พฤศจิกายน 2555

 
 
 
 
1
2
3
4
5
8
9
11
12
13
14
15
16
18
19
20
21
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
ขั้นตอนการโกอินเตอร์
ย้อนหลังไปประมาณ 5 เดือนที่แล้วได้กระมัง

ต้องเกริ่นก่อนว่าตัวเราเป็นโรคขี้เกียจสันหลังยาวมากกก  เรียงลำดับความสำคัญในชีวิตได้แย่มากรู้นะว่าอะไรสำคัญควรทำก่อนแต่ก็เอาไว้ก่อนทำทีหลัง  ทำให้แพลนแรกที่ตั้งใจไปเรียน Fall 2012 เริ่มเดือนกันยายน  ไปไม่ทันเพราะทำเรื่องไม่ทัน Smiley



จนต้องไปเริ่มเรียนเอา Winter 2013 คุณเอ้ยยยฉันเนี่ยแอร์ 24 c' ก็ร้องหนาวแล้ว  ไปเจอ Chicago ตอน Winter เหอะกลัวตัวเองละเกินว่าจะขดอยู่แต่ในตึกไม่ยอมออกไปไหนได้ข่าวว่าหนาว -20 c' ก็มีมาแล้วไหนจะพายุหิมะอีก  ลมแรงอีก  หึหึ  เกลียดทั้งนั้นเลยยยแต่ในเมื่อเป็นความผิดพลาดของตัวเองก็ต้องยอมรับสินะ



แรกเริ่มก็ที่เข้าไปเว็บของมหาลัยในส่วนของโครงการ เป็นเว็บที่ได้จากพี่อาร์มนั่นเอง  ในเว็บนั้นจะแจงข้อมูลทุกอย่างตั้งแต่  ค่าใช้จ่าย  เวลาเรียน  วิธีสมัครเรียน  บลาๆๆๆ  เราก็ทำตามสเต็ปเช็ควันเวลาที่จะเรียน  เช็คราคาคอร์สเรียน  เลือกคอร์สที่จะเรียน สมัครเรียนออนไลน์ แล้วก็ดูข้อตกลงว่าเค้าต้องการให้เราส่งอะไรไปบ้าง  ก็ส่งไปให้ครบแล้วก็รอ I-20 จากที่เรียน  จะบอกว่าการที่ต้องทำเองทั้งหมดและไม่รู้อะไรมาก่อนเลยมันยากน่ะเฟ่ย  ไม่รู้ด้วยซ้ำจะต้องใช้อะไรบ้างก็ได้ความช่วยเหลือจากเพื่อนที่จะไปเรียนที่เมกาเหมือนกันหลายคนที่เค้ามีเอเจนซี่  เราก็ไปแอบถามๆ เค้าไปขอข้อมูลเค้าว่าต้องทำยังไงอะ  ก็ได้ข้อมูลมาเยอะและรู้มาว่าการจะตอนแรกว่าต้องใช้ I-20 เพื่อขอ Visa แล้วต้องใช้ Visa F1 เพื่อเข้าประเทศเป็นวีซ่านักเรียน พอสมัครเรียนไปละเราก็ทำได้แค่นอนรอ I-20  นานเหมือนกันกว่าจะส่งมานอนรอจนเบื่อ  พอ เฟดเอ็กซ์ มาถึงบ้านดีใจใหญ่  

ต่อไปก็ Visa สินะ เข้าไปเว็บสถานฑูตอเมริกาในไทย  แล้วก็กูเกิ้ล และพันทิปเลยคะ  หาหาหาข้อมูล  แล้วก็ถามเพื่อนที่เค้าไปทำวีซ่าผ่านมาแล้วขอข้อมูลว่าเค้าต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง  ใครอยากรู้ถามหลังไมค์มาได้นะคะยาวขี้เกียจพิมพ์Smiley  ชีวิตฉันถ้าขาดคนช่วยเหลือเนี่ยอาจจะตายได้เลยทีเดียว  การทำวีซ่าก็ไม่ได้ยากอย่างที่เค้าว่ากันซะหน่อยอ่านภาษาอังกฤษไม่ค่อยดีอย่างฉันยังทำเองได้เลย  ก็ก้อปแปะในกูเกิ้ลไปดิอันไหนขี้เกียจอ่านยาวนักอะ  พอมันแปลไทยเราก็จับแต่อันสำคัญๆ แล้วก็ตอบไปตามความเป็นจริง  เอกสารอะไรที่เค้าต้องการก็ไปทำมาล่วงหน้า  อะไรที่เค้าให้ไปจ่ายก็ไปจ่ายมาก่อนแล้วคุณจะได้หมายเลขยืนยันมา  (ไอ้อะไรๆที่ฉันว่าเนี่ย  เราจะรู้เองตามขั้นตอนการทำของเราหนะแหละเค้าจะรีเควสมาเองว่าเค้าต้องการอันนี้อันนั้น  ฉันก็ไม่เคยรู้ล่วงหน้ามาก่อนหรอก  เน้นรุกไล่ไปเลยไม่ได้หาข้อมูลเท่าไหร่) รุสึกว่าจะต้องจ่ายค่า pin ค่าธรรมเนียมวีซ่า ค่าSEVIS อะไรพวกนี้ก่อนจำไม่ค่อยได้ละหลายเดือนละแ้ล้วก็เลือกวันสัมพาษณ์  เค้าว่าเลือกยากกันตอนเราไปเลือกเขียวเป็นแถบเลือกได้สบาย  แต่ตอนเราเลือกมีปัญหาต้องแก้ใน DS-160 นิดหน่อยเลยต้องเลื่อน วันสัมพาษณ์ไปอีก  แต่จะทำอะไรเช็คให้ดีๆ เพราะDS-160 เหมือนจะแก้ได้แค่ 2 ครั้งเท่านั้น  เราก็แอบตกใจตอนที่รู้ว่าเฮ้ยฉันใช้โอกาสในการแก้ไปแล้วครั้งนึงถ้าเกิดผิดอะไรขึ้นมาทำไงเนี่ย  ลุ้นอยู่เหมือนกัน  พอวันสัมพาษณ์มาถึงลำบากเรื่องการแต่งตัวไปอีกต้องแต่งตัวสุภาพแหมปกติขาสั้นยีนส์ชุดๆตลอดดด  ลำบากไปหาซื้ออีกคะแหกขี้ตาไปยืนต่อแถวหน้าสถานฑูตซื้อข้าวไปยืนกินมันตรงนั้นแหละคนมองมองไป  ฉันไม่ยอมท้องร้องอดข้าวเพื่อให้ตัวเองดูดีในสายตา
ใครก็ไม่รู้หรอก

พอเข้าไปก็ผ่านไปตามสเต็ปของเค้านะแหละอย่าไปกลัว  (แอบสั่นเหมือนกันเพราะไปอ่านในพันทิปมาเยอะ)  เค้าก็ไม่ได้จะกินหัวเราซะหน่อยถ้าเราตอบอย่างสุภาพ  ตอบเท่าที่เค้าถามพอไม่ต้องพูดเยอะ  ไม่ต้องลนทำใจสบายๆ เหมือนไปต่อแถวซื้อข้าวตอนเราไม่ค่อยหิว  เค้าถามอะไรมาก็ตอบไปในด่านแรก(คนไทย)ที่ไปถึง  พอเข้าด่านสองที่เป็นตัวชี้วัดว่าจะผ่านรึไม่ผ่านเราก็งง  ทำไมช่องมันเหมือนเวลาเราซื้อตั๋วรถทัวร์เลยหละSmiley เป็นฝรั่งผู้หญิง  เค้าถามเราเป็นภาษาไทยเราก็ตอบไปก็งงๆ ตอบไทยบ้างอังกฤษบ้าง  เค้าก็คงงงๆ กะเราเหมือนกันแล้วก็ผ่านมาได้ด้วยความงงๆ เค้าก็เก็บพาสปอร์ตเราไปทีนี้ก็โล่งใจออกมาซื้อซองจดหมายไว้รอวีซ่าส่งมาที่บ้าน  ผ่านไปประมาณอาทิตย์วีซ่าส่งมาเปิดดูระยะเวลา  ดีใจเว่อร์ๆ  ได้มาตั้ง 5 ปี ยิ้มกริ่มเชียว

ได้ที่เรียนแล้วได้วีซ่าแล้วก็เหลือที่พัก  คนไปรับ  ประกันแล้วก็ตั๋วเครื่องบินอีกสินะ  มาต่อกันเลย  ที่พักเราก็เมลไปถามที่เรียนหนะแหละว่าคุณแนะนำที่ไหน  เค้าจะแนะนำที่ไหนละคะก็หอในยูเค้าสิSmiley  แพงบรมคะ  แพงแต่เด็จแม่ต้องการให้ได้เพื่อนก่อนให้รู้จักทางอะไรก่อนแล้วค่อยย้ายออกมา กัดฟันจ่ายไปก่อนควอเตอร์นึง  อยากจะเป็นลมพอไปดูค่าห้องข้างนอกยู  ต่างกันเว่อร์ๆๆๆๆ  แต่เอาเถอะเลือกไปแล้ว  แต่คุณเชื่อมั้ยกว่าจะเมลถามเค้าได้  ไม่กี่บรรทัดเองนะล่อไปหลายชั่วโมง  สกิลการเขียนแย่ถึงแย่มาก  จนคิดว่าจะไปเขียน essay รอดมั้ย อ๋อลืมเล่าตอนสมัครเรียนเค้าให้เขียน essay เช็คสกิลภาษาเราโดยห้ามใครช่วยและห้ามใช้กูเกิ้ลแปลใดใดทั้งสิ้น  จากที่เขียนไปคิดว่าคงโดนส่งไปเริ่มเรียน beginner  รู้สึกอึดอัดใจและไม่อยากทำทุกครั้งเลยเวลาต้องเขียนเนี่ยไม่ชอบเลยยยย  เอาจริงๆ ที่พักตอนนี้ก็ยังไม่เคลียร์เลยยังเครียดๆ อยู่เพราะยังไม่ลงตัวรอเค้าเมลกลับมาเป็นเดือนละกำลังจะส่งเมลไปทวงแล้วเนี่ย  ส่วนเรื่องคนไปรับ  พี่อาร์มเค้าก็หาเพื่อนเค้าไปรับให้อยู่ถ้าไม่มีใครไปรับก็อย่าได้กลัวปากมีไว้ถาม(แหมทำเป็นปากกล้าเกิดผิดพลาดมาแย่เลย)  ต่อด้วยเรื่องประกัน555+ อันนี้ก็ยังไม่เสร็จเลยก็ไปถามเพื่อนมาอีกหนะแหละแล้วก็เมลไปถามที่ยูให้เค้าแนะนำมาก็ยังเลือกไม่ได้ระหว่างสองอันนี้แต่คืนนี้จะเลือกให้เสร็จๆละจริงจังดองนานเดี๊ยวลืมทำ ส่วนเรื่องตั๋วเครื่องบินก็ได้จากเพื่อนอีกเหมือนกัน  เพื่อนให้เบอร์เอเจนซี่มาก็สบายหน่อยโทรไปบอกวันเวลาเค้าเค้าก็หาให้ได้ตั๋วไปกลับของ KE เห็นหลายๆ คนก็ไปสายการบินนี้  สงสัยจะถูกที่สุดละมั้งไปต่อเครื่องที่โซล  ส่วนวันเวลาบิน  เฮ้อวันปีใหม่ไม่คาดหวังให้ใครมาส่งเลยจริงๆ ดีละไม่ต้องมาเยอะเดี๊ยวร้องไห้งอแงขึ้นมาอายเค้า



ที่เลือกวันปีใหม่ก็เพราะว่าเราต้องเริ่มไปรายงานตัววันที่ 3 Jan 2013 แต่เราไม่อยากไปฉลอง New Year Day แบบเศร้าๆกับอารมณ์โฮมซิกที่โน่นเลยเลือกเดินทางมันวันปีใหม่ซะเลยตัดปัญหา  แต่ถามว่ายังเศร้ามั้ยก็เศร้าดีแต่ก็คิดซะว่าเป็นการเริ่มปีใหม่กับสิ่งใหม่ๆ ทุกอย่างจะใหม่หมดนับจากวันนั้นอะไรแบบนี้   พิมพ์นานเริ่มชักเหนื่อยตอนนี้ฝนเริ่มจะทำท่าตกละยังไม่ได้ไปทำธุระเลยคงต้องไปก่อนละ

เดี๊ยวต่อไปจะมาเล่าต่อเรื่องการเตรียมตัวเตรียมข้าวของไปโกอินเตอร์กันนะคะ  ตอนนี้ยังไม่ถึงไหนเลยเดี๊ยวพรุ่งนี้ว่าจะไปซื้อกระเป๋าเดินทางแล้วววววว  ตื่นเต้นๆ 555+มันสนุกก็ตรงนี้แหละได้ shopต่อไปคงจะมีรูปมากขึ้นที่เป็นรูปที่ถ่ายเองนะเพราะจะเริ่มถ่ายเก็บไว้ละ  ที่ผ่านมาเป็นรูปที่ไปเอามาจากกูเกิ้ลนะคะเครดิตจากกูเกิ้ลให้ตรงนี้เลยนะคะ












Create Date : 07 พฤศจิกายน 2555
Last Update : 7 พฤศจิกายน 2555 14:43:40 น.
Counter : 1258 Pageviews.

3 comments
  
ขอบคุณมากๆ เลยครั.. ^^
โดย: KAI (nookookai8 ) วันที่: 7 พฤศจิกายน 2555 เวลา:16:47:40 น.
  
ท่าทางคนเขียนจะมั่นใจไม่เบา ชอบตรงที่ตัดสินใจเดินทางวันปีใหม่พร้อมทั้งเหตุผล
โดย: ablaze357 วันที่: 7 พฤศจิกายน 2555 เวลา:22:04:58 น.
  
5555 ก็ไม่ได้มั่นใจอะไรขนาดนั้นคะ แต่เป็นคนคิดอะไรแปลกแล้วก็ไม่ค่อยกลัวอะไรเท่าไหร่ (หมายถึงกลัวที่จะเรียนรู้พบเจออะไรใหม่ๆอะคะ)
ขอบคุณนะคะที่ติดตาม
โดย: looktannaka วันที่: 8 พฤศจิกายน 2555 เวลา:10:27:48 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

looktannaka
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ก็เป็นหญิงสาวอารมณ์ไม่ค่อยเสถียรชีวิตบางวันดูวุ่นว๊ายวุ่นวายบางวันดูน่าเบื่ออย่างที่สุด บุคลิกและนิสัยส่วนตัวเปลี่ยนแปลงไปตามคนที่อยู่ด้วยและอารมณ์ค่ะ ความชอบหรอชอบทุกอย่างเร้ยนยยยยยมาแชร์กันได้คะ