พื้นที่เล็กๆ:เราใช้จ่ายไปด้วยกัน
Group Blog
 
<<
เมษายน 2551
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
4 เมษายน 2551
 
All Blogs
 
ปาย-เชียงใหม่-อัมพวา


1.ไม่รู้จักฉัน-แต่ฉันรู้จักเธอ




เรารู้จักปายก่อนที่ปายจะรู้จักเราเสียอีก!
ก็โปสต์การ์ดที่ส่งถึงเราจำนวน 5 ใบ ถูกส่งมาจากปาย…
“คนส่ง” คงรู้ว่านั่นคือดินแดนในฝันของ “คนรับ”….
เพราะนึกถึงจึงส่งมา(ขอบคุณคราฟ)

ถ้าปายเปรียบเหมือนสาวงามนางหนึ่ง...
เราคงเป็นชายธรรมดาที่หลงรักสาวงามคนนั้น แอบมองในที่ที่ไกลออกไป ประมาณว่าแค่ได้เห็นหลังคาบ้านของเธอ…ก็หลับฝันดีแล้ว ฮ่าฮ่า
แล้ววันหนึ่งในฤดูร้อนก็มาถึง…ความฝันเป็นจริงเข้าแล้วล่ะ!




2. ปายหน้าร้อน?

เพราะครอบครัวเราไม่ชอบที่ที่คนเยอะๆ ทุกครั้งที่มีวันหยุดยาวหรือเทศกาล เรามักจะเลือกนอนตีพุงอยู่ที่บ้าน ไม่ก็ทำกับข้าวกินกัน
มากกว่าไปเบียดเสียดกันตามท้องถนน ไปแย่งร้านอาหาร+ที่จอดรถกับคนข้างนอก

ในบางเวลา , “เวลา” ก็เป็นตัวแปรหนึ่งในความพร้อมของครอบครัว
ทุกคน “ว่าง” ตรงกันก็ตอนหน้าร้อนแบบนี้ล่ะ
(โรงเรียนพ่อปิดเทอม , ลูกและเพื่อนลูกรอผล-ยังไม่มีที่เรียน-ว่างมาก ,
แม่เป็นแม่บ้านว่างทุกวัน ,น้าๆและเพื่อนบ้านก็ว่างพอดี..ครบทีม)
และนั่นก็เป็นอีกเหตุผลที่เราเลือกไปเที่ยวปายในช่วงหน้าร้อน!




3. ปายหน้าร้อน!

หากใครนึกภาพ “ปายในช่วงฤดูร้อน” ไม่ออก
ขอให้หลับตาในตอนกลางวัน พร้อมกับสูดลมหายใจให้เต็มปอด
ถ้ารู้สึก “ร้อน” แสดงว่าคุณได้สัมผัสกับฤดูกาลของปายแล้ว





ปายหน้าร้อน…ก็ร้อนสิเคอะ! ฮ่าฮ่า


แต่สำหรับเรา , เสน่ห์ของปายในช่วงฤดูร้อนอย่างนี้ คงหนีไปพ้น2อย่าง
“สายลม” และ “แสงแดด”




ทุ่งยามเช้า-ยามเย็นหน้ารีสอร์ท...







พัก Love Pai Home ที่พักไกลจากตลาดมาก อยู่กลางทุ่ง กลางวันร้อน
กลางคืนเงียบสงบ ที่นี่จะมีด้วยกัน4บ้าน บ้านดิน บ้านน้ำ บ้านลม บ้านไฟ
เราพักบ้านลม...ห้องเล็กแต่นอนกัน 4 คน ตอนเช้าอากาศดีมาก พ่อกับแม่ตื่นเช้าไปวิ่งออกกำลังกายกัน ส่วนเราน่ะเหรอ..อย่าถามดีกว่า!ฮ่าฮ่า
(รู้มาว่าพี่โจพักที่นี่ด้วย ตอนไปปาย..ไกลเนอะ..แปงน่าจะเชื่อพี่โจ เฮ้อ!)






ส่วนหนึ่งของบ้านปายนาปายตาที่เราแวะไปถ่ายรูป-ไม่ได้พัก ฮ่าฮ่า
ชอบตู้รับจดหมายของที่นี่มากเลย..น่ารักมาก


ในความรู้สึกของคนที่ได้ไปเหยียบดินแดนในฝันเป็นครั้งแรก
ความงามของปายถูกอาบด้วยแสงอาทิตย์ แทนที่เราจะเห็นสีเขียวของท้องทุ่ง เรากลับเห็น สีขาวขุ่นอมเหลืองแทน



หลายคนบอกว่าปายเปลี่ยนไป..
เปลี่ยนไปอย่างไรเราเองก็ตัดสินไม่ได้ เพราะเราเพิ่งมาที่นี่ครั้งแรก
แต่ถ้าหากเราแยก “การท่องเที่ยว” ออกจาก “วิถีชีวิตดั้งเดิม”
ของคนที่นี่ เราว่าปายเปลี่ยนไปเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น

จริงอยู่ที่พื้นที่โล่งกว้างถูกสร้างเป็นรีสอร์ท ร้านรวงแข่งกันเปิดแข่งกันเอาใจลูกค้า จนบางครั้งก็เบียดเบียนธรรมชาติ…แต่คนที่ทำเช่นนี้ส่วนใหญ่เป็นนายทุนใหญ่เพราะต้องใช้เงินลงทุนเยอะ คนดั้งเดิมอาจมีบ้างหากมีเงินลงทุนพอ







ทว่าคนพื้นเพเดิมและส่วนใหญ่ยังทำการเกษตร ทำนา ปลูกผัก ปลูกกระเทียม เลี้ยงสัตว์ คนเฒ่าคนแก่ยังอยู่ติดบ้าน…วิถีชีวิตรอบนอกยังคงดำเนินไปเช่นเดิม


หากมองในแง่ลบ...
ไม่ใช่ “เราเรา” หรอกเหรอที่ทำให้เมืองๆนี้เปลี่ยนแปลงไป?
สำหรับเรา โลกมีหลายมุมเสมอ..อยู่ที่ว่าเราจะมองจากจุดไหนต่างหาก(เล่า)




4.ยูโทปาย

ยูโทปาย คงจะคล้าย ยูโทเปีย…
เพราะอาจเป็นเมืองในฝันของใครหลายคน
ตลาดคนเดิน ในคืนหนึ่งของหน้าร้อน อาจไม่ได้คึกคักเหมือนอย่างที่เราเคยเห็นในโทรทัศน์หรือรายการท่องเที่ยว ส่วนหนึ่งเพราะไม่ใช่หน้าท่องเที่ยว!





คนที่ไม่ชอบไปเที่ยวในสถานที่ที่คนเยอะๆ อาจพอใจปายในคืนเงียบๆแบบนี้ เพราะเราจะมีโอกาสเดินชมตลาดของปาย เดินซื้อข้าวของ เข้าออกร้านนี้ไปร้านโน้น ได้สบายใจโดยที่ไม่ต้องเกรงว่าจะเหยียบเท้าคนอื่น…
(พยายามคิด "ข้อดี" ของปายหน้าร้อนสุดๆแล้ว ฮ่าฮ่า)


แต่เราต้องเอา “ควายสบายใจ” ไปแลกกับ “ความรำคาญตา” อยู่บ้าง
เพราะคนที่เราเจอเกือบทั้งหมดจะเป็นคนร่างใหญ่ ตัวสูง ผมทอง
พูดจาภาษาที่เราฟังไม่ค่อยออก
ถูกแล้ว! ปายหน้าร้อนมีแต่ฝรั่ง…แทบหาคนไทยไม่ได้เลย!!


“ฝรั่งจะมาเที่ยวปายในหน้าร้อน ส่วนคนไทยจะแห่กันมาในหน้าหนาว”
นี่คือบทสรุปของคืนที่เราไปเยือนตลาดคนเดิน


หากปายเป็นเหมือนสาวงามที่เราเกริ่นไว้แต่แรก
การได้มาเยือนปายในครั้งนี้ ทำให้ชายธรรมดาคนนี้รู้ว่า...
“เธอช่างร้อนเกินไป(หมายถึงอากาศ) และก็มีหนุ่มๆต่างชาติมาส่งขนมจีบเธอเยอะจัง เราขอมองเธอจากที่เดิมดีกว่า-ที่ที่เห็นแต่หลังคาบ้านก็พอแล้ว” อะคริ อะคริ


ถ้ายูโทปาย มาจาก ยูโทเปีย ความรู้สึกที่ชัดเจนตอนนี้ก็คือ
“ดินแดนในฝันน่ะ..ไม่มีอยู่จริงหรอก แต่ก็ยังดีที่ครั้งหนึ่งเราได้ไปเยือนมันแล้ว” เหอเหอเหอ




5.กาแฟวาวี-อร่อยที่สุด

ก่อนไปเชียงใหม่ เราได้รับการการันตีจากเพื่อนคนนึง-คนที่หน้าตาคล้ายแพนด้ามาก(ฮ่าฮ่า) เขาบอกประมาณว่า…พลาดไม่ได้เลยนะ ไปถึงเชียงใหม่ต้องลองกาแฟวาวีให้ได้ กาแฟโบราณที่ดังกว่าสตาร์บัคเสียอีก

บอกกัน(ให้อยาก) ซะขนาดนี้มีเหรอที่คนอย่างเรา(และจ๊ะ)จะพลาด
แต่เราไม่ได้ ละเลียดกาแฟวาวีที่เชียงใหม่หรอก เรากลับลิ้มรสมันครั้งแรกที่ปาย!




กาแฟวาวีอร่อยจริงๆนะ ไม่ขมไม่หวานเกินไป วาวีที่ปายเพิ่งสร้างยังไม่เสร็จดีเลย แต่บรรยากาศร้านน่านั่งมาก ตั้งแต่ไปทริปนี้มีอันต้องละเลียดกาแฟตลอด นี่ถ้าไปเรียนมช. มีหวังกาแฟเข้าเส้นเลือด ฮ่าฮ่า




6.เชียงใหม่-สุดๆของวัยรุ่น

ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 แล้วที่ได้ไปเชียงใหม่...
แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนกับครั้งก่อนๆ เราไม่ได้ไปกับทัวร์ แต่เราไปกันเองทั้งครอบครัว โปรแกรมเที่ยวชมดอยถูกตัดทิ้งไป
ดอยสุเทพ ดอยตุง ดอยปุย ร่มบ่อสร้าง ศูนย์เครื่องหนัง…เราไม่ไป(คราฟ)

ครั้งนี้อิสระอยู่กับเรา ถนนนิมมานฯ และ แกลอรีแสดงผลงานของไทวิจิต คือสิ่งที่เรา “เลือก” ในเชียงใหม่ครั้งนี้…





I - berry นิมมานฯซอย17 เพิ่งเคยกินไอติมของที่นี่ครั้งแรกเลย
พี่โน้ต อุดม ออกแบบร้านได้แนวมาก..ถูกใจวัยรุ่นมากคราฟ

กว่าจะหาไอเบอร์รีเจอก็ยากใช่เล่น ถ้าเข้าจากซอย17 เลี้ยวโน้นเลี้ยวนี้กว่า
จะถึง หลงนิมมานฯก็ครานี้ละ แต่เมื่อไปถึงทุกอย่างหายเหนื่อย ไอติมอร่อยดี ร้านสวย นั่งกิน นั่งเม้าท์ ถ่ายรูป(ร้านและหนุ่มโต๊ะข้างๆ)ก็พอแล้ว...
(เพื่อนเราคนนึงไปปิ๊งหนุ่มโต๊ะข้างๆสะด้วย เฮ้ออ...สุดๆไปเลย55)




แกลอรีแสดงงานศิลปะของไทวิจิต -ถนนท่าแพร





รู้จัก "ไทวิจิต" ครั้งแรกจากไต้ฝุ่นคาเฟ่ มารู้ว่ามีแกลอรีแสดงผลงานก็จากทริปที่พี่หมอนิลไปเที่ยว มาถึงเชียงใหม่ทั้งทีต้องขอแวบไปหน่อย
วิธีไปก็ไม่ยาก ตอนแรกก็ไปกันแบบไม่รู้หรอกว่าอยู่ส่วนไหนของเชียงใหม่ ครั้งแรกนึกว่าอยู่แถวนิมมานฯซะอีก เพื่อความชัวร์เลยถามพี่พนักงานที่ไอเบอร์รี่ดู ปรากฎว่าอยู่ ถ.ท่าแพร ซะงั้น
ไปไม่ยากหรอก แค่โบกรถแดงไป จ่ายคนละ15บาท ถึงที่เลย อิอิอิ






งานบางชิ้นเช่นรูปวาดก็ขาย อย่างต่ำอยู่ที่5,000 เราของชมอย่างเดียวพอ
แต่แกลอรีนี้ ชมฟรีคราฟ ไม่ต้องจ่ายค่าเข้า...ดีจัง




7.อัมพวา-กินเดินหน้า,อ่านหนังสือ,นอน(ตีพุง)เล่น

ช่วงหลังๆที่ขึ้นมากรุงเทพฯ เรามักนึกถึงอัมพวาทุกที ทั้งที่สองสถานที่นี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกันเลย

ตอนขึ้นไปติวแบรนที่ม.เกษตรฯ เรากับเพื่อนอีกคน ตั้งใจจะหนี(ที่บ้าน+เรียน) ไปนอนอัมพวาด้วย จัดการวางแผน พร้อมกับโทรจองที่พักเรียบร้อย..แต่ต้องมายกเลิกเพราะเพื่อนส่วนใหญ่รักดีซะงั้น
(คนส่วนน้อยเลยอกหัก ฮ่าฮ่า)


แต่ครั้งนี้ไม่ต้องหนีใคร(พ่อแม่)แล้ว เพราะเรายกไปทั้งครอบครัว แถมพ่วงด้วยเพื่อนสนิทอีกต่างหาก ไปนอนซบอกอัมพวามา2คืน…สมใจ!





อัมพวาในยามเย็น คนเยอะมาก...






เลือกโปสต์การ์ด ดูเสื้อ ฟังเพลง มาทีเดียวได้ครบทุกอย่าง







แวะไปกินของที่ร้านกำปั่น ร้านน่ารักดี แถมชาเย็นอร่อยอีกต่างหาก
ส่วนที่อื่นก็ชิมไปเรื่อย อิ่มท้องคราฟ




8.เพื่อนร่วมทาง




จริงอยู่ที่การเดินทางคนเดียว ทำให้เราเข้มแข็งขึ้น กล้าตัดสินใจมากขึ้น
แต่เราว่าในบางเวลาก็เหงาใช่เล่น สู้ไปกับใครสักคนที่รู้ใจกัน..อุ่นใจมากกว่า ทริปนี้มีจ๊ะ , รัตน์ ,โต้งไปด้วย กัดๆจิกๆกันตลอดทาง สร้างสีสันไม่น้อย ฮ่าฮ่า แต่เวลาหลงก็ช่วยกัน(หลง อ่ะล้อเล่น)

ขอบคุณเพื่อนร่วมทางของเราละกัน เพื่อนสนิท3คน พ่อแม่-ยอมไปลัลล้ากับลูก คงเหนื่อยน่าดู , น้าๆญาติๆ..มาเติมเต็มทริปนี้ได้อย่างลงตัวที่สุด




9.จุดเริ่มต้น /ระหว่างทาง/ปลายทาง

ฉัน , เธอ , เขา –เรารู้จักคำ 3 คำนี้ดี เพราะเรากำลังเดินอยู่ถนนสาย..ชีวิต

แล้วถ้าเราจะมองในแง่ของการเดินทางล่ะ?


จุดเริ่มต้น
ทุกครั้งที่เรายืนอยู่ตรงจุดเริ่มต้น เป็นธรรมดาที่เราจะมอง “ไกล” มากกว่า “ใกล้” เพราะเราคิดว่า ทางที่ไกลออกไปนั้นมี “จุดหมาย” รออยู่
ก่อนออกเดินทาง พลังใจพลังกายเกินร้อย แต่ลึกๆแล้วเราก็แอบซ่อนความกลัวเอาไว้?


ระหว่างทาง
คำ 3 พยางค์นี้อาจจะง่ายเมื่อออกเสียง แต่ถ้านับเป็น “ระยะทาง”
เราว่า “ระหว่างทาง” เป็นช่วงที่ยากที่สุดของนักเดินทาง อาจเป็นช่วงที่เราใช้เวลาไปมากที่สุด…สิ่งรอบข้างเปลี่ยนไปทุกครั้งที่ระยะทางเพิ่มขึ้น
ผู้คน เรื่องราว ความสุข ความเศร้า…ผ่านเข้ามา และระหว่างนั้นมันทำให้เรานึกถึงอยู่ 2 อย่าง...
อย่างแรกคือ “บ้าน”
อย่างหลังคือ “ปลายทาง”

เรื่องบางเรื่องก็วัดกันที่ใจ และการมีเพื่อนร่วมทางดีๆ ก็ทำให้เราเรียนรู้ศัพท์เพิ่มอีก 2 คำ...
“สบายใจ” และ “วางใจ”


ปลายทาง
ปราย พันแสงเคยเขียนไว้ทำนองนี้ว่า...
“มนุษย์เป็นนักจิตวิทยาที่ฉลาดอย่างร้ายกาจที่สุด” และเราก็เห็นด้วยเต็มๆ คนเราเก่งเหมือนกัน รู้จักกำหนด “จุดหมาย” เพื่อให้ตัวเองมีกำลังก้าวเดิน

แต่รู้สึกมั้ย?
ปลายทางกลับเป็นช่วงเวลาที่สั้นที่สุด…
เรามีเวลาหยุดชมความงาม และยินดีกับความพยายาม…ไม่นานนัก
เราไม่สามารถอยู่ตรงปลายทางได้ตลอดชีวิต เพราะปลายทางไม่ใช่ “บ้าน” บ้าน..อยู่ที่จุดเริ่มต้น ตรงที่เราก้าวออกมานั่นล่ะ



สุดท้ายขอรวบยอดความรู้สึก ปาย-เชียงใหม่-อัมพวา
ปาย >>> เฉยเฉย
เชียงใหม่ >>> เจ๋งมากวัยรุ่น
อัมพวา >>> อิ่ม , อิ่มใจ


ปล.
กว่าเอนทรีนี้จะเสร็จปาเข้าไป 4 วัน ต้นเหตุของความล่าช้าต้องโทษ หนังสือของปราย พันแสง มาทำให้เราหลงหัวปักหัวปำ ไม่ได้ทำงานทำการเลย นอกจากจีบ(ตัวอักษร)เธอ ฮ่าฮ่า

ขอบคุณ “เพื่อนบ้าน” เช่นเดิม พี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ ที่แวะมาพื้นที่แห่งนี้เสมอ เพิ่งนึกขึ้นได้ว่า พื้นที่เล็กๆนี้ มีอายุครบ 1 ปีแล้ว (เย้!)
หวังว่าคงมีความสุขกับการอ่าน บันทึกการเดินทาง อันนี้นะค่ะ


ปิดท้ายด้วยคำพูดคมๆของนักเล่มเรื่องที่รักการเดินทาง อย่างนิ้วกลมล่ะกัน

“ทุกครั้งที่ออกเดินทาง ผมนึกถึงบ้านเสมอ และก็แปลกดีทุกทีที่อยู่บ้านนานเกินไป ผมก็ฝันถึงการเดินทางไกลเช่นกัน” / นั่งรถไฟไปตู้เย็น

- เราก็รู้สึกเหมือนพี่เอ๋เลย ตอนนี้ขออยู่บ้านพักผ่อน+อ่านหนังสือ แต่วันที่ 14 นี้เรามีนัดไปลัลล้ากับทะเลหน้าร้อน ทริปหน้าไปดำน้ำกันคราฟ อะคริ อะคริ







Create Date : 04 เมษายน 2551
Last Update : 5 เมษายน 2551 11:13:38 น. 27 comments
Counter : 825 Pageviews.

 
ฮ่าๆ ปาย เชียงใหม่ อัมพวา
เป็นอะไรที่สุขสุดๆเลยน่ะ

เมื่อเราจัดการเรื่องยุ่งๆของเราเสร็จ จะตามไปมีความสุขบ้างน่ะ

แปง แปง!


โดย: zomc IP: 61.19.67.170 วันที่: 5 เมษายน 2551 เวลา:12:05:20 น.  

 
-ดูรูปที่ถ่ายมาแล้วน่าอิจฉาจนแทบจะลุกขึ้นมาเต้น :)

-Back to nature จริงๆ สำหรับปาย บ้านดิน น้ำ ลม ไฟ คลาสสิคมาก
-ส่วนเชียงใหม่เข้าใจว่ามีไฮไลท์เยอะ ตอนเราไป iberry ก็เขมือบติมไปชุดใหญ่ แถมมีหมาน้อยสองตัวกระโดดเข้ามากัดกันในร้านด้วย สนุกดี
-เรายังไม่ได้มีโอกาสไปปาย เพราะไม่มีใครไปด้วย แต่จะไปคนเดียวก็หง่าวเกินสำหรับเมืองนี้ คงได้เหงาตายก่อนแน่ (ลึกๆแล้วเพิ่งรู้ตัวว่าเสพติดกรุงเทพพอสมควร)

สำหรับเรา
การเดินทางทำให้เรารู้จักที่จะมองโลกช้าลง และสวยงามมากขึ้น


โดย: gyunwin IP: 58.8.243.85 วันที่: 5 เมษายน 2551 เวลา:13:14:36 น.  

 
พูดว่าอิจฉาก็คงจะแค่นั้น
มันต้องไปสัมผัสเอง จิงมั้ยแปง
เจอกันที่นครฯ


โดย: meen IP: 161.200.255.162 วันที่: 5 เมษายน 2551 เวลา:13:34:29 น.  

 
#ส้ม
+เอาไว้แกไปเป็นป่าไม้ที่นั่นดิ
แล้วชั้นจะตามไป ฮ่าฮ่า
+หายยุ่งไวๆ เสียใจด้วยกับเรื่องนั้น


#กุนวิน
+ใช่ๆ หมา2ตัวนั่นซนสุดๆ
มันมากัดกันใต้เก้าอี้เพื่อนเราด้วย
+หาคนไปได้แล้วแพนด้าวิน ขืนนานไปปายคนจะเยอะกว่านี้ เดี๊ยวจะเซ็งเหมือนตอนไปดู
คอนเสิร์ตที่เขาใหญ่ เหอเหอ
+บรรทัดสุดท้าย เห็ยด้วยคราฟ!

ปล. เรามีความรู้สึกว่า บันทึกครั้งนี้ เขียนออกมาได้เพราะ "นิ้วกลม" เลย ทั้งการเล่าเรื่อง วิธีคิด
มีอิทธิพลกับเรามาก..ขอบคุณค่ะ






โดย: pangz วันที่: 5 เมษายน 2551 เวลา:13:40:44 น.  

 
ปายหน้าร้อนแสบทรวงเลยคร๊า

เอิ๊กๆๆๆ


โดย: อ่ะโจ๊ะ IP: 117.47.209.118 วันที่: 5 เมษายน 2551 เวลา:21:08:24 น.  

 
5555555 เวลาหน้าร้อนพี่ชอบอยู่เฉยๆน่ะ ไม่ค่อยอยากไปไหน

อ่อ แต่ไม่กลับบ้านนอกแล้วนะ
คุยกับแม่ไม่รู้เรื่อง ตั้งแต่ตอนน้องมาสอบเข้าละ
ไม่ให้กลับก็ไม่กลับวะ แง่ม


โดย: nanoguy IP: 125.24.71.218 วันที่: 5 เมษายน 2551 เวลา:21:52:15 น.  

 
หวัดดีครับน้องแปง


โหย...ได้เที่ยวปายด้วย
อินเทรนด์มากๆ 555

พี่ก๋าสบายดีครับ
แต่ว่าช่วงนี้เฝ้าบ้านเป็นหลัก
เพราะมาดามท้องแก่แล้วครับ อิอิอิ


ชอบรูปที่นั่งถ่ายรูปกันแล้วทำมือเป็นรูปหัวใจอ่ะครับ
ครีเอตจัง 555

หนังสือเล่มใหม่ของพี่ประชาคมออกใหม่มาแล้วนี่ครับ
น้องแปงคงไม่พลาดซื้อแน่นอน




โดย: กะว่าก๋า (กะว่าก๋า ) วันที่: 5 เมษายน 2551 เวลา:22:37:00 น.  

 
ขอบคุณน้องแปงมากสำหรับการพาเที่ยว (ไปด้วย) ในค่ำคืนนี้

ชอบชุดภาพอัมพวามากที่สุดค่ะ

โดยเฉพาะรูปของกิน 555

จริงๆชอบแม่น้ำค่ะ สวยดี

สุขสันต์กับการทำบล็อกในปีที่สองนะคะ


โดย: หยุ่ยยุ้ย วันที่: 5 เมษายน 2551 เวลา:23:17:18 น.  

 
ตอนพี่ไปปายก็เป็นช่วงหน้าหนาวนะ แต่กลางวันร้อนมากเห๊อะ

ร้อนจนตอนแรกที่เหยียบปาย แล้วยังแอบถามตัวเอง ว่าเราจำเดือนผิดป่าวเนี่ย

น้องแปงได้ไปกินข้าวซอยร้านน้องเบียร์ป่าว

อร่อยมากกกก พี่ชอบสุดๆ <3

ปล. อยากไปอัมพวามากเลยอ่ะน้องแปง อยากไปชิลลลล


โดย: พี่ปามปาม (soda_zappp ) วันที่: 5 เมษายน 2551 เวลา:23:49:23 น.  

 
อ่านเพลินเลยค่ะ น้องแปง

เห็นด้วยกับ entry เพื่อนร่วมทาง ที่บอกว่า...
...จริงอย่างที่ใครเคยบอกไว้ ความสุขของการเดินทาง
อยู่ที่ “ระหว่างทาง” มากกว่า “จุดหมายปลายทาง”...เนอะ...


ปาย...ยังไม่เคยไป แต่เห็นใคร ๆ ก็ไปกัน...คิดว่าสักวัน ขอไปสัมผัสดูซะที...

...ตลาดอัมพวา...ก็ยังไม่เคยไป แต่เห็นใคร ๆ ก็ไปกัน(อีกแล้ว)...คิดว่า สักวันคงได้ไปสัมผัสเหมือนกัน...

...เชียงใหม่...จะได้ไปวันพฤหัสนี้แล้ว
แต่คงไม่ได้ไปไหนมาก เพราะไปทำธุระวันเดียวก็กลับเลย
แต่ถ้าการทำธุระครั้งนี้ของพี่สัมฤทธิ์ผล พี่ก็อาจจะได้ไปอยู่เชียงใหม่เป็นปีเลยก็ได้นะ...

...เห็นใคร ๆ ก็ไปเที่ยวแล้ว...อยากไปเที่ยวบ้างจังเลยค่ะ น้องแปง...


โดย: Almondblist วันที่: 6 เมษายน 2551 เวลา:0:56:16 น.  

 
แวะมาดูสาวงามที่ ฮอท ฮอท (ใช้คำได้ เซ็กซี่มั่กมาก)

ว่างว่างต้องไปดูสาวงามตอนฮอทฮอทดูบ้างว่าเซ็กซี่ขนาดไหน

ถึงแม้ว่าความรู้สึกที่ไปเยือนครั้งแรกจะเฉยๆ

แต่ถ้าถามว่าจะไปอีกไหม พี่ก็ยินดีไปอีกอย่างแน่นอน

เห็นด้วยว่าไป อัมพวาแล้วอิ่มจริง มีแต่ของน่ากิน เดินไปกินไป

ดีใจที่รู้จักกับแปงมาครบ 1 ปีด้วยครับ

สุขสันต์วันหยุดยาวจ้า



โดย: fzero วันที่: 6 เมษายน 2551 เวลา:12:20:14 น.  

 
จริงด้วย
มิตรภาพมีอยู่ทุกที่
เว้นซะแต่เราจะลืมเก็บมันเอาไว้ระหว่างเดินทาง

ภาพสวย เห็นแล้วอยากไปเร็วๆ
(ว่าจะไปครั้งที่สองปลายเดือนนี้จ๊ะ หลังจากไปมาแล้วเมื่อสองปีก่อน)




โดย: Dr.Manta วันที่: 6 เมษายน 2551 เวลา:13:04:06 น.  

 
คิดถึงเชียงใหม่จัง

คำว่า "ปาย" เป็นอีก commercial word ที่ขายดิบขายดีในตัวเมือง "ปาย"


อ้อ แก้อีกนิดนะ ถนนท่าแพ ไม่ใช่เหรอ
เราไม่เคยได้ยินถนนท่าแพรนะ


ปล. คนเสื้อฟ้าในหน้าแรกของบล๊อกคือแปงหรอ
หุ่นดีนะเนี่ยยยยยยยย อิจฉาาาา


ปลล. “มนุษย์เป็นนักจิตวิทยาที่ฉลาดอย่างร้ายกาจที่สุด” ชอบอันนี้นะ ต้องลองกลับไปอ่าน "บ้านคือที่ให้วิ่งหนี แล้วรอวันกลับมา" ของพี่แอบชอบ คห. ข้างล่าง


โดย: Unravel วันที่: 6 เมษายน 2551 เวลา:14:52:32 น.  

 
เย๊ๆ ในที่สุดน้องแปงก็มาปายจนได้

เสียดายพี่ไม่อยู่ แถวๆนั้นด้วย

ที่เล่าๆมา แสดงว่าชอบเข้าแล้วสินะ หรือว่าผิดหวังหรือเปล่าก็ไม่รู้

พี่ตี๋


โดย: tirannor IP: 118.174.222.85 วันที่: 6 เมษายน 2551 เวลา:15:35:56 น.  

 
#พี่มีน
+หลังสงกรานต์นี่แปงโปรแกรมเยอะมากเลย ฮ่าฮ่า
+พี่มีนกลับมาแล้วบอกด้วย โอ้ววเขิน อะคริ อะคริ


#เฮีย
+ไม่รู้ตอนแปงอยู่ปี1 จะเกิดเหตุการณ์แบบนั้นป่าว หุหุ


#พี่ก๋า
+ยินดีด้วยค่ะกับน้องที่กำลังจะลืมตาดูโลก เร็วเหมือนกันนะค่ะเนี่ย เผลอแป๊ปเดียว พ่อก๋ากับคุณแม่จะได้เห็นหน้าน้องแล้ว
+รูปนั้นแกล้งสวีทกันค่ะ ที่จริงตอนถ่ายร้อนมาก อิอิอิ
+ไม่พลาดอยู่แล้วค่ะ อะคริ อะคริ


#พี่ยุ้ย
+ขอบคุณเช่นกันค่ะที่มาเที่ยวด้วยกัน
+แม่น้ำสวยจริงๆด้วย ของกินก็อร่อย แต่คนเยอะไปหน่อย อิอิ
+แปงมีความสุขกับการทำบล็อก ก็เพราะมีเพื่อนบ้านดีๆ อย่างนี้นี่เอง


#พี่แอม
+ขอให้ได้ไปปายกับอัมพวาสมใจนะค่ะ
+ธุระสำคัญ..ผ่านไปด้วยดีนะคะ
แปงชอบเชียงใหม่มากเลย หากพี่แอมอยู่ เราคงมีโอกาสเจอกัน ฮะฮะ
+เดินทางดีๆคราฟ


#พี่ปาม
+กินร้านน้องเบียร์คราฟผม แปงสั่งแพนงกับพะโล้ อร่อยจิงๆด้วย
+แสดงว่าฤดูไหนกลางวันก็ร้อนเหมือนกัน โลกร้อนขึ้น ใครทำ? หุหุ
+ถ้ากำลังลด อย่าไปอัมพวาเลยพี่ปาม ห้ามปากห้ามใจไม่ไหว ก๊ากๆ


#พี่โจ
+หน้าร้อน แปงขึ้นเหนือ แต่พี่โจลงมาใต้ นี่ถ้าเลยมาตรังสักนิด
ฮอท ฮอทแน่เลย อิอิอิ
+ถ้าใครชวนไปปายอีก แปงก็ไม่พลาดเหมือนกัน โอ๊ะๆ
+ดีใจที่รู้จักพี่โจครบปีเช่นกันค่ะ
ปีหน้ารับรางวัลอีกน้า ฮ่าฮ่า


#พี่เบส
+หากไป คงมีรูปสวยๆเก็บมาฝากแน่เลย
+ขอบคุณสำหรับมิตรภาพค่ะ


#ต้นต้น
+เราไปเชียงใหม่ ในตอนที่ต้นไม่อยู่ เศร้ากว่าอีก 55
+โอ้ววว แก้คับแก "ท่าแพ" ไม่เถียงคนเชียงใหม่เจ้า อิอิอิ
+ปอลอตอบไปแล้ว แหมๆ!
+น่าสนใจเดี๊ยวจะตามอ่าน
+เออต้น ไม่อนุญาตเหมือนกัน มีแฟนน่ะ จะข้ามหน้าข้ามตาเราได้ไงกัน โอ๊ะๆ แต่ความเหงานี่ห้ามยากเนอะ..แต่จัดการมันได้นี่ สู้ๆ


#พี่ตี๋
+ตอนแปงไปปายจะแวะถามหาพี่ตี๋ที่ที่ทำงานแล้วเชียว พอดีแด๋นบอกมาว่าพี่ตี๋อยู่ที่ว่าการอำเภอปาย
แต่ถ้าถามคงหน้าแตก พี่ตี๋เล่นหนีไปเที่ยวจีนซะงั้น ฮ่าฮ่า
+เราคงได้เจอกันไม่วันใดก็วันหนึ่งค่ะ ขอบคุณสำหรับมิตรภาพเช่นเดิม
ด้วยรักและเคารพเจ้าค่ะ







โดย: pangz วันที่: 6 เมษายน 2551 เวลา:22:07:25 น.  

 
รูปสวยมากเลยพราแปง อิอิ
เห็นด้วยกับพี่แปงที่ว่า ปลายทางเป็นช่วงเวลาที่สั้นที่สุด…เพราะนิก็ประสบมาแล้ว

นิก็ได้ไปเที่ยวเหมือนกัน แต่ในความรู้สึกอาจจะไม่ค่อยสนุกเท่าไร อาจจะเป็นเพราะขาดเพื่อนร่วมทางที่"รู้ใจ"กระมัง นิไปเที่ยวกับครอบครัวญาติ น้าจัดทริปอย่างลงตัว ราชบุรี-เพชรบุรี-อัมพวา

ที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดคงเป็นเพชรบุรีเพราะเป็นครั้งแรกที่ได้ไปเยือน ส่วนราชบุรีกับอัมพวาเคยไปแล้ว ที่เพชรบุรีนิได้ไปพระนครคีรี เป็นพระราชวังที่ตั้งอยู่บนเขา สวยมากๆเลยพี่แปง และที่สำคัญเป็นสถานที่ถ่ายทำดั่งดวงหฤทัย ละครเรื่องโปรดด้วย
น่าเสียดายเดินไม่ทันหมดทุกทีฝนก็ดันตกมาซะก่อน แต่ด้วยความที่ว่าเสยดายนานๆทีกว่าจะได้ไปเลยเดินตากฝนดูซะให้หมดเลย เป็นความรู้สึกที่แปลกใหม่ดี พี่แปงคิดดูดิ

เดินตากฝนในพระราชวังโบราณ โอกาสอย่างนี้ไม่ได้หาง่ายๆนะเนี่ย ออกจะแนว ฮะฮะ

นิได้ไปอัมพวาแค่แป็บเดียวเองไปเดินเที่ยวตลาดนำ นิไปตอนเย็นๆแล้ว คนเยอะมาก มีร้านหนึ่งนิชอบมากๆเลย ร้านเรือนคุณปู่ ทำมือ พี่แปงเคยเห็นมั้ย นิชอบของ+การจัดร้านรู้สึกอบอุ่นดี ^^

นิเล่ามาตั้งมากมาย โม้ก็เยอะอยู่ความจริงมีมากกว่านี้อีก ไว้เจอพี่แปงแล้วค่อยโม้ต่อ ฮะฮะ

นิอยากกินกาแฟวาวีด้วยอ่า(แอบอิจฉาทริปพี่แปงน่ะเนี่ย ทริปนิขาดคนรู้ใจอ่า ทริปพี่แปงให้ความรู้สึกอบอุ่นจัง)

นิจะได้กลับบ้านแล้ว เย้ๆ แล้วก็คิดถึงพี่แปงสุดๆ ไว้เจอกันค่า



โดย: life IP: 124.120.188.82 วันที่: 7 เมษายน 2551 เวลา:12:53:56 น.  

 
เฮ้อ ภาพ+คำบรรยาย ทำออกมาได้ดีจิงๆ จนอยากไปด้วย เสียดายวันนั้นไม่ว่างเลยไปดำน่ำที่กระบี่แทน ฮ่าๆๆๆ อ่อ ลืมบอกไป คะแนนจะออกมายังไงก็ขอให้แปงโชคดีล่ะกัน เราก็คิดไปคิดมาไม่น่าเอารับตรงก่อนเลย


โดย: Emplicon IP: 118.173.126.243 วันที่: 7 เมษายน 2551 เวลา:14:56:15 น.  

 
น้องแปงจ๋า
หายจิตตกหรือยังเนี่ย
ฝนหยุดตกในใจรึยัง

มันคงไม่ตกตลอดไปหรอก
เพราะมันต้องแบ่งไปตกที่ในใจคนอื่นมั่งแหละ

เนอะๆๆๆ

...................

เอ...พี่ว่า
ถนนท่าแพมิใช่รึ?
มิใช่ท่าแพรน่ะ....หรือมีถนนท่าแพรจริงๆ
อันนี้พี่ก็ไม่แน่ใจครับ

........................

ร้านไอเบอรี่ยังไม่เคยไปนั่ง
แต่ปลายเดือนนี้จะไป

และคงต้องไปนั่งให้ได้

อยากรู้ว่าวัยรุ่น(ที่ผ่านมานานแล้ว)
มันรู้สึกกันยังไง


...................


ฝันดีน่ะครับ


โดย: Dr.Manta วันที่: 9 เมษายน 2551 เวลา:0:17:16 น.  

 
+ แง้ๆ โหลดรูปก็ขึ้นไม่หมด พี่แปะโป้งไว้ก่อนได้ป่าวจ๊ะ รถจะหมดเลี้ยว เด๋วพรุ่งนี้มาอ่าน & เม้นต์ให้ก่อนกลับบ้านลำปางตอนเย็นเน้อ


โดย: บลูยอชท์ วันที่: 9 เมษายน 2551 เวลา:22:13:38 น.  

 
+ โอววว ... โหลดหลายรอบอยู่แฮะหน้านี้ของนู๋ กว่ารูปจะมาครบอีโมฯ ดันหายซะอีกอ่า

+ ยินดีกับนู๋ด้วยนะครับ ที่ได้ไปเยือนอีก 1 'ดินแดนในฝัน' ของนู๋ซะที
+ กร๊ากกก อารมณ์ประมาณเห็นหลังคาบ้านแล้วหลับฝันดีนี่ พี่ยังไม่เคยเป็นแฮะ 555
+ โห! ไปกันเซ็ตใหญ่เลยเหรอคับเนี่ย มี เพื่อนลูก กับ เพื่อนบ้าน ด้วยอ่า

+ อืม ... ประเด็น ยูโทปาย พี่ว่ามานก็เหมือนหนังอ่ะแหละครับ (เพิ่งเขียนที่บล็อกคุง L ม่อนด์ไปเอง) ถ้าเราคาดหวังกะเค้ามากเกินไป แล้วเค้าไม่เป็นอย่างที่เราหวัง ก็จะรู้สึกผิดหวังมาก ... แต่คิดแบบหนูนั่นแหละ ถูกต้องแล้วจ้า รักปายในแบบที่เธอเป็น (ถึงแม้จะมีแต่ฝาหรั่งหัวทองมาไต่ตอมดอมดมก็ตาม) หุๆ

+ ร้านกาแฟวาวี ที่ลำปางก็มีร้านนึงจ้า เหมือนกับ ผึ้งน้อยเบเกอรี่ ที่ดังที่เชียงใหม่ ก็มีสาขามาเปิดที่ลำปางด้วยอ่า และพี่ก็ชอบอุดหนุนผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นแบบนี้นะครับ ให้ความรู้สึก 'รักบ้านเกิด' ดีอ่า
+ อูววว ... ได้ไปเยือน Art gallery ด้วย ของเค้าดู แนว มากมายเลยเนอะคับ

+ มีรูปมุมสูงของตลาดน้ำอัมพวาด้วยแฮะ ถ่ายจากมุมยังไงอ่ะคับเนี่ย ... ส่วนขนมหวานก็น่าหม่ำมากมายเลยอ่า

+ อ้าว! บทสรุปกลายเป็นเฉยๆ กะปาย แต่ดีกับที่อื่นซะงั้น (แอบหวังมากไปป่ะจ๊ะเนี่ย) แถมกำลังจะไปดำน้ำต่ออีกต่างหาก อิจจ๋าๆ
+ ยินดีด้วยกับ 1 ปีของบล็อกนี้นะคราฟ อะคริ อะคริ


โดย: บลูยอชท์ วันที่: 10 เมษายน 2551 เวลา:15:10:28 น.  

 
ยูโทปายจริงๆแหละแปง
เฮ่อ! อย่างงี้เค้าเรียกตกหลุมรักเงารึป่าว
มีจริงๆ แต่ไม่ได้ไป ไม่ต่างอะไรกับไม่มีที่ๆนี่อ่ะน่ะ

พระนครคีรีขอน้องนิก้ออยากไปมานานแล้ว ไม่มีโอกาสซะที

------------------------------------------------------------------------------

พอเมาแล้วเราหัวเราะกัน วะฮะฮ่า


โดย: zomc IP: 61.19.67.51 วันที่: 11 เมษายน 2551 เวลา:23:45:46 น.  

 
สวัสดีวันปีใหม่ไทยค่ะน้องแปง
ไปรดน้ำดำหัวที่ไหนจ๊ะ
สาดน้ำให้สนุกน้า เล่นเผื่อพี่ด้วย
เพราะวันนี้พี่ทำงานจ้ะ


โดย: Almondblist วันที่: 13 เมษายน 2551 เวลา:8:24:26 น.  

 
จำได้ว่า ไปเซี่ยงไฮ้ก็เป็นที่ทำงานของนิ้วกลม

ไปเกาะยาว ก็เป็นที่ทำงาน ของพี่เจ้าของร้านหนัง(สือ)2521

เป็นเหตุบังเอิญหรือแรงดึงดูด



สุขสันต์วันสงกรานต์ โดนสาดความสุขกันทั่วหน้านะ แปง



โดย: fzero วันที่: 13 เมษายน 2551 เวลา:11:10:27 น.  

 
อิจฉาคนได้ไปเที่ยวปายวุ้ย
เหนกาแฟนวาวี นึกถึงโฆษณากาแฟอ้ายวี ออกญาโดมแอดฮิ๕ข้ามาแล้ว อิอิ

อัใพวา ตอนนั้นที่ไปมีแต่กล้องเพื่อน กล้องตัวเองยังไม่มี แต่คิดแล้วอยากกลับไปอีกจัง


โดย: DJ BrYaN วันที่: 13 เมษายน 2551 เวลา:16:17:41 น.  

 

"พี่แปงจะไปปายแล้วเหรอ รอแด๋นก่อนสิ..."

แด๋นจำได้ว่าข้อความข้างบนน่ะ เป็นประโยคหนึ่งในเหตุการณ์ตอนที่แด๋นกับพี่แปงสนทนาผ่านสายโทรศัพท์กัน

ตอนนั้นแด๋นเองก็อยากจะำไปให้ได้ อยากไปสุดๆ
ทั้งๆที่มันเป็นช่วงปิดเทอมแล้ว (แต่แด๋นก้อต้องไปโรงเรียนอยู่อีก เง้อ)

เข้าใจว่ายังไงพี่ก็ต้องไปในเร็ววันนั้นให้ได้
และแด๋นเองก็คงละทิ้งภาระกิจของแด๋นไม่ไดแน่ๆ

"โชคดีนะพี่ อย่าลืมของฝากล่ะ"

แด๋จำได้อีกว่า
แด๋นอวยพรพี่ไปอย่างนี้เช่นกัน

ท้ายทึี่สุด พี่แปงรู้ป่าว ถึงแม้ว่าแด๋นจะไม่ได้ไปเที่ยวอย่างที่พี่แปงไป
แต่แด๋น "รู้สึก" ว่าแด๋นกำลังอยู่ที่ปาย ที่เขียงใม่ และที่อัมพวาจริงๆ

ไม่รู้ว่าเพราะทำไม
หรืออาจเพราะเป็นด้วยตัวอักษรที่พี่แปงถ่ายทอดออกมา
ทำให้แด๋นล่องลอยอยู่ในดินแดนแห่งความฝันคล้ายๆพี่ก็เป็นได้

เอ๊ะ แด๋นอยู่ตรังนี้่
เพิ่งกลับมาจากห้วยยอด (บ้านใคร?)
ขอบคุณนะครับ ที่พาแด๋นไปเที่ยว และมาส่งถึง "หน้าบ้าน"

ถ้าทฤษฎีของเขาทั้งสอง เป็นจริงสำหรับทุกเงื่อนไข
เราก็คงมีโอกาสไปตะลุยปายด้วยกันสักครั้งนะพี่

ด้วยสัตย์จริงแห่งมิตรภาพ



โดย: น้องแด๋นน้ิอยคอยรัก... IP: 118.174.117.143 วันที่: 13 เมษายน 2551 เวลา:17:14:57 น.  

 
หลายคนบอกว่าปายเปลี่ยนไป
หลายคนไม่ชอบให้ปายเปลี่ยนแปลง....

แต่ถ้าปายเปรียบเหมือนสาวงามนางหนึ่ง อย่างที่ pangz เปรียบไว้ สาวงามก็ต้องมีการเติบโตและเปลี่ยนแปลง เป็นธรรมดา ในเมื่อเราเองก็ยังเปลี่ยนแปลงมิใช่หรือ


โดย: จอมมารขาวดำ วันที่: 14 เมษายน 2551 เวลา:11:13:51 น.  

 
กำลังอัพบล็อกล่ะ
สวัสดีปีใหม่ไทยกับคนที่เข้ามา



โดย: pangz วันที่: 14 เมษายน 2551 เวลา:12:19:42 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

pangz
Location :
ตรัง Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ทฤษฎีมีอยู่ว่า...คนเรามีสิทธิ์พบกันและใช้ชีวิตร่วมกัน
อาจจะ3ปี 50ปี 1นาที หรือ 1วินาที ไม่ว่าพวกเขาจะเป็นเพื่อน ศัตรู คนรัก พ่อแม่ หรือแม้แต่ตัวเอง ยังไงพวกเขาก็ต้องจากกัน...บางทีก็ดีใจ บางทีก็เศร้า
(ควันใต้หมวก/วิศุทธิ์ พรนิมิตร)
Friends' blogs
[Add pangz's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.