Group Blog
 
<<
มีนาคม 2560
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
7 มีนาคม 2560
 
All Blogs
 

รอยเสน่หา (บทที่ 8) โดย มานัส




บทที่ 8

“มีอะไร”

เสียงจากหน้าประตูของห้องทำงานดังกังวานและแม้จะรู้ว่าเขามาตามที่เธอสั่งให้เลขาหน้าห้องไปเรียก แต่มาธวีก็ไม่วายสะดุ้ง

หญิงสาวละสายตาจากเอกสารที่ขะมักเขม้นเพ่งมองอยู่ตรงหน้ามองเขาด้วยแววตาเฉย ก่อนจะออกคำสั่ง

“ฉันกับวัตมีนัดกินข้าวกับลูกค้าจีนเย็นนี้คุณไปกับเราด้วย”

“ปรกติวัตดูแลลูกค้ารายนี้อยู่แล้วที่ผมเข้าประชุมตามคำสั่งของคุณก็แค่ช่วยวัตให้ได้ออร์เดอร์เท่านั้น ใช้ภาษาจีนของผมให้เป็นประโยชน์”ภากรค้านด้วยเหตุผล สีหน้านิ่ง

“คุณเป็นรองหัวหน้าฝ่ายใช่…คุณมีลูกค้าหลักที่ต้องดูแล แต่คุณก็ควรช่วยดูแลลูกค้าของคนอื่นๆในทีมด้วย หรือว่าคุณไม่อยากอยู่ในตำแหน่งนี้”คนที่นั่งกอดอกหลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ขึ้นเสียงลั่น “ถ้าคุณทำหน้าที่ไม่ได้ฉันจะได้หาคนที่เหมาะสมขึ้นมาทำแทน”

“มันก็จริง” ชายหนุ่มโค้งศีรษะยอมรับลอบระบายลมหายใจอย่างหนักอก “แต่คุณก็ควรบอกหน้าที่ของผมให้ชัดเจนตอนที่คุณศรุตขอให้ผมย้ายมาก็เพื่อดูแลลูกค้าในส่วนของผม หาลูกค้าใหม่ไม่คิดว่าจะต้องลงดีเทลในลูกค้าของคนอื่นๆ ด้วย”

“เราจ้างให้คุณคิดด้วยไม่ใช่เอาแต่ขายอย่างเดียว” การเอ่ยก็ด้วยเสียงเย็นชาตาจากใบหน้าหวานที่เคยชวนให้คนที่มองหลงใหล

“ครับแต่วันนี้ผมอาจจะแต่งตัวไม่คอยเหมาะนัก”ชุดเสื้อเชิ้ตสีอ่อนกับกางเกงยีนส์อาจดูเรียบร้อยในวันศุกร์…casual Friday…แต่ก็ไม่เหมาะกับการออกไปกินอาหารเย็นกับลูกค้าที่โรงแรมหรู

“เรียนการทูตมาแต่ไม่รู้จักกาลเทศะ”ประโยคอันแสนประชดประชันสะกิดแผลอดีตของอีกฝ่าย และคงจะสะกิดแรงทีเดียว เพราะมาธวีเห็นแล้ว…ริ้วรอยขื่นในแววตาของเขา

การมีลูกนอกสมรส…ทำให้ประวัติด่างพร้อยเป็นนักการทูตปฏิบัติการอาจพอได้ แต่จะขึ้นไปถึงตำแหน่งท่านทูตนั้นแสนยากเย็น

“ขอโทษ คราวหน้าจะไม่เกิดขึ้นอีกแต่ผมก็อยากจะขอความกรุณาด้วยว่าถ้าเป็นไปได้ให้แจ้งผมล่วงหน้า เพื่อผมจะได้มีเวลาเตรียมตัวได้ถูก”ริมฝีปากเหยียดเม้มสนิท ปล่อยให้ความเงียบเข้าปกคลุมเพียงครู่ “ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมขอตัว”

“เอารถคุณทิ้งไว้ที่นี่คุณกับวัตไปกับฉัน เผื่อรถติด สองคนยังกระโดดขึ้นรถไฟฟ้าได้ ไว้ตอนกลับค่อยแยกย้าย”

ดวงหน้าของชายหนุ่มเรียบเฉยตอบรับเพียง “ครับ”

หากก่อนที่เขาจะหันเดินกลับไปเสียงจากคนที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานก็สั่ง

“เตรียมตัวเลยอีกห้านาทีออก”


ห้านาทีของมาธวีก็คือห้านาทีจริงๆมันเป็นเช่นนี้มานานแล้ว ไม่ต่างจากเขาที่มักตรงต่อเวลาเสมอ

เพียงแต่ว่าเมื่อหญิงสาวก้าวออกมาจากห้องทำงานเธอกลับไม่เห็นเขารออยู่

ห้องทำงานที่อยู่ข้างๆก็ปิดไฟมืด ปิดประตูเรียบร้อย

“พี่แรกบอกว่าจะลงไปเจอที่รถของนายค่ะ”เลขาหน้าห้องรายงานทันที รู้หรอกว่าผู้เป็นนายต้องถาม

หากคำบอกนั่นทำให้อีกฝ่ายอารมณ์ขุ่นมัวฉับพลัน

แต่เธอก็ผิดเองแหละที่ไม่ได้ออกคำสั่งละเอียดขนาดว่าบงการให้เขารอดังนั้นเรื่องนี้ถ้าจะหาเรื่องก็ดู…เกินไปหน่อย

ร่างระหงของหญิงสาวในกระโปรงดำยาวเหนือเข่าสะบัดตัวก้าวนำไปยังบริเวณรอลิฟต์โดยมีธนวัต ผู้เป็นลูกน้องตามมาติดๆ

บรรยากาศอึมครึมทำให้ผู้ติดตามอึดอัดปรกติเจ้านายไม่ใช่คนที่เคร่งขนาดนี้ แค่มีการพูดคุยสั่งงานอย่างเป็นงานเป็นการทำให้ลูกน้องเกรง แต่ไม่ถึงกับขยาดหวาดกลัว เพียงแต่ว่าในตอนนี้ธนวัตต้องคิด

‘แรกไปทำอะไรให้นางไม่พอใจ’

เพราะดูว่ามีเพียงภากรที่ไม่กินเส้นกับเจ้านายใหม่คนอื่นๆ คุยได้ ถามได้ ปล่อยมุกได้พอประมาณแต่คนที่เป็นเจ้าปล่อยมุกอย่างภากรกลับไม่มีสักครั้งที่จะพูดเล่นกับผู้เป็นนาย

แม้แต่ท่าทางของภากรในสูทสีเข้มทัยเชิ้ตอ่อนกางเกงยีนส์ยืนกอดอกพิงกำแพงอยู่ข้างๆรถเบนซ์สีขาวของผู้เป็นนายก็ช่างดูเฉยไม่ทุกข์ร้อน

“วัตขับรถด้วย”คนเป็นนายสั่ง เปิดประตูนั่งลงในตอนหลังของรถยนต์คันงาม ไม่ได้สนใจ…ใครคนอื่น

มาธวีรับรู้เพียงแต่ว่าลูกน้องของเธอทั้งสองคนเข้านั่งประจำที่ด้านหน้าแล้วรถจึงเคลื่อนตัวออก

สายตาของหญิงสาวมองออกไปนอกหน้าต่างด้านข้างใส่ใจเพียงแสงไฟของบรรดารถที่จอดนิ่งสนิทบนท้องถนน จะมีเพียงไม่กี่ครั้งที่แสงไฟจากโทรศัพท์มือถือของเขาที่เปิดเป็นระยะจำทำลายสมาธิของเธอจนหมดสิ้น

และมีเพียงครั้งเดียวที่เสียงรับโทรศัพท์ทำให้เธอลอบถอนหายใจเพราะเสียงของเขาช่างบาดใจยิ่งนัก

เสียงที่พูดกับลูกชายของเขาอ่อนโยนอย่างที่มาธวีไม่ได้ยินมานานแล้ว

“วันนี้พ่อไปหาเจมส์ไม่ได้เอาไว้เป็นพรุ่งนี้นะ วันนี้พ่อติดธุระ แต่พ่อสัญญาว่าพรุ่งนี้จะไม่ผิดนัดเจมส์อย่างอนแงอย่าดื้อกับย่ารู้ไหมจ๊ะ พ่อคิดถึงเจมส์ครับ”

การสนทนาของสองคนพ่อลุกทำให้มาธวีกลืนความรู้สึกลงคออย่างยากเย็น

เด็กคนนั้น…ลูกของเขา

เพื่อลูกและเพื่อแม่ของเด็กคนนั้นภากรยอมทิ้งเธอผู้ที่เขาเคยบอกเสมอว่า…รักสุดหัวใจ

เขายอมทิ้งความฝันเป้าหมายชีวิตของตัวเองจากนักการทูตมาเป็นผู้ชายขายยา!

‘แรกคิดถึงปรางนะจ๊ะคิดถึงทุกลมหายใจเลย’ เมื่อก่อนเขาออดอ้อนเธอด้วยคำพูดหวานๆ คำพูดที่ยังคงดังก้องผ่านสายโทรศัพท์เมื่อครั้งที่เขากลับไปเมืองไทยก่อน‘รอว่าเมื่อไหร่ปรางจะกลับมาอยู่กับแรก’

‘ก.ต.ประกาศรับสมัครสอบคัดเลือกต้นปีหน้าตอนนี้แรกก็กำลังเตรียมตัวอยู่ ถ้าสอบติด…เราแต่งงานกันนะจ๊ะปราง’

การขอ…แต่งงานของเขาไม่หวาน ไม่มีพิธีรีตองอะไร

การขอ…ง่ายๆเป็นธรรมชาติ แต่สร้างความมั่นใจให้เธอยิ่งนัก

เพราะการขอ…พร้อมกับอนาคตของเขาและของเราที่วาดหวังมุ่นมั่นไปด้วยกัน

และเพราะการขอแต่งงานแบบนั้นจากภากรที่มีแต่ความมั่นคง…การตอบรับของมาธวีเบา พร้อมกับอ้อมกอดเครื่องโทรศัพท์ราวถ่ายทอดความรู้สึกทั้งหมดที่มีให้ถึงเขา


หัวใจของหญิงสาวกระตุกหนักราวมีใครบีบเค้นแล้วกระชากมันระห่ำรุนแรงความรู้สึกที่ควรถูกกลบหายไปนานนับปีค่อยๆ ประจักษ์ขึ้นอีกครั้ง จนต้องไขว่คว้าหา…เจตน์!

ในตอนนี้เธอพยายามเพ่งความคิดให้คิดถึงแต่ผู้เป็นคนรัก

อย่าคิดถึงใครอื่น

ห้ามคิดถึงคนอื่น!

คนที่เรารักหากเขาไม่รักเราแล้วจะมีค่าเสมอเหมือนคนที่รักเราได้อย่างไร

“คืนนี้ปรางมีนัดกินข้าวกับลูกค้า”หญิงสาวกรอกเสียงใส่โทรศัพท์ “กว่าจะเสร็จอาจจะดึก เจตน์มารับปรางด้วยนะเผื่อปรางขับรถไม่ไหว เดี๋ยวยังไงปรางโทรฯ บอกอีกที”

“พวกเราไปส่งคุณปรางก็ได้นะครับจะได้ไม่ต้องรบกวนแฟนคุณปราง” ธนวัตอาสา

“ไม่เป็นไร”คำปฏิเสธอ่อน พร้อมกับการถอนหายใจ

มาธวีสังเกตภายในความมืดของรถยนต์ว่าผู้ชายอีกคนนั่งเงียบมาตลอดทางราวจมอยู่กับความคิดอันแสนหนักหน่วง

ถ้าเป็นเมื่อก่อนภากรมักมีเรื่องให้คิด แต่ไม่ว่าเรื่องใด ปัญหาไหนๆก็ไม่เคยหนักจนทำให้เขามีสีหน้าท่าทางเช่นนี้

ทุกเรื่องเขาแก้ไขได้

‘Where there’s awill, there’s a way.’ เพียงเพราะว่า ‘ปากเป็นเอกเลขเป็นโท แรกเป็นทูต’

ทว่าตอนนี้คนที่มักคล่องในคำพูดและความคิดกับจมอยู่กับความเงียบของยามค่ำคืน แม้กระทั่งเมื่อรถเบนซ์คันงามเข้ามาจอดหน้าโรงแรมหรูและคนทั้งสามเดินขึ้นไปยังห้องอาหารแล้วก็ตาม

หญิงสาวสังเกตว่าภากรปล่อยให้เธอและธนวัตเดินนำโดยที่ตัวเขาเองตามดุ่มๆ จนเข้ามาถึงโต๊ะที่ได้ถูกจับจอง

และกว่ามาธวีจะได้ยินเสียงของเขาก็เมื่อลูกค้าชาวจีนทั้งสองคนมาถึง เธอได้ยินว่าเขากล่าวอะไรเป็นภาษาจีนเป็นเรื่องเป็นราวนานนับนาทีกับลูกค้าทั้งสองก่อนบทสนทนาจะกลับมาสู้ภาษาอังกฤษที่ทุกคนบนโต๊ะสามารถสื่อสารได้

การสนทนาง่าย

การพูดคุยเป็นกันเองแม้เมื่อตอนที่มีเธอร่วมพูดคุยในการสนทนานั้นๆ ด้วยไม่ต่างจากชายหนุ่มที่มาธวีรู้จักเมื่อหลายปีก่อน

ภากรไหลลื่นไปได้ทุกเรื่องแบบนี้นี่เองที่ทำให้เขาเป็นนักขายอันดับต้นๆ ของบริษัทฝรั่งเก่งมากพอที่พ่อของเธอจะซื้อตัวเขามา

แม้กระทั่งการดื่มไวน์ของเขาก็พอสูสีเอาใจลูกค้าได้ไม่ยาก

คนที่เคยฝันเป็นนักการทูตวางตัวดีไม่มากไป ไม่น้อยไป ทุกอย่างพอดีพอเหมาะ ทำให้คนที่ได้คุยรู้สึกเป็นมิตรได้ง่ายๆและแม้จะเป็นเช่นนั้นถ้าเข้าเรื่องเจรจาซื้อขายการสนทนาของเขาก็มีชั้นเชิงพอสื่อให้อีกฝ่ายรู้ว่า…ไม่ง่าย เช่นรอยยิ้มที่มีลักยิ้มเจ้าเสน่ห์ปรากฏ

แต่ก็ไม่ยากเขี้ยวลากดินจนเกินไปนัก

จนมาธวีต้องยอมรับ…คุ้มค่าสมราคาที่บิดาของเธอซื้อตัวเขามา

และคนที่เคยเจ้าทิฐิเช่นภากรก็ยินยอมให้ซื้อเสียด้วย!


“ราตรีสวัสดิ์”

คำกล่าวสั้นๆของเขาที่ให้มาธวีและธนวัตหลังจากที่ทั้งสามส่งลูกค้ากลับไปแล้วทำให้หญิงสาวขมวดคิ้วเล็กน้อย

ร่างสูงที่คุ้นเคยไม่ได้เดินตามธนวัตออกไปเพื่อรอให้พนักงานเบลล์ของโรงแรมเรียกแท็กซี่ให้หากเขาเดินหายกลับเข้าไปด้านใน และจนอีกครู่ใหญ่กว่าเขาจะกลับออกมาอีกครั้ง

“เขายังไม่เอารถลงมาให้เหรอ”เสียงอู้อี้ถามอย่างประหลาดใจ

เพียงแต่มาธวีเลือกที่จะไม่ตอบเธอมองเขาก่อนถามกลับด้วยเสียงเรียบ “ไหวไหม” สายตาจับยังใบหน้าที่ปรากฏนัยน์ตาแดงกล่ำแล้วยังริมฝีปากเหยียดเม้มสนิทของเขา

ผมเส้นหนาเข้ารูปเปียกเพียงนิดซึ่งคนที่คุ้นเคยย่อมรู้…คนเมาล้างหน้าอย่างลวกๆ เพื่อให้ซ่างเมาในระยะสั้นเท่านั้น

“ไหว…ไหว”กิริยาโบกไม้โบกมือนั่นก็เป็นที่คุ้นเคยยิ่งนักอีกทั้งการที่เขาทิ้งตัวนั่งบนเก้าอี้รับรองของโรงแรมอีก

และนั่นทำให้มาธวีคลี่ยิ้มบางๆเป็นที่ประจักษ์ชัดทั้งสีหน้าและแววตา…เพราะเมื่อก่อนผู้ชายคนนั้นจะมีอากัปกิริยาแบบนี้เพียงแต่ว่าการนั่งของเขาก็จะเป็นแค่ริมฟุตบาธของย่างจอร์จทาวน์ในวอชิงตันดีซีเท่านั้น

บางครั้งมาธวีจะเข้าไปบีบนวดที่ไหล่และต้นคอเขาหากทุกครั้งเธอจะหัวเราะขบขัน เพราะอาการเมานั่น…น่ารักนัก

แล้วยังการชายตาของเขา…ครั้งนี้…ตอนนี้

ไม่ต่างจาก...ครั้งนั้น…ตอนนั้นเลย

“แรก…”หญิงสาวกอดอกเรียก เมื่อเดินเข้ามาใกล้ ดวงตาหวานจับจ้องร่างของเขาไม่เว้นวาย

มันเป็นเช่นนี้เมื่อนานมาแล้ว

ตั้งแต่เห็นเขาครั้งแรกเพียงเพราะว่าเขาก็แค่…เด็กเอเซียที่เรียนสามวิชาด้วยกัน

ทว่าเมื่อรู้ว่าเป็น…คนไทยเธอก็ยิ่งถอยห่าง เพราะส่วนใหญ่นักเรียนไทยคบกันด้วยฐานะ

เพียงแต่ภากรไม่เหมือนคนอื่น

‘ขยัน ทำงานได้ทุกอย่างงานสุจริตไม่มีคำว่าอาย’ มารดาของเธอยังเคยบอกอย่างชื่นชมเพราะเด็กไทย…น้อยคนที่จะทำงาน หากแต่ ‘เจ้าทิฐิ’

“จะนั่งไปถึงเช้าหรือไง”คำบอกเช่นนี้เธอมักเคยค่อนกับเขาเมื่อนานมาแล้ว และนั่นทำให้ดวงตาคมแดงก่ำตวัดมองในตอนนี้

“อีกครู่เดียวไม่นานหรอก”

“แต่ดื่มขนาดนั้นน่าจะนาน”

“ก็ลูกค้าให้ดื่ม”ดวงตาคมปลาบจับเขม็งอาจด้วยเพราะฤทธิ์น้ำเมา

“คนอย่างแรกรู้จักปฏิเสธไม่ใช่เหรอ”ริมฝีปากนั่นแย้มออกนิดๆ คุ้นเคยนักสำหรับคนที่ได้เห็น

“กลับไปเถอะ”ภากรยังมีเรี่ยวแรงชำเลืองมองนาฬิกา “ดึกแล้ว”

“ยังไม่เที่ยงคืนไม่ดึก” คำปฏิเสธนุ่มนวลไม่ต่างจากหายปีที่แล้วแล้วยังท่วงท่าของเธอที่ทรุดตัวลงนั่งยังเก้าอี้เบาะนุ่มข้างๆ “รอได้”

ไม่ว่าจงใจหรือไม่ก็ตามแต่มาธวีก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าอาการหันขวับของเขาด้วยแววตาแจ่มประกายวับ คือสิ่งที่เธอได้คาดคิดคะเนถึง

เพราะเมื่อนานมาแล้วเธอก็เคยบอกเขาว่า เธอ…รอได้

ความเงียบที่เข้ามาปกคลุมราวว่ากำลังวัดใจกันและกัน

ใจ…ที่ไม่เคยมีให้กันมานานแล้วคล้ายว่ากำลังวัดใจของตัวเองด้วย

จนในที่สุดมาธวีตัดสินใจเอ่ยขึ้น“กลับกันเถอะ”

เพราะสุดท้ายแล้วเป็นเธอเองที่ใจอ่อน

“เดี๋ยวกลับ”เสียงทุ้มชัดเจนไม่ต่างจากประกายเจิดจ้าของดวงตาที่เหลือบมา

“จะอีกกี่เดี๋ยว”นี่คือสิ่งที่เธอมักถาม

“ปรางใจเย็นๆซิ” และนี่คือสิ่งที่เขาเคยตอบเสมอ

“ใครให้ดื่มขนาดนี้”

“ถ้าแรกไม่ดื่มปรางก็ต้องดื่ม” ข้ออ้างนี้คุ้นเคยนัก แล้วยังน้ำเสียงนั่นอีก

“ไม่ได้บังคับ”คำตอบเช่นนี้ก็คุ้นเคยเช่นกัน

“ปราง”

“กลับกันเถอะ”เสียงของหญิงสาวอ่อนโยน โดยเฉพาะคำเรียกชื่อ จนทำให้อีกฝ่ายพยักหน้าพร้อมดันตัวลุกขึ้น

ร่างสูงในสูทเข้มตัดกับกางเกงยีนส์ประคองเดินตัวตรงจะหยุดก็แค่หน้ารถเบนซ์สีขาวนวลที่จอดอยู่ข้างนอกประตูทางเข้าโรงแรมหรู

“ขึ้นรถ”คำสั่นอ่อน…หากด้วยสายตาข่มขู่แกมบังคับ เหมือนที่เธอเคย…บังคับเมื่อนานมาแล้ว

“กลับแท็กซี่ได้”

“บอกให้ขึ้นรถ!เดี๋ยวนี้!”และเมื่อนั้นอีกฝ่ายจึงยอมมุดตัวเข้าไปข้างในรถยนต์คันงามที่ประตูถูกเปิดอ้ารอรับอยู่แล้ว

ไม่เห็นว่ามาธวีคลี่รอยยิ้มกว้าง

รอยยิ้มจะจางหายก็เมื่อเธอเข้านั่งประจำที่คนขับ

รอยยิ้มที่ถูกสะกดไว้ตลอดเส้นทางจนกระทั่งได้ยินคำถามของเขา

“จะไปส่งที่ไหนไม่ไปเอารถที่ออฟฟิศเหรอ”

“ดูท่าแล้วแรกไม่น่าจะขับรถไหว” มาธวียิ้มตริตรอง

“ลงข้างทางก็ได้”

“แล้วจะกลับยังไง”

“มันต้องมีหนทางซิ”

“แล้วถ้าไม่มี”

“ถ้าเป็นเช่นนั้นก็ต้องเป็นไปตามโชคชะตา”

“ไปส่งที่บ้านดีกว่า”เมื่อรู้สึกว่าเขาเริ่ม…สร่างเมาและรู้สึกตัว คำพูดและน้ำเสียงของหญิงสาวจึงห่างเหินเป็นทางการ “เอาไว้พรุ่งนี้คุณค่อยกลับไปเอารถที่ออฟฟิศ”

ทว่ามีเพียงภากรที่ยังคงเก็บความคุ้นเคยไว้ในน้ำเสียง“รู้เหรอว่าบ้านอยู่ไหน”

“ก็บอกมา”

“ต่อให้บอกปรางจะหาเจอเหรอ”

“เดี๋ยวก็เจอ”

คำยืนยันหนักแน่นทำให้คนเมาลอบระบายลมหายใจอย่างหนักอกก่อนบอกที่อยู่ และทางไป…บ้าน

เสียงที่บอกขาดลงเรื่อยๆพร้อมดวงตาที่หรี่ลง แล้วยังศีรษะคล้อยลงต่ำ เอียงซบบนไหล่ของหญิงสาวที่ทำหน้าที่ขับรถ

มาธวีแข็งตัวตกใจหากก็เพียงแค่ครู่เดียวเท่านั้นทว่าเธอไม่ใจแข็งพอที่จะผลักไสเขาให้ออกไป

“ของีบสักครู่นะปราง”

เสียงแผ่วแว่วกังวานภายในบรรยากาศที่เงียบกริบ

เสียงนั้นคุ้นเคยนักกับคนที่ได้ยิน

ไม่ต่างจากบทเพลงที่เขาฮัมเบาๆนั่นเลย

I love you truly,truly dear,

Life with itssorrow, life with its tear,

Fades into dreamswhen I feel you are near,

ForI love you truly, truly dear.[1]

บทเพลงที่คุ้นหูยิ่งนัก

เพลงที่เธอไม่ได้ยินมานานแสนนาน

ไม่ว่าจากที่ไหนหรือจากใครคนไหน

โดยเฉพาะจากเสียงทุ้มๆของคนที่แนบศีรษะนอนนิ่งบนไหล่ของเธอในขณะนี้

เป็นเสียงที่หญิงสาวไม่เคยคิดว่าจะได้ยินอีกเลยชั่วชีวิตนี้แต่เธอก็ได้ยินมันอีกครั้ง ในวันนี้

เวลานี้

ตอนนี้




========================================================

...เมื่อรอยรักประจักษ์เป็นรอยร้าว
รักแม้มอดไหม้ดับไปตามกาลเวลา แต่ยังคงเหลือร่องรอยอดีตไว้ให้อาลัย...


========================================================


ลิขสิทธิ์ของงานเขียนทุกชิ้นเป็นของผู้เขียนตามกฎหมาย ห้ามคัดลอก ดัดแปลง หรือนำไปเผยแพร่ต่อไม่ว่าในกรณีใดๆ ไม่ว่าทั้งหมดหรือส่วนใดส่วนหนึ่ง ด้วยวิธีใดๆ โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากเจ้าของผลงาน 

=====สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537=====



[1] “I Love You Truly” ประพันธ์คำร้องโดย CarrieJacob-Bond




 

Create Date : 07 มีนาคม 2560
3 comments
Last Update : 7 มีนาคม 2560 0:47:29 น.
Counter : 483 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

 

สวัสดีนะจ้ะ เราแวะมาเยี่ยมนะจ้ะ ^____^ สักคิ้ว 6 มิติ ลบรอยสักคิ้วด้วยเลเซอร์ ลบรอยสักคิ้ว Eyebrow Tattoo Removal เพ้นท์คิ้วลายเส้น เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ
ให้ใจหายใจ สุขภาพ วิธีลดความอ้วน การดูแลสุขภาพ อาหารเพื่อสุขภาพ ออกกำลังกาย สุขภาพผู้หญิง สุขภาพผู้ชาย สุขภาพจิต โรคและการป้องกัน สมุนไพรไทย ผู้หญิง ศัลยกรรม ความสวยความงาม แม่ตั้งครรภ์ สุขภาพแม่ตั้งครรภ์ พัฒนาการตั้งครรภ์ 40 สัปดาห์ อาหารสำหรับแม่ตั้งครรภ์ โรคขณะตั้งครรภ์ การคลอด หลังคลอด การออกกำลังกาย ทารกแรกเกิด สุขภาพทารกแรกเกิด ผิวทารกแรกเกิด การพัฒนาการของเด็กแรกเกิด การดูแลทารกแรกเกิด โรคและวัคซีนสำหรับเด็กแรกเกิด เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อาหารสำหรับทารก เด็กโต สุขภาพเด็ก ผิวเด็ก การพัฒนาการเด็ก การดูแลเด็ก โรคและวัคซีนเด็ก อาหารสำหรับเด็ก การเล่นและการเรียนรู้ ครอบครัว ชีวิตครอบครัว ปัญหาภายในครอบครัว ความเชื่อ คนโบราณ

 

โดย: peepoobakub 7 มีนาคม 2560 17:21:14 น.  

 

เศร้าแบบหวานๆค่ะ

 

โดย: Arunsri IP: 192.99.15.166 7 มีนาคม 2560 23:50:04 น.  

 

มีปัญหาเรื่อง log in กับ Pantip อีกแล้วค่ะ ยังไงรบกวนไปที่ FB นะคะ สำหรับบทใหม่

ไม่เข้าใจ Pantip เหมือนกันกับระบบของเขา

 

โดย: Sentimentally Smooth IP: 124.121.239.96 20 มีนาคม 2560 0:44:25 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


Sentimentally Smooth
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 9 คน [?]




ชอบคิดชอบเขียนชอบพูด...และชอบเที่ยว

บทประพันธ์ที่ได้รับการตีพิมพ์ "ฤารัก"

หลงรักเพราะรักฤๅรักหลง
หลงลมรัญจวนไม่รู้หาย
หลงรูปหลงจูบเพียงร่างกาย
หลงง่ายหลงผิดฤๅหลงกล
Friends' blogs
[Add Sentimentally Smooth's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.