Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2549
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
17 มิถุนายน 2549
 
All Blogs
 
ข่าว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

จากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐออนไลน์http://www.thairath.co.th/news.php?section=society&content=9578 dated 17 June 2006

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระมหากษัตริย์ผู้เป็น ที่รักเคารพของราชวงศ์ทั่วโลก

ภาพประวัติศาสตร์ที่องค์พระประมุขและพระราชวงศ์จาก 25 ประเทศทั่วโลก พร้อมใจกันเสด็จฯ มาร่วมงานเฉลิมฉลองการครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไม่เพียงแต่จะแสดงให้เห็นถึงไมตรีจิตอันงดงาม แต่ยังกระชับความสัมพันธ์ระหว่างราชวงศ์ไทยกับราชวงศ์ทั่ว โลกให้แน่นแฟ้นเจริญงอกงามยิ่งๆขึ้นไป

และแม้พระราชอาคันตุกะเกือบทุกพระองค์ได้ทยอยเสด็จฯกลับประเทศไปเรียบร้อยแล้ว แต่ภาพแห่งความทรงจำเมื่อครั้งเสด็จฯมาร่วมฉลองในมหามงคลวโรกาส ณ สยามประเทศ จะยังคงตราตรึงอยู่ในพระทัยตราบนานเท่านาน ดังที่ สมเด็จพระราชาธิบดีบรูไนดารุสซาลาม ทรงเป็นผู้แทนพระประมุขและพระบรมวงศานุวงศ์ จาก 25 ประเทศทั่วโลก มีพระราชดำรัสถวายพระพร ชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมแสดงความประทับพระราชหฤทัยที่ทรง ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของหน้าประวัติศาสตร์ไทย...

“องค์พระประมุขและพระราชอาคันตุกะทุกพระองค์ ได้มาพร้อมเพรียงกัน ณ ที่นี้ ก็เพื่อถวายพระพรแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ผู้เป็นที่รักของพระองค์ด้วยความเคารพ ชื่นชมในพระบารมีเป็นล้นพ้น ตลอดจนเพื่อความปรารถนาดีอย่างจริงใจให้แก่ปวงชนชาวไทยทุกคน 60 ปีที่พระองค์ทรงครองสิริราชสมบัติ มิได้เป็นเพียง 60 ปีในประวัติศาสตร์ของชาติไทย แต่เป็น 60 ปีแห่งประวัติศาสตร์ของเราทุกคน เป็นประวัติศาสตร์ที่ได้ประสบทั้งสิ่งดีและสิ่งร้าย ทั้งความปลื้มปีติ และความโศกเศร้า ทั้งเรื่องที่น่าตื่นเต้น ยินดี และเรื่องที่น่าสิ้นหวัง และทุกครั้งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงใช้พระราชปรีชาญาณ พระสติปัญญา พระวิริยะอุตสาหะ ตลอดจนความองอาจและกล้าหาญที่พระองค์ทรงมีอยู่อย่างท่วมท้น ในการนำประเทศให้พ้นภัย

...พระปรีชาสามารถของพระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว เป็นศูนย์รวมแห่งแรงบันดาลใจ ให้แก่ประชาชนของพระองค์ตลอดมา ไม่ว่าจะเป็นในด้านวิชาการ ศิลปะ วิทยาศาสตร์ หรือแม้แต่การที่ทรงเป็นแบบอย่างที่เรียบง่าย ของการเป็นพ่อผู้มีแต่ความรักและ ความเสียสละเพื่อลูก วันนี้ประชาคมโลกต่างตระหนักถึง ความสำเร็จทั้งหลาย ทั้งปวงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หม่อมฉัน องค์พระประมุข และพระราชอาคันตุกะทุกพระองค์ที่มาพร้อมเพรียงกัน ณ ที่นี้ จึงมีความปลาบปลื้มปีติยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่สหประชาชาติได้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย รางวัลความสำเร็จอันสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์แด่ฝ่าพระบาท และหม่อมฉันตลอดจนองค์พระประมุขและราชอาคันตุกะทุกพระองค์ ที่มีไมตรีจิตพรั่งพร้อมกันมาร่วมงานในวันนี้ ขอถวายพระราชปัญญาที่เรียบง่าย แต่มีค่าและสะท้อนถึงความ รู้สึกของหม่อมฉันและทุกพระองค์ ณ ที่นี้ คือ ฝ่าพระบาททรงเป็นมิตรที่รัก และพึงเคารพอย่างที่สุดของพวกเรา”

สำหรับพระบรมวงศานุวงศ์พระองค์อื่นๆ แม้จะประทานสัมภาษณ์ต่างกรรมต่างวาระกัน แต่ก็ล้วนสะท้อนให้เห็นถึงภาพความเป็น พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นที่เคารพรักยิ่งของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว “การได้เดินทางมาร่วมพระราชพิธีฉลองครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในครั้งนี้ ทำให้ได้เรียนรู้ว่า การจะเป็นพระมหากษัตริย์ที่ได้รับการยอมรับจากคนทั้งประเทศนั้น จะต้องทำงานหนัก และตลอดระยะเวลา 60 ปีแห่งการครองราชย์ของพระมหากษัตริย์ไทย ทรงสามารถนำพาประเทศผ่านพ้นช่วงเวลาแห่งความยากลำบากมาได้ ก็ด้วยพระปรีชาสามารถในทุกๆด้าน ซึ่งเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางไปทั่วโลก” ...เจ้าฟ้าชายอาโลอิส มกุฎราชกุมารแห่งลิกเตนสไตน์ ประทานสัมภาษณ์แก่สถานีโทรทัศน์ไอทีวีถึงความรู้สึกประทับพระทัยส่วนพระองค์

แม้ครั้งนี้จะเป็นการเสด็จเยือนเมืองไทยเป็นครั้งแรก แต่พระองค์ก็ทรงรู้จักเมืองไทยดี และเมื่อได้เสด็จมาสัมผัสด้วยพระองค์เอง ยิ่งสร้างความประทับพระทัยมากยิ่งขึ้น... “ประชาชนชาวไทยให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นและเป็นมิตรมาก สถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ก็ได้รับการตกแต่งอย่างงดงาม โดยเฉพาะพระราชพิธีแห่งการเฉลิมฉลองจัดได้อย่างเป็นระบบดีมาก ทุกอย่างที่ได้สัมผัสยิ่งทำให้รู้สึกประทับใจมากขึ้น”

เช่นเดียวกับ สมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะแห่งญี่ปุ่น ก็ทรงปลื้มพระทัยยิ่งกับเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ครั้งนี้...“สมเด็จพระจักรพรรดิและข้าพเจ้า รู้สึกภูมิใจที่ได้ร่วมงานฉลองการครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี และรู้สึกประทับใจเหลือเกิน ที่ได้รับเชิญให้เป็นส่วนหนึ่งของโอกาสมหามงคลนี้ อีกทั้งยังปลื้มใจมากที่ได้เห็นคนไทยทุกคน และพระราชวงศ์ทั่วโลก มีความสุขเบิกบานใจทั่วหน้า”



ขณะที่ สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโต ทรงมีรับสั่งเน้นว่า ทรงอยากเห็นชาวญี่ปุ่นทุกคนผูกมิตร และกระชับความสัมพันธ์กับประเทศไทยให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดย ทรงยกย่องคนญี่ปุ่นที่เข้ามาลงทุนและทำงาน ในประเทศไทยเมื่อ 10 ปีที่แล้วว่า สามารถสร้างความเข้าใจกับคนไทยได้อย่างดียิ่ง และทรงขอให้คนญี่ปุ่นรุ่นใหม่ดำเนินรอยตามคนรุ่นก่อน และผูกสัมพันธ์กับคนไทยให้แนบแน่นขึ้นไปอีก

ก่อนเสด็จฯกลับประเทศ เชคซอบะห์ อัลอะห์มัด อัลจาบีร์ อัลซอบะห์ เจ้าผู้ครองรัฐคูเวต ได้มีรับสั่งถวายพระพรแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรง พร้อมกับทรงย้ำว่า รู้สึกเป็นเกียรติ และประทับพระทัยมาก ที่ได้รับการทูลเชิญให้เสด็จฯมาร่วมงานฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปีในครั้งนี้



พระราชอาคันตุกะที่ทรงเคารพรักพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างสูง และตั้งพระทัยว่า จะทรงยึดในหลวงเป็นแบบอย่างในการปกครองและพัฒนาประเทศคือ มกุฎราชกุมารจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุกแห่งภูฏาน ซึ่งจะทรงราชาภิเษกเป็นพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญพระองค์แรกของประเทศ ในปี 2551 ...“เรารู้สึกปลาบปลื้มในความจงรักภักดีของชาวไทยที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และรู้สึกยินดีมากที่ได้เดินทางมาเยือนประเทศไทยครั้งนี้ เราเคยเฝ้าฯ เจ้านายไทยหลายพระองค์แล้ว แต่ไม่เคยได้มีโอกาสเข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ครั้งนี้ถือว่าความฝันของเราเป็นจริง เราได้ศึกษาพระราชกรณียกิจของพระ บาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาตั้งแต่ยังเยาว์วัย และตั้งใจว่าวันหนึ่งจะต้องขอเข้าเฝ้าฯ พระองค์ท่าน ซึ่งวันนี้ก็มาถึงแล้ว รู้สึกดีใจมาก เพราะชื่นชอบแนวทางการพัฒนาและการปฏิบัติพระองค์ของพระองค์ท่าน เราจะเจริญรอยตามแนวทางของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รวมถึงพระราชบิดาของเรา เป็นแบบอย่างในการพัฒนาราชอาณาจักรภูฏานให้เจริญรุ่งเรืองต่อไป ทั้งสองพระองค์ทรงงานหนัก และเสด็จออกพบปะประชาชนทั่วประเทศ เพื่อรับฟังปัญหาและความเดือดร้อนของประชาชน”



การเสด็จเยือนประเทศไทยเป็นครั้งที่สามของ สมเด็จพระราชาธิบดีสวาติที่ 3 แห่งสวาซิแลนด์ นอกจากจะทรงได้รับความประทับพระทัยแล้ว ยังทรงได้ประโยชน์อย่างยิ่งจากการเยี่ยมชมโครงการส่วนพระ องค์สวนจิตรลดา ซึ่งจัดตั้งขึ้นภายใต้แนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว... “ข้าพเจ้าจะนำรูปแบบ ของโครงการตามแนวพระราชดำริ ไปปรับใช้ในการพัฒนาการเกษตรของ สวาซิแลนด์ต่อไป และรู้สึกประทับใจอย่างยิ่งที่ได้ทราบว่า ในทุกโครงการพระราชดำริ พระ บาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะทรงลงมือปฏิบัติด้วยพระองค์เอง เพื่อพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ซึ่งถือเป็นแบบ อย่างที่ดียิ่งของประเทศกำลังพัฒนา และขอถวายกำลังใจในการทรงงานต่อไปเพื่อประโยชน์ของคนไทยทั้งประเทศ”

พระราชอาคันตุกะแต่ละพระองค์ ก็ทรงมีวิธีถ่ายทอดความรู้สึกประทับพระทัยแตกต่างกันไป สำหรับ เจ้าชายเฮนริกแห่งเดนมาร์ก พระราชสวามีในสมเด็จพระราชินีมาร์เกรเธอที่สอง โปรดแสดงออกด้วยการกระทำมากกว่าคำพูด!! เมื่อเสด็จถึงเมืองไทยวันแรก ทรงเปลี่ยนฉลองพระองค์จากเสื้อพระราชทานสีเข้มเป็นเสื้อยืดแขนสั้นสีเหลือง ปักสัญลักษณ์งานฉลองการครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี พร้อมกับมีรับสั่งด้วยว่า ทรงทึ่งและนับถือพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาก ที่ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงครองราชย์ยาวนานที่สุดในโลกถึง 60 ปี และยังทรงเป็นที่รักของปวงชนชาวไทยทั้งประเทศ

และเพื่อเป็นการขอบพระทัยพระประมุขและผู้แทนพระราชวงศ์ทุกพระองค์ นอกจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะพระราชทานเลี้ยงพระกระยาหารค่ำอย่างยิ่งใหญ่ ณ พระที่นั่งบรมราชสถิตยมโหฬาร เมื่อค่ำวันที่ 13 มิ.ย.ที่ผ่านมา พระองค์ยังทรงมีพระราชดำรัสแสดงความซาบซึ้งพระทัยเช่นกันว่า...

“ฝ่าพระบาท หม่อมฉันและพระราชินี มีความปีติและภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง ที่มีโอกาสได้รับรองพระประมุข พร้อมทั้งพระราชวงศ์จากนานาราชอาณาจักร ในงานเลี้ยงพระกระยาหารค่ำในวันนี้ ขอขอบพระทัยทุกๆพระองค์เป็นอย่างมาก ที่ทรงพระอุตสาหะเสด็จฯมาร่วมงานครั้งนี้ด้วยความปรารถนาดี และไมตรีจิต หม่อมฉัน พร้อมทั้งรัฐบาล และประชาชนชาวไทย ถือว่าการเสด็จฯมาร่วมในงานครั้งนี้เป็นศุภนิมิตแห่งไมตรีจิต มิตรภาพอย่างแท้จริง และมีความหมายสำคัญ อันควรจะจารึกไว้ ในประวัติศาสตร์ ด้วยเหตุว่า เป็นครั้งแรกที่พระประมุขและพระราชวงศ์จากพระราชอาณาจักรต่างๆเสด็จฯมาประชุม ณ ราชอาณาจักรไทยโดยพร้อมเพรียงกัน สิ่งนั้นย่อมเป็นปัจจัยสำคัญอีกส่วนหนึ่ง ที่จะเกื้อกูลให้สัมพันธภาพ มิตรภาพ และความร่วมมือระหว่างราชตระกูล และราชอาณาจักรทั้งปวง ดำรงมั่นคง ทั้งเจริญงอกงาม และแน่นแฟ้นยิ่งๆขึ้นไป ณ โอกาสนี้ ข้าพเจ้าขอเชิญชวนทุกๆคน ให้ร่วมกันกับข้าพเจ้าดื่มถวายพระพรแด่พระ ประมุขและพระราชวงศ์ที่เสด็จฯมาจากแดนไกล ให้ทรงเกษมสำราญ และทรงเจริญพระชนม์สุขสิริสวัสดิ์ ทั้งในประชาชาติทุกราชอาณาจักร มีความวัฒนาผาสุก ยิ่งยืนนานตลอดไป”



และนี่คืออีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์สำคัญของไทย ที่ต้องจดจารึกกันไปชั่วลูกชั่วหลาน!!

ทีมข่าวหน้าสตรี





Create Date : 17 มิถุนายน 2549
Last Update : 17 มิถุนายน 2549 16:40:11 น. 0 comments
Counter : 350 Pageviews.

ตะเกียงแก้ว
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




กฎไตรลักษณ์

อนิจจัง สิ่งทั้งปวง เป็นของไม่เที่ยง
ทุกขัง สิ่งทั้งปวง เป็นทุกข์ ทนอยู่ไม่ได้ต้องเปลี่ยนแปลงไป
อนัตตา ธรรมทั้งปวง เป็นอนัตตา
Friends' blogs
[Add ตะเกียงแก้ว's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.