าบางคนซึ่งมาค้าประเวณีในช่วงปี ค.ศ. 1980 ประสบความสำเร็จ สามารถแต่งงานกับคนญี่ปุ่น และเป็นเจ้าของธุรกิจประเภทอาบอบนวด (風俗) กันอย่างเปิดเผย เนื่องจากตัวเองประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน จึงเรียกญาติของตนมาด้วยวีซ่านักเรียน เพื่อมาทำงานผิดกฏหมาย ถ้าโชคดีเจอลูกค้าคนญี่ปุ่นที่เต็มใจจะแต่งงานด้วย ก็แต่งงานกันไป เปลี่ยนเป็นวีซ่าคู่สมรสชาวญี่ปุ่น แล้วทำงานแบบนี้ได้อย่างถูกกฏหมายในที่สุด



         สำหรับงานนวดแผนโบราณที่ญี่ปุ่นแบ่งเป็น 2 ประเภท แบ่งแยกกันตอนจดทะเีบียนบริษัทว่าบริษัทนั้นจะจดทะเบียนร้านนวดแผนโบราณเป็นธุรกิจประเภทอาบอบนวด (風俗) หรือจะจดทะเบียนร้านเป็นธุรกิจแบบสปา ดังนั้นไม่ได้หมายความว่าตำรวจจะบุกไปในร้านนวดแผนโบราณทุกร้าน นอกจากนี้ธุรกิจค้าประเวณีในญี่ปุ่นเป็นสิ่งผิดกฏหมาย ตีความแบบหัวหมอได้ว่า ห้ามค้าในร้าน แต่ถ้าผับจะมีเด็กนั่งดริ๊ง ไม่เป็นไร จะมีโปรโมชั่น แบบจับอะไรต่อมิอะไรฟรี ก็ไม่เป็นไร แถม เมื่อเลิกงานไปต่อนอกรอบได้ ไปจ่ายเงินกันเองถือเป็นเรื่องส่วนตัวและไม่ผิดกฏหมาย



         ดังนั้นเมื่อประมวลข้อมูลดังกล่าวเข้าด้วยกัน ผ.อ.จึงประกาศว่าต่อไปนี้จะไม่รับนักเรียนไทยที่มีญาติอยู่ที่ญี่ปุ่น ซึ่งฉันก็ได้ค้านว่า เป็นการเหมารวม และไม่เป็นธรรมกับคนไทยที่ทำงานอยู่ที่ญี่ปุ่น จึงได้ข้อสรุปว่าถ้าญาตินักเรียนเป็นคนไทยในญี่ปุ่น ถึงแม้จะไม่ได้เป็นคนค้ำประกันในเอกสารยื่นนิวกัง ก็ต้องยื่นเอกสารรับรองการทำงาน และเอกสารภาษีย้อนหลังด้วย ถ้าทราบว่างานที่ทำเีกี่ยวข้องกับธุรกิจ 風俗 จะไม่ทำเรื่องวีซ่าให้



          หลังจากนั้นหลายเดือนต่อมา น้องที่โดนไล่ออกไปก็ติดต่อกลับมา เราเป็นคนรับสาย น้องต้องการเอกสารรับรองสถานภาพนักศึกษาในช่วงเวลาที่เรียนอยู่ (ตั้งแต่เริ่มเรียน จนถึงวันก่อนโดนไล่ออก) เราเป็นคนจัดการเอกสารให้ และถามว่าจะเอาไปทำอะไร



         น้องก็ตอบว่า เอาไปยื่นวีซ่าคู่สมรสชาวญี่ปุ่น ตอนนี้กำลังจะจ่ายเงินกว่า 600,000 เยนจ้างให้คนญี่ปุ่นแต่งงานด้วย หลังจากนั้นพอผ่านไปสามปี ก็จะยื่นวีซ่าพำนักถาวร พอได้วีซ่านี้แล้วจะหย่ากัน



         ฉันตอบไปว่า "คิดดีแล้วหรือ เงินไม่ใช่น้อย ๆ ถ้านิวกังรู้ว่า แต่งงานกันหลอก ๆ (偽装結婚) วีซ่าไม่ออกและต้องโดนส่งกลับประเทศด้วยนะ"



         น้องตอบมาว่า "หนูก็ไม่อยากทำอย่างนี้ แต่หนูไม่มีีทางเลือก"



         แต่ฉันคิดว่า "คนเรามีทางเลือกในชีวิตเสมอ" หลังจากคุยกันทางโทรศัพท์วันนั้น ฉันก็ไม่ได้เจอเธออีกเลย









Free TextEditor


Create Date : 24 กุมภาพันธ์ 2555
Last Update : 24 กุมภาพันธ์ 2555 10:37:59 น. 13 comments
Counter : Pageviews.  

 
ขอบคุณค่ะที่แบ่งปันข้อมูลดีดีให้กับเพื่อนๆ
แวะมาทักทาย ขอให้คุณมีความสุขมากๆค่ะ สวัสดีค่ะ ^_^


โดย: andrex09 วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:11:00:02 น.  

 
คนเรามีทางเลือกในชีวิตเสมอแหล่ะค่ะ แต่มันขึ้นอยู่เราจะเลือกทางไหนต่างหาก ถ้าทางเลือกของเขาเขาคิดว่าดีที่สุดแล้วในชีวิตเขาก็ปล่อยเขาไปตามทางเลือกของเขาค่ะ ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆนะค่ะ


โดย: phentwin วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:11:14:01 น.  

 
เป็นข้ออ้างเพื่อเอาตัวรอดและเรียกความน่าสงสารว่า "หนูไม่มีทางเลือก" เห้อ.... เข้าใจว่าอยากมีเงิน แต่ศักดิ์ศรีก็น่าจะรักษาไว้บ้างถึงมันจะกินเข้าไปไม่ได้ก็เหอะแต่เราจะยืนในสังคมได้อย่างองอาจและสง่าผ่าเผย


โดย: wendyandbas วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:13:17:39 น.  

 
ลำบากเน๊อะ....การใช้ชีวิตเมืองนอกนี่



ชอบดื่มกาแฟ เพราะความหอม....แล้วก็กลายเป็นติด

วันหนึ่ง ต้องขอสักนิ๊ด ไม่งั้น นิสัยจะเรียบร้อยผิดปกติ

ว่าแล้วก็....กาแฟ...สักแก้ว ด้วยกันไหมจ๊ะ


*~*~*~*..แวะมาทักทายจ๊ะ..ขอให้มีความสุข สดใส..หัวใจเบิกบาน..*~*~*~*




เดือนแห่งความรัก คนโสดก็ยังโสดต่อไป เพราะครูภาษาไทย สอนแต่

สระอิ,สระอา, สระอุ, สระอู แต่ไม่ยอมสอนให้เรา .. "สละโสด"


..HappY BrightDaY..



โดย: *~ต้นกล้า...ของหัวใจ~* วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:16:06:20 น.  

 
เราเห็นด้วยนะคะ ที่คนเรามีทางเลือก
แล้วเราก็คิดว่าหลายๆคนชอบเอาข้ออ้างที่ว่า มันจำเป็น หรือ ก็ไม่รู้จะทำยังไง

เด็กที่มาเรียนต่างประเทศได้ส่วนมากต้องยื่นเอกสารทางการเงิน
แล้วไหนจะต้องจบการศีกษาขั้นพื้นฐานถึงมัธยม 6 แล้วทั้งนั้น
(เด็กไทยที่มาส่วนมากก็จบปริญญาตรีด้วยซ้ำ)

เพราะงั้นเราว่ามันไม่เกี่ยวกับที่บอกว่าบ้านเดือดร้อนหรืออะไรหรอก
อยากบอกว่าส่วนมากรักสบายอยากได้เงินง่ายๆมากกว่า
อันนี้ก็เข้าใจว่าคงไม่อยากลำบาก ทำให้ต้องเลือกทางที่ไม่ดีเท่าไหร

เราเพิ่งแต่งงานมาไม่นานและตอนนี้เริ่มมีเพื่อนแม่บ้านคนไทยในญี่ปุ่น
น่าตกใจที่เกือบ 90%ของคนที่เรารู้จักทำงานกลางคืนมาก่อน
ไม่ได้จ้างแต่งแต่ก็ทำงานกลางคืนแล้วแต่งงานกับแขกที่เจอ
เป็นความจริงที่น่าตกใจและอีดอัดนิดหน่อย
เพราะคนไทยเราถูกพูดเรื่องค้าประเวณีมาเสมอๆ

สำหรับกลุ่มเพื่อนเหล่านั้นส่วนมากเขามาวีซ่าท่องเที่ยวแล้วหนีวีซ่ามา ที่บ้านมีปัญหาทางการเงิน เราพอทำใจรับได้และเข้าใจได้บ้างว่าเขามีปัญหาจริงๆ
แต่กลุ่มน้องๆที่เป็นวีซ่านร.แล้วทำผิดกฎหมายมันมักทำให้
เราอับอายและในบางครั้งก็โกรธที่พวกเขาเลือกทำแบบนั้น
เราคิดว่าข้ออ้างก็คือข้ออ้าง และก้เลือกที่จะหาคำตอบแบบแพทเทิร์นที่เขาชอบใช้กันคือ "ไม่มีทางเลือก" เท่านั้นเอง

ปล.ถึงคุณปลาทองในกองหนังสือจะต้องเจอเรื่องเครียดๆแบบนี้แต่ก็ขอให้มีมานะมากๆนะคะ พยายามคิดถึงเด็กที่ไม่ได้ทำผิดมากๆนะคะ เราเชื่อว่าทางคนญี่ปุ่นเหล่านั้นก็ดูคุณด้วยเหมือนกัน เราเชื่อว่าคุณก็เป็นตัวแทนในส่วนดีคนนึงของคนไทยในญี่ปุ่นค่ะ

ปล.(ไม่เกี่ยวเท่าไหรนะคะ) ครั้งก่อนตอนเหตุการณ์แผ่นดินไหว เด็กทุนหลายๆคนหนีกลับไทยไปทำให้ทางมหาลัย หรือกลุ่มคนญี่ปุ่นที่ให้ทุนเริ่มปฏิเสธ(และตัดสินใจยาก) กับการให้ทุนเด็กไทยมากขึ้น
นับเป็นเรื่องน่าเสียดายมากค่ะ หวังให้เด็กไทยที่จะมาใหม่
มีความมานะ อดทน และรับผิดชอบมากขึ้นกว่านี้ค่ะ


โดย: แม่บ้านมือใหม่ IP: 111.171.242.159 วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:18:59:20 น.  

 
ขอบคุณที่แวะเข้ามาคอมเม้นต์นะคะ

ดีใจที่มีคนหลายคนเห็นด้วยกับเราว่า "คนเรามีทางเลือกเสมอ"
งานที่ทำปกติไม่เครียดค่ะ จะมีนักเรียนมีปัญหาแบบต่าง ๆ มาประมาณ 2-3 เดือนต่อครั้ง เกินครึ่งไม่ใช่เรื่องของเด็กไทยค่ะ ไว้มีโอกาสจะค่อย ๆ เล่าให้ฟัง

เราโชคดีตรงที่เพื่อนเราไม่มีใครทำงานกลางคืน หรือเคยทำงานกลางคืนเลยค่ะ จริง ๆ แล้วเราอาจจะมีปมนิดหน่อย เพราะเพื่อน ที่เรียนด้วยกันมา ได้งานดี ๆ กันทั้งนั้นเลย

เพื่อนญี่ปุ่นผู้หญิงคนนึงทำอยู่ธนาคารมิซูโฮะ งานหนักมาก ชอบมาบ่นว่าไม่อยากทำงานแล้วอยากแต่งงาน เราก็จะบอกว่ามาแลกกันไหม ให้เราไปทำงานที่มิซูโฮะแล้วเธอมาเอาสามีฉันไป (อันนี้ ขำ ๆ นะคะ)

แผ่นดินไหวครั้งที่ผ่านมา นักเรียนของโรงเรียนก็กลับไปกันเยอะ กลับกันเกือบทุกชาติ โดยเฉพาะ เด็กจีน กับเกาหลีนี่กลับกันยกโรงเรียนเลยค่ะ แต่ทุกอย่าง ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป



โดย: ปลาทองในกองหนังสือ วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:21:32:41 น.  

 
ขอบคุณที่นำมาแชร์น่ะค่ะอ่านแล้วก็ เห่อน่ะ สิ่งเดียวที่มีอำนาจขนาดนี้นั้นก็คือ เงิน
เปิ้ลเองก็ทำงานนวดแผนไทยที่ญี่ปุ่น เคยมีตำรวจมาสุ่มตรวจที่ร้านด้วยแต่ก็ไม่มีปัญหาไรเพราะทุกคนวีซ่าโอเคทำงานได้ และก็เคยมีแบบมาทำเป็นนวดแล้วชวนคุยนั้นนี้เรื่องวีซ่าได้มายังไง ไปๆมาๆ เริ่มจะมาบ่อยและมาพร้อมขนมบ้างอาหารไทยบ้าง ก็ดีไปอีกแบบ


โดย: Ramachan วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:22:18:05 น.  

 
อยากฟังเรื่องเด็กชาติอื่นด้วยค่ะ (เกาะติดขอบบล็อก)
ถ้ามีเวลา-อยากเล่าเมื่อไหรเขียนไว้ได้นะคะ เอาสะดวกคุณปลาทองในกองหนังสือล่ะค่ะ

เพื่อนเราที่รู้จักกันแบบบังเอิญทำให้เราเซ็งมากกว่าค่ะ
เพราะคนที่เราไปรู้จักเขาทำงานแบบนั้นกันเยอะ
เลยกลายเป็นว่าเขามองเราโกหกน่ะค่ะ
(เพราะเขาไม่เชื่อว่าเราไม่ได้ทำ...เขาคิดแบบเอาตัวเองเป็นหลัก)
ตอนแรกก็ไม่รู้หรอกค่ะ แต่ครั้งนึงทีเขาพูดออกมาว่า ก็จะเชื่อละกันว่าเธอน่าจะมีพ่อแม่ส่งเรียนได้

ความสัมพันธ์หมอกๆแบบนี้ช่วงนี้ก็ห่างๆกันไปเลยค่ะ
เดิมทีเราก็อยากมีเพื่อนที่เขาอยู่ที่นี่แบบมีลูกหวังว่าเผื่อเราจะขอปรีกษาตอนเรามีลูกบ้าง แต่เจอแบบนั้นก็ถอยออกมาไม่ทันเลย

กับอีกแบบไม่ได้ทำงานแบบนั้นแต่ที่บ้านเดิมทีน่าจะลำบากมาก่อน
พอมาได้สามีดีก็ทำตัวเว่อร์จนไม่อยากคุยด้วยอีกน่ะค่ะ
(กลุ่มนี้ก็เยอะจังในญี่ปุ่น...เห็นก็เหนื่อยเลย)

ปมของเราคงเป็น....ไม่ค่อยเจอเพื่อนที่คิดคล้ายๆกัน
หรือไม่ก็เจอแต่คนแปลกๆ ถ้าสามีไม่ดีแสนดีเราคงเซ็งมากกว่านี้ค่ะ

เราว่างานที่คุณปลาทองฯ(ขออนุญาตเขียนย่อนะคะ)
ทำน่าสนุกดีออก เราฟังแล้วยังสนใจเลย
เราชอบงานที่เป็นเวลาไม่ต้องมีโอทีเสาร์อาทิตย์ก็ได้หยุด
มันดูเป็นงานที่ควรจะเป็นนะคะ
งานไม่เสี่ยงด้วย แบ่งเวลาให้ครอบครัวได้
ของเราที่เราอยากทำงานแปลก็เพราะคิดว่าอยากทำงานแบบที่มีเวลาจำกัดในแบบที่ไม่วุ่นวายดี


โดย: แม่บ้านมือใหม่ IP: 111.171.242.159 วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:22:30:13 น.  

 
เรามาอยู่อังกฤษได้ห้าปีแล้วค่ะ ตอนก่อนมาเราทำงานตำแหน่งดีมากที่เมืองไทย เรียกว่าอนาคตกำลังสดใส พอใกล้จะปิดดครงการ มีหลายที่อยากได้ไปช่วยงาน แต่เราแพ้ใจสามีค่ะ สามีอ่อนกว่าด้วย พึ่งเรียนจบใหม่ๆงานการยังไม่เคยทำ เราก็ตัดสินใจมาสร้างเนื้อสร้างตัวที่อังกฤษด้วยกัน เริ่มจากศูนย์จนตอนนี้ก็พออยู่สบาย(คำว่ารวยยังอยู่อีกไกล) เราทำงานทุกอย่างทั้งทำความสะอาด ทำร้านกาแฟ โรงอาหาร ตอนนี้เราทำงานบริษัท(ขอบอกคุณแม่บ้านมือใหม่นะคะ ว่าเราทำบริษัทงานแปล ถ้าสนใจติดต่อหลังไมค์ ส่งซีวีมานะคะ) เราไม่เคยกลัวลำบาก อะไรก็ได้ที่สุดจริตเราคิดว่านั่นคือศักศรีของเรา เราคิดว่าเราโชคดีที่มีคนคอยช่วยเหลือและเจอแต่คนดีๆ


โดย: มารน้อยไร้สังกัด วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:18:19:26 น.  

 
เสียดายที่น้องได้รับทุนและมีโอกาสทางด้านการศึกษา แต่ไม่น่าเป็นเด็กที่มาจากไทยเลย เสียใจมากเลยคะ เพราะหญิงไทยจะถูกมองในด้านลบมาตลอดในเรื่องค้ากาม ไม่ใช่เฉพาะที่ญี่ปุ่น ณ ที่แห่งใดที่เหล่าหญิงไทยไปเยือน ยกตัวอย่างเช่นที่เยอรมัน คำถามแรกคุณเจอแฟนที่ไหน ทำงานบาร์มารึเปล่า เพราะเรื่องค้ากามบ้านเรามีชื่อเสียงมาก ในสายตาคนต่างชาติ มุมมองของเขา เขาคิดแบบนั้นจริงๆ เสียใจมากคะอยากให้คนรักเมืองไทย ช่วยรักชื่อเสียงของชาติด้วยคะ อยากให้คนไทยไม่เห็นแก่เงิน ไม่บ้าวัตถุ รักเมืองไทยให้มากๆ อยู่ที่ไหนก็ไม่สุขเท่าแผ่นดินของเรา แผ่นดินไทยของเรา.....


โดย: กุ้งแห้งเยอรมัน IP: 101.109.144.198 วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:17:12:55 น.  

 
สวัสดีค่ะ คุณเปิ้ล คุณแม่บ้านมือใหม่ คุณมารน้อยไร้สังกัด และคุณกุ้งแห้งเยอรมัน

สำหรับงานนวด เรายังเคยคิดอยากจะเปิดร้านนวดเลย เพื่อนเราแต่ละคนที่ไปเที่ี่ยวไทย ก็ไปนวดกันทั้งนั้น บอกว่านวดที่ญี่ปุ่นมันแพงมาก ชั่วโมงละ 6300 เยน ไม่รู้ว่าคนที่ทำงานจะได้ชั่วโมงละเท่าไหร่ แต่เราว่าเจ้าของร้านน่าจะกำไรดี เคยคิดจะไปเรียนที่วัดโพธิ์ แต่ว่าลาพักร้อนได้ไม่นาน พอกลับบ้านก็ไปเยี่ยมญาติซะมากกว่า

คุณแม่บ้านมือใหม่ เดี๋ยวจะทยอยเล่าเรื่องเด็กชาติอื่น ๆ เรื่องของเด็กไทยไม่ค่อยมีแล้ว

คุณมารน้อยไร้สังกัด เราเคยทำงานร้านอาหารไทย แล้วย้ายมาทำงานร้านฟาส์ฟูดญี่ปุ่น เป็นร้านข้าวหน้าเนื้อ แบบเปิด 24 ชั่วโมง เราเข้ากะตี 5 ถึง 8 โมงทุกวันธรรมดา เป็นงานทำความสะอาดร้านก่อนลูกค้ารอบเช้าจะเข้ามากิน วันเสาร์ก็เข้าเต็มวัน ตี 5 ถึง 5 โมงเย็น เหนื่อยมากพอสมควร จากนั้นย้ายมาทำงานสอนภาษาไทยให้คนญี่ปุ่นซักพัก ก่อนได้งานที่โรงเรียนนี้ค่ะ

คุณกุ้งแห้งเยอรมัน เรายังเคยเจอคนไทยเหยียดคนไทยด้วยกันเลย เราเคยไปโอนเงินให้แม่ตอนที่เป็นนักเรียน เจอเจ้าหน้าที่คนไทยที่ธนาคารกรุงเทพสาขาโตเกียว มองเหยียด ๆ ตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วถามว่า มีวีซ่านักเรียนแล้วทำงานอะไร ถึงมีเงินส่งให้แม่

เราบอกว่าที่เป็นเงินที่แม่ส่งมาให้เป็นค่าเทอม แต่เราไม่รับไว้ เราจะส่งคืน

เจ้าหน้าที่ยังทำหน้าเหมือนเราปั้นน้ำเป็นตัว จากนั้นเราโอนเงินผ่านธนาคารญี่ปุ่นตลอด แบบว่าเซ็ง เจอเจ้าหน้าที่แบบนี้ อย่างน้อยเจ้าหน้าที่ธนาคารของญี่ปุ่นก็สุภาพกับลูกค้ามากกว่าของไทย



โดย: ปลาทองในกองหนังสือ วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:16:14:40 น.  

 


เราไม่อยากพูดหรอกนะคะว่าหลายคนที่เหยียดคนอื่นในต่างประเทศไม่มีอะไรน่าเจ็บปวดมากไปกว่าคนไทยด้วยกันมาเหยียดกันแบบนี้จริงๆค่ะ

คุณปลาทองฯอดทนได้ดีจัง เป็นเราคงสวนใส่ไปแหง๋ๆ
ทำนองว่าในชีวิตพี่คงเคยเจอแต่คนแบบนั้นหรือพี่ทำงานแบบนั้นมาก่อนเลยคิดได้แค่นั้นสินะ อาจจะไม่โอนกับที่นั่นเลยแต่แรกด้วย (สะบัดบ๊อบไม่แคร์สื่อค่ะ)

ไม่มีมารยาทมากๆเลยค่ะ ร้องเรียนได้มั้ยคะเนี่ย?
ใช้ของธนาคารญี่ปุ่นน่ะดีแล้วหล่ะค่ะ อย่างน้อยเขาก็ไม่ทำท่าทีแบบนั้นใส่ลูกค้า


โดย: แม่บ้านมือใหม่ IP: 111.171.251.17 วันที่: 6 มีนาคม 2555 เวลา:7:35:21 น.  

 
บังเอิญคนรอบตัวเรา ที่เป็นแบบน้องมีค่อยข้างเยอะ
เราไม่รู้หลอกนะ ว่าทำไมต้องทำถึงขนาดนี้ อาจเพราะว่าเรามาที่นี่แบบไม่ได้ลำบาก ไม่มีภาระเท่าพวกเค้ามีก็ได้ค่ะ บ้างคนมาเรียนด้วย ทำงานด้วย ส่งส่งตัวเอง เหลือส่งไปถึงบ้านก็มี แต่พออยู่ไปนานๆ คนเราก็เริ่มเปลี่ยนไป จากความภูมิใจที่กินไม่ได้ เราก็แพ้ค่าเงินเยน โดนสังคมไทยที่นี่หลอกลวง เห็นสิ่งผิดๆที่คนอื่นทำเป็นเรื่องปกติไปแล้ว

สำหรับเรา เราก็มาเรียนที่นี่ งานแรกที่ทำก็ทำงานนวดเนี่ยแหละค่ะ ถามว่าผิดมั้ย สำหรับโรงเรียนที่เราอยู่ไม่ผิดนะคะ ทางโรงเรียนรับทราบ อาจารย์ก็มานวดกัน ร้านเป็นม่านเปิดค่ะ

งานนวดจะได้เป็นค่าหัว นวดกี่คนก็ได้เท่านั้น ซึ่งต่างจากงานพิเศษอื่นๆค่ะ ที่ได้เป็นรายชั่วโมง แต่ที่ทำเพราะว่า มาแรกๆพูดภาษาไม่ได้ หาจากพันทิพย์เนี่ยแหละค่ะ ว่าพูดภาษาญี่ปุ่นไม่ได้มีงานอะไรให้ทำได้บ้าง มีคนตอบหลังไมค์มาว่า มีงานนวด เราเรียนนวดเตรียมตัวมาด้วยเลย แต่ถือว่าโชคดีที่ร้านทีไปที่แรก เป็นร้านนวดจริงๆ ไม่มีทะลึง

ไม่อยากให้มอง งานนวดในแง่ลบเสียหมด งานนั่งดริ๊งก็เคยทำมาแค่วันเดียว คือเพื่อนโทรมาให้ไปช่วยทำ
มันไม่แย่อย่างที่คนไทยคิด คลับดีดี ผู้ชายไม่แต๊ะต้องเรานะคะ งานดริ๊งไม่ง่ายเหมือนในละครด้วย สำหรับเรายากมาก สิ่งต้องระวังค่อยข้างเยอะ ค่อยจุดบุหรี่แขก ค่อยเช็ดแก้วแขกไม่ให้ไอน้ำเกาะ ค่อยเปลี่ยนที่เขี่ยบุหรี่ ชงเหล้า ดูเหมือนง่ายนะคะ จะกินจะทำไรต้องขอแขกหมด จะสั่งเหล้าเพิ่ม ขอดริ๊งให้ตัวเอง แถมต้องร้องเพลง หาเรื่องคุยกับแขก ทนกะกลิ่นบุหรี่ไม่ง่ายค่ะ แค่วันเดียวที่ไปทำ ยังรู้สึกเงินที่ได้มามากกว่าค่าแรงที่เราทำไปอีก ทำให้เค้าไม่ได้

จะทำงานไรไม่ว่าค่ะ แต่ต้องรู้ กรอบขอบเขตของตน ว่าเราอยู่ที่ไหน ทำได้ถึงขนาดไหน ไม่ใช่บ้านเมืองเรา คนที่เค้ามาอาศัยประเทศนั้น หากิน หาความรู้ร่วมกับเรา จะได้ไม่เดือดร้อนไปด้วย

คนไทยในต่างแดนก็ประหลาดค่ะ ไม่ใช่ในญี่ปุ่นนะคะ เพื่อนอยู่ที่ออสก็ว่าเหมือนกัน ไม่รู้คิดอย่างเรามั้ย ว่าหาความจิตใจยากค่ะ
แต่มีเพื่อนในต่างแดดแล้ว รักษามิตรภาพไว้ให้ดีดีนะคะ





โดย: yoyos วันที่: 11 มีนาคม 2555 เวลา:18:13:04 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิกช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
ปลาทองในกองหนังสือ
Location :
Kawasaki Japan

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




เป็นคนทำงานด้านเอกสารวีซ่านักเรียนของชาติต่าง ๆ ที่จะมาเรียนที่ญี่ปุ่น ในนั้นมีนักเรียนไทยประมาณ 10%

นอกจากนี้ยังเป็นล่ามจำเป็นให้นักเรียนเวลามีเรื่องกับตำรวจ หรือกรมตรวจคนเข้าเมือง

ดังนั้นเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับนักเรียนที่เขียนในบล็อคจึงมักจะเป็นเรื่องของนักเรียนที่มีปัญหาเสียส่วนมาก ซึ่งเป็นนักเรียนส่วนน้อย ประมาณ 0.5% ของนักเรียนทั้งหมด ไม่ได้หมายความว่าที่ที่เราทำงานอยู่มีแต่เด็กมีปัญหาแต่อย่างใด
[Add ปลาทองในกองหนังสือ's blog to your web]