imagination is more important than knowledge.
Group Blog
 
 
ตุลาคม 2553
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
31 ตุลาคม 2553
 
All Blogs
 

ศาลาเฉลิมไทย : วัฒนธรรมใหม่ที่ไม่อาจบดบังพลังเก่า


ศาลาเฉลิมไทยแห่งความบันเทิงสมัยใหม่ของชาวพระนคร



หากนั่งรถออกมาจากลานพระบรมรูปทรงม้าผ่านถนนราชดำเนินใน เรื่อยมาจนสะพานผ่านฟ้า คงเห็นสถานที่สำคัญทางราชการและทรงคุณค่าหลายแห่ง แม้ราชดำเนินกลางเองก็มีสถานที่อาคารโบราณเรียงรายเป็นแถวยาว วัดวาอารามสำคัญอย่าง วัดราชนัดดาราชวรวิหารและยังมีโลหะปราสาทตระหง่านอวดโฉม

แต่หากย้อนกลับไปเมื่อสัก ๓๐-๔๐ ปีก่อน คนรุ่นคุณปู่คุณย่าคงจำได้ดีสำหรับสถานที่ให้ความบันเทิงกลางพระนครหลวง

ศาลาเฉลิมไทย

ศาลาเฉลิมไทย หรือบางคนก็เรียกว่า โรงหนังเฉลิมไทย เคยตั้งอยู่บริเวณหัวมุมถนนราชดำเนินกลางกับถนนมหาชัย สร้างขึ้นเมื่อพุทธศักราช ๒๔๘๙ ในสมัยรัฐบาลจอมพลป. พิบูลสงคราม แล้วเสร็จเมื่อพุทธศักราช ๒๔๙๒

เมื่อเริ่มแรก ดำริของรัฐบาลประสงค์สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นโรงละครแห่งชาติ มีที่นั่งราว ๑,๒๐๐ ที่นั่งพร้อมที่นั่งชั้นบน เวทีเป็นแบบมีกรอบหน้า มีเวทีแบบเลื่อนบนราง (Wagon Stage) เพื่อความรวดเร็วในการเปลี่ยนฉาก เริ่มใช้แสดงละครเวทีอาชีพตั้งแต่เปิดใช้งานกระทั่ง พุทธศักราช ๒๔๙๖ จึงได้เปลี่ยนเป็นโรงภาพยนตร์

ศาลาเฉลิมไทยเคยเป็นแหล่งความบันเทิงสำคัญแห่งหนึ่งของเมืองไทย ถึงแม้ไม่ใช่โรงภาพยนตร์แห่งแรก แต่ก็สร้างความน่าตื่นตาตื่นใจได้ด้วยภาพยนตร์ทั้งจากของไทยและต่างประเทศ โปสเตอร์นาดยักษ์ ตั้งเด่นเชิญชวนให้เห็นได้แต่ไกล

บริเวณโดยรอบๆ ยังเต็มไปด้วยของค้าของขาย ส่วนใหญ่ก็เป็นอาหารกับข้าวกับปลา และของกินเล่นอย่างไส้กรอก ข้าวโพดคั่ว เครื่องดื่ม น้ำอัดลม รวมถึงขนมของเด็กๆอย่าง ท๊อฟฟี่ กูลิโกะ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีแผงขายหนังสือเรียงรายอยู่เต็ม เป็นความบันเทิง แหล่งพักผ่อนหย่อนใจและเวลาของครอบครัวสำหรับคนสมัยก่อน



ศาลาเฉลิมไทยสร้างด้วยลักษณะสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ ไม่มีรูปหลังคาให้เห็นชัด


อย่างไรก็ตามนักวิชาการปัจจุบันบางส่วนที่มองปรากฏการณ์ในการเกิดขึ้นของ ศาลาเฉลิมไทย วิเคราะห์ในเชิงว่า ศาลาเฉลิมไทยเกิดขึ้นจากเป้าประสงค์ใช้ ศาลาเฉลิมไทย เป็นหนึ่งในเครื่องมือลดความศักดิ์สิทธิ์ ความสำคัญ และวัฒนธรรมจากสมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย์

หากพิจารณาแล้ว ศาลาเฉลิมไทยสร้างขึ้นสมัยจอมพลป. พิบูลสงครามหนึ่งในคณะผู้เปลี่ยนแปลงการปกครอง และเชิดชูวัฒธรรมใหม่ตามแนวทางของคณะราษฎร ดูจากลักษณะสถาปัตยกรรม ซึ่งเป็นสมัยใหม่ และสอดคล้องกลมกลืนกับสถาปัตยกรรมของอาคารที่สร้างบริเวณใกล้เคียง อีกทั้งจุดที่ตั้ง ยังตั้งอยู่ด้านหน้าวัดราชนัดดา บดบังโลหะปราสาทอันสร้างขึ้นครั้งสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว

ดังนั้นจึงไม่แปลกที่เมื่อหมดยุคของคณะราษฎร จึงเริ่มมีเสียงวิพากษ์เกี่ยวกับจุดที่ตั้งและลักษณะทางสถาปัตยกรรมซึ่งสร้างขึ้นในช่วงนั้น

หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช เคยให้ความเห็นไว้ว่า

“...การสร้างโรงหนังเฉลิมไทย ณ ที่นั้น เป็นการปิดบังวัดราชนัดดาโดยสิ้นเชิง แทนที่จะเห็นวัดราชนัดดาอันเป็นสิ่งสวยงามกลับแลเห็นโรงหนังเฉลิมไทยอันเป็นโรงมหรสพและมีสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ซึ่งต่ำทรามกว่าวัดราชนัดดาเป็นอย่างยิ่ง...คณะผู้ก่อการเปลี่ยนแปลงการปกครองที่รับผิดชอบในการสร้างถนนราชดำเนินกลางขึ้นนั้น มิได้มีใจรักศิลปะหรือวัฒนธรรมไทยแต่อย่างใดเลย และออกจะไม่เห็นว่าพระพุทธศาสนาเป็นของสำคัญและจำเป็นอีกด้วย จึงสามารถทำกับวัดราชนัดดาได้ถึงเพียงนี้...”

กระทั่งวันที่ ๑๗ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๓๒ คณะรัฐมนตรีรัฐบาลพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ มีมติให้รื้อศาลาเฉลิมไทย ด้วยเหตุผลเพื่อเปิดทัศนียภาพของวัดราชนัดดาราชวรวิหาร และโลหะปราสาท

ถือเป็นจุดสิ้นสุดของศาลาเฉลิมไทย

วันนี้ที่ตั้งของศาลาเฉลิมไทยได้ถูกรังสรรค์ใหม่เป็น ลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ สถานที่ประดิษฐานพระราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๓ ท่ามกลางไม้ประดับสวยงาม

ในขณะที่ศาลาเฉลิมไทยสถานที่ร่วมสมัยยุคการเปลี่ยนแปลงการปกครองสยามได้สูญสลายเหลือเพียงความทรงจำ และร่องรอยหลักฐานในร้านขายของเก่า

หม่อมศึกฤทธิ์ ยังเคยให้ความเห็นต่อไว้ว่า

“เมื่อโรงหนังเฉลิมไทยถูกทุบทิ้งไปแล้ว ภาพของวัดราชนัดดาและโลหะปราสาทก็จะปรากฏแจ่มแจ้ง...เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่ควรยินดีและเป็นที่น่าภูมิใจของคนในกรุงเทพมหานครทั้งหมด ในยุค ๕๐ ปีที่ผ่านมานี้ ได้มีการสร้างตึกรามที่น่าเกลียดน่ากลัวเอาไว้ในกรุงเทพมหานครอีกมากพอสมควร เพราะฉะนั้นเมื่อเริ่มทุบทิ้งอะไรกันขึ้นแล้ว เราก็ควรรู้สึกมันมือ เที่ยวทุบทิ้งตึกอื่นๆ ที่อยู่ผิดที่ผิดทาง และมีสถาปัตยกรรมอันไม่กลมกลืนกับสถาปัตยกรรมของกรุงเทพฯ...”

อย่างไรก็ตามหากคิดอย่างเป็นธรรมแล้ว ทุกอย่าง ทุกสถานที่ล้วนแต่มีคุณค่าอยู่ในตัวเองทั้งสิ้น แต่อย่างแต่ละแห่งไม่ว่าจะศาลาเฉลิมไทย ตึกรามสองข้างถนนราชดำเนิน วัดราชนัดดา โลหะปราสาท ฯลฯ ล้วนส่งผ่านความหมายและคุณค่าตามแต่ละแห่งอยู่ร่วมสมัย ไม่มีใครปฏิเสธ คุณค่าของวัดราชนัดดา และโลหะปราสาท ทั้งในแง่ศิลปะ ความรุ่งเรืองของสยามยุคต้นรัตนโกสินทร์ และแง่พระพุทธศาสนา

ทว่าศาลาเฉลิมไทยเองก็ย่อมมีคุณค่า และส่งผ่านความหมายและเรื่องราวอีกมากมายจากอดีต

ดังนั้นการรื้อทิ้งศาลาเฉลิมไทยย่อมเป็นการสูญเสียสถานที่ส่งผ่านเรื่องราวจากอดีตไปอย่างไม่ต้องสงสัย หากแต่สิ่งที่น่าคิดคือ ความคุ้มค่าในทุกๆ แง่ ในสำหรับสิ่งที่สูญเสีย และสิ่งที่ได้มา อย่างไหนจะมีค่าต่อเรามากกว่ากัน ทุกๆ คนคงต้องช่วยกันคิด เพราะปรากฏการณ์นี้จะยังเกิดขึ้นในสังคมเราอีกหลายครั้ง และต่อไปอีกนาน


ที่ตั้งเดิมของศาลาเฉลิมไทย ปัจจุบันกลายเป็นลานพลับลามหาเจษฎาบดินทร์ โดยมีฉากหลัง เป็นวัดราชนัดดา และโลหะปราสาท


*******





 

Create Date : 31 ตุลาคม 2553
0 comments
Last Update : 2 พฤศจิกายน 2553 9:18:59 น.
Counter : 1485 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


มณีมรกต
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สนทนา สอบถาม แลกเปลี่ยนความเห็นทางประวัติศาสตร์ หรือเรื่องอื่นๆ ได้ ณ ที่นี้
Friends' blogs
[Add มณีมรกต's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.