"Neither an Angel nor a Devil, I'm just a LittLe WitcH & a DrAgoN GiRl."
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2550
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728 
 
3 กุมภาพันธ์ 2550
 
All Blogs
 
ชีวิตหญิงเดี่ยว (กี่สมัยซ้อนไม่รู้...หุหุ) กับการเดินงานเกษตรแฟร์

ไม่รู้ว่าเป็นธรรมเนียมสำหรับตัวเองไปแล้วหรือยังงับ ที่ถ้าถึงเทศกาลเกษตรแฟร์ทีไร ต้องไปเดินทุกที

สมัยตอนเรียนที่เกษตร เกษตรแฟร์มี 9 วันใช่ไหม ไปเดินได้ 7 วัน อีก 2 วันกลับบ้าน

พอเรียนจบ ก็ยังต้องแวะเวียนไปอย่างน้อยปีละครั้ง แม้ว่าบรรยาศของงานในปัจจุบันจะไม่เหมือนสมัยก่อนแล้วก็ตาม

แต่ก่อนเกษตรแฟร์ยังมีบาร์เบียร์ ยกเลิกไปเมื่อสมัยเรียนปี 2 (ไม่บอกหรอกว่ากี่ปีที่แล้ว )

แต่ถ้าฟังคำอธิบายของผู้บริหารก็จะเข้าใจ แล้วก็แอบเห็นด้วยน้า เพราะรู้สึกท่านจะบอกว่าอยากให้เป็นงานเกษตรแฟร์จริงๆ เน้นผลงานผลผลิตของเกษตรกร ไม่เหมาะที่จะมีการขายเบียร์ในสถานศึกษา (แล้วพอมีบาร์เบียร์ก็มีคนตีกัน - -a)

มาปีนี้ก็มีเป้าหมายว่าจะไปสอยมะขามหวานสัก 2 โล พวก 2 โล 100 นั่นล่ะ

กะว่าจะไปตั้งแต่เมื่อวาน แต่มีธุระที่ต้องไปกะพ่อเลยเลื่อนมาเป็นวันนี้แทน

ก็เริ่มวางทริปของวันนี้ว่าจะไปไหนบ้างเพื่อสนอง need ตัวเองให้ครบถ้วน

เช้าวันนี้มาออกจากนครปฐมตอน 9 โมงกว่าๆ

สถานที่แรกที่ไปมานั้นก็คือ ไปร้านเค้กค่า ร้าน Something Sweet ที่สาทร

o______O (ไปไกลเนอะ 55)

มีหมายเหตุนิดนึง พนักงานขายหน้าตาดี น่ากินพอๆกะเค้กเล้ยยยยยยย


สถานีต่อไปก็คือ The Mall งามวงศ์วานค่า ไปถอยการ์ตูนเรื่อง Rough เห็นว่าหนังกำลังจะเข้า หรือไม่ก็เข้าแล้วเนี่ยล่ะ เลยเกิดอยากอ่านเรื่องนี้และอยากมีครอบครองไว้เป็นสมบัติส่วนตัว 555

หมายเหตุ สำหรับแฟนๆการ์ตูนของอ.อาดาจิ ท่านยังสามารถหาซื้อ Rough และ H2 ได้ แต่ Touch ท่านจะไม่สามารถหาซื้อได้นะคะ เนื่องจากเข้าใจว่าวิบูลย์กิจกำลังหน้ามึนอยู่

พอภารกิจเรียบร้อยก็กระเตงๆๆการ์ตูน 1 แพ็คใส่ไว้ในเป้ กะกล่องเค้ก 1 กล่องไปเกษตรแฟร์

คงมีหลายคนคิดว่าทำไมไม่ไปซื้อเค้กทีหลังล่ะ อย่างงี้เค้กไม่เละแย่หรอ

คำตอบคือ

เละค่ะ

ตอนนี้ยังไม่กล้าเปิดดูความเสียหายเลยว่าเละขนาดไหน เอิ๊กกกกกกกกกกก

เหตุผลก็คือ มันอยู่ไกล ถ้าจะให้ไปที่สุดท้ายหลังจากที่เดินเกษตรแฟร์เสร็จก็คงไม่ไปแล้วล่ะค่ะ เหอๆๆ - -a

พอถึงเกษตรก็ลงที่ประตู 2 แล้วเดินไปทางซ้าย ทางด้านสำนักพิพิธ โซนนี้จะเป็นโซนสัตว์เลี้ยงและโซนสัตว์เลี้ยง

พอเลยสนามอินทรีไปทางสำนักกีฬาก็จะเริ่มเป็นโซนมะขามหวานกะพวกหอมกระเทียมล่ะ หุหุ

พอถึงโค้งที่จะไปอาคารจักรฯก็จะเป็นพวกสินค้าพื้นบ้านจำพวกผ้า

เลยรีบไปหาผ้าขาวม้าให้พ่อก่อน เป็นผ้าขาวม้าผ้าฝ้ายทอมือนะคะ ราคาในวันสุดท้ายของงานตอนบ่ายก็เคาะอยู่ที่ ผืนละ 80 บาท

หลังจากนั้นก็วกกลับมาซื้อกระเทียมให้ป้า ซื้อมา 7 ขีด สนนราคาที่ 50 บาท (ซื้อมานิดเดียว เพราะสงสัยมาหลายปีล่ะว่ากระเทียมในงานเกษตรแฟร์ต่างกับกระเทียมที่เราซื้อในตลาดตรงไหน 555)

แล้วทีนี้ล่ะก็ถึงสินค้าหลักของงานนี้ที่หมายมั่นปั้นมือว่าต้องซื้อกลับบ้านให้ได้

แต่น แตน แต๊นนนนนนนนนนน

มะขามหวาน

ด้วยความที่มีมาขายหลายไร่มาก แต่ก่อนจะชิมซะเกือบทุกร้าน เรียกว่าชิมจนอิ่ม

แต่ตอนนี้ลองมองๆดูว่าถูกชะตาร้านไหน แล้วถึงจะเข้าไปชิม ถ้าถูกใจก็ซื้อเลย ขี้เกียจเลือกมาก ฮา

สำหรับปีนี้ก็ไม่รู้อีกเหมือนเคยว่าเลือกซื้อของไร่ไหนมา -"-

รู้แต่ว่าที่เข้าไปนั้นเพราะคนขายเพิ่งดั๊มราคากันให้เห็นซึ่งๆหน้าเลย 555

รอบแรกที่เดินผ่านไปยังขายโลละ 60 2 โล 100 อยู่เลย

มารอบที่ 2 เขียนป้ายและตะโกนกันซึ่งๆหน้าตอนที่กำลังจะเดินผ่านรอบ 2 ไปนั้นว่า

"2 โล 80 เลยเพ่ๆๆๆๆๆๆ หวานๆเลยเพ่ ไม่อยากเอากลับแล้ว"

ขาก็รีบปรี่เข้าไปขอชิมทันที (มีคนใจเดียวกะเราเพียบเลย )

ชิมได้ 2 คำ ก็ลองเดินไปอีกสัก 2 ร้านไปขอชิมของอีกร้านนึง

แล้วก็ตัดสินใจวกกลับมาร้านเดิม แล้วก็ได้มะขามหวานกลับบ้านมา 4 โล

ภารกิจหลักเรียบร้อยล่ะ ทีนี้ก็จะกลับบ้านล่ะ ให้เดินดูทั่วงานต่อคงไม่ไหว ตอนนี้เริ่มเป็นบ้าหอบฟางล่ะ

ขากลับก็เจอร้านขายเกาลัด บ่นว่าอยากกินเมื่อ 2 วันก่อน เลยซื้อกลับมาครึ่งโล 100 บาท

แล้วสายตาก็เหลือบไปเห็นองุ่นไร้เม็ด ที่เป็นลูกเล็กๆ อยากกินเหมือนกัน แต่โลตั้ง 180 เลยตัดใจ แพงจัง เล้ยยยยยยยย

ก็เลยเดินลัดตรงสนามอินทรี ผ่านไปทางหน้าชมรม สายตาก็เหลือบไปดูคลองหน้าชมรม

ทำไมน้ำมันเน่างี้อ่ะ

แล้วก็เดินผ่านหน้าอบ.ก. ข้ามไปจะออกประตู 2 น้ำในคลองริมรั้วก็เน่าเหมือนกัน โฮๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

แถมคลองยังหายไปส่วนนึงด้วย หายไปไหนค้าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

อยากให้เกษตรเป็นเหมือนเดิมจัง ตอนนี้มีแต่ตึก แล้วก็ตึก ตึกใหม่ๆผุดขึ้นมายังกะดอกเห็ด ต้นไม้และลานว่างๆหายไปเพียบเลย เอาไปทำลานจอดรถซะแว้ว

เซ็งๆๆๆๆๆๆๆ

ตอนนี้นิสิตเลยขับรถมาเรียนกันเยอะกว่าแต่ก่อน สมัยก่อนนะจะใช้เดินเอา ใครเอารถมาจะเป็นรู้สึกแปลกแยก เพราะเกษตรเป็นสถานที่รวมของเด็กทั่วประเทศเลยจริงๆ เด็กต่างจังหวัดเยอะ ภูมิใจนะเนี่ย

ลองนึกดูว่า พอใกล้ช่วงปีใหม่บรรดาอาจารย์จะงดคลาสกันเลย เพราะเด็กจะกลับบ้านกันทั้งเด็กหอนอกและเด็กหอใน มหา'ลัยจะเงียบมากกกกก อิอิ

ส่วนรถตะลัยจะขึ้นแค่ตอนเช้าตอนเข้ามาที่คณะ เพราะเพิ่งอาบน้ำมา หน้าผ่องๆเลยไม่อยากเดิน เพราะถ้าเดินมาที่คณะนั่นหมายความว่า เดินมาจากถนนพหลโยธินเลียบขนานกับถนนงามวงศ์วานจนเกือบจะสุดแยกที่ตัดกะถนนวิภาวดีนั่นล่ะ

เขาถึงบอกว่าเด็กเกษตรถึก 555

คลาสสิกจะตายไป

และแล้ววันนี้ก็ได้ไปรำลึกความหลังที่เกษตรมาจนได้ ถึงแม้ว่าจะไปคนเดียวก็เถอะ

ตอนนี้เวลาไปไหนมาไหนคนเดียวกลับรู้สึกสนุก และมีอิสระ อยากไปไหนก็ไป ไปไกลแค่ไหนก็ได้ ไม่ต้องมีคนมาบ่น แต่แค่อาจจะลำบากที่ต้องแบกของเองเท่านั้นเอ๊งงงงงงงงงงง

ก็เป็นหญิงเดี่ยวนี่เนอะก็ต้องทำจายยยยยยยยยยยย

หมายเหตุ ใครเคยอ่านชีวิตหญิงเดี่ยว 5 สมัยซ้อนกะชีวิต 150 ซม. จะยิ่งเข้าใจ


Create Date : 03 กุมภาพันธ์ 2550
Last Update : 3 กุมภาพันธ์ 2550 21:22:23 น. 7 comments
Counter : 344 Pageviews.

 
เวลาเดินไปข้างหน้าเรื่อย ๆ......ผู้คนก็อดย้อนเวลานึกโน่นนึกนี่ผ่านเข้าไปในอดีตบ้างไม่ได้..........ก็มันอดใจคิดไม่ได้นี่นะ.....มีทั้งที่ดี....เฉย ๆ....และไม่ดี......รู้สึกดี....เฉย ๆ....และเสียความรู้สึก......ไม่เป็นไรหรอกนะ.....มันเป็นเรื่องธรรมดาพื้น ๆเอง.....ไม่ว่าจะเดิน...ขี่จักรยาน....นั่งมอไซค์....นั่งรถยนต์...นั่ง????....จากหน้าตะลัยไปที่คณะ...มันก็แค่เวลาที่ต่างกันเท่านั้น....จุดหมายไม่เคยเปลี่ยนแปลง.....เกษตรศาสตร์....คือที่สร้างคนให้เป็นคน.....จะถึก...ลมพัดชายเขา....ไฮโซ...อะไรก็ได้.....ภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ที่นั่น.......นนทรีกำลังดอกบานไม่ช้านานก็จะมีน้องใหม่......
ปล.-ไม่ได้ไปงานเกษตรแฟร์มาหลายปี....แต่ก็คิดถึงนะ


โดย: cm-2500 (cm-2500 ) วันที่: 3 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:22:07:13 น.  

 
ไปเดินเที่ยวเดินคนเดียวจะสนุกที่สุดเป็นอิสระดี

ว่าแต่ว่ากินเค้กแล้วอ่านการ์ตูนไปพลางเนี่ย เป็นความสุขสุด ๆ ของเราเลยแหละ


โดย: ทาสบอย วันที่: 3 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:23:13:17 น.  

 
ดีจัง.... อยากไปเดินมั่ง


โดย: เชษฐ์เอง IP: 131.181.251.66 วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:20:38:09 น.  

 


โดย: NaNongPloy IP: 61.19.222.33 วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:17:24:07 น.  

 
ได้ข่าวว่า เกษตรนั้นหล่อยิ่งนัก ใครได้รู้จัก กินผักฟรี ๆ


ไม่เข้าใจว่าขนกลับบ้านได้ไง...


โดย: สาวแกร่งแรงเหลือน้อย วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:23:20:38 น.  

 
^
^
^
แหม...เจ๊ ก็แบกกลับงัย ใส่เป้หลัง 1 ใบ มีกระเป๋าถือ 1 ใบ ใส่ไม่หมดก็ถืออีกข้างนึงงัย คุณน้องสามารถถถถถถถถถถถถถถ

ปล.ตื่นเช้ามาปวดไหล่อย่างแรง 55


โดย: kannasan วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:8:55:10 น.  

 
34+12เล่มถ้าจำไม่ผิด

แบกเดินทั่วแฟรืเลย..ทำได้งายยยอ่ะ


โดย: rinboonya@hotmail.com IP: 203.146.72.188 วันที่: 22 มีนาคม 2550 เวลา:21:07:26 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

kannasan
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ก็แค่ผู้หญิงธรรมดาๆคนหนึ่ง ที่มีความเป็นตัวตนมากหน่อยก็แค่นั้นเอง

เลยทำให้ทุกวันนี้มีแนวโน้มที่จะขึ้นคานอย่างมาก เพราะคงหาคนที่จะยอมรับความเป็นตัวตนของผู้หญิงคนนี้ได้ยากสักหน่อย 555

แต่ก็ไม่เดือดร้อนนะจ๊ะๆๆๆๆ หุหุ


"ในเมื่อโชคชะตาพาเราให้มารู้จักกันแล้ว ทำไมไม่ทำโอกาสที่ได้รับมานี้ให้ดีที่สุด"
Welcome to k_littlewitch's World
Google

ท่องไปทั่วโลกหาแค่ในพันทิบก็พอ
Friends' blogs
[Add kannasan's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.