Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2555
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
2 ตุลาคม 2555
 
All Blogs
 
Knight At Night ... สงครามรัตติกาล Ch.5 (ครึ่งหลัง)

 

5/0 P. 4

 

 

ต้องใช้เวลาอยู่ครู่ กว่าอรอินทุจะรู้สึกตัวว่าอีกฝ่ายไม่ได้มองมาที่หล่อนหรือเด็กหนุ่มคนนั้น

 

 

หล่อนเพิ่งมาสังเกตเห็นถึงบางสิ่งที่ซ่อนตัวอยู่เกือบจะแนบเนียนกับเงาของผนัง หรือที่ถูกก็อาจเรียกได้ว่าเป็น "บางอย่าง" เช่นกัน

 

 

สิ่ง...ที่หล่อนยังไม่แน่ใจว่าจะขนานนามมันว่าสิ่งมีชีวิตดีหรือไม่

 

 

อรอินทุไม่เคยรู้จักหรือได้ยินเกี่ยวกับสัตว์แบบนี้มาก่อน หล่อนเดาว่ามันน่าจะถูกจัดอยู่ในสายพันธุ์ของสัตว์ปีก ...เพราะสิ่งที่กางอยู่ต่างสองแขนของมันมีลักษณะที่ช่วยให้มันพยุงตัวได้ เพียงแต่มันไม่ได้ถูกปกคลุมไปด้วยขนดังเช่นนกที่หล่อนรู้จัก อรอินทุจึงไม่กล้าเรียกมันว่านกชนิดไหนจนแล้วจนรอด

 

 

ที่สำคัญ การปรากฏตัวของมันประทับในจิตใจของหล่อนเกินไป...แค่คิดว่าตนเองต้องถูกห่อหุ้มด้วยพวกมันตั้งไม่รู้กี่ตัวต่อกี่ตัว หญิงสาวก็ตัวสั่นอย่างไม่อาจห้ามได้เสียแล้ว !

 

 

และช่วยไม่ได้เลยเช่นกัน...ที่บัดนี้ แค่สังเกตว่ายังมีพวกมันหลงเหลืออยู่ อรอินทุก็แทบจะขยับถอยโดยอัตโนมัติ ถ้าหล่อนไม่นึกได้ว่าอีกฟากทางก็อันตรายไม่แพ้กัน !

 

 

และการหยุดยั้งนั้นเอง ที่ทำให้ในอึดใจถัดมา อรอินทุนึกเกลียดตัวเอง

 

 

เมื่อหล่อนเห็นมันเข้า

 

 

เห็น "ดวงตา" คู่นั้น

 

 

มันเป็นสีแดง....ที่หล่อนไม่รู้จะเปรียบเทียบกับอะไรในตอนแรก แต่เมื่อเพ่งลึกลงไป เห็นทั้งความจัดจ้า กับความเข้มข้นที่ผสานอยู่ด้วยกันอย่างลงตัวและชวนให้อึดอัดไปพร้อมๆกัน หล่อนก็คลับคล้ายคลับคลาจะนึกออก

 

 

มันคือสีที่หล่อนเคยเห็นมาแล้ว...ในความฝันนั่น

 

 

สีที่สะกดตรึงก่อนที่ความเจ็บปวดจะแล่นเข้าครองผ่านลำคอที่รวดร้าว ปลุกความรู้สึกมากมายให้หลากไหลจนไม่อาจควบคุม

 

 

และได้แต่ค่อยๆจมลงไป.....

 

 

ก่อนจะสะดุ้งสุดตัวพร้อมกังวานเสียงที่เหมือนกับการทำลายล้างทุกสิ่งทุกอย่าง

 

 

เสียงของการแตกกระจาย

 

 

เพล้ง !!

 

 

 

 

5/1 P. 0

 

 

หญิงสาวจับจ้องดวงตาสีแดงคู่นั้น และรับรู้ว่าเขากำลังมองมาเช่นกัน

 

 

จิงเมิ่ง โหยว ไม่สะทกสะท้านอีกต่อไปที่จะมองกลับไปในดวงตาสีแดงคู่นั้น แม้ว่าข้อปฏิบัติเรื่องไม่ควรจับจ้องดวงตาของเผ่าพันธุ์นี้เป็นสิ่งที่ถูกพร่ำสอน แต่ในยามที่ความขุ่นเคืองกำลังคุกกรุ่นกับสมาธิของการต่อสู้กำลังแน่วแน่ เธอแน่ใจว่าตนเองไม่มีวันหลงไปกับมนต์ในดวงตานั้นเด็ดขาด

 

 

เช่นเดียวกับที่คมเขี้ยวของหมาป่าไม่มีวันได้แตะเธอ หล่อนแยกเขี้ยวตอบโดยไม่ละสายตาจากเป้าหมายเดิม หากมือก็เสือกกระบอกปืนรังสีที่หักเป็นชิ้นๆให้เจ้าหมาหิวโหยนั่นเคี้ยวเสียให้สมอยาก ขณะเคาะเท้าลงกับพื้นก่อนตวัดขึ้นในจังหวะเดียวกัน

 

 

บางอย่างโผล่ออกจากใต้พื้นรองเท้าของเธอ และจิงเมิ่งไม่รีรอแม้แต่น้อยในการใช้มัน

 

 

เช่นเดียวกับที่เด็กหนุ่มอีก 'ตน' ไม่รีรอในการฉวยจังหวะนี้

 

 

 

 

5/1 P.0.5

 

 

เขาพบว่าตัวเองกำลังขยับรอยยิ้มด้วยความประหลาดใจ

 

 

เห็นได้ชัด... ว่าหล่อนไม่ได้สูญเสียสัญชาตญาณของนักล่า แม้หล่อนจะทำผิดกฎข้อใหญ่โดยการมองสบตากับ "เขา"

 

 

ขณะที่เจ้าสัตว์ยักษ์ที่อยู่เหนือร่างหล่อนนั่นต่างหาก ....ที่ประมาทจนน่าถอนใจ และต้องชดใช้ด้วยเลือดที่มีกลิ่นไม่เลวซึ่งพร่างพรูออกมายาม "กรงเล็บ" ของนกแห่งความตายนั่นพุ่งเข้าใส่

 

 

แต่มันก็ยังรอดไปได้

 

 

เขาให้อีกหนึ่งแต้มกับแผนการที่ดูเหมือนไร้ที่มาที่ไปของหล่อน แผนการที่ใช้ปืนรังสีที่ดูเผินๆเหมือนพลาดท่าเป็นตัวบอก แต่ขณะเดียวกัน มันก็แปลได้ว่านั่นคือการยืนยันในการขอผูกมิตร

 

 

นับเป็นเรื่องหาได้ยาก ที่จะมีคนทำงานที่ยืดหยุ่นได้ใน "ขณะ" นี้

 

 

มันทำให้เขาอดเสียดายไม่ได้ เมื่อตระหนักว่าภาพตรงหน้ากำลังจะถูกดับลง ยามเมื่อประกายแสงสีเงินวิบวับพุ่งตรงมา

 

 

และทำลายเขา

 

 

 

 

5/1 P.1

 

 

จิงเมิ่ง โหยว แค่นเสียงในลำคอด้วยความพอใจ เมื่อคมมีดเนื้ออ่อนที่หล่อนสอดไว้ในแผ่นหนังและพันรอบข้อมือพุ่งเข้าปักเป้าหมายอย่างแม่นยำ

 

 

ขณะเดียวกับที่หล่อนชักเท้าออกจากท้องของเจ้าหมาป่าตัวโตนั่นก่อนที่กองเลือดจะถล่มใส่ และเป็นส่งต่อการต่อสู้ให้อีกคนหนึ่ง

 

 

หากหน้าที่ของจิงเมิ่งไม่ได้หมดแค่นั้น หญิงสาวเม้มริมฝีปากแน่น ยันตัวเองลุกขึ้นกระแทกส้นเท้าแรงๆอีกครั้งให้ใบมีดหดกลับไปอยู่ใต้ฝ่าเท้า และก้าวปราดไปเบื้องหน้า

 

 

ไปยังหญิงสาวมนุษย์...ที่กำลังกะพริบตาอย่างงงๆ

 

 

เป้าหมายของเธอ

 

 

 

 

5/1 P.2

 

 

อรอินทุตระหนักด้วยความแน่ใจว่าหล่อนกำลังแปลกไป

 

 

ความจริงหญิงสาวเกือบจะเชื่อด้วยซ้ำว่าหล่อนเผลอได้รับยาบางอย่างในห้องพยาบาลโดยไม่รู้ตัว อาจมีใครสักคนวางกลิ่นกล่อมประสาทที่ชอบใช้กันในงานปาร์ตี้ และนั่นอาจเป็นสิ่งผิดกฎหมาย

 

 

และมันกำลังทำให้หล่อนเห็นภาพหลอนต่อเนื่อง

 

 

ทว่าแม้จะอยากเชื่อเช่นนั้น แต่อรอินทุก็ยังก้าวเท้าถอยหลังเมื่อผู้หญิงคนนั้นผุดลุกขึ้นและเดินเข้ามาใกล้หล่อน ก่อนจะพบว่าไม่มีทางถอยได้อีกต่อไป เว้นแต่หล่อนจะละลายหายตัวไปกับกำแพง

 

 

แต่ไม่มีทางที่จะทำเช่นนั้นได้

 

 

ผู้หญิงคนนั้นเอื้อมมือมา อรอินทุเพิ่งสังเกตเห็นว่าหล่อนสวมถุงมือ....แบบที่หุ้มฝ่ามือกับข้อมือ แต่เปิดเปลือยข้อนิ้วให้เปลือยเปล่า และอรอินทุสังเกตเห็นหยดเลือดแต้มอยู่ที่ปลายนิ้วนั่น

 

 

มันทำให้หล่อนขนลุกซู่

 

 

ก่อนที่มือนั้นจะแตะแขนหล่อนเบาๆอย่างสุภาพ เช่นเดียวกับน้ำเสียงที่ถาม

 

 

"คุณไม่บาดเจ็บอะไรนะ ?"

 

 

น่าประหลาด ที่ความหวาดกลัวของอรอินทุเหือดหายไปอย่างรวดเร็ว พร้อมสัมผัสนั้น

 

 

หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึก.... ข่มกลั้นอาการปวดแปลบที่วิ่งขึ้นมาเป็นริ้วๆในหัว กับภาพต่างๆที่กำลังจะพร่าเลือนไปอีกครั้ง

 

 

ฝ่ายตรงข้ามเอียงคอ ทำท่าเหมือน....อะไรบางอย่าง ที่อรอินทุกไม่เข้าใจ รู้แต่เพียงวินาทีต่อมา หล่อนก็จับมือของอรอินทุให้แบออก และวางอะไรบางอย่างลงมา

 

 

เศษ....ผ้า ?

 

 

"ถือเอาไว้ แล้วคุณจะดีขึ้น" หล่อนบอก และอรอินทุพบว่ามันเป็นความจริงก่อนที่เจ้าหล่อนจะพูดจบเสียอีก

 

 

สรรพสีรอบด้านที่ดูพร่างพรายกลับเป็นปกติ อาการปวดจี๊ดนั้นหายไปพร้อมๆกัน จนเธออดก้มลงเพ่งของในมือไม่ได้ เพราะเริ่มสงสัยว่ามันอาจเป็นเครื่องส่งคลื่นหรืออะไรบางอย่าง

 

 

แต่ยังไม่ทันจะทำอย่างนั้น ความเป็นจริงอีกอย่างก็กระชากอรอินทุออกมาจากการเพ่งพินิจนั่น

 

 

มันเป็นเสียงคำรามร้องด้วยความเดือดดาล ให้อรอินทุหันหน้าไปมองก่อนนึกโมโหตัวเอง เพราะสีแรกที่สาดกระทบตาหล่อนคือสีแดงกับ....อะไรบางอย่างที่หล่อนไม่อยากเห็นเลยสักนิด

 

 

เป็นเคราะห์ดีและเป็นอีกครั้งที่อรอินทุนึกขอบคุณผู้หญิงปริศนา....คนที่ยืนอยู่ข้างๆหล่อน ที่ยกมือขึ้นบดบังสายตาของหล่อนทันเวลา ก่อนที่หล่อนจะทันจดจำอะไรมากไปกว่านี้

 

 

แม้ไม่รู้จักสิ่งมีชีวิตชนิดนั้น แต่อรอินทุก็มีความรู้พอเกี่ยวกับกายวิภาคของตนเอง....พอที่จะรู้ว่าเนื้ออ่อนที่ถูกกระชากหลุดจากร่างกายกับเลือด มันไม่น่าพิศวาสสักนิด

 

 

หากพร้อมกันนั้น หล่อนก็นึกสงสัย เพราะในเมื่อผู้หญิงคนนี้ยืนอยู่ข้างหล่อน ถ้าอย่างนั้น ใครกันที่เป็นคนทำร้ายเจ้าสัตว์ประหลาดตัวนั้น ?

 

 

พร้อมคำถาม อรอินทุก็ตอบตัวเองได้เสร็จสรรพ ว่ายังมีอีก 1 ตัวละคร....

 

 

"เอาล่ะ" เสียงของเด็กหนุ่มคนนั้นดังมาจากทิศทางเดียวกับที่หล่อนได้ยินเสียงคำราม "ในเมื่อหมาขี้เรื้อนก็ม้วนหางจุกก้นหนีไปแล้ว ทำไมเราไม่มาสะสางกันบ้างล่ะ คุณข้ารับใช้ค้างคาวตรงนั้น ?"

 

 

ท่อนแขนที่บดบังสายตาของอรอินทุลดลง แต่หญิงสาวกลับนึกอยากหลับตาลงอีกรอบ...กับสภาพแวดล้อมในยามนี้

 

 

 

(ต่อด้านล่าง คอมเม้นต์ 1 ค่ะ)




Create Date : 02 ตุลาคม 2555
Last Update : 2 ตุลาคม 2555 22:09:58 น. 1 comments
Counter : 353 Pageviews.

 




5/1 P.3



เธอเรียนรู้มานานแล้วว่า ความเข้าใจผิดจะมาในเวลาที่ซ้ำซ้อนและยากจะอธิบาย หรือไม่ก็ปราศจากโอกาสอธิบายเสมอ



ดังนั้น หนนี้ จิงเมิ่ง โหยว จึงแปลกใจเล็กๆ ที่ฝ่ายตรงข้ามยัดเยียดตำแหน่งนี้ให้เธอ ในขณะที่เธอยืนอยู่ข้างๆเป้าหมาย และมีโอกาสที่จะอธิบายได้



"อะไรทำให้นายคิดอย่างนั้น ?" หล่อนเอ่ยถาม พร้อมทั้งรอโอกาสที่เพดานอาจจะถล่ม หรือพื้นทรุดลงไป ทำให้เธอหมดโอกาสอธิบายเข้าจริงๆ



เหมือนอย่างเหตุการณ์เมื่อ 3 ปีก่อนหน้านี้



เด็กหนุ่มผู้นั้นแค่นเสียงเหอะ ขณะปัดไม้ปัดมือกับกางเกง...ที่เธอลงความเห็นว่ามันไม่น่าช่วยอะไรได้เท่าไร เพราะเสื้อผ้าของเขามีแต่คราบเลือดกระเซ็นใส่ประปรายเป็นวงๆ



จิงเมิ่งคิดว่า....เขาซื้อเสื้อผ้าใหม่คงจะง่ายซะกว่า



แต่มันก็คงเป็นเรื่องยากอยู่ดี หากเขายังยืนอยู่ในบริเวณนี้...ซึ่งกลายเป็นเวทีสัปประยุทธ์ระหว่างเขากับเผ่าพันธุ์หมาป่าทมิฬที่เธอเคยได้ยินว่ากระหายเลือด



เธอไม่ได้เห็นว่าเขาลงมืออย่างไร แต่ดูจากปริมาณเลือด และเศษเนื้ออ่อน เศษขนต่างๆที่เปรอะเลอะบริเวณแล้ว ก็เห็นได้ชัดว่าตอนนี้ ควรจะเพิ่มเผ่าพันธุ์นกสีดำแห่งความตายอย่างเรเวนเข้าไปด้วย ในทำเนียบความกระหายเลือด



แต่เขาไม่ได้ยินความคิดของจิงเมิ่ง....มันไม่ใช่ทักษะของเผ่าพันธุ์นี้ ดังนั้นเขาจึงตอบคำถามที่หล่อนออกปากถามแทน



"เธอมากับค้างคาว"



"และฉัน....เพิ่งปิดบัญชีกับมันไป" เธอตอบกลับไปเรียบๆ และยังพยักเพยิดไปทางผนังด้านหนึ่งที่ยังเหลือคมมีดเล่มบางของเธอปักตรึงไว้



ในตำแหน่งที่ค้างคาวตัวหนึ่งเคยแอบซุ่มดูอยู่



จะเรียกมันว่าค้างคาว...โดยทั่วไปก็ไม่ได้ จิงเมิ่งเคยเห็นค้างคาวมาก่อน เจ้าตัวเล็กพวกนั้นยังดูน่าเอ็นดูกว่าสิ่งที่ห่อหุ้มเธอมายังที่แห่งนี้ พวกมันเพียงแต่มีรูปลักษณ์ดังเช่นค้างคาวเท่านั้น แต่ทั้งสี ทั้งแววตาที่จ้องมา ไม่ได้ใช่สัตว์พวกนั้นแม้แต่น้อย



มันคือ....เสี้ยวหนึ่งของปีศาจ



อีกข้อพิสูจน์ที่บ่งบอกได้ชัดก็คือ ยามที่มีดของเธอพุ่งใส่กลางหน้าผากของมัน ที่บริเวณนั้นกลับไม่เหลือแม้แต่เศษซากของกึ่งสัตว์ปีกนั่น



ทั้งร่างของมันมลายหายไปในวินาทีที่คมมีดสัมผัส ราวกับระเหยกลายเป็นไอ



หญิงสาวบิดข้อมือ ก่อนกดปุ่มปล่อยให้ลวดเส้นเล็กแต่เนื้อเหนียวพุ่งออกไป คล้องส่วนปลายของมีดที่ทำยื่นออกมาไว้เผื่อการนี้ ดึงมันกลับเข้ามาอยู่ในมือและสอดเข้าไปในปลอกหนังที่ทำให้อยู่ในรูปลักษณ์ของกำไลอย่างคล่องแคล่ว



ระหว่างนั้น คู่สนทนาของเธอก็ขยับเดินเข้ามาใกล้ พร้อมเอ่ยปาก



"ถึงอย่างนั้นเราก็ต้องสะสางกันอยู่ดี เพราะเธอไม่ใช่ พรรคพวกของฉัน"



"ก็ใช่" จิงเมิ่งยอมรับ ก่อนขยับถอยหลังและผายมือ "แต่เธอก็ยังไม่ใช่ทั้งของฉันและของนาย จริงไหม?"



โดยไม่ต้องมีคำพูดต่อไป ทั้งหล่อน และเด็กหนุ่ม ก็หันสายตาไปยังหญิงสาวที่แทบจะกลืนหายไปกับผนังคนนั้นเป็นตาเดียว







5/1 P.4



อยู่ๆอรอินทุก็รู้สึกเหมือนถูกผลักขึ้นเวทีกะทันหัน



หรือไม่...มันก็เหมือนตอนที่หล่อนถูกผลักเข้าไปในฟลอร์เต้นรำยามค่ำคืน โดยไม่ทันทั้งตัว ไม่ทันแม้แต่จะจัดแต่งทรงผมใหม่ ด้วยฝีมือเพื่อนรักของหล่อน มิคาเงะ ฟรองทีชาร์ส



มิคาเงะ.....ความเย็นบางอย่างพุ่งผ่านผิวของอรอินทุ คล้ายทิ้งรอยเล็บกรีดเตือนไว้บนท่อนแขน คล้ายกรีดร้องว่าเธออาจะหลงลืมบางอย่าง



หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึก หากแล้วก็ต้องเปลี่ยนเป็นพ่นออกแทบจะทันที เมื่อกลิ่นฉุนชวนอาเจียนพุ่งเข้ากระทบจมูกแทนที่อากาศบริสุทธิ์



แต่มันก็ทำให้เธอตัดสินใจ...และให้น้ำหนักกับเหตุการณ์ตรงหน้าก่อนทันที



เธอต้องออกไปจากสถานการณ์นี้ก่อน !



"พวกคุณ...." เธอเรียกพวกเขาอย่างนี้ และก่อนที่จะห้ามได้ คำถามก็ถูกถามออกไป "เป็นอะไร"



และเธอตระหนักว่ามันผิดพลาดได้ทันทีที่ถาม



เพราะมันย่อมไม่ใช่คำตอบที่จะพาเธอออกจากสถานการณ์นี่แน่



ทว่าจะม้วนเธอเข้าไปข้างในมากกว่า



"ผมเป็นผู้คุ้มครองคุณ" เด็กหนุ่มคนนั้นตอบพร้อมรอยยิ้ม ที่คงจะทำให้อรอินทุสนิทใจกว่านี้ หายใจโล่งกว่านี้ ถ้าไม่มีคราบเลือดเปื้อนเสื้อผ้าของเขา



หากขณะเดียวกัน..... เธอรู้ว่ามันไม่ยุติธรรม แต่ถึงแม้ผู้หญิงเบื้องหน้าจะไม่ได้เปรอะเปื้อนเลือด แต่ดูจากอุปกรณ์ประหลาดที่อาจเป็นอันตรายได้ทุกเมื่อแล้ว อรอินทุก็ไม่อาจวางใจหล่อนได้



"ฉันเป็นมิตรของคุณ" แม้หล่อนจะตอบอย่างนี้ก็ตาม



ก่อนที่พวกเขาทั้งคู่จะหันมามองกันเองอีกครั้ง



และเด็กหนุ่มชิงเอ่ยปากต่อ



"คุณจะเรียกผมว่า ไอเด็น ก็ได้ ผมเป็นผู้แทน....ที่มาเจรจาขอความเป็นมิตรกับคุณ ผู้สืบทอดสายเลือดทรงอำนาจแห่งยุคโบราณ" เขาน้อมศีรษะลง....อย่างสง่างามแบบที่ทำให้อรอินทุประหม่าอย่างบอกไม่ถูก "และเป็นผู้ต้อนรับคุณ...ขอต้อนรับเข้าสู่สงครามแห่งอำนาจครั้งใหม่"



มีบางคำในประโยคของเขา...ที่อรอินทุไม่แน่ใจว่าหล่อนเข้าใจมันถูกต้องหรือไม่ ไม่นับสำเนียงแปลกแปล่งเหมือนที่หล่อนเคยได้ยินนักภาษาศาสตร์บางคนชอบใช้พูดกันแว่วๆ แต่ของเขาต่างออกไป มันฟังดูหนักแน่น...



ดูบริสุทธิ์กว่ามาก



ผู้หญิงที่ยืนอยู่อีกทางขยับตัว อรอินทุคล้ายได้ยินหล่อนถอนหายใจแผ่วเบา ก่อนพูดบ้าง



ด้วยถ้อยคำที่อรอินทุยิ่งกว่าไม่เข้าใจ...ของเด็กหนุ่มเสียอีก



"สงครามรัตติกาล"



+ + + + +

โอย....กว่าจะโพสสำเร็จ.....


โดย: อมราวตี วันที่: 2 ตุลาคม 2555 เวลา:22:10:46 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

อมราวตี
Location :
กำแพงเพชร Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]





ครั้งหนึ่ง.....เคยนั่งอยู่
วันหนึ่ง.......เคยลุกมาก้าวเดิน
และอีกวัน...อาจหยุดนิ่งไม่ขยับไปไหน
-- -- -- -- -- -- -- -- -- --
"คนเรามักจดจำความเจ็บปวดของตนเอง แต่หลงลืมความเจ็บปวดของผู้อื่น"




New Comments
Friends' blogs
[Add อมราวตี's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.