Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2551
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
9 สิงหาคม 2551
 
All Blogs
 
HERO

ช่วงนี้ผมกำลังอ่านThe Watchmen การ์ตูนฝรั่ง(อ่านได้ครึ่งเรื่องแล้ว) ถ้าตัดความซับซ้อนเชิงปรัชญาและบุคลิกตัวละครออกแล้วมองอย่างซื่อๆทื่อๆ ก็จะได้เรื่องราวของคนธรรมดาๆ(ไม่รวยหรือไฮเท็คแบบแบ็ทแมน)ที่ใส่หน้ากากแล้วออกมาต่อสู้กับสิ่งที่ตัวเองเกลียด ..ครับ.. ตอนนี้ผมเขียนถึงคอมมิคเรื่องนี้ได้เท่านี้แหละ แต่กระนั้นมันก็เป็นแรงบันดาลใจให้ผมนึกเรื่องการเป็น HERO ขึ้นมา ใน Watchmen คนที่เป็นฮีโร่ไม่จำเป็นต้องมีพลังพิเศษหรือร่ำรวยไฮเท็ค แค่มีแรงบันดาลแล้วก็ทำมันเลย ครับต้องทำมันเลย ประเด็นสำคัญคือ "ทำ" มันครับ

ผมลองคิดเล่นๆถึงระบบ HERO แบบง่ายๆที่เราสามารถกระทำได้ในสังคม เช่นระหว่างอยู่ในที่แห่งหนึ่งท่ามกลางฝูงคน ลองมองดูคนรอบๆสิครับ แน่นอน ว่าเราไม่สามารถปกป้องดูแลคนทั้งหมดนี้ได้ แต่คุณลองเลือก 1-2 คนในกลุ่มคนนั้น อาจจะเป็นเด็กๆ คนแก่ สาวสวย หรือใครก็ได้ที่คุณรู้สึกอยากปกป้องมากที่สุดในสายตาตอนนั้น แล้วคุณก็สัญญากับตัวเองว่าจะปกป้องเฝ้าดูคนๆนี้ตลอดช่วงเวลาที่เขาหรือเธออยู่ในสายตาคุณ ซึ่งถ้ามีการต้องการความช่วยเหลือเกิดขึ้นคุณจะไม่ลังเลสักวินาทีที่จะเข้าไปช่วย ไม่ว่าตอนนั้นจะมีคนอื่นอยู่มากมายคุณก็จะไม่นึกเกี่ยงให้คนอื่นช่วยแทนคุณ เสมือนคุณเป็นเทวดาประจำตัวของคนผู้นั้น - ฟังดูตลกดีไหมครับ? แต่เชื่อไหม ผมมีไอเดียนี้และทำแบบนี้มาหลายปีแล้วครับ และก็โชคดีที่ไม่เคยต้องเข้าช่วยเหลือใครอย่างจริงๆจังๆสักครั้ง จะมีแค่ลุกให้เด็กหรือคนท้องนั่งบนรถเมล์และช่วยดูตอนพวกเขาลงจากรถ ล่าสุดก็ช่วยเด็กผู้ชายตัวเล็กๆคนหนึ่งใส่รองเท้าในสนามเด็กเล่น มีแค่ประมาณนี้แหละครับไม่มีเรื่องสำคัญเลยสักครั้ง อ้อ. จะมีเรื่องน่าตื่นเต้นหน่อยก็ตอนที่ติดฝนอยู่ใต้ชายคาตึก แล้วตรงนั้นมี 2 นร.ม.ปลายที่เป็นแฟนกันยืนหลบฝนอยู่ด้วย ระหว่างรอฝนซาเม็ดก็มีเด็กช่างกลุ่มหนึ่งวิ่งลงจากรถเมล์มาร่วมหลบฝน ในตอนนั้นผมตั้งสัญญาขึ้นมาว่าถ้าเด็กม.ปลายคู่นั้นมีปัญหากับเด็กช่างผมจะเข้าช่วย แต่ก็โชคดีอีกล่ะครับที่ไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้น ที่เขียนเล่ายืดยาว ก็หวังชวนให้ผู้หลงเข้ามาอ่านหน้านี้มาร่วมเล่นเป็นฮีโร่แบบผมกันดีไหมครับ คิดดูสิครับถ้าเล่นกันสักสิบคน(ปรกติมีคนเข้ามาblogผมแค่4-5คนเอง)ก็จะมี 10-20 คนปลอดภัยมากขึ้นในช่วงเวลา 10-20 นาที เหมือนน้อยนิดไม่สลักสำคัญ แต่ผมก็ไม่ได้หวังว่าให้มีความยิ่งใหญ่อะไรเกิดขึ้นหรอก แค่"ทำ"ไว้ก่อนก็พอ

..จริงๆที่ต้องเขียนยืดยาวขนาดนี้ ก็เนื่องจากวันนี้ผมไปงานหนังสือของเครือเนชั่นที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิต์ ปรกติผมจะไปกลับด้วยรถใต้ดิน แต่วันนี้แปลกที่ผมอยากนั่งรถเมล์ไปดูถ.อโศกช่วงค่ำ เลยเดินไปที่ป้ายรถเมล์

ป้ายรถเมล์หน้าศูนย์ประชุมฯในวันไม่มีงานใหญ่ เวลาทุ่มกว่าเปลี่ยวมาก และยิ่งเป็นเวลาเดียวกับพิธีเปิดโอลิมปิกบนถนนจึงโล่งมาก(ตำรวจเองก็คงอยากดูพิธีเปิดโอลิมปิกเหมือนคนอื่น) ที่ป้ายรถเมล์ มีคู่ทอมดี้(ทอมตัวเล็กๆ) ลุงคนหนึ่งในชุดคนทำงานออฟฟิตธรรมดา(ดูโทรมสกปรกนิดหน่อย เหมือนนักลงทุนเจ๊งหุ้นที่เพิ่งเดินคอตกออกมาจากห้องสมุดมารวย) และเด็กผู้หญิงอายุราวน.ศ.ปี1 หน้าตาดีใส่กางเกงขาสั้นน่ารักแต่ในความเปลี่ยวแบบนี้ดูแล้วกลัวแทน

ผมกับmp3+หูฟังอินเอียและเสียงเพลงที่ปิดแม้เสียงรถแล่นผ่าน ผมเห็น ไอ้แก่เดินไปนั่งคุยกับน้องน่ารักที่ใส่กางเกงขาสั้นสักพักมันก็เดินออกมายืนด้านหลังผม ผมก็เริ่มเอ๊ะ มีอะไรไหม เขารู้จักกันรึเปล่า พ่อลูกกันมั้ง? แล้วไอ้แก่มันก็เดินมาชวนผมคุยแต่ผมไม่ได้ยินเสียงมัน ผมรู้สึกว่าเหตุการณ์ไม่ค่อยปรกติแล้วจึงทำหน้าดุๆดึงหูฟังออกข้างหนึ่งก็ได้ยินมันพูดขำๆเกี่ยวรถมอเตอร์ไซค์ที่แล่นผ่านไปไม่เปิดไป ผมไม่คุยกับมันเสียบหูฟังกลับสรุปในใจว่ามันเพี้ยน แล้วมันก็เดินไปนั่งข้างน้องสาวคนนั้นอีก ผมมองมันแบบให้มันรู้ล่ะว่ามีคนมองมันอยู่นะ มันจะได้ไม่กล้าทำอะไรงี่เง่า (รถเมล์นานกว่าจะผ่าน ผ่านมาก็ไม่จอดอีก) ตอนมันเดินๆเหมือนมันเอามือไปรูดซิบด้วยไม่แน่ใจว่ารูดขึ้นหรือลงเห็นไม่ถนัด(เพราะกำลังปรับEQ mp3อยู่) แต่ก็ตั้งใจไว้ว่าจะยืนอยู่ตรงนั้นแหละจนกว่าน้องจะได้ขึ้นรถ แต่รถก็ไม่มาสักที แล้วน้องก็ดันไปคุยกับมันอีก "ไม่ดีเลยครับ" ไม่ว่าจะเป็นไอ้โรคจิตหรือพวกต้มตุ๋นไม่ควรไปสนทนากับมันเพราะจะเป็นการเปิดช่องให้กว้างขึ้น เห็นเช่นนั้นผมรู้สึกหงุดหงิดโดยลืมนึกไปว่าน้องเขายังเด็กไม่ได้แก่โลกอย่างเอ็งนะ ก็นึกอยากให้รถมาเร็วๆจะได้ไปๆกันสักที หรือให้มีคนมารอรถเพิ่มก็ได้ผมจะได้หมดภาระการเฝ้าดูสักที น้องเองก็มองมาที่ผมบ่อยๆ(มองตั้งแต่ผมเดินมาที่ป้ายรถแล้ว ไอ้แก่คงมากวนนานแล้ว)คล้ายส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ ไอ้ผมก็มัวแต่ฟังเพลงกับกังวลเรื่องแบตเครื่องเล่นที่ซื้อมาใหม่ว่ามันหมดไวกว่าปรกติรึเปล่า และเหตุการณ์มันก็ไม่ชัดเจน หรือถ้าไอ้บ้านั้นไม่ใช่ลุงแก่ๆ ผมคงเดินเข้าไปถามน้องแล้วว่ากำลังมีปัญหาอะไรรึเปล่าไอ้นี่มันกวนใจอะไรไหม ..อันที่จริง ที่มันไม่ชัดเจนก็เพราะผมอุดหูตัวเองด้วยmp3อยู่นั่นแหละครับ กว่าจะฉลาดขึ้นมาได้ก็ปล่อยให้เหตุการณ์มันตึงอยู่ตั้งนาน พอผมดึงหูฟังออกสักพัก น้องก็ลุกขึ้นพูดอะไรซึ่งผมไม่ได้ยินแล้วก็เดินออกไปจากป้ายรถเมล์ เดินไปตามทางมืดเปลี่ยวไปสู่ถนนสุขุมวิทที่ห่างไปอีกกิโลฯ ตายห่ะ! นี่มันเกินความคาดหมายไปเยอะเลย ไอ้แก่ทำท่าจะเดินตาม แต่มันเห็นผมมองอยู่ คู่ทอมดี้ก็มองด้วย ถ้ามันเดินตามผมเรียกมันแน่ ถ้ามันไปผมก็จะไปด้วย แต่โชคดีที่มันกลัวสายตาของผมทอมดี้ มันจึงหน้าละห้อยรอรถเมล์ต่อไป

ที่ผมต้องเขียนยืดยาวมาทั้งหมดนี้ เพราะผมรู้สึกผิดครับ(รู้สึกผิดชิบหาย!) ถ้าผมเอาหูฟังออกตั้งแต่แรกและแสดงท่าที่ให้ดูน่าอบอุ่นใจกว่านี้ น้องเขาคงไม่ต้องเดินไปตามทางเปลี่ยวมืดๆคนเดียวแบบนั้น(ขนาดผมเองยังไม่อยากเดินเลย) ขอเขียนระบายหน่อยเถอะ และผมต้องสัญญากับตัวเองใหม่แล้วว่าจะใช้สัญญา HERO อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และจะ"ทำ" จะ"ทำ"ให้ดีด้วย

ปล.ที่เคยบอกว่าจะเขียน art of being alone คงไม่เขียนแล้วนะครับ เพราะเนื้อหามันเกี่ยวกับการฟังเพลงโดยอุดหูด้วย mp3 ซึ่งเหตุที่เจอในวันนี้ทำให้คิดว่าการหมกมุ่นกับตัวเองและอุดหูอยู่ตลอดนั้นไม่เหมาะเท่าไร


Create Date : 09 สิงหาคม 2551
Last Update : 13 สิงหาคม 2551 1:45:54 น. 8 comments
Counter : 245 Pageviews.

 

เช้าวันก่อนบนรถตู้
เรานั่งลุ้นแทบแย่ค่ะ
ก็น้องนักเรียนข้างหน้าแกหลับ
ไม่หลับดีๆด้วยนะคะหัวแกส่ายไปส่ายมา


ที่ลุ้นอยู่ก็คือหัวแกจะฟาดเข้ากับประตูรึเปล่า
และแล้วจังหวะที่รถเปลี่ยนเลนเฟี๊ยวว

..
..

เราก็เผลอยื่นมือไปกันแกเฉยเลย
เปล่านะคะเราไม่ได้นึกจะเป็น Hero


หลังจากนั้นเราก็นั่งอมยิ้มไปจนถึงที่ทำงานเลยค่ะ
..
..


โดย: azamiya วันที่: 9 สิงหาคม 2551 เวลา:10:13:22 น.  

 
เห็นม๊า... เพราะ MP แท้ๆ เลย

ถ้าเลือกกล้องเลนส์ซูม 20 เท่า น่าจะมีประโยชน์กว่า
ต่อให้ตาแก่เดินตามน้องผู้หญิงคนนั้นเดินไปไกลสัก 100 เมตร เราก็ยังซูมเห็น ตามไปช่วยทีหลังก็ยังทันน๊า


โดย: เจ้าหมีเน่า วันที่: 11 สิงหาคม 2551 เวลา:17:30:15 น.  

 
ได้ช่วยคนอื่นทั้งแบบตั้งใจและไม่ได้ตั้งใจ

ล่าสุดไปโลตัส มียายคนนึงขอให้ช่วยประคองพาไปเจอลูกหน่อย อาจเพราะหุ่นที่น่าจะปกป้องยายได้หรือเปล่าไม่รู้

แต่ก็น่าคิดนะว่าทำไมลูกยายถึงไม่เดินมารับแม่ชั้น1 แทนที่ให้แม่ถ่อ(ใช้ไม้เท้าเดิน)ขึ้นไปหาที่ชั้น3น่ะ

ปล.1 ระวังสุขภาพหูด้วยนะ

ปล.2 เราได้เป็นอาจารย์แล้วนะ

ปล.3 เราอาจเรียนไม่จบนะ



โดย: keyzer วันที่: 11 สิงหาคม 2551 เวลา:21:47:38 น.  

 
น่าจะกด space bar ซักหน่อยนะคะ

อ่านหลายบรรทัดก็คิดว่า ทำไมมันไม่ถอดหูฟังซักที

ลองหาเรื่อง Hero ซีรี่ย์ส์ญี่ปุ่นมาดูสิ.. สนุกมากขอแนะนำ


โดย: biggg วันที่: 12 สิงหาคม 2551 เวลา:17:14:24 น.  

 
..สมเป็นคุณ azamiya สิงห์สาวพยัคย์โยโย่จริงๆครับ

..น้องหมีถ่ายแต่รูปเดี๋ยวเบื่อแย่น๊า เพลงจากมือถือมันก็แค่ฟังขำๆ ลองเอาmp3ไปฟังสักเครื่องไหม เดี๋ยวยอมขายให้ 55

..ได้เป็นอาจรย์ที่ไหนอะอ้อน ดีใจด้วยนะ

..เออ ตัวหนังสือมันพรืดไปหน่อย เขียนแบบระบายความรู้สึกผิด -ทำไมมันไม่ถอดหูฟังซักที- นี่ล่ะประเด็นเลย ตอนนี้พยายามฟังให้น้อยลงกว่าเดิมแล้ว


โดย: ใหญ่ๆไม่ เล็กๆเราทำ (lomocat ) วันที่: 12 สิงหาคม 2551 เวลา:19:59:45 น.  

 
วันนี้สอนวันแรก มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี
อยู่แถวถนนอักษะ ใกล้จากบ้านพอควร
แต่ก็สู้เสมอ

ปล.ภาพเบคแฮมมันไม่ขึ้นมาช่วงแล้ว

ปล2 ตอนทำเวบโชคชัย4 ภูมิใช้โปรแกรมอะไร
เรากำลังจะเปลี่ยนโปรแกรมทำเวบมิลานเพราะbugเยอะ ลูกบ้านบ่นแล้ว

ตอนนี้เป็นเวบมาสเตอร์ยอดแย่จริงๆ แซงmastercatเรียบร้อยแล้วนะ



โดย: keyzer วันที่: 13 สิงหาคม 2551 เวลา:12:08:59 น.  

 
เป็นธรรมดาที่คนเราจะรู้สึกผิดกับเรืองที่ผ่านมาแล้ว ที่ไม่ได้ตั้งใจ และย้อนเวลากลับไปทำอะไรไม่ได้ แต่แค่มองรอบๆตัวให้มากขึ้น ก็เท่ากับเปิดตัวเองให้รับรู้ ความรู้สึกของคนรอบๆข้างแล้วล่ะ


โดย: gun IP: 61.91.161.205 วันที่: 14 สิงหาคม 2551 เวลา:23:19:06 น.  

 


โดย: azamiya วันที่: 16 สิงหาคม 2551 เวลา:12:30:44 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

lomocat
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




just a cat.
Friends' blogs
[Add lomocat's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.