กันยายน 2554

 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
20 กันยายน 2554
Xin chào โฮจิมินห์
27-29 August 2011
3 วัน 2 คืน ตามหาลุงโฮ

จากโปร 0 บาทของแอร์เอเชีย เมื่อปีก่อน เห็นโฮจิมินห์มี 0 บาท ศุกร์ – จันทร์ เหลือเยอะมาก จึงสอยมาได้ 3 ที่ 27 – 29 สิงหาคม 2554 และอีก 1 ที่เพิ่งมาซื้อตั๋วก่อนเดินทางสองสัปดาห์
ทริปนี้ไปกันสี่คน ผู้หญิงทั้งหมด ไม่ได้จองโรงแรมล่วงหน้า ขาไปไม่โหลดกระเป๋า ไม่เลือกที่นั่ง ไม่ซื้ออาหาร ส่วนขากลับโหลดกระเป๋า 20 kg หนึ่งใบ เพื่อช็อปปิ้งโดยเฉพาะ
พร้อมแล้วที่จะไปตามหาลุงโฮเชิญชมได้แล้วค่ะ








07.45 น.
เดินทางเวลาตรงเป๊ะ พวกเราทำเว็บเช็คอินล่วงหน้า ได้นั่ง 15B 15C 15D และ 16B เรื่องมันมีอยู่ว่า มีฝรั่งสามคน ได้นั่ง 15A 16A และ 16C พวกเราจึงขอทำการแลกที่ให้เพื่อนที่นั่ง 16B กับฝรั่งที่นั่ง 15A ซึ่งก็แลกที่นั่งกันเรียบร้อย เมื่อสามคนนั้นได้นั่งด้วยกัน OMG! จากสุวรรณภูมิถึงโฮจิมินห์ พวกเค้าคุยกันเสียงดังมาก และไม่หยุดพูดเลยตลอดเวลาที่นั่งบนเครื่องหนึ่งชั่วโมงครึ่ง ต้องขออภัยผู้โดยสารท่านอื่นๆ ไว้ด้วย เราไม่น่าแลกที่นั่งให้พวกเค้าได้นั่งด้วยกันเลย ทั้งลำมีแต่เสียงสามคนนี้

09.15 น.
มาถึงสนามบิน Tan Son Hnat สนามบินโล่งมาก ร้านค้าต่างๆ ในสนามบินยังไม่เปิด เดินออกมาเจอเจ้าหน้าที่ ตม. เป็นทหารใส่ชุดสีเขียว หน้าเข้มมาก จขกท ยื่นพาสปอร์ตให้คุณเค้าพูดภาษาเวียดนามกับ จขกท ได้แต่ยืนยิ้มฟังไม่ออก และตอบกลับตอนที่รับพาสปอร์ตว่า กามเอิ๋น (ทั้งทริปได้พูดภาษาเวียดนามแค่คำนี้คำเดียวและครั้งเดียวเท่านั้น 55)

บรรยากาศภายในสนามบิน






แวะแลกตังค์ที่สนามบินเพื่อเป็นค่ารถ ได้เรต 20810 ดอง ต่อ 1 US มองดูทุกร้านได้เรตเท่ากัน เลยแลกกับผู้หญิงคนที่อยู่ช่องที่ 2 จากประตูทางออก แลกไป 20 ดอล ต้องได้ 407876 ดอง ตามบิล แต่พอมานับดูได้มาแค่ 407000 เลยกลับไปทวงที่เคาเตอร์ เจ๊แกทำหน้าเป็นมาก ถามว่าไม่พอใช่ไหม ได้มาอีก 500 เพราะเจ๊แกบอกว่า แบงค์ 500 นี่คือแบงค์ที่เล็กที่สุดของที่นี่แล้ว แล้วแกก็ไม่สนใจหันไปให้บริการฝรั่งต่อ โดนตั้งแต่สนามบินเลยเชียว






ออกมาจากสนามบิน มองไปทางขวา นั่นไง 152 จอดอยู่ บอกคนขับไป ฟามงูหลาว แกตอบมา come in and sit down หาที่นั่งเรียบร้อยคนขับเดินมาเก็บตังค์ ค่ารถคนละ 4000 ดอง จ่ายแบงค์ 50000 ได้ทอนมา เป็นเหรียญห้าพันและสองพันรวม 34000 ดอง รถแอร์ จอดตามป้ายที่เขียนไว้ข้างรถเท่านั้น ไม่โบก ไม่จอด (ป้ายต่างๆ ที่เวียดนามมีแต่ภาษาเวียดนามทั้งนั้น น้อยที่จะมีเป็นภาษาอังกฤษ)


ถึงจุดหมายแล้ว ตลาดเบนถั่น ตอนแรกที่บอกคนขับว่าฟามงูเหลา เพราะบอกผิด รถเมล์ 152 จะจอดตรงนี้และวนไปทางไหนไม่รู้ ลงและเดินข้ามถนนมาฝั่งตลาด เพื่อเดินหาที่พัก เริ่มซอยแรกจากฝั่งซ้าย ราคาห้องไล่เลี่ยกันหมด ไม่ว่าจะโรงแรมเล็กหรือใหญ่ คือห้องเตียงคู่ราคาจะอยู่ที่ 30-35 เหรียญต่อคืน เราจึงเดินออกมาซอยถัดไป เข้าออกประมาณหกโรงแรม ถึงได้ห้องของโรงแรม HA MY HOTEL เป็นห้อง triple ราคา 45 us เพิ่มอีก 1 คนคิดเพิ่ม 5 us รวมเป็น 50 us ต่อคืนพร้อมอาหารเช้า




ภายในห้องพัก มีมินิบาร์ อ่างอาบน้ำเล็กๆ สบู่ ยาสีฟัน แปรงสีฟัน ไดร์เป่าผม และมีแอร์ ไวไฟฟรี มีคอมให้เล่นตรงแคนทีน มีลิฟท์ขนาดสองคนยืนได้ แต่ถ้าอ้วนมากก็คนเดียวเต็มลิฟท์ ลืมถามรีเซปชั่นว่าน้ำดื่มฟรีหรือเปล่า เห็นในตู้เย็นมีสี่ขวดเลยจัดไปคนละขวด โดนตอนเช็คเอาท์ขวดละ 1 US สองคืนโดนไปเจ็ดขวด 55

อาหารเช้า วันที่ 1-2





อาหารเช้า มีขนมปัง ผัดผัก เฝอ ข้าวต้ม ผัดมาม่า แตงโม สัปปะรด นม กาแฟ น้ำส้ม
พวกเราพักชั้นหนึ่ง ลิฟท์ไม่ได้ใช้ แถมมีกลิ่นอาหารปลุกแต่เช้า เพราะว่าห้องพักอยู่บนห้องอาหาร เช้ามากลิ่นน้ำปลาหึ่งเต็มห้อง


เก็บของเสร็จออกไปหาข้าวกินก็ปาเข้าไปเที่ยงครึ่ง

มื้อแรก ร้านเฝอ 2000 สาขาตลาดเบนถั่น สั่ง เฝอเนื้อ 2 ชาม เฝอซีฟู๊ด 2 ชาม และปอเปี๊ยะกุ้งทอด โค้ก 1 กระป๋อง กาแฟ 1 แก้ว โยเกิร์ต 1 แก้ว น้ำเปล่า 1 แก้ว และ ผ้าเย็น 4 ผืน มื้อนี้หมดไป 325000 ดอง

อาหารที่นี่ให้เยอะ เฝอเนื้อจืด เฝอซีฟู๊ดที่กินเหมือนแกงอ่อม สรุปปอเปี๊ยะอร่อยสุดในมื้อนี้





เดินไปเรื่อยๆ ตามแผนที่ โปรแกรมต่อมาในวันนี้คือ ไป Ho Chi minh Museum และ Art Museum เดินไปเรื่อยๆ จนถึงแม่น้ำ ทั้งๆ ที่มองเห็นหลังคาของ Ho chi minh museum หาทางไปต่อไม่ได้เลยพากันกลับ หลงทางไปเกือบสามกิโลได้ เดินไปเดินมาก็มาเจอ Art Museum ที่อยู่ใกล้ตลาดเบนถั่น ไม่ถึงห้าร้อยเมตร 55


ถึงแล้ว Art Museum ค่าเข้าชมคนละ 10000 ดอง มีสองตึก ฝุ่นเยอะมาก อารมณ์ประมาณบ้านในละครไทย

โชคดีที่เข้าไปก่อนฝนตก เดินดูนู่นนี่ ถ่ายรูปสัก ชม ก็พากันกลับ ฝนหยุดพอดี

สักรุป





จากนั้นแวะต่อที่ตลาดเบนถั่น ตั้งแต่บ่ายสองยันห้าโมงเศษ
ผลผลิตที่ได้ จากการต่อ คือ The North face จำนวนหนึ่ง





ประมาณหนึ่งทุ่มพากันออกไปหาข้าวกิน หาเท่าไหร่ก็ไม่เจอร้านอาหาร
ร้านที่เคยเห็นเปิดในตอนกลางวันก็ไม่เปิดตอนเย็น
รถมอเตอร์ไซด์ที่นี่ยิ่งดึกยิ่งเยอะ
เดินประมาณห้ากิโลได้ และกลับไปโผล่ที่ฟามงูหลาวอีกครั้ง
ได้กินข้าวเกือบสามทุ่ม เหนื่อยมากกกกก
พนักงานที่ร้านเห็นเพื่อนเราอีกคนเดินไปคำแรกที่ทัก กัมปูเดีย ประสานเสียงพร้อมกัน โนนนนนนนนน
กลับโรงแรมประมาณสี่ทุ่มเศษๆ


28 สิงหาคม 2554
8.00 น. บริษัทเวียดซี เจ้าหน้าที่พาเราเดินมาที่นี่ เพื่อมารอรถได้น้ำเปล่ามาอีกขวด (น้ำเปล่าที่นี่ราคา ประมาณ 5000 ดอง ขวด 600 มิล) มีชาวต่างชาตินั่งรอทัวร์ เมื่อรถมาจอด เจ้าหน้าที่ก็จะประกาศผ่านโทรโข่งและพาไปขึ้นรถ ส่วนพวกเราเค้าเดินมาบอกเงียบๆ ให้เดินตามเค้าไป ขึ้นบนรถมีแค่หกคน คนขับ ไกด์และพวกเราสี่คน
มีเพื่อนร่วมทางที่รถวนไปรับคืออิตาลีหนึ่งคนและคนจีน อีกสิบคน

เพื่อนร่วมก๊วน







จุดจอดรถ จุดแรก ไปดูผลิตภัณฑ์งานฝีมือของผู้พิการที่ได้รับผลกระทบจากสงคราม
ในระหว่างนั่งรถ ไกด์ก็จะเล่าเรื่องลุงโฮของเด็กๆ เล่าเรื่องอุโมงค์ว่าทำไมเวียดนามถึงชนะอเมริกา แล้วก็วนกลับมาเรื่องลุงโฮอีกฟังบนรถจนตัว จขกท เองก็รู้สึกรักลุงโฮไปด้วย
ของที่นี่ยอมรับว่าสวยจริงๆ และราคาก็แพงมาก (เมื่อเอาไปเทียบกับตลาดเบนถั่น แม้จะรู้ว่าของคนละเกรด) เลยไม่ได้อุดหนุนอะไรเลยสักอย่าง

นั่งรถต่อไปสักพักไกด์ก็มาเก็บตังค์ค่าเข้าอุโมงค์คนละ 80000 ดอง พวกเรา 4 คนรวม 320000 ให้เหรียญ 5000 สี่เหรียญ ไกด์ไม่อยากรับเหรียญซะงั้น บอกว่ามันจะทำให้ขาเจ็บ งงกับเค้าเลย แต่เนื่องจากมันเป็นเงิน เค้าจึงต้องรับไป 55
ไปถึงก็ไปนั่งดูวีดีโอ บรรยายความเป็นมาของที่นี่กันสักยี่สิบนาที แล้วแยกย้ายกันตามไกด์ที่พามา ฝนปรอยๆ หยุดๆ

นี่เป็นคนเดียวในกลุ่มที่ลงหลุมนี้ได้ 55





เพื่อนร่วมทริปชาวจีนเธอก็ลง เราเรียกเธอว่าสาวแอปเปิ้ล เพราะว่าเธอบอกว่าเธอขายแอปเปิ้ล





เดินไปเรื่อยๆ แล้วพวกเราก็แยกตัวออกมาจากกรุ๊ป ไกด์พาผู้ชายคนจีนไปยิงปืน พวกเราขี้เกียจรอ เลยเดินไปลงหลุมก่อน





เพื่อนขอออกสื่อบ้าง เพื่อพิสูจน์ว่าเธอก็ลงหลุมได้เหมือนกัน 55





พอออกจากอุโมงค์ เราก็ไปเดินไปกับกรุ๊ปนี้ เพื่อฟังบรรยายจากไกด์ของกรุ๊ปนี้ 55 แต่ก็ไม่ได้ยิน ไกด์อยู่ใต้หลังคา





กลับจากอุโมงค์ บ่ายสามกว่าๆ กินข้าวเสร็จเดินไปโบสถ์ Notre Dame และ Post Office ระหว่างทางเจอคนเวียดนามใจดีเค้าเห็นพวกเราดุแผนที่เลยเข้ามาถามว่าให้ช่วยอะไรป่าว พวกเราหา Post Office ไม่เจอ เค้าเลยพาไปชื้ให้ดู อ่อ มันอยู่ตรงข้ามกัน โดนโบสถ์บังนี่เอง





Create Date : 20 กันยายน 2554
Last Update : 8 ตุลาคม 2554 23:18:02 น.
Counter : 652 Pageviews.

2 comments
  
อุ๊ย!!! ตาย ออกสื่ออีกล่ะ
โดย: เพื่อนร่วมทาง IP: 10.22.8.55, 119.46.109.18 วันที่: 14 ตุลาคม 2554 เวลา:8:27:32 น.
  
ค่าทัวร์อุโมงกู่จี๊ คนละเท่าไร
โดย: kaijeab IP: 202.57.181.51 วันที่: 21 พฤศจิกายน 2554 เวลา:15:35:47 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

ตาดำด้วยสโมกกี้อาย
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



คบฉันไว้เหมือนเป็นเพื่อน ช่วยเตือนเภทภัย
ทุกข์เมื่อไหร่ปลอบใจ ร้องไห้คราใดจะคอยเช็ดน้ำตา