Big city, small me 大大的北京与小小的我 หนูน้อยในเมืองหญ่ายยยย
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2549
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728 
 
2 กุมภาพันธ์ 2549
 
All Blogs
 

Days of Being Wild(1990)...ประวัติจริงของอาเฟย...

阿飞正传 (อาเฟยเจิ้งจ้วน)
Days of Being Wild
วันที่หัวใจรักกล้าตัดขอบฟ้า


ผู้กำกับ หว่องกาไว (อ่านตามสำเนียงจีนกลางว่า หวังเจียเว่ย 王家卫)
นักแสดง เลสลี่ จาง จางมั่นอวี้ หลิวเต๋อหัว หลิวเจียหลิง จางเสวียโหย่ว เหลียงเฉาเหว่ย
เนื้อเรื่องย่อ – ไม่จำเป็นหรอก อ่านวิจารณ์ก็รู้เนื้อเรื่องแล้วล่ะ



แหล่งที่มาของเนื้อหาส่วนนี้ หนังสือ “เดียวดายอย่างโรแมนติก โลกของหว่องกาไว” โดยไบโอสโคป


“1960 เป็นปีที่ดี เป็นจุดเริ่มต้นทศวรรษ – บทโหมโรงสำหรับยุค 60... สมัยนั้นแดดแจ่มใสกว่านี้ อากาศสดชื่นกว่านี้ เสียงเพลงจากวิทยุลอยไปตามถนน เป็นความรู้สึกดีๆเหมือนฝัน มันน่าจะเป็นความฝันได้เลยด้วยซ้ำ เป็นธรรมดาที่ในความฝันมักจะมีแต่เรื่องดีๆ เพราะเราเลือกที่จะลืมเรื่องเลวร้าย สิ่งที่อยากจำเราจึงจะถนอมมันไว้ด้วยรัก
ผมต้องการพูดถึงความรักในช่วงเวลานั้น การที่รักแล้วต้องเจ็บปวด และบาดแผลจากความรักที่ไม่มียาใดรักษาได้ แม้แตเวลาที่ว่ารักษาได้ทุกอย่าง หัวใจที่แตกสลายก็ยังเป็นข้อยกเว้น”

- หว่องกาไว




“โลกนี้มีนกอยู่ชนิดหนึ่งไม่มีขา มันได้แต่บินและบิน เหนื่อยก็นอนในสายลม ในชีวิตจะลงดินเพียงครั้งเดียว นั่นคือวันตายของมัน”

“วันที่ 16 เมษา 1960 หนึ่งนาทีก่อนบ่ายสามคุณอยู่กับผม เพราะคุณ...ผมจะจำนาทีนั้นไว้ จากนี้ไปเราเป็นเพื่อนกันแล้วหนึ่งนาที ความจริงข้อนี้คุณปฏิเสธไม่ได้หรอก มันเกิดขึ้นแล้ว”

“ผมไปหาเธอแล้วแต่คนใช้บอกว่าเธอไม่อยู่...หึ...ตอนเดินกลับออกมาผมรู้สึกว่ามีสายตาคู่หนึ่งมองตาม แต่ผมไม่หันกลับไปมอง ผมแค่อยากจะเห็นหน้าเธอสักครั้ง เมื่อเธอไม่ยอม เธอก็จะไม่ได้เห็นหน้าผมเหมือนกัน”


- ยกไจ๋







บทโหมโรงโดยสุทธากร สันติธวัช (มีการตัดทอนมากมาย)

หว่องทำให้ความเปลี่ยวเหงาดูโรแมนติก ขณะที่พล็อตจับต้องไม่ง่าย แม้ไม่ใช่คนแรกที่ทำ ก็ต้องถือว่าเป็นคนหนึ่งที่ทำได้อย่าง กระชากใจ

ไม่นับงานด้านภาพ ลักษณะเช่นนี้เริ่มปรากฏชัดเจนตั้งแต่ใน Days of Being Wild หนังเรื่องที่สองของเขา ซึ่งเป็นเรื่องราวของหนุ่มสามฮ่องกงในปี 1960 ศูนย์กลางหนังเรื่องนี้คือ ยกไจ๋ ตัวละครเพลย์บอยที่แสดงโดย เลสลี่ จาง

ยกไจ๋ เป็นตัวละครแบบที่เรียกว่า one lost soul เขาเป็นผู้ชายในแบบฉบับที่ชวนหลงใหล ไม่เพียงเพราะหน้าตาหล่อ แต่ยังเพราะมีวิธีการที่จะทำให้ผู้หญิงสักคนจดจำเขาได้ไม่มีวันลืม หลังจากนั้นก็เก็บงำตัวเองให้พ้นจากความเข้าใจของเธอ ทำให้เธอต้องทุรนทุรายและพ่ายแพ้ เขาเป็คนมีเสน่ห์ในความโหดร้าย

ทำไมคนคนหนึ่งถึงโหดร้ายกับตัวเองและคนอื่นได้ขนาดนี้... คำตอบคือ คนพวกนี้เคยถูกทำร้ายสาหัสมาก่อน

ยกไจ๋ถูกหญิงผู้เป็นแม่ทิ้งตั้งแต่เกิด เขาแก้แค้น โดยการทำร้ายผู้หญิงทุกคนที่รักเขา



ยกไจ๋พูดเสมอว่าตัวเองคือนก แม้จะเป็นเพลย์บอยที่ชีวิตค่อนข้างสบาย แต่เขาก็ไม่มีความสุขแล้วพลอยทำให้คนอื่นไม่มีความสุข ผู้หญิงคนแรกของเขาทอดทิ้งเขา ผู้หญิงที่เลี้ยงเขาไม่ใช่แม่ ผู้หญิงที่เขาบอกว่าไม่รักเป็นคนที่จิตใจเขาวนเวียนถึงเมื่อใกล้สิ้นใจ ผู้หญิงที่เขาใช้ชีวิตอยู่ด้วยเป็นผู้หญิงที่เขารำคาญ

ตำรวจที่หันเหไปเป็นกะลาสีเรือเป็นตัวละครที่น่าสนใจรองจากยกไจ๋ คนสองคนนี้ไม่แตกต่างกันมากอย่างที่เหมือนจะเป็น แม้ว่าเมื่อยกไจ๋พูดถึงเรื่องนกไร้ขา เขาจะขัดคอว่ามันเป็นแค่คำพูดเท่ๆ เอาไว้หลอกผู้หญิง ชายหนุ่มคนนี้ก็เป็นอีกคนที่หัวใจเรียกร้องให้ “บิน” เพียงแต่เขาไม่ได้คิดถึงมันอย่างหมกมุ่น และการที่ไม่หมกมุ่นอาจทำให้เขาได้บินไปข้างหน้าจริงๆ แทนที่จะวนสู่ที่เดิม ซึ่งเท่ากับว่าไม่ได้บินไปไหน

“ผมเคยคิดเสมอว่ามีนกชนิดหนึ่งที่ตั้งแต่เกิดมาก็ได้แต่บิน บินจนตาย …. ความจริงคือ มันไม่เคยไปไหนเลย มันตายแล้ว...ตั้งแต่แรก”


ด้วยกลัวว่าบล็อกนี้จะยาวเกินไป จึงขอไม่เขียนถึงทฤษฎีบ่ายสามโมงเท่ากับเศษหนึ่งส่วนสี่ของคุณ มโนธรรม เทียมเทียบรัตน์ออก ผู้สนใจหาอ่านได้ในหนังสือ “เดียวดายอย่างโรแมนติก” หน้า43-50 ค่ะ (ดีมากๆ แต่ยาวเกิน)

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเกี่ยวกับ อาเฟยเจิ้งจ้วน

ที่มา – ความเพ้อคลั่งของข้าพเจ้าเอง และ หนังสือ Leslie Cheung Movie World 1 (1978-1991) 张国荣的电影世界 โดย ซิตี้ เอนเตอร์เทนเม้นท์ (电影双周刊)

1955 เจมส์ ดีน Rebel Without a Cause
1990 เลสลี่ จาง Days of Being Wild

หลังจากหนังเรื่องนี้ฉาย หลายคนมองว่าเลสลี่เป็นเจมส์ ดีนเวอร์ชั่นฮ่องกง ที่บังเอิญอย่างลงตัวคือ ทั้งสองเรื่องมีชื่อภาษาจีนเหมือนกันว่า 阿飞正传 มีคนเคยถามหว่องเหมือนกันว่าเกี่ยวอะไรกับหนังเจมส์ ดีนเรื่องนั้นหรือเปล่า แกบอกว่า ไม่เกี่ยว

บางคนมองว่าชื่อ阿飞正传 มาจากหนังสือของหลู่ซวิ่น鲁迅เรื่อง阿Q正传 ที่แปลโดยใช้ชื่อภาษาไทยว่า "ประวัติจริงของอาคิว" จำไม่ได้ว่าคนเขียนให้เหตุผลไว้ว่าอย่างไร(ตอนนั้นภาษาจีนไม่ค่อยแข็งแรง ตอนนี้ก็ยังไม่ค่อยอยู่ดีแหละนะ) แต่เราคิดว่าความเหมือนกันของอาเฟย(หมายถึงผู้ชายหลักลอย ไม่ทำงาน วันๆเอาแต่ยุ่งกับผู้หญิง)อย่างยกไจ๋กับคนขี้แพ้อย่างอา Q เหมือนกันตรงที่ “หลอกตัวเองไปวันๆ” เหมือนกัน ต่างกันที่ อาคิวนั้น “ขี้ลืม” ส่วนยกไจ๋ “จำเรื่องที่ควรจำได้เสมอ”

หลู่ซวิ่นเขียนอาคิวเจิ้งจ้วน(ประวัติจริงของอาคิว)ขึ้นมาเพื่อให้ชาวจีนหันมาตักน้ำใส่กะโหลก ชะโงกดูเงาตนเองในขณะที่บ้านเมืองกำลังระส่ำระสาย

ส่วนหว่องกาไวนั้นคงไม่ได้มีอุดมการณ์สูงส่งอะไรนักหรอก เพียงแต่ว่า ผลที่ได้คือ Days of Being Wild กลายเป็นภาพยนตร์สำคัญแห่งศตวรรษ ไม่ว่าจะคัดเลือกกันกี่ครั้งต้องติด 1 ใน 10 และแทบจะเป็นงานชิ้นเดียวของคุณพี่หว่องที่ติดโผอันดับต้นๆ (แน่นอน งานชิ้นอื่นก็ติด 1 ใน 100 เกือบทุกชิ้น แต่อันดับอาจจะไม่สูงนัก) นับว่าได้ฝากรอยจารึกไว้ในประวัติศาสตร์บนแผ่นฟิล์ม

นิทานนกไร้ขากับการเต้นชาช่า – ฉากประทับใจไม่รู้ลืม

Patric Tam(ถันเจียหมิง) หนึ่งในผู้กำกับนิวเวฟของฮ่องกง และเป็นผู้กำกับหนังแนวอาร์ตยุคบุกเบิก (หนัง Nomad ชิ้นงานในปี1982 ของคุณพี่คนนี้ใช้ได้ทีเดียว) รับหน้าที่ตัดต่อหนัง เดย์ส ออฟ บีอิ้ง ไวลด์ นี้ (เขาได้รับรางวัลตัดต่อยอดเยี่ยม รางวัลตุ๊กตาทองฮ่องกง) ให้สัมภาษณ์ว่า

“…ผมคิดว่าหนังทั้งเรื่อง point ที่ดีที่สุดคือฉากเลสลี่ จางเต้นชาช่า (Cha Cha) หว่องกาไวนึกขึ้นมาได้ว่าให้เลสลี่เต้นชาช่าซะหน่อยคงไม่เลว แต่ก็แค่ถ่ายไปช็อตเดียว ไม่มีบทพูด ไม่ได้ต่อเนื่องมาจากฉากอื่น เขาเลยไม่รู้ว่าจะใส่ตรงไหนดี แล้วก็มีถ่ายฉากที่พอหลิวเจียหลิงไปแล้วเลสลี่นอนสูบบุหรี่อยู่บนเตียง มีวันหนึ่งหว่องส่งเทปให้ผม เป็นเสียงเล่าเรื่อง “นกไร้ขา” ผมก็เลยต้องมานั่งคิดว่าจะเอาเสียงพากย์ตรงนี้ไปไว้ส่วนไหนดี สรุปผมก็เลยลองดูว่าฉากนอนบนเตียงความยาวพอไหม ปรากฏว่าพอ แล้วก็นึกถึงฉากชาช่า เลยใส่ลงไปต่อด้วย สองช็อตนี้ประกอบเข้ากับเสียงพูด ก็กลายเป็นธีมและวิชั่นของตัวละคร เพียงแค่คัทเดียวก็สามารถแสดงตัวตนของตัวละครตัวนี้ออกมา หนึ่งคือ แสนจะไร้ค่า นอนซังกะตายอยู่บนเตียง ชั่วครู่ก็กลับมีชีวิต มีความสุขกับชีวิตขึ้นมาเสียอย่างนั้น ความขัดแย้งขนาดนี้ เพียงสองช็อตหนึ่งคัทก็อธิบายได้จนหมด นั่นแหละคือสาเหตุที่ผมชอบ หว่องกาไวเห็นแล้วยังบอกว่า ‘เจ๋งว่ะ’”

ฉากสุดท้ายเหลียงเฉาเหว่ยโผล่มาทำไม



แพทริค - “เหลียงเฉาเหว่ยถ่ายเรื่องนี้อยู่ที่เกาลูนหลายช็อตเหมือนกัน เป็นเรื่องราวอีกเรื่องหนึ่ง ตอนหลังถ่ายไม่จบ แต่ปัญหาคือ สมัยนั้นเป็นระบบหาทุนสร้าง คุณพูดกับนายทุนแล้วว่าจะมีดาราคนนั้นคนนี้มาแสดงเขาถึงให้เงินมา ถ้าไม่มีเหลียงก็ไม่ได้ ยังไงต้องใส่เข้าไป แล้วก็ต้องอธิบายให้บอสฟังด้วย หว่องถ่ายเหลียงช็อตนี้แล้วชอบมาก ผมก็ชอบ เล่นได้เป๊ะๆ จังหวะดีมาก หว่องบอกว่าเอาไว้ตรงหนังตัวอย่างสำหรับโปรโมต เทรลเลอร์ หรือทีเซอร์ดีไหม จะได้ดึงคนดูด้วย ผมว่า “ไม่ต้องหรอก ก็ใส่ไปในท้ายหนังเลยนั่นแหละ” เลือกเพลงมาใส่เป็นแบ็คกราวนด์ ผลออกมาน่าพอใจ ฉากสุดท้ายนี้เหมือนกับหักล้างตัวหนังที่ผ่านมาทั้งหมด ก่อนหน้านี้เรื่องราวของตัวละครเยอะแยะก็เพียงเพื่อให้ตัวละครตัวนี้ออกมา......ในช่วงเวลาหนึ่ง สถานที่หนึ่ง มีคนคนหนึ่งใช้ชีวิตอยู่คนเดียว กำลังเตรียมตัวออกเดินทาง”

ดนตรีประกอบ

หลายคนอาจจะจำเพลงนำของหนังที่ร้องโดยเหมยเยี่ยนฟังไม่ได้ (เพลงอันแสนจะไพเราะนั้นมีชื่อว่า 是这样的) แต่น้อยนักจะลืมดนตรีประกอบแนวละตินอันแสนจะดื่มด่ำนั้นได้ลง

เกี่ยวกับดนตรีประกอบ เดิมทีเดียวหว่องตั้งใจจ้างนักดนตรีในฮ่องกงทำให้แต่สมัยนั้นนักดนตรีในฮ่องกงชอบเล่นแนวดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ หว่องอยากได้เสียงดนตรีแบบดั้งเดิม พานตี้หัว(คนที่เล่นเป็นแม่เลี้ยงของยกไจ๋ เธอเป็นนักร้องเพลงสากลเสียงดีมากคนหนึ่ง) แนะนำแผ่นเสียงสมัยยุค 50 มาให้หลายแผ่น สุดท้ายก็มาลงตัวที่ Always in My Heart Los ของ Indios Tabajaras

นอกจากนี้ก็ยังมีผลงานของนักดนตรีชาวคิวบา Xavier Cugat อีกหลายเพลง ฉากยกไจ๋เต้นชาช่านั้นคือ Maria Elena นอกจากนี้ก็ยังมี Perfidia, El Cumbanchero, Jungle Drums, My Shawl และ Siboney

แล้วจะหาลิงค์ฟังซาวน์แทร็คมาให้วันหลังจ้ะ

แปดวันในฟิลิปปินส์
ถ้านึกถึงหนังเรื่องนี้ คุณนึกถึงอะไร

สำหรับเรานอกจากสีเขียวอ่อน เหลืองอ่อน อันเป็นความโรแมนติกของยุค 60 (ไม่ว่าจะที่ไหนของโลก ก็ให้ความรู้สึกถึงสองสีนี้เหมือนกัน) แล้ว ภาพป่าร้อนชื้นในฟิลิปปินส์ เป็นอีกหนึ่งที่ประทับแน่นอยู่ในความทรงจำ

หนังยกกองไปถ่ายที่ฟิลิปปินส์กัน 8 วัน ช่วงนั้นดูจะค่อนข้างวุ่นวาย หลายฉากที่ว่าด้วยภูมิหลังของยกไจ๋ เรื่องราวของแม่แท้ๆ ถูกตัดไปหลังจากเสียเวลาถ่ายทำไปพอสมควร

หว่องกาไวทำงานอย่างกับคนเมา วันๆไม่หลับไม่นอน เหนื่อยจนทนไม่ไหวแล้วก็ไปนั่งงีบ งีบไปก็คิดต่อว่าฉากต่อไปจะถ่ายอะไรดี(ก่อนหน้านี้ตอนที่อยู่ฮ่องกงแม้จะไม่มีพล็อตแน่นอนแต่ก็ตระเตรียมเรื่องราวไว้แล้ว พอมาที่นี่คิดเอานาทีต่อนาที) นักแสดงก็ไม่ได้นอนเช่นกัน เลสลี่ จางบอกว่าไปที่นั่นได้นอนวันละ 1 ชั่วโมงเท่านั้นแหละ แต่ก็ดี จะได้โทรมเหมาะกับบท เขายังเล่าอีกว่า ตอนถ่ายฉากบนรถไฟเขาและหลิวเต๋อหัวต้องเผชิญสิ่งที่กลัวที่สุดในชีวิต คือแมลงสาบบินได้ กับหนู ถ่ายทำกันไปพลางกระโดดหยองแหยงหลบแมลงสาบหลบหนูไปพลาง

เรื่องราวเดิมที่ตั้งใจจะทำ
ติดไว้ก่อน พรุ่งนี้ค่อยมาเพิ่มเติม

ส่วนตัวข้าพเจ้าเอง



ความประทับใจ – หนังเรื่องนี้ทำให้เราชอบบรรยากาศชวนฝันแบบยุค 60 ไม่ว่าจะฮ่องกง ไต้หวัน(Three Times) หรืออเมริกาใต้ (Motorcycle Diaries) ยุคนั้นก็ยังคงน่าประทับใจอยู่เสมอ

ฉากประทับใจ – ชาช่าแน่ๆ พี่เลสของหนูส่ายก้นได้โดนใจมากค่ะ เห็นด้วยกับแพทริก แทมทุกประการ ฉากชาช่าและนกไร้ขานั่นสุดยอดที่สุดในเรื่องแล้ว
อีกฉากคือ “เพื่อนกันหนึ่งนาที” ของเลสลี่กับเจ๊จางมั่นอวี้
อีกฉาก(เริ่มจะมีหลายฉาก) คือฉากเดินในป่ามะพร้าว ดูแล้วนึกถึงโฆษณา จอห์น เฮนรี่ แคชช่วล (เสื้อผ้าสบายๆสำหรับวันหยุดพักผ่อน) โฆษณาสุดแสนประทับใจในวัยเด็ก เวลานึกถึงโฆษณานี้จะนึกถึง “โรงหนัง”

และแน่นอนประทับใจ “เสียง” ของเลสลี่ในเรื่องนี้มากๆๆๆๆ ใครเป็นแฟนถ้าดูเรื่องนี้สมควรอย่างยิ่งยวดที่จะดูซาวน์แทร็ค (กวางตุ้งนะ อย่าหลงไปดูจีนกลางล่ะ) ยกไจ๋จะเป็นยกไจ๋ไปไม่ได้ถ้าเสียงไม่ใช่แบบที่มันเป็นอยู่ เป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญมากของเสน่ห์และความร้ายกาจแบบยกไจ๋แหละ

ดนตรีประกอบ
ได้ยินเสียงเพลงตอนยกไจ๋ร่อแร่ใกล้ตายทีไร อยากร้องไห้ทุกที นั่งดู 2046 นั่งร้องไห้เพราะเสียงดนตรีนี้มันบรรเลงขึ้นมานี่แหละ มิใช่อื่นไกล





 

Create Date : 02 กุมภาพันธ์ 2549
13 comments
Last Update : 6 กุมภาพันธ์ 2549 11:50:39 น.
Counter : 4048 Pageviews.

 

ใส่ความเห็นเรื่องชื่อของพี่หว่องนิดนึง

แกเป็นคนฮ่องกงจำนวนน้อยนะที่ชื่อเขียนออกมาเป็นภาษาไทยแล้วไม่ตลก
ถ้าลองเขียนชื่อดาราในเรื่องตามสำเนียงกวางตุ้งก็จะได้ว่า

เจิงกวกเหว่ง เจิงหม่านยก เหล่าตั๊กหว่า เหล่ากาเหล่ง เจิงหอกเหยา เหลิ่งฉิ่วไหว

ขำตาย ถ้าสื่อบ้านเราเรียกชื่อดาราฮ่องกงตามสำเนียงกวางตุ้ง ดาราพวกนี้จะได้เกิดมั้ยนี่

 

โดย: concubine 2 กุมภาพันธ์ 2549 18:20:36 น.  

 

ยังไม่ได้ดูนกไร้ขาเรื่องนี้เลยครับ

เคยดูแต่ จุงกิง แมนชั่น

หนังของหว่องนี่ จะว่าแปลกก็แปลก มันให้อารมณ์เหงาๆแบบแปลกๆอ่ะครับ

 

โดย: keano IP: 161.200.97.124 2 กุมภาพันธ์ 2549 20:02:22 น.  

 

เราไม่ค่อยชอบชุงกิง เอ็กเพรสเท่าไหร่ค่ะ ไม่ค่อยโดน
ถ้าเทียบกับอีกเรื่องที่สไตล์เดียวกัน เรายังชอบ ฟอลเลน แองเจิ้ล มากกว่า(ฟอลเลน เป็นอีกเรื่องที่เราชอบค่อนข้างมาก ถึงแม้ว่าดูเหมือนจะดังน้อยสุดก็เถอะนะ)

 

โดย: จขบ IP: 161.200.131.144 2 กุมภาพันธ์ 2549 20:52:41 น.  

 

เจ๊จ๋า
เผื่อเจ๊จะเข้ามาในนี้
หนูอยากจะบอกว่า วันนี้หนูเข้าเอ็มเอสเอ็นไม่ได้อะ
ไม่รู้มันเป็นอะไร สงสัยเน็ตอืดเกินเหตุ

 

โดย: จขบ IP: 161.200.131.110 3 กุมภาพันธ์ 2549 21:46:39 น.  

 

เล่าให้ je zwager ฟังว่าหนูรักและคิดถึงเจ๊เสมอ แต่ไม่เคยได้คุยกันเลย เฮ้อ นังอ้วนสุด

 

โดย: je zus IP: 82.171.31.71 3 กุมภาพันธ์ 2549 23:36:10 น.  

 

กรี๊ด มาว่าหนูอ้วนได้ยังไง
ถึงตอนนี้จะอ้วนขึ้น แต่ก็ยังดูไม่อ้วนเฟ้ย
เพื่อนๆบอกดี ดูมีน้ำมีนวลขึ้น

แต่หน้าอืดมากเลย ทำไงดี

 

โดย: concubine 4 กุมภาพันธ์ 2549 12:31:42 น.  

 

สุขสันต์วันเสาร์ค่ะ หนังน่าดูจังเลย

 

โดย: อพันตรี 4 กุมภาพันธ์ 2549 16:05:30 น.  

 

ดีใจนะคะ ที่เจอคนชอบเลสลี่ จางเหมือนกัน

ตอนแรกรู้เรื่องข่าวของเค้า เศร้ามากๆเลย

เสียดายมากที่สุด ยิ่งคิดยิ่งเศร้า

 

โดย: ^Shibumi^ IP: 61.91.249.95 4 กุมภาพันธ์ 2549 20:30:18 น.  

 

มาทำความรู้จัก และมาเก็บความรู้ค่ะ

 

โดย: ป้ามด 5 กุมภาพันธ์ 2549 8:54:03 น.  

 

คุณอพันตรี
สุขสันต์วันอาทิตย์ค่า วันนี้จะไปเดินสยามพารากอน(เดินอย่างเดียวจริงๆ)

คุณ^Shibumi^
ดีใจเหมือนกันค่า ที่ได้เจอแฟนเลสลี่เพิ่มอีกคนนึง เข้ามาบ่อยๆสิคะ

คุณป้ามด
หวัดดีค่า รู้จักยังคะ
ตอนนี้กำลังมีปัญหาเลยแหละค่า ไว้จะหลังไมค์ไปหาป้า ได้ปะคะ

 

โดย: concubine 5 กุมภาพันธ์ 2549 9:01:46 น.  

 

มาหาอีกครั้งนะคะ และมาตอบให้ตรงนี้เลย
การใส่ bg ให้แต่ะหน้าแยกกันไป ก็ใส่ที่หน้าบล็อกนี้ได้เลย แต่ตอนนี้ทาง bloggang เขาไม่ยอกฃมให้เอา script ไปใส่ หน้าบล็อก หนูต้องไปเอา คำสั่งใหม่ไปใส่ค่ะ ป้ามดจัดไว้ให้ที่หน้านี้แล้ว กดไปเลยค่ะ เห็นไปลงชื่อไว้ ก็นึกว่าเอามาใช้แล้ว

background

 

โดย: ป้ามด 5 กุมภาพันธ์ 2549 21:10:48 น.  

 

ง่า
ขอบคุณมากๆเลยค่ะ
ตอนแรกก็ใช้คำสั่งนั้นแหละค่ะ แต่ตอนหลังเปลี่ยนใจ
เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา เลยงง ลืมไปเลยว่าป้ามดเขียนไว้อีกหน้าหนึ่งแล้วว่าเดี๋ยวนี้ไม่ให้ใส่สคริปต์

เฮ่อ เหนื่อย

 

โดย: concubine 6 กุมภาพันธ์ 2549 11:13:08 น.  

 

ดูแล้วค่ะ..ซื้อมาได้ประมาณ3เดือนได้แล้ว

คือเจอปุ๊บซื้อทันที่อ่ะค่ะ

เรื่องนี้ออกแนวดราม่า

เน้นไปที่ชีวิตเลสลี่ เลย

เฮียหลิวกับเฮียเหลียงออกน้อยเดียว

เพลงตอนจบของแม่เล็กแพทเองค่ะ

 

โดย: Pat_lm 6 กุมภาพันธ์ 2549 17:41:32 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


concubine
Location :
สมุทรปราการ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




บล็อกของหญิงสาว ขาว หมวย ไม่สวยแต่ดุ กินจุ ปากร้าย แต่จริงใจนะเคอะ

ขณะนี้หญิงผู้นี้เรียนจบปริญญาโทด้านการแปลและล่ามจีนไทยเรียบร้อยแล้ว และได้กลายสภาพมาเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยบนดอยแห่งหนึ่ง พร้อมทำงานแปลควบคู่ไปด้วยยามว่างเว้นจากงานประจำ
Friends' blogs
[Add concubine's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.