Group Blog
 
 
กุมภาพันธ์ 2551
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
242526272829 
 
26 กุมภาพันธ์ 2551
 
All Blogs
 
พระธาตุพนมในวันมาฆะบูชา

สมัคร blog ไว้ก็ตั้งนานละ ไม่รู้จะใส่ข้อมูลอะไรดี

คิดไปคิดมา ก็เลยเอารูปที่ไปนมัสการพระธาตุพนมช่วงวันมาฆะบูชาที่ผ่านมา มาลงซะเลยละกัน

เริ่มต้นก็ขอแนะนำเรื่องการเดินทาง (โดยรถยนต์ส่วนตัว) ก่อนละกันนะครับ

จากกรุงเทพฯ ก็ใช้ ถ.พหลโยธิน (ทางหลวงหมายเลข 1) มุ่งหน้าสู่ จ.สระบุรี และแยกออกสู่ถนนมิตรภาพ (ทางหลวงหมายเลข 2) ผ่าน จ.นครราชสีมา และ จ.ขอนแก่น (อ.พล) แล้วเลี้ยวเข้าทางหลวงหมายเลข 23 มุ่งหน้าสู่ จ.มหาสารคาม จากนั้นก็ใช้ทางหลวงหมายเลข 213 มุ่งหน้าสู่ จ.กาฬสินธุ์ ผ่าน จ.สกลนคร และวิ่งเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 22 จากนั้นเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 223 ก็จะถึง อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ครับ

-*-'' เฮ้อ เหนื่อย ระยะทางรวมก็ราวๆ 700 กว่ากิโล น่ะครับ

ระหว่างทางช่วงบริเวณ อุทยานแห่งชาติภูพาน (จ.สกลนคร) จะเจอกับ "โค้งปิ้งงู" (ถนนคดเคี้ยวขดเป็นงูเลย) ซึ่งมีเสาหลักกิโลฯ ขนาดใหญ่ตั้งอยู่ ^__^



เมื่อเดินทางถึง อ.ธาตุพนม หลังจากเก็บของเข้าที่พักแล้ว ก็ออกมาเดินดูบรรยากาศทันทีครับ

เริ่มจากถนนเล็กๆ ริมฝั่งโขง พอเดินเข้ามาแล้วต้องตกใจเลยครับเพราะผู้คนเยอะมากๆๆ ถ้าได้มาเดินดูจะเห็นรถบัส รถทัวร์ (แบบเหมาคัน) มาลงจอดเป็นพักๆ ตลอดช่วงเช้าถึงบ่าย

ทั้งนี้คงเป็นเพราะว่ามีงานนมัสการพระธาตุประจำปีอยู่พอดี

งานนมัสการพระธาตุจัดขึ้นในวันขึ้น 10 ค่ำ เดือน 3 ถึง แรม 1 ค่ำเดือน 3 ของทุกปี ซึ่งปีนี้ตรงกับช่วง 14-22 กุมภาพันธ์ 2551 คาบเกี่ยวตั้งแต่วันวาเลนไทน์และวันมาฆะบูชาเลย ^^



ตลอดทางเดินริมแม่น้ำโขงจะมีท่าเรือข้ามฟากไปฝั่งลาวอยู่เป็นระยะๆ จากรูปจะเห็นว่ามีคนใช้บริการอยู่มากพอควร ราคาก็อยู่ที่ 120 บาท ต่อไป-กลับ พี่ที่รู้จักกันบอกว่าในวันมาฆะฯ วันนี้วันเดียว ท่าเรือหนึ่งๆ มีรายได้กันอยู่ที่ราวห้าแสนบาท o_O



เดินๆ มาก็เจอน้องช้างพเนจรอยู่ท่ามกลางฝูงมหาชน (อันนี้ไม่ขอคอมเมนต์นะครับ)



และแล้วก็มาถึงบริเวณใกล้หน้าวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร



ผู้คนพลุกพล่านตลอดเส้นทาง



เมื่อเดินไปเรื่อย ทางขวามือจะพบกับสถูปอิฐพระธาตุพนมองค์เดิม

ข้อมูลจากเว็บ ททท.

จากผลจากการขุดค้นทางโบราณคดี พระธาตุพนมน่าจะสร้างขึ้นระหว่าง พ.ศ. 1200-1400 โดยตามตำนานกล่าวว่าผู้สร้างคือ พระมหากัสสปะ พระอรหันต์ 500 องค์ และท้าวพระยาเมืองต่างๆ โดยภายในองค์พระธาตุบรรจุพระอุรังคธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไว้

อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 11 สิงหาคม 2518 เวลา 19,38 น. พระธาตุพนมได้ล้มทลายลงทั้งองค์ ทั้งนี้เนื่องจากความเก่าแก่ขององค์พระธาตุประจวบกับมีฝนและพายุติดต่อกันหลายวัน


คุณลุงที่รู้จักกันเล่าให้ฟังว่า ชาวธาตุพนม เมื่อทราบข่าวการล้มทลายขององค์พระธาตุต่างพากันเศร้าโศก ร้องไห้ เสียใจ กันเป็นการใหญ่



รูปถ่ายบางมุม ในบริเวณวัดพระธาตุพนมฯ ผมว่าน่ารักดีครับ ^^



มีชาวบ้านนำข้าวเหนียว มาใส่ในปากของสิงโตด้วย ^^



รูปของพระธาตุพนมในมุมต่างๆ







มีขบวนกลอง (จากหลายๆ แห่ง) มาร่วมเวียนเทียนด้วย



ถ้าสังเกตุดู จะเห็นว่าที่นี่จะใช้ดอกดาวเรืองในการนมัสการ
พอสอบถามถึงเหตุผลที่เลือกใช้ดอกดาวเรือง คำตอบก็คือเพราะหาง่ายนั่นเอง -*-'' ซะงั้น
(จริงๆ น่าจะเป็นเพราะชื่อของดอกดาวเรืองสื่อถึงความรุ่งเรือง)



บรรยากาศยามเย็นบริเวณหน้าวัดพระธาตุพนมฯ



บริเวณรอบๆ วัด มีสวนสนุกด้วยครับ ผมได้เล่นเกมส์ช้อนไข่ โดยช้อนไป 3 ฟอง แต่โชคไม่ดีเลย ได้ทิชชู + ผงซักฟองซอง + น้ำส้มดีโด้ขวดเล็ก







หลังจากเดินอยู่ราวๆ 2 ชั่วโมงก็ ไปหาข้าวเย็นทาน (ของกินในงานรู้สึกแพงเกินจริงไปบ้าง กระเพรา + ไข่ดาว จานละ 50 บาท -*-) และกลับที่พักเพื่อพักผ่อน
พอประมาณ 1 ทุ่มจึงค่อยกลับมาที่วัดพระธาตุพนมฯ อีกครั้งหนึ่ง

เมื่อมาถึงวัด ก็รู้สึกซาบซึ้งใจยังไงบอกไม่ถูกเลยครับ
เพราะทั้งชาวไทยและชาวลาวต่างพร้อมใจกันมาเวียนเทียนและฟังธรรมเทศนากันอย่างแน่นขนัด



พระธาตุพนมยามค่ำคืน



ในวันรุ่งขึ้นก่อนเดินทางกลับ ได้เดินทางไปนมัสการพระธาตุเรณู ซึ่งเป็นพระธาตุที่อยู่ใกล้ๆ กัน ห่างออกไปเพียง 15 กม. เท่านั้น บนเส้นทางสู่ อ.เมือง จ.นครพนม

วัดพระธาตุเรณู



พระธาตุเรณู



บริเวณวัดมีการจัดแสดงการฟ้อนผู้ไทย อันนับเป็นศิลปะและวัฒนธรรมแบบพื้นเมืองของชาวผู้ไทยแห่งถิ่นเรณูนครที่ได้รับการถ่ายทอดกันมาเป็นเวลาช้านาน



ในการเดินทางกลับกรุงเทพฯ หากมีเวลาเหลือ อาจเลือกใช้เส้นทางผ่าน จ.มุกดาหาร เพื่อแวะช้อปปิ้งที่ตลาดอินโดจีน (แต่หากจะซื้อของกินบางอย่าง อย่าลืมสังเกตุวันหมดอายุด้วย เพราะผมโดนมาแล้วอ่ะครับ )

และอาจแวะวัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วราราม (อันเป็นที่ตั้งของพระมหาเจดีย์ชัยมงคล) อ.หนอกพอก จ.ร้อยเอ็ด ด้วยก็ได้นะครับ

เส้นทางดังกล่าว จะมีระยะทางเพิ่มขึ้นอีกเพียงไม่กี่สิบกิโลเมตรเท่านั้น เมื่อเทียบกับเส้นทางขาไปที่ได้อธิบายไว้ข้างต้น

ปล. ลืมบอกไปนิดครับ พระธาตุพนมนั้นเป็นพระธาตุประจำปีเกิดของผู้เกิดปีวอก และพระธาตุประจำวันเกิดของผู้เกิดวันอาทิตย์ ส่วนพระธาตุเรณูนั้นเป็นพระธาตุประจำวันเกิดของผู้ที่เกิดวันจันทร์ครับ




Create Date : 26 กุมภาพันธ์ 2551
Last Update : 28 กุมภาพันธ์ 2551 15:49:23 น. 0 comments
Counter : 2196 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

lekhaew
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สวัสดีครับ
Friends' blogs
[Add lekhaew's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.