"Neither an Angel nor a Devil, I'm just a LittLe WitcH & a DrAgoN GiRl."
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2549
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
15 พฤษภาคม 2549
 
All Blogs
 
ไปเสม็ด แต่ไม่ยักกะเสร็จอย่างที่เขาบอกกันเลยวุ๊ย หุหุ

วันหยุดที่ผ่านมา (12-14 พ.ค.49) สองสาวกานต์กะป้อมก็ได้มีโอกาสไปเหยียบชายทะเลที่เสม็ดกันมา


วันศุกร์ที่ 12 พ.ค.49

ทริปนี้เริ่มตอนเก้าโมงเช้าของวันศุกร์ที่ 12 พ.ค.49 เดินดุ่มๆเข้าไปในเอกมัย นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เข้าไปในเอกมัย ปกติที่เคยไปจะมีแค่สายใต้ใหม่กะหมอชิตเท่านั้นเอง

เข้าไปก็งงๆจะซื้อตั๋วที่ไหนน้อ จำได้แต่ว่าเป็นของเชิดชัยทัวร์ หันซ้ายแลขวาก็ไปเห็นแถวๆนึงยาวมากพอดู

นั่นล่ะ คือที่ซื้อตั๋วไปบ้านเพ ไปเข้าแถวตอนเก้าโมง แต่ได้รถเที่ยว 10.30 น. ราคาคนละ 157 บาท ซึ่งถ้าซื้อเป็นตั๋วไปกลับจะถูกลง 10% แต่เราก็ไม่ซื้อ หยิ่งค่า เหอๆๆๆ

หลังจากนั้นก็รอป้อม พอสักพักป้อมมาก็ไปกินข้าว กลับมาตอนสิบโมง ช่องที่ซื้อตั๋วก็ยังขึ้นป้ายเที่ยวรถเป็นเที่ยวสิบโมงครึ่งอยู่

ไรฟะ!!! มาต่อคิวตอนเก้าโมงได้เที่ยวสิบโมงครึ่ง ต่อตอนสิบโมงก็ได้เที่ยวสิบโมงครึ่ง -"-

พอไปคุยกะพนักงานขายตั๋ว เขาก็บอกว่า เที่ยวสิบโมงครึ่งมีรถออกสามคันค่ะ

กว่าระจะหมุนล้อออกจากเอกมัยได้ก้อเกือบสิบเอ็ดโมง ไรเนี่ยๆๆๆ พอขึ้นรถได้แต่ละคนในรถก็เริ่มหลับ พอถึงแถวบางนาทุกคนในรถก็เริ่มงงเพราะว่าต้องเปลี่ยนถ่ายรถ จนบัดนี้ก็ยังไม่รู้ว่าให้เปลี่ยนรถทำไม

จนที่ยงแล้วก็ยังไไปไม่ถึงไหนเลย แถมคนขับรถยังเถียงกับผู้โดยสารอีกคนนึงด้วยอีก เริ่มรู้สึกว่าทริปนี้ชักจะแปลกๆงัยชอบกลๆๆแหะ - -a

นั่งรถไปเรื่อยๆๆ หลายชั่วโมงผ่านไปก็ยังไม่ถึง แล้วทุกคนในรถก็ต้องสะดุ้งอีกหนเมื่ออยู่ๆคนขับรถก็จอดรถที่แยกๆนึง แล้วถอยรถมาเพื่อเข้าแยกนั้น ทุกคนก็เริ่มฮือฮาว่า "ไรอ่ะ มีงี้ด้วย"

แล้วทุกคนก็เจอประโยคเด็ดของคนขับรถเข้าเมื่อคุณพี่เขาเปิดกระจกแล้วถามคนแถวนั้นว่า "ทางนี้ไปท่าเรือบ้านเพได้ป่าว"

เท่านั้นล่ะ คนในรถก็พูดขึ้นมากันเซ็งแซ่เลยว่า "อย่าบอกนะว่าที่ขับช้าขนาดนี้เพราะไม่รู้ทาง" หรือไม่ก็ "วันนี้จะถึงเสม็ดไหมเนี่ย" หรือไม่ก็ "เฮ้ย!!!ที่ขับมาเนี่ย ไม่รู้ทางหรอ" และอื่นๆอีกสารพัด

สรุปแล้ว ใช้เวลาเดินทางจากเอกมัยมาถึงบ้านเพก็ร่วมสี่ชั่วโมงก่าๆๆ

ก็ไปซื้อตั๋วเรือข้ามไปเกาะเสม็ด จริงๆอยากนั่ง speed boat นะ แต่ท่าจะแพง เลยนั่งเรือธรรมดาเนี่ยล่ะ ถูกดี ไป-กลับ 100 บาท

แล้วเราก็มาเหยียบเกาะเสม็ดตอนบ่ายสามก่าได้ ต้องเสียค่าธรรมเนียมอีกคนละ 20 บาท แล้วก็ค่ารถไปหาดทรายแก้วคนละ 10 บาท

เนื่องจากว่าเป็นช่วง Long Weekend ผู้คนเลยเยอะแยะมากมาย ทำให้ห้องพักส่วนใหญ่จะเต็ม เนื่องจากจองกันล่วงหน้าตั้งแต่เมื่อ 2 เดือนก่อน กานต์กะป้อมเลยต้องมาพักที่หาดทรายแก้ว พักกันที่ SKyhigh Inn Resort


นี่คือรูปด้านหน้าที่พักของพวกเรา หุหุ

เราก็ check in เข้าที่พัก พร้อมไปตกลงกับผู้จัดการรีสอร์ทว่า ตกลงว่าได้ ABF นะคะๆๆๆ หุหุ (ประหยัดค่าข้าวเช้าไปได้ 2 มื้อ 555)

เข้าที่พักได้ เท่านั้นล่ะ ก็เริ่มจัดการโยนข้าวโยนของซะจนเต็มเตียงเลย มีหลักฐานมาให้ดู 555



ก็เริ่มเสียบปลั๊กตู้เย็น เปิดทีวี เปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วก็ออกไปเดินเล่น สำรวจหาดทรายแก้ว อ้อ!!! ไปหาซื้อของที่ 7-11 ด้วย แล้วเราก็ได้ postcard มาเขียนถึงพลพรรคแก็งค์บ้านไร่ ส่วนกานต์ก็ซื้อต่างหากมาอีกใบ ไม่ต้องบอกก็คงรู้เนอะว่าส่งให้ใคร 555

สำรวจจนถึงสุดหาดทรายแก้ว ก็เดินกลับเพราะเริ่มเย็นแล้ว แต่เราก็มีแพลนกันไว้แล้วว่าพรุ่งนี้เราจะออกเดินสำรวจไปในแต่ละหาดกัน

กลับเข้าห้องก็เอาเสบียงเข้าตู้เย็น แล้วก็เขียน postcard กัน เขียนเสร็จก็ออกไปกินข้าว

เดินดูจนสุดหาด ก็เลือกได้ร้านนึง แต่ว่าเป็นร้านของรีสอร์ทไหนก็จำไม่ได้แล้วง่ะ -"-

นั่งกินข้าวกันริมชายหาด พร้อมสั่งอาหารมามากมาย



อาหารที่สั่งก็มีดังนี้ กุ้งเผาครึ่งกิโล บาร์บีคิว หมู/ไก่ อย่างละ 1 ไม้ ปลาหมึกทอดกระเทียม ผัดซีอิ๊วทะเล ข้าวเปล่า 1 จาน น้ำมะนาวคั้น/ปั่นอย่างละแก้ว (ใช่ป่าวหว่า) Spy อีกคนละขวด ครบยังก็ไม่รู้ จำไม่ได้แหะ เริ่มสับสน

พออิ่มเราก็เดินกลับห้องกัน เดินไปตามชายหาด ก็ตกลงว่า พรุ่งนี้จะตื่นแต่เช้ามาเล่นน้ำกัน ก็กลับเข้าห้อง อาบน้ำ ดูทีวี แล้วก็เข้านอน

วันเสาร์ที่ 13 พ.ค. 49

เช้านี้เริ่มตอนหกโมงครึ่ง ก็ตื่นออกมาเล่นน้ำกัน ก็มีคนอยู่พอสมควรตามชายหาด เล่นน้ำอยู่ชั่วโมงนึง ก็เข้าไปอาบน้ำสระผม เปลี่ยนเสื้อผ้า

แปดโมงก็ออกไปกินอาหารเช้ากัน ซึ่งเป็นแบบ ABF ประกอบด้วย ไข่ดาว 2 ฟอง ไส้กรอก หมูแฮม ขนมปังปิ้ง น้ำส้ม ชา/กาแฟ แตงโม

หลังจากข้าวเช้าก็กลับห้อง ไปเตรียมตัวที่จะออกเดินทางไกลกัน

สิบโมงก็เริ่มออกเดินทางไกล เริ่มเดินจากหาดทรายแก้ว เดินไปถึงอ่าวไผ่ ก็เล็งๆไว้ล่ะว่าเย็นนี้ต้องมากินข้าวที่นี่ให้ได้ เพราะได้ข่าวมาว่าอาหารที่เจี๊ยบอร่อย เพียงแค่โขดหินกั้นระหว่างหาดทรายแก้วกับอ่าวไผ่ แต่กลับรู้สึกว่าอ่าวไผ่เงียบกว่าหาดทรายแก้วมากมาย

เลยจากอ่าวไผ่ไปก็เป็นอ่าวพุทรา อ่าวทับทิม ก็เดินเลียบชายหาดไปบ้าง ปีนโขดหินไปบ้าง ปีนเขาบ้าง แวะถ่ายรูปบ้าง เห็นปู เห็นปลาก็ตื่นเต้นกันไปเรื่อย ไปจนถึงอ่าวนวล อ่าวช่อ แล้วเราก็ปีนข้ามเขามายังอ่าววงเดือน

ที่อ่าวงเดือนก็คึกคักๆ คนเยอะ ร้านอาหารมีมากมาย ก็เล็งๆไว้ว่ากลางวันนี้จะกินข้าวกันที่ไหนดี แต่เรายังไม่พัก เรายังข้ามเขาไปยังหาดแสงเทียนกันต่อ แล้วก้อเดินต่อไปยังอ่าวลุงดำ แล้วก็จะเดินไปยังอ่าวหวาย ยังไปไม่ถึงอ่าวหวายก็ตัดสินใจเดินกลับ เพราะมันมีแต่โขดหิน กับป่าเขา ก็น่าจะไม่มีอะไร และที่สำคัญเที่ยงแล้วนี่ล่ะ หิวข้าวแล้ว


รวมระยะเวลาเดินทางจากหาดทรายแก้ว ไปจนถึงอ่าวลุงดำ ก็ร่วมสองชั่วโมงได้

แล้วก็เดินกลับมากินข้าวที่อ่าววงเดือน

มื้อกลางวันเราก็สั่ง ไก่ผัดเม็ดมะม่วง ปลาหมึกนึ่งมะนาว แล้วก็ข้าวเปล่า

อันนี้คือวิวจากหาดวงเดือน



อ๊ะ...อีกรูปนึง


พออิ่มแล้วเราก็ออกเดินทางกลับหาดทรายแก้วกันต่อ ขากลับ เราเดินไปตามทางที่เขาทำทางไว้ให้เดิน ไม่ปีนโขดหิน หรือปีนเขาตามใจชอบแล้ว เพราะขามาได้ดูวิวแล้วนี่

ขากลับก็เดินกลับ ไม่แวะที่ไหน จ้ำๆๆๆอย่างเดียว สรุปขากลับ จากอ่าววงดือนมายังหาดทรายแก้ว ใช้เวลาแค่ 45 นาทีค่า อ้อ!!! มีแวะส่ง postcard กันก่อนด้วย

ก็กลับเข้าห้องด้วยสภาพที่โทรมสุดริด เหนื่อยมากมาย ก็นอนพักเอาแรง ดูทีวีกันไปเรื่อย พอห้าโมงครึ่งก็เดินไปที่อ่าวไผ่ ไปกินข้าวเย็นที่เจี๊ยบ

ไปถึงตอนหกโมงได้ คนยังไม่ค่อยมี แต่ว่าเขายัไม่ได้จุดเตา BBQ นี่สิ ก็ต้องรอ ที่เจี๊ยบนี่อาหารค่อนข้างช้า แถมยังต้องนั่งบริจาคเลือดให้ยุงร่วมยี่สิบสามสิบตัว กว่าจะหมดยุงก็ตอนทุ่มครึ่ง คิดดูละกันว่าก่อนหน้านั้นตั้งแต่หกโมงจะตบยุงตายไปเท่าไหร่

นี่คือร้านเจี๊ยบยามสายๆๆ



ส่วนนี่คือร้านเจี๊ยบยามค่ำคืน


แต่อาหารที่เจี๊ยบก็อร่อยสมคำร่ำลือ ก็สั่งข้าวผัดลุงเจี๊ยบ บาร์บีคิวหมู กุ้งเผา ชุดส้มตำไก่ย่าง ยำคะน้ากุ้งสด แค่นี้ก็อิ่มมากมาย

หลังจากนั้นเราก็ปีนข้ามโขดหินกลับมายังหาดทรายแก้ว แวะดูเขาโชว์ควงไฟแป๊บนึง ก็เดินกลับห้อง อาบน้ำ แล้วก็นอนเลยซะงั้น เพราะเหนื่อยมากมาย ปวดเข่าด้วย แล้วพี่น้องก็โทรมาหา สรุปว่าพรุ่งนี้หลังจากกลับจากเสม็ดเรามีนัดกันกะพี่น้องแล้วก็พี่เติ้ลที่มาบุญครอง แล้วอีกหนึ่งวันก็ผ่านไป

วันอาทิตย์ที่ 14 พ.ค.49

วันนี้มีฝนตกแต่เช้ามืด เสียงฟ้าร้องดังมาก ก็คูนาฬิกา ตี 5 พอไหวๆๆ มีเวลาอีกหลายชั่วโมงกว่าจะ check out แปดโมงก็ออกไปกินข้าวเช้ากันเหมือนเดิม พร้อมมีสายฝนปรอยๆๆ พออิ่มก็กลับห้องไปอาบน้ำ แต่งตัว เตรียม ckeck out กลับเข้าฝั่ง

สิบโมงพร้อมเดินทาง ก็ออกไป check out แล้วก็เดินไปที่หน้าด่าน ใช้เวลาเดินประมาณ 15 นาที ก็ลงเรือ เพื่อที่จะข้ามไปยังบนฝั่ง

สิบเอ็ดโมงไปถึงท่าเรือนวลทิพย์ ก็ออกมาซื้อของฝากกันเล็กน้อย แล้วก็เดินไปซื้อตั๋วรถทัวร์ ได้รถเที่ยว 12.02 น. ไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมต้องมีเศษ 2 นาที คือจริๆก็เป็นรถเที่ยวเที่ยงนั่นล่ะ เพียงแต่ว่าออกหลายคัน ก็เลยใช้เศษนาทีบอกคันรถกัน

เที่ยงนิดๆล้อก็หมุนออกจาบ้านเพ พอขึ้นรถกันได้ก็หลับ ไปได้สักพัก ฝนก็ตกลงมาหนักพอดู ขากลับคนขับคนละคนกับขามา เลยทำให้เรามาถึงเอกมัยกันตอนบ่ายสามนิดๆๆ

ก็นั่ง BTS ไปลงที่สนามกีฬาแห่งชาติ ไปนั่งรออยู่ที่ Chester's Grill มาบุญครองตอนสี่โมงเย็น ก็นั่งกินอะไรรองท้องไป

พอห้าโมงกว่าก็ครบองค์ประชุม (สี่คนเท่านั้นล่ะ 55) ที่จริงพี่ตาจะมาด้วย แต่เผอิญมีนัดทานข้าวเย็นกับที่บ้านเลยมาไม่ได้ ไม่เป็นไรค่ะ รอให้พี่เชษฐ์กลับมาก่อน แล้วเราค่อยนัดกันให้ครบแก็งค์กันเล้ยยยยยยยยย

ก็ย้ายกันไปที่ร้านตำส้ม ร้านโอเคเลย นั่งสบาย (ไม่สบายจะนั่งเม้าท์กันไปอยู่เกือบสองชั่วโมงหรอ )

ก็กินข้าวกันไป เม้าท์กันไป รำลึกความหลังกันไป ก็สรุปว่า ไว้เดือนหน้ากันนัดกันมาเม้าท์ให้โต้รุ่งกันโล้ดดดดดดด

ออกจากมาบุญครองเกือบสองทุ่ม พี่น้องก็ใจดีให้ติดรถกลับมาด้วยอีกแย้วๆๆๆ แถมยังขับมาส่งถึง The Mall งามวงศ์วานด้วย ใจดียังงี้ ขอให้พี่บีมรักเยอะๆนะคะๆๆๆ หุหุ

ขอกราบงามๆพี่น้องทีนึงที่ช่วยอนุเคราะห์เด็กน้อยให้ได้กลับถึงบ้านโดยไว

กลับถึงบ้านสามทุ่มครึ่งได้มั้ง ก็ต้องมาซักผ้า ชีวิตนี้ช้านจะมีแต่ซักผ้าหรอเนี่ยๆๆๆๆๆๆๆๆ

แล้วหลังจากซักเสร็จก็เข้านอนเอาแรงไว้ต่อสู้กะงานในวันจันทร์ ที่มีทีท่าว่าจะยุ่ง เพราะนายกลับมาจากพักร้อนแล้วนี่สิ ไฟแรงแหงมๆๆๆ เอิ๊กกกกกกกกกกกกกกกก

และแล้ววันหยุด Long Weekend นี้ก็ผ่านไปแล้ว อีกนานกว่าจะมีวันหยุดอีกที สู้โว้ยยยยยยยยยยยยย

ปล.ทำไมเขาถึงมีคำพูดว่า "ไปเสม็ด เสร็จทุกราย" ทีเราไปไม่เห็นจะเสร็จเล้ยยยยยย ว่าแต่ที่เสร็จเนี่ยมันคือเสร็จอะไรหรอ 555 หนูไร้เดียงสาค่า


Create Date : 15 พฤษภาคม 2549
Last Update : 15 พฤษภาคม 2549 22:36:56 น. 3 comments
Counter : 302 Pageviews.

 
อิฉันชอบประโยคนี้ที่ซู๊ด..

ใจดียังงี้ ขอให้พี่บีมรักเยอะๆนะคะๆๆๆ หุหุ

ฮิ้ววววววววววววววววว


โดย: NaNongPloy IP: 61.19.222.33 วันที่: 16 พฤษภาคม 2549 เวลา:11:28:33 น.  

 
^
^
ตายแล้ว สงสารบีมจริง ๆ สงสัยต้องพาไปสะเดาะเคราะห์ซะหน่อย ฮิ้ววววววววววว


โดย: hrmguy IP: 202.28.169.165 วันที่: 17 พฤษภาคม 2549 เวลา:12:55:59 น.  

 
แค่อ่านยังเหนื่อยแทน
แต่เหนื่อยแล้วสนุกก็ได้อยู่


โดย: คุณน้องโซมัช IP: 58.136.99.29 วันที่: 19 พฤษภาคม 2549 เวลา:16:55:45 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

kannasan
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ก็แค่ผู้หญิงธรรมดาๆคนหนึ่ง ที่มีความเป็นตัวตนมากหน่อยก็แค่นั้นเอง

เลยทำให้ทุกวันนี้มีแนวโน้มที่จะขึ้นคานอย่างมาก เพราะคงหาคนที่จะยอมรับความเป็นตัวตนของผู้หญิงคนนี้ได้ยากสักหน่อย 555

แต่ก็ไม่เดือดร้อนนะจ๊ะๆๆๆๆ หุหุ


"ในเมื่อโชคชะตาพาเราให้มารู้จักกันแล้ว ทำไมไม่ทำโอกาสที่ได้รับมานี้ให้ดีที่สุด"
Welcome to k_littlewitch's World
Google

ท่องไปทั่วโลกหาแค่ในพันทิบก็พอ
Friends' blogs
[Add kannasan's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.