Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2554
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
4 พฤษภาคม 2554
 
All Blogs
 
คุณเชื่อเรื่องกรรมหรือเปล่า!?...แทคถาม






เมื่อวาน
เมื่อวานล่ะนะ คิดว่าคงใช่ [คงไม่ใช่เมื่อวานก่อนหรอกมั้ง]
เบลอละ...เบลอแบบนี้ไม่รู้จะโทษใคร จะโทษดินฟ้าอากาศก็ใช่ที่ ทั้งๆที่อาจเป็นที่อากาศตัวดีบ้านเรานี่ล่ะ

ถึงจะชอบฝน แต่พระพิรุณปีนี้ขยันยังกับบึ่งมากับเอ็มร้อยห้าสิบแบบนี้ก็เอียนเป็นเหมือนกันนี่ขอรับ


งั้นสรุปว่าเป็นเมื่อวานละกัน กับเรื่องที่ได้คุยกันทำเอาเราเก็บมาคิดต่ออีกยาว

เรื่องของเรื่องก็คือแทคโพสต์ลงอะไรสักอย่างบนเนตนี่ล่ะ คล้ายๆกับทวิตเตอร์ของเกาหลีประมาณนั้น

คนเอามาเล่าต่อก็บอกว่าเจ้าเหมียวพูดเรื่องการแก้แค้นจนจบด้วยให้อภัย
แล้วแทคก็คล้ายพึมพำ(เปรย)อีกว่าคนที่จะเอ่ยปากอภัยได้ในท้ายสุดก็เพราะตัวเองได้ไปยืนอยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหารแล้ว [ถึงสามารถออกปากให้อภัยได้]
ส่วนคนที่ยังไม่สามารถอภัยให้ได้นั่นก็เพราะตัวเองยังตกอยู่ในจุดต่ำสุด


ตอนที่ได้คุยกับเพื่อนเรื่องนี้
มันมีหลายประเด็นที่ค่อนข้างอ่อนไหวจนไม่อาจเอามาต่อความยาวได้


เอาแค่ส่วนตัวเองที่เก็บมานั่งนึกต่อดีกว่า

ห่วงโซ่อาหารของแทครูปร่างเป็นยังไงหวา?
เราก็ไม่รู้ว่าที่เพื่อนมันเอาพูดนั่นแปลมาจากภาษาเกาหลีหรือแปลมาจากภาษาอังกฤษ

ห่วงโซ่อาหารมันก็มีแบบปลาใหญ่กินปลาเล็ก กินต่อกันเป็นงูกินหางก็มี
หรือจะเป็นอีกแบบที่คุ้นตารูปสามเหลี่ยมปิรามิดปลายแหลมนั่น


ถ้ามันเป็นแบบงูกินหาง ถ้าอย่างนั้นที่แทคพูดว่าต้องได้อยู่บนสุดถึงสามารถอภัยให้ได้แล้วล่ะก็
....งั้นสุดท้าย
คนบนสุดก็ต้องโดนล่างสุดกวาดเรียบอีกทอดอยู่ดีสินะ

แต่คิดดูแทคน่าจะหมายถึงรูปสามเหลี่ยมปิรามิดมากกว่า
มันดูจะเมคเซนส์มากกว่า


เราว่าเราเข้าใจที่แทคต้องการสื่อ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ชอบดูชอบอ่านหนังจีนกำลังภายในนี่น่ะจะยิ่งเห็นภาพชัดแฮะ

คนตามแก้แค้นคือคนที่โดนกระทำใช่ไหม เขาโดนกดให้ต่ำกว่าโดยบุคคลที่เป็นศัตรู
อารมณ์ของคนโดนกด มันก็คือยิ่งกดมันก็ยิ่งมีแรงขับดัน

ก็อย่างที่เขาว่าว่ากันมา
คนไม่เคยโดนไม่มีทางเข้าใจ
...ก็ประมาณนั้นล่ะ


คนโดนกระทำจึงใช้แรงกดเป็นแรงขับดัน ก็ไอ้แรงแค้นนั่นล่ะขับเคลื่อนได้อย่างทรงพลังน่าดู

จนเมื่อตัวเองได้แก้แค้นสำเร็จ...ไม่ใช่ยังไม่ได้แก้แค้นนะ
ถึงเอ่ยปากว่าข้าอภัยให้แก่เจ้า

...อย่างนี้คือการอภัยอย่างนั้นหรือ...

สำหรับแล้วเราว่าไม่ใช่หรอกนะ

ถ้าลงมือแก้แค้นจนเรียบร้อย กดให้ศัตรูอยู่แทบเท้าแทนที่ตัวเองเมื่อในอดีตแล้วล่ะก็...
ต้องเห็นภาพศัตรูยับเยินอยู่ตรงหน้าแล้วล่ะก็...
ค่อยเอ่ยปากว่าใหอภัยได้


ไอ้อย่างนี้มันไม่ใช่การให้อภัยหรอกนะ


งั้นทำยังไงถึงจะเป็นการให้อภัยล่ะ

คือการปล่อยศัตรูไป โดยที่ตัวเองไม่ใส่ใจกับเขาอีกแล้ว ไม่ถือสาหาความเรื่องราวที่เขาทำกับเราไว้อีกแล้ว
ตั้งแต่วินาทีที่เขาลงมือกระทำเรื่องเลวร้ายกับเรา
...ต้องขนาดนี้เลยหรือเปล่า...


โห....มันจะมีสักกี่คนที่ทำได้ล่ะนะ


ทำให้เรามานั่งนึกต่อว่าที่แทคบอกเรื่องการให้อภัยจนได้เมื่อต้องไปยืนอยู่บนจุดสูงสุดนั่น
มันอาจเป็นเรื่องปกติของคนเรามากกว่าเรื่องที่เราคิดไว้ซึ่งดูจะเป็นเรื่องในอุดมคติเกินไปก็ได้

คนที่ตามล้างแค้นนั่น
ไม่ใช่เกิดเพราะความเจ็บกายหรอกนะ
เจ็บทางกาย เวลาผ่านไปมันมีการเยียวยาให้ทุเลาลงได้เสมอ

แต่การเจ็บใจนี่สิ อย่างคำว่า "เจ็บจนตายก็เพราะเหน็บให้เจ็บใจ"
...นี่ล่ะเป็นสาเหตุหลักของความแค้นของคนเรามากกว่า


ก็เพราะเจ็บที่ใจ
การได้ยืนค้ำหัวของศัตรูแล้วถึงเอ่ยปากอภัยให้นั่น
มันถึงเป็นการแก้แค้นที่สาสมจนใจมันหายเจ็บได้เป็นปลิดทิ้งละนะ

มันก็เป็นมุมเดียวกับคนที่ยังต้องเงยหน้ามองศัตรู
ทำให้เห็นแต่ความเหนือกว่าจนไม่สามารถเอ่ยปากให้อภัยออกมาได้
เพราะมันเหมือนกับว่าตัวเองยังเป็นเบี้ยล่างอยู่อย่างนั้น ความแค้นมันยังฝังกลบใจตัวเองอยู่จนหนีไปไหนไม่ไหว


คนโดนกระทำมักเห็นภาพตัวเองอยู่ต่ำกว่าผู้กระทำเสมอ
ความแค้นที่เรามีในใจมันทำให้เราเหมือนถูกกระทำซ้ำแล้วซ้ำอีก

สาเหตุการแก้แค้นก็เพราะเหตุนี้
แค่ต้องการให้ตัวเองหลุดพ้นจากภาพที่ว่านี้ล่ะ


มันทำให้เรานึกถึงทวิตเตอร์หนึ่งของแทคที่ทวิตถามไว้ว่า
"คุณเชื่อในกรรมไหม...ผมไม่"


ถ้าคนเราเชื่อว่ากรรมเกิดจากการกระทำ
คนทำอะไรไว้จะได้รับผลกรรมแบบนั้น ก็คือ ทำดีก็ได้ดี

คนประเภทที่เชื่อเรื่องกรรมจะไม่คิดแก้แค้น พร้อมให้อภัยกับศัตรูได้เสมอ
จริงเหรอ!!???
ทำใจให้คิดแบบนี้ได้จริงๆงั้นเหรอ
ไม่คิดแค้นเลยสักนิดงั้นเหรอ
ปล่อยวางได้ขนาดนั้นเลย
ใจสงบไม่นึกถึงแม้สักนิดงั้นเหรอ



ลองถามตัวเองแล้ว
ถ้าเชื่อในเรื่องกรรมแล้ว ตัวเราสามารถอภัยกับศัตรูได้หรือเปล่าโดยไม่เหลือความคิดแค้นแม้สักนิดน่ะ
ลองตอบแล้ว ได้คำตอบมาแล้ว...งั้นเราก็เป็นคนไม่เชื่อเรื่องกรรมเหมือนกันสิท่า



ที่ทำเป็นบอกว่าใครทำอะไรไว้ก็จะได้รับผลนั้น
มันเป็นเพราะตัวเราเองไม่มีปัญญาจะแก้แค้นหรือเปล่า
...อันนี้นี่น่าคิดกว่าอีกนะเนี่ย




อยากเห็นข้อความเต็มๆที่แทคเขียนเรื่องนี้ไว้จังแฮะ
ผู้ชายคนนี้น่าสนใจชะมัด







Create Date : 04 พฤษภาคม 2554
Last Update : 4 พฤษภาคม 2554 12:51:06 น. 4 comments
Counter : 1222 Pageviews.

 
แทคเป็นคนฉลาด นอกจากด้านลั้นลาแล้วก็มีด้านที่สุขุม ขบคิด ตอนเห็นทวิตแทคก็เก็บเอามาคิดเหมือนกัน


โดย: blue_garden วันที่: 4 พฤษภาคม 2554 เวลา:15:03:58 น.  

 
เราเชื่อนะ เชื่อมากๆๆด้วยแหละ


โดย: ตะวันเจ้าเอย วันที่: 4 พฤษภาคม 2554 เวลา:16:29:36 น.  

 
จำตอนidol armyตอนที่เดินทางไปภูเขาได้มั้ยคะ ที่มีนักจิตวิทยามาวิเคราะห์รูปที่วาดกันเล่นๆ...น่าคิดนะ...ถึงรายการจะวางสคริปบทบาทแต่ละคนไว้อย่างเยอะก็ตามเหอะ แต่เรื่องนี้หมอคงไม่กล้าโกหกออกทีวีมันจะมีผลกระทบถึงตัวเอง จนเดี๋ยวนี้ยังไม่เคยลืม
โฮก็ทวิตด้วยWhat goes around comes aroundเด็กมันยังไม่โตเท่าไหร่
แต่กลับกันอีกด้านหนึ่งก็โตขึ้นอย่างที่ตัวเขาว่าจริงๆนั่นแหละ ไม่มีอีกแล้วกับเด็กที่นิสัยเด็กๆแต่ตอนนี้กลับกลมกลืนไปกับสังคมปากว่าตาขยิบได้อย่างดี???(หรือเปล่า?ตามดูต่อไป)


โดย: beedle วันที่: 9 พฤษภาคม 2554 เวลา:4:22:36 น.  

 
Good Night ฝันดีนะครับเพื่อนๆ News


โดย: bbandp วันที่: 30 พฤษภาคม 2554 เวลา:12:56:31 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Quaver
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 76 คน [?]




เป็นคนหัวแข็งที่มาพร้อมรอยยิ้มอ่อนๆ
เป็นคนหัวอ่อนที่มาพร้อมท่าทางแข็งๆ




Friends' blogs
[Add Quaver's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.