My Life; My Destiny.
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2556
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
1 สิงหาคม 2556
 
All Blogs
 
The Diary of my Back Pain (5) : Road to recovery (Maybe?)

เมื่อกลับมาพักฟื้นที่บ้าน แผลตรงที่ผ่าก็ดูไม่มีปัญหา คือ เจ็บแหละ แต่ว่าก็ต้องบอกตัวเองว่า มันเป็นเรื่องธรรมดา คุณหมอก็ให้ยาแก้ปวดในกลุ่มสารเสพติดมาให้ พร้อมกับยาสเตอรอยด์ ซึ่งช่วยลดอาการบวมของแผล ตรงนี้แหละ งานเข้าเลยค่ะ เพราะเป็นเหตุให้น้ำหนักขึ้นพรวด ๆ ขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งทุกวันนี้ยังไม่ค่อยอยากจะลดเลย คือ ยาสองตัวนี้ กินแล้วมันทำให้อยากอาหารค่ะ เนื่องจากมีส่วนผสมของฝิ่น

สัปดาห์แรกของการฟักฟื้น คุณหมอไม่ให้ทำงานบ้านเลย แต่ให้พยายามลุกเดินให้มากที่สุด และไม่แนะนำให้นอนอยู่เฉย ๆ เพราะจะทำให้กล้ามเนื้อหลังไม่แข็งแรง เราก็เลยไม่มีอะไรทำ เพราะอยู่บ้านคนเดียวด้วย ก็เลยเดินเปิดตู้เย็นทั้งวันเลย ขอบอกว่า กินแบบที่ไม่เคยกินแบบนี้มาก่อน เข้าใจเลยว่า อาการกินแบบหยุดไม่ได้ มันเป็นแบบนี้เอง

นายจอมยุ่งก็ไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นเลย แถมมีการติดตลกอีก เวลาคุณเธอเปิดตู้เย็นทีไร ก็จะแหย่เราว่า จะกินโน้นนี่ป่ะ จะหยิบให้ เธอดันเห็นเป็นเรื่องตลกไป ที่เรากินไม่หยุดแบบนั้น (คือ ปกติเราเป็นคนไม่กินยุ๋มยิ๋ม จะกินเป็นมื้อ ๆ ไป) พอมาโดนยานี้ ไม่ปฎิเสธอาหารเลย แถมกินคุ้กกี้วันละเป็นกระป๋องค่ะ มันหยุดไม่ได้ ไม่รู้เป็นไร ผลคือ หลังผ่าตัดครั้งแรก น้ำหนักขึ้นไป 15 ปอนด์ สุดเซ็งเลย

จริง ๆ แล้วภายในสองสัปดาห์ ต้องกลับไปให้คุณหมอผ่าตัดตรวจ แต่ผ่านไปได้อาทิตย์เดียว ความชาตั้งแต่บั้นเอว ไปถึงปลายเท้าก็ยังไม่หายไป เรียกได้ว่า มันทั้งเจ็บทั้งชาจนนอนไม่ได้ค่ะ ตอนกลางคืนไม่ต้องพูดถึง เราไม่หลับเลย บางทีไม่นอนเลย 3 วันติด ๆ กินยานอนหลับก็ไม่หลับ เพราะเจ็บขามา น้ำหูน้ำตาไหล ดราม่าเยอะ

สุดท้ายนายจอมยุ่ง ทนมองดูน้ำตาำภรรยาสุดที่รักไม่ไหว (หรือไม่ก็ เฮียคงรำคาญ เห็นนั่งร้องไห้อยู่ได้ทั้งวัน) เลยลากเราไปห้องฉุกเฉิน คุณหมอจัดการฉีดมอร์ฟีนให้ แต่ความปวดไม่ได้คลายลง เค้าเลยฉีดยา Dilaudid ให้แทน ซึ่งแรงกว่ามอร์ฟีนประมาณ 4 เท่า ซึ่งโดยมาก หมอจะฉีดยานี้ให้คนไข้ที่มอร์ฟีนใช้ไม่ได้ผล

ทันทีที่ยาวิ่งเข้าเส้นเลือด รู้สึกว่าอุณหภูมิในตัวอุ่นขึ้นมาก และก็เคลิ้ม ๆ ความปวดก็คลายลง เป็นครั้งแรกในรอบกี่วันก็ไม่รู้ ที่ไม่รู้สึกปวด แต่ก็แค่ชั่วคราวค่ะ พอหมดฤทธิ์ยา ก็กลับไปปวดเหมือนเดิม แพทย์เวรส่งไปสแกนหลังอีกรอบ ก็พบว่า ยังมีส่วนของเส้นประสาทที่ยังโดนทับอยู่ เธอเลยบอกว่า ให้เรารอพบหมอผ่าตัด แล้วค่อยว่ากันใหม่ จากนั้นก็ส่งเรากลับบ้าน

วันรุ่งขึ้น เราก็โทรไปขอพบ Dr. Dyke ซึ่งเป็นแพทย์ผ่าตัดของเรา โดยบอกว่าทางห้องฉุกเฉินแนะนำให้มาพบหมอทันที ก่อนเวลานัด เราก็นั่งจดคำถามที่ต้องการจะถาม เพราะเวลาไปพบหมอ บางทีคุยกันออกนอกเรื่องแล้วอาจจะลืมประเด็น หรือบางครั้งหมอชอบรีบค่ะ การจดคำถามไป จะช่วยให้เรียงลำดับความคิดได้ดีขึ้น

เมื่อพบหน้าหมอ เราก็อธิบายให้คุณหมอฟังว่า ตั้งแต่เราผ่าตัดมา อาการปวด (ที่ไม่ใช่จากแผล) ยังไม่มีที่ท่าว่าจะหายไป ทั้งยังชาที่ขามากด้วย ความปวดทำให้เรานอนไม่หลับ เราจะหลับก็ต่อเมื่อเหนื่อยจนสลบไป ยาแก้ปวดที่หมอให้มา ก็ไม่ไ้ด้ผล

ตาหมอบ้า ตอบมาแบบเย็นชาว่า ยาที่ให้ไปนี่ ก็แรงที่สุดแล้ว ก็ไม่รู้จะทำยังไง คือ ถามอะไร เธอบอก "I don't know" ตลอดเลย แล้วท่าทางเค้าแบบหยิ่งยะโส + กวนตีนมากด้วย สุดท้าย เกือบจะต้องห้ามมวย ระหว่างนายจอมยุ่งกับตาหมอกวนประสาทคนนี้ เพราะเฮียเริ่ม ๆ จะเซ็งกับหมอ ที่ถามอะไรไม่รู้ทั้งสิ้น เฮียเลยถามแบบกวนตีนเหมือนกันว่า "What do you know?" คือ งั้นหมอรู้อะไรบ้าง ?

อ่ะค่ะ ... ชักไปกันใหญ่ ถามอะไรก็ไม่ได้เรื่อง แถมต้องมานั่งห้ามทัพอีก เราเลยตัดสินใจลาเลย เพราะอยู่ไปก็ไม่มีประโยชน์ หมอไม่มีการแนะนำว่า ต้องไปทำกายภาพบำบัด เมื่อไร ยังไงเลย บอกอย่างเดียวว่า เราคงต้องไปหา Pain Management Specialist เพื่อจะได้เรียนรู้ว่า จะใช้ชีวิตกับความเจ็บปวดได้อย่างไร บ้าล่ะ ฉันอยากจะหายปวด ไม่ใช่อยากจะหาวิธีอยู่กับความปวดนะ สรุปว่า เสียความรู้สึกกับหมอจอมยะโสคนนี้มาก เรากลับบ้านวันนั้น แบบเต็มไปด้วยความเซ็ง

Pain Management

เมื่อไม่รู้จะหันไปทางไหนแล้ว เราก็โทรไปนัด Dr. Zeller ซึ่งเป็นแพทย์ที่เชี่ยวชาญทางด้าน Pain Management คุณหมอน่ารักมากค่ะ เธอสอนวิธีิอ่านฟิมส์ที่เราสแกนหลังมา ทำให้เราเข้าใจปัญหามากขึ้น เธอเป็นหมอคนแรก ที่ให้ความหวังกับเราว่า ความปวดนี้จะคลายลงเร็ว ๆ นี้

คุณหมอบอกว่า ก่อนจะส่งไปทำกายภาพบำบัด เธออยากจะให้เราคลายอาการปวดลงก่อน เธอจึงนัดให้มาฉีดยาสเตอรอยด์เข้าไขสันหลัง (Spinal Steroid Injection) อันนี้เป็นเข็มที่ 2 ของปีล่ะ ปีหนึ่งฉีดได้ 4 เข็มค่ะ

ถึงวันไปฉีดยา วันนั้นต้องแนบนายจอมยุ่งไปด้วย เพราะคุณหมอจะต้องบล็อคไขสันหลัง ทำให้เราไม่สามารถขับรถกลับบ้านเองได้ และทางคลีนิคก็จะไม่ฉีดให้ด้วย หากไม่มีคนขับรถมาด้วย

เช้าวันนัด พื้นเป็นน้ำแข็งหมดจากหิมะที่เพิ่งเทลงมา เฮียขับรถออกมารอหน้าโรงจอดรถ ระหว่างเราจะเดินไปขึ้นรถ ก็เหมือนโชคกระหน่ำซัมเมอร์เซลล์ ลื่นลงไปนั่งจุ้มปุ๊กอยู่หน้ารถ หน้าตาเล็ดเลยค่ะ ลุกก็ไม่ขึ้น เรียกเฮียแกก็ไม่ได้ยิน เพราะมั่วแต่นั่งฟังเพลง เราเลยต้องคว้าหิมะเขวี้ยงใส่หน้ารถซะเลย ซวยซ้ำซ้อนจริง ๆ

ฉีดยาเสร็จเรียบร้อย คุณหมอบอกว่า ภายใน 7 วัน ยาจะเริ่มออกฤทธิ์ ให้อดทนหน่อย พอปวดลดลงหน่อย ค่อยว่ากันใหม่เรื่องทำกายภาพ จากนั้นเราก็ลาคุณหมอไป จนป่านนี้ ก็ยังไม่ได้กลับไปหาเธออีกเลย 

ตอนหน้าจะเล่าให้ฟัง ถึงเรื่องที่โดนกล่าวหาว่า เป็นคนติดยา (Drug Seeker) ค่ะ ขอบคุณเพื่อน ๆ ที่แวะมาอ่านและทักทายกันนะคะ แล้วจะรีบเขียนต่อเร็ว ๆ ค่ะ
จ บ ต อ น





Create Date : 01 สิงหาคม 2556
Last Update : 1 สิงหาคม 2556 3:46:42 น. 15 comments
Counter : 858 Pageviews.

 
รักษาตัวให้หายดีก่อนแล้วค่อยกลับมาเขียนบล็อคก็ได้นะคะ เพื่อนๆรอได้
สุขภาพดีต้องมาเป็นอันดับหนึ่งน้าา..คุณแฟนน่ารักจังที่ดูแลกันอย่างใกล้ชิด


โดย: au_jean วันที่: 1 สิงหาคม 2556 เวลา:4:11:01 น.  

 
อ่านแล้วสงสารพี่แพทอ่ะ ขอให้หายไวๆเด้อ


โดย: เวฟ IP: 76.24.137.13 วันที่: 1 สิงหาคม 2556 เวลา:4:15:20 น.  

 

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
schnuggy Travel Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
Lilac Girl Klaibann Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 3 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น

อรุณสวัสดิ์ขอรับ


โดย: ขุนเพชรขุนราม วันที่: 1 สิงหาคม 2556 เวลา:5:23:15 น.  

 
อ่านแล้วก้อน่าสงสารคุณแพทจังเจอหมอกวนประสาทแถมต้องมาล้มอีกแต่ก้อขอให้หายไวไวค่ะ


โดย: Sheer bliss IP: 99.120.41.163 วันที่: 1 สิงหาคม 2556 เวลา:5:38:57 น.  

 
เรื่องปวดหลัง เรื่องใหญ่จริงๆ นะคะ แสงเดือนเจอคนไข้มาที่อีอาร์เพราะปวดหลังเยอะมากค่ะ หมอีอาร์กับพยาบาลอีอาร์ก็เลยคิดว่า คนไข้ปวดหลังส่วนมากเป็น Drug Seekers. แต่แสงเดือนคิดว่า คนไข้ปวดหลังไม่ใช่ Drug Seekers เสมอไปค่ะ แต่โรคปวดหลังเป็นโรครักษาที่ยากมาก การผ่าตัดหลัง ส่วนมากจะไม่ประสบความสำเร็จค่ะ ไม่เหมือนการผ่าตัดไส้ติ่ง ถุงน้ำดี หรือว่าการผ่าตัดทั่วไป (อันนี้ประสบการณ์ของแสงเดือนล้วนๆ)

แสงเดือนขอให้อาการปวดหลังของพี่ทุเลาลง ดีขึ้น และหายขาดค่ะ



โดย: แสงเดือน IP: 207.171.214.165 วันที่: 1 สิงหาคม 2556 เวลา:10:57:06 น.  

 
อ่านแบบลุ้นระทึกค่ะ อะไรจะโดนยาแรงๆได้มากมายขนาดน๊าน
แค่ปวดก็แย่แล้ว ยังไปเจอหมอกวนติงเข้าอีก
หายเร็วๆนะคะ เอาใจช่วยค่ะ ขอบคุณที่ไปส่งข่าวนะคะ


โดย: schnuggy วันที่: 1 สิงหาคม 2556 เวลา:11:10:43 น.  

 
เข้าใจเลยคุณแพท กุ้งก็เคยกินแบบหยุดไม่ได้ มันอยากน่ะ ไม่ใช่อาการหิว อยากกินต้องกินไม่งั้นทำอะไรไม่ได้ หมอนี่ก็แปลกนะไม่รู้อย่างเดียวแล้วได้ใบประกอบอาชีพได้ไงกัน

กุ้งจะไปเมืองไทยเดือนตุลาอีกแล้วค่ะคุณแพท ทุกปีเหมือนเดิมไม่เคยขาด จะกลับมาอีกทีก็หลังปีใหม่เลยค่ะ ตอนนี้ก็นั่งนับวันรอ น้องหมาสองตัวของคุณแพทเป็นไงมั่งคะ แม่ไม่ค่อยสบายน้องหมาใครเลี้ยงเอ่ย


โดย: amskye วันที่: 2 สิงหาคม 2556 เวลา:3:30:14 น.  

 
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต

Lilac Girl Klaibann Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 3 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น

.......................................

แวะมาเยียมครับผม


โดย: ชื่อนี้คุ้นๆ (เตยจ๋า ) วันที่: 2 สิงหาคม 2556 เวลา:7:45:07 น.  

 
แวะมาเยี่ยมอาการค่ะ ขอให้หายไวนะคะ พักฟื้นเยอะๆ


โดย: au_jean วันที่: 2 สิงหาคม 2556 เวลา:10:31:02 น.  

 
อ่านไปก็เอาใจช่วยไปด้วยค่ะ
คุณจอมยุ่งน่ารักมากนะคะ ดูเป็นคนที่ปกป้องภรรยาดีจัง

อัพต่อแล้วช่วยไปเคาะบ้านเรียกมาอ่านต่ออีกนะคะ
ขอบคุณล่วงหน้าค่าาา


โดย: little mouse in big apple วันที่: 2 สิงหาคม 2556 เวลา:21:12:39 น.  

 
อย่าอิจฉาเลยค่ะคุณแพท กุ้งเห็นคุณแพทไปเมืองไทยบ่อยๆเหมียนกัน นึกภาพตามถึงเด็กๆของคุณแพทแล้วคงน่ารักน่าดูชม ได้นั่งรถเด็กด้วยอิอิ


โดย: amskye วันที่: 3 สิงหาคม 2556 เวลา:3:00:29 น.  

 
สวัสดีค่ะ
ผ่านมาอ่าน
น่าเห็นใจผ่าแล้วก็ยังไม่หาย แพทย์ที่ผ่าตัดดูเหมือนจะไม่รับผิดชอบคนไข้ด้วย
เคยมีดาราไทยคนหนึ่งลื่นล้มก้นกระแทก
ไปพบแพทย์บอกกระดูกสันหลังทับเส้นประสาทให้ผ่าตัด
เธอไม่ยอมผ่าตัด ทรมานจากการปวดมาปีกว่า
มีเพื่อนแนะนำให้ไปเล่นโยคะ
เล่นไปเรื่อยๆเธอบอกว่าอาการปวดหายไปเมื่อไหร่ไม่รู้ตัว
เป็นกำลังใจให้หายปวดเร็วๆนะคะ


โดย: pantawan วันที่: 4 สิงหาคม 2556 เวลา:19:34:52 น.  

 

Like ให้เป็นคนที่ 4
หายเมื่อไหร่ค่อยมาอัพบล็อกก้ได้นะคะ
สู้ๆ เป็นรงใจให้ค่ะ


โดย: อุ้มสี วันที่: 4 สิงหาคม 2556 เวลา:19:48:30 น.  

 
แวะมาเยี่ยมคะ ขอให้พักฟื้นหายไวนะคะ


โดย: au_jean วันที่: 6 สิงหาคม 2556 เวลา:7:55:36 น.  

 
Get well soon kha :)


โดย: settembre IP: 78.134.113.166 วันที่: 11 สิงหาคม 2556 เวลา:17:12:58 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Lilac Girl
Location :
The Land of 10,000 Lakes United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 34 คน [?]




ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาชม Blog ของเรานะคะ มีอะไรแนะนำจะให้เขียน รบกวนเขียนฝากไว้ด้วยค่ะ

Disclaimer: ทุกข้อความใน Blog นี้ เราเขียนเรื่องจากประสบการณ์เท่านั้น ไม่มีเจตนาว่าร้ายใคร และหากเรื่องที่เขียนไปกระทบใจใคร ขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย ส่วนข้อมูลต่าง ๆ ที่ให้ไว้ ก็เป็นเพียงข้อมูลจากประสบการณ์จริงเท่านั้นค่ะ

***ประกาศ : ท่านที่นำเนื้อหาในบล็อคของเราไปแปะไว้ในเว็ปอื่น ยินดีอย่างยิ่งค่ะ ที่ช่วยกันเปิดเผยข้อมูล แต่ขอความกรุณาซักนิด แจ้งให้เราทราบด้วยนะคะ ให้เครดิตคนเขียนกันบ้างค่ะ ***

New Comments
Friends' blogs
[Add Lilac Girl's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.