Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2560
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
22 กรกฏาคม 2560
 
All Blogs
 
เที่ยวมาเลย์คนเดียววันที่สาม...ไม่ปลอดภัยกว่าที่คิด




ใครเพิ่งมาอ่านบล็อคนี้ครั้งแรก
ลองกลับไปอ่านตอนแรก ๆ ก่อนได้ที่ลิงค์ด้านล่างนี้นะคะเพื่อความต่อเนื่อง



เที่ยวมาเลย์คนเดียววันแรก...ไม่ปลอดภัยกว่าที่คิด

เที่ยวมาเลย์คนเดียววันแรก...ไม่ปลอดภัยกว่าที่คิด ตอนที่ 2

เที่ยวมาเลย์คนเดียววันที่สอง...ไม่ปลอดภัยกว่าที่คิด

เที่ยวมาเลย์คนเดียววันที่สอง...ไม่ปลอดภัยกว่าที่คิด ตอนที่2

เที่ยวมาเลย์คนเดียววันที่สาม...ไม่ปลอดภัยกว่าที่คิด

เที่ยวมาเลย์คนเดียววันสุดท้าย...ไม่ปลอดภัยกว่าที่คิด จบ







เช้าวันอาทิตย์
เจอกันหน้าล้อบบี้โรงแรมตอน 7 โมงเช้า
7 โมง 15 ก็แล้ว
7 โมงครึ่งก็แล้ว ไม่เห็นวี่แววรถส่วนตัวที่จะมารับเราเลย
ผู้ชายมันก็โทรไปหาอิแขกเจ้าของรถคันนี้
ปรากฏว่า มันวางหูใส่เลยจ้า
สรุปคือ
มันโกง
หรือมันไม่ไปนั่นเอง
ดีนะไม่ต้องเสียเงินก่อน



ผู้ชายก็เลยรีบบุ๊คตั๋ว
จองตอน 7 โมงเช้า
เที่ยวรถบัสที่เหลือเช้าสุดคือ 10 โมง!!!
ดีนะผู้ชายใช้แอพจองเข้าไปก่อน
เพราะถ้าเราไปถึงแล้วค่อยจอง
มีหวังรถออกตอนบ่าย ไปถึงมะละกา เดินแค่ 2-3 ชั่วโมงก็ได้เวลารถกลับละ
เรามีเวลา เลยขึ้นไปกินข้าวเช้าที่โรงแรม
แล้วก็เดินเล่นแถวโรงแรม
เราคิดถึงสวนแห่งนึง ที่หนุ่มมาเลคนนึงแนะนำมา
ตอนแรก เราอยากไปดูพระอาทิตย์ขึ้นใกล้ ๆ โรงแรม
คือเราน่ะ ที่ประเทศไหน ก็อยากไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ประเทศนั้น อย่างน้อยเช้าวันนึง
แต่หลังจากเจออิพม่า และอิแขกขายซิมการ์ดคุกคามเข้าให้
เราล้มเลิกความคิดนี้ไปเลย
เพราะการไปดูพระอาทิตย์ขึ้นนั้น เราต้องออกตอนมืด
แล้วมันไม่ปลอดภัยเลยสำหรับผู้หญิงเดินทางคนเดียวอย่างเรา
แต่มีหนุ่มมาเลคนนึงเคยบอกเราว่า
ไม่ไหลจากโรงแรมเรา มีสวนสาธารณะที่เราสามารถไปดูพระอาทิตย์ขึ้นได้
เราก็เลยชวนหนุ่มเราไปเดินเล่นก่อนที่จะไปขนส่ง
เพราะขนส่งก็ไม่มีอะไร นอกจากแขกเยอะ ๆ เหม็น ๆ เพราะเป็นเป็นแค่ท่ารถ

เราก็เดินเล่นมาถึงสวนนี้ ที่มีชื้่อว่า Bukit Nanas
ซึ่งอิสวนนี้แม่งเดินโคดไกลอ่ะจากโรงแรมของเรา
แต่มันคงเป็นสวนที่ใกล้ที่สุดแล้วล่ะ
ดีนะมากับผู้ชาย เพราะก่อนถึงสวนเนี่ย
มันต้องผ่านวัดแขก ซึ่งเต็มไปด้วยแขกผู้ชายน่าตาน่ากลัวมารวมกัน ปรึ๋ย
กลิ่นหึ่งอย่างที่คิด ฮา ๆ

เราก็ขึ้นไปเดินเล่น
มีแอบหลอน เพราะสวนหรือป่านี้แม่งมีลิง!!!
ลิงสีเทาตัวเบ้อเริ่มเลยตัวนึง
ซึ่งเรายังหลอนกับ Mac Ritchie ที่สิงโปร์อยู่เลย
ที่เราโดนลิงมันขโมยถุงพลาสติกที่บรรจุขนมจากเมืองไทยไปฝากหนุ่ม
ขนาดตอนนั้นไปกะหนุ่มนะ แล้วมันแย่งไปจากมือหนุ่ม เรานี่โคดกลัวอ่ะ
กำลังคิดว่าจะไม่ขึ้นไปต่อ
แต่พอดีมีคนมา ก็เลยเดินตามเค้าขึ้นไป
มี tree top walk ด้วย ไปเดินถ่ายรูปเล่นแป๊บ ๆ ก็เรียก uber ไปที่ท่ารถ
ดีนะ เผื่อเวลาหน่อย ออกตอน 9.20 ได้

src="https://www1.picturepush.com/photo/a/15846296/640/Malaysia/KL-Forest-Eco-Park.jpg" border="0" alt="Image Hosted by PicturePush" />



Image Hosted by PicturePush



Image Hosted by PicturePush


กว่าจะได้รถก็ 10 นาทีละ
ไปถึงก็อีก 15-20 นาที
ไกลเหมือนกันนะ เหมือนออกนอกเมืองเลย เพราะไม่มีบ้านคนเลย
มีขนส่งอันนี้อยู่โดด ๆ เลย
ไปถึง มีเวลาอีก 10 กว่านาที
ผู้ชายก็ไปยืนหน้า counter ขายตั๋วบริษัทที่บุ๊คไว้
มีคิวประมาณ 3-4 คนก่อนหน้า
ก็ยังพอมีเวลา เพราะซื้อตั๋วไว้แล้วรอบ 10 โมง มีเบอร์ที่นั่งแน่นอนแล้ว แต่ออกตั๋ว
แต่พอเหลือ 5 นาที
มีคิวก่อนหน้าเรา 1 คิว
แต่มันรอนานมากกกกกกกก
ซื้อแล้ว เลือกที่นั่งแล้ว จ่ายเงินแล้ว มันเสือกจะซื้อรอบกลับอีกรอบ
ทำให้เราใจไม่ดี ยืนไปเต้นไปเพราะมัน 9.55 แล้วอีก 5 นาทีรถออก
เราก็ลองไปดูเคาร์เตอร์อื่นที่ไม่มีคนรอ
อีกฝั่งนึงของสถานี
ก็เข้าไปถามผู้หญิงอิสลามเจ้าหน้าที่ว่าออกตั๋ว counter นี้ได้มั้ย
เค้าก็บอกว่าให้เอาบุ๊คกิ้งมาให้ดู
เราก็รีบวิ่งไปหาผู้ชาย ๆ บอกว่า เดี๋ยวส่งรูปให้ในมือถือแล้วยูไปลองให้เค้าออกตั๋วดู
เพราะจะถึงคิวผู้ชายแล้ว อันไหนเร็วกว่ากัน
เราก็เอารูปให้เจ้าหน้าที่เค้าดู
เค้าก็ตกใจ บอกว่า เฮ้ย นี่มันอีก 2 นาทีรถออกนี่ เค้ารีบออกตั๋วให้
แล้วบอกว่า คุณมีเวลา 1 นาที ลองเสี่ยงดู ไม่งั้นต้องมาซื้อตั๋วใหม่ แล้วตั๋วเร็วสุดคือช่วงบ่ายแล้ว
ผู้ชายวิ่งตามมาพอดี
บอกว่าหลังจากที่ไอ้ผู้ชายข้างหน้าซื้อตั๋วเสร็จ
เจ้าหน้าที่แม่งก็ปิด counter หนีไปด้านหลังเลย
ดีนะที่ยูมาออกตั๋วตรงนี้ได้
เราได้ตั๋วปุ๊บ รีบวิ่งลองไปที่ชานชาลา
แต่ต้องต่อคิวปั๊มก่อนลงบันไดเลื่อน
ลงไปก็ต้องหาอีกว่าชานชาลาไหน
ไปถึงชานชาลา รถกำลังจะออก
โชคดีมาก ได้ขึ้นรถ เกือบหยุดหายใจ
แล้วทั้งรถ เต็มทุกที่นั่งยกเว้นที่นั่งเรา 2 คน!!!
ดีนะที่ผู้ชายบุ๊คตั๋วออนไลน์มาก่อน
ไม่งั้นคงได้ไปตอนบ่าย แล้วจาก KL ไปมะละกา ใช้เวลา 2 ชั่วโมงจ้า

ขึ้นรถได้
ไม่มีใครพูดอะไรกันเลย
ผู้ชายมีแซว
เนี่ย เดี๋ยวออกนอนกเมือง มีต้นไม้ใหญ่ให้ยูเห็นเยอะเลย
เพราะผู้ชายรู้ว่าเราชอบต้นไม้
ผ่านดงต้นไม้เยอะ ๆ เราก็จะคิดว่ามันเป็นสวนสาธารณะแน่เลย
ซึ่งบางครั้ง มันก็เป็นแค่ลานจอดรถ 555

แล้วเราก็หลับ
เพราะตื่นเช้า แล้วรถมันก็สบาย
ส่วนผู้ชายน่ะเหรอ
จะให้ทำไรล่ะจ๊ะ
ก็นั่งแชทกะสาวมันนั่นแหละ
แล้วก็ดูที่ทางด้วย ว่าจะไปกินไหนที่มะละกาน่ะ

นั่ง ๆ นอน ๆ หลับ ๆ ตื่น ๆ แป๊บเดียวก็มาถึงมะละกาละ
เราชอบบัสมาเลนะ 10 ริงกิต สบ๊าย สบาย รถใหม่ นอนสบาย
มาถึงก็เข้าห้องน้ำ ๆ ในขนส่งก็ห่วยแตกไม่ต่างจากขนส่งต่างจังหวัดบ้านเรา
แต่เราว่าห้องน้ำมาเลแย่กว่า เพราะขนาดในสนามบินยังเหม็นและสกปรกเลย

แล้วเราก็รีบไปซื้อตั๋วกลับกันไว้ก่อนเลย
จริง ๆ ไม่ได้เรียกว่าซื้อ เพราะผู้ชายซื้อออนไลน์ไว้แล้ว
แค่เดินมาออกตั๋ว
แต่ความ surprise ไม่ได้จบแค่นั้นจ้ะ
เพราะไอ้ตั๋วที่ผู้ชายบุ๊คไว้
เอาไปออกตั๋ว มันไม่ได้กลับ KL แต่มันกลับ เซลางอร์!!!
ผู้ชายก็ขอโทษขอโพย เพราะผู้ชายบอกว่า กว่าจะจองตั๋วสำเร็จคือเที่ยงคืนแล้ว
ไม่มีสมองมานั่งดูละเอียด งง ๆ ง่วง ๆ เลยออกมาเป็นแบบนี้
แต่ไม่เป็นไรา เราก็ซื้อตั๋วใหม่เลยแล้วกัน
ขอกลับเที่ยวดึกสุด เพราะผู้ชายบอกว่า ต้องไปเดินตลาดนัดกลางคืนของที่นี่
เพราะมันจัดแค่เสาร์ อาทิตย์เท่านั้น แล้วเราก็มาวันอาทิตย์ตรงกับที่มีตลาดนัด
ยูว์ต้องเดิน!!!
แต่เอ๊ะ ถามผู้ชายมาเลย์ เค้าบอกว่า ไม่เห็นมีอะไรเลย ตลาดนัดรถไฟบ้านยูยังใหญ่และตื่นตาตื่นใจกว่าเลย
แต่ก็เอาวะ ลองดูตั๋วก่อน
บอกเค้าว่าเอารอบดึกสุด 4 สุด
แต่เต็มละจ้า
มีอีกรอบคือ 3 ทุ่มครึ่ง แต่มีที่เดียว
แล้วก็ 2 ทุ่มครึ่ง ก็เหลืออีกที่เดียว
แป่ว
อัลไลยังไง เราไม่ยอมนั่งแยกคนละเที่ยวอยู่แล้ว
เราเลยเดินไปดูบริษัทอื่น
ก็ได้ตั๋วมาดึกสุดได้แค่ตอน 2 ทุ่ม คราวนี้เราออกตังมั่ง


Image Hosted by PicturePush

เจ้าหน้าที่ก็บอกว่า
เนี่ย ยูต้องมาให้ทันนะ เพราะถ้ามาช้า รถไม่รอแล้ว จะไม่มีรถกลับ
เพราะดึกว่านั้น โดนจองเต็มหมดแล้ว
ต้องมาก่อนซักชั่วโมงนึงเลยนะ เพราะมันใกล้ท่ารถก็จริง
แต่ท่ารถ ๆ จะติดมาก ติดรอคิวเข้าท่ารถอย่างน้อยครึ่งชั่วโมงเลย
เพราะทุกคนก็เรียกแท็กซี่มาท่ารถกลับ KL กัน
อย่างน้องก็ต้องออกจากที่เที่ยวตอน 6 โมงหรือ 6 โมงครึ่ง เผื่อเวลาไว้
แล้วเอิ่ม ตลาดนัดเริ่มตั้งตอน 6 โมง เอาเวลาไหนไปเดินล่ะจ๊ะ
เอาวะ ทันก็ทัน ไม่ทันก็ไม่เป็นไร อย่างน้อยมีตั๋วมากอดแล้ว


จากนั้น
เราต้องนั่งแท็กซี่ไปที่ old town แหล่งท่องเที่ยว อาคารแดง ๆ สัญลักษณ์ของมะละกานั่นแหละ
แต่ผู้ชายก็เรียก uber ต้องไปอีกฝั่งของขนส่งที่จะเรียก uber ได้
จะได้ไม่ตีกับแท็กซี่ด้านหน้า เราต้องไปด้านหลัง
นั่งมาไม่นาน เราก็ถึงแหล่งท่องเที่ยวตึกแดง ๆ น่ารัก ๆ แล้ว


Image Hosted by PicturePush

เราลั่นล้ามาก เพราะมันน่ารักมากเลย
เป็นอาคารแดง ๆ หอนาฬิกา แล้วมีคำว่า I love Melaka ด้วย
ยืนรอนานมาก เพราะคนรอคิวถ่ายกับสิ่งนี้ล้านแปด
มีแม่น้ำด้วย น้ำใส น่ารัก ๆ
แล้วก็ไปเดินเมืองเก่า เป็นตึกซอกซอยเล็ก ๆ แต่ดันให้รถวิ่งได้
ถ่ายรูปมีติดรถจอดหมดเลย
เหมือนญี่ปุ่นอยู่นะ แต่ญี่ปุ่นไม่มีรถเข้ามานะ เป็นถนนให้คนเดินจริง ๆ
ทำให้เราคิดถึง Takayama ที่เป็น Little Kyoto ที่ญี่ปุ่นเลย
มันจะเป็นตรอกแบบนี้ มีแม่น้ำ แต่มะละกาอาจจะไม่สวยเท่าญี่ปุ่น เพราะไม่มีซากุระ แล้วอากาศร้อน แล้วดูเป็นจีน
แต่ก็มีเสน่ห์คนละแบบ

Image Hosted by PicturePush


Image Hosted by PicturePush


Image Hosted by PicturePush


Image Hosted by PicturePush


Image Hosted by PicturePush


Image Hosted by PicturePush


Image Hosted by PicturePush


Image Hosted by PicturePush


Image Hosted by PicturePush



Image Hosted by PicturePush



Image Hosted by PicturePush


Image Hosted by PicturePush


Image Hosted by PicturePush


Image Hosted by PicturePush


Image Hosted by PicturePush


Image Hosted by PicturePush


Image Hosted by PicturePush

Image Hosted by PicturePush

Image Hosted by PicturePush

Image Hosted by PicturePush

Image Hosted by PicturePush

ระหว่างที่เราเดินลั่นล้ากลางแดดตอนเที่ยงไป
หนุ่มก็หาที่กินข้าวและถ่ายรูปให้เราไป
เพราะหนุ่มเคยมากับแฟนหลายรอบแล้ว เลยไม่ได้อินเหมือนกัน 555
แดดก็ไม่ได้ร้อนเปรี้ยงนะ
มีความร้อน แต่เมฆเยอะ เลยเดินได้เพลิน ๆ ร้อนน่ะร้อน แต่มันไม่แสบเหมือนกรุงเทพ
เราแม่งก็เดินมันทุกตรอก ทุกซอย ผ่านทุกร้อนรวง
จนผู้ชายบอกว่า ยู แวะซื้อน้ำก่อนได้มั้ย
เลยแวะกับลุงเจ้านึง มีเฉาก๊วยกับน้ำบ๊วย หรือลำไยกับหล่อฮังก้วยเนี่ยแหละ
แต่เราเลือกกินน้ำเฉาก๊วย
เฮ้ย
อร่อยอ่ะ คนมุงเยอะนะ
แก้วเล็กนิดเดียว 2 ริงกิต 16 บาท ดูด 3 ทีก็หมด แต่อร่อย
เฉาก๊วยจะหนึบ ๆ เค้าหั่นเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าเล็ก ๆ ประทับใจมาก
อยากกินอีกแก้ว แต่เดินดูมาไกลแล้วขี้เกียจเดินกลับ



พอครบรอบ เช็คทุกร้านแล้ว ก็ได้เวลาเลือกร้าน
เห็นแล้วแหละว่าร้านที่ผู้ชายมองเนี่ย
เป็นร้านที่ดังและคนรอคิวยาวเหยียดทั้งนั้น
เราก็บอกผู้ชายเลยว่า
ชั้นไม่กินข้าวมันไก่นะ
เพราะรู้ไต๋ว่าผู้ชายจะเข้าร้านข้าวมันไก่
เพราะทุกคนจะบอกว่า มามะละกาต้องมากินข้าวมันไก่มะละกา
เค้าจะปั้นข้าวเป็นลูกกลม ๆ
ซึ่งไม่ว่าจะเป็นแบบไหน ข้าวมันไก่แม่งก็โคดอ้วนและแทบไม่มีประโยชน์ มีแต่โทษ เราไม่กินโว้ย
อยู่เมืองไทยก็ไม่กินนะข้าวมันไก่
ตอนเด็ก ๆ ชอบกินมาก ข้าวมันไก่ย่าง กินทีนึง 2 จาน
แต่โตมา พยายามจะไม่กินเลยจะได้ไม่อยาก เราไม่กินมา 15 ปีได้แล้วมั้ง



อ้อ ไม่ใส่สิ
กินครั้งสุดท้ายคือที่สิงคโปร์ปีที่แล้ว
ที่เพื่อนสาวสิงคโปร์พาไปกิน ข้าวมันไก่เทียนเทียน
ซึ่งไม่ประทับใจเลย
เพราะข้าวมันไก่สิงคโปร์แม่ง มีกระดูกด้วย
กินไประวังไป กินไม่หมดด้วย ไม่ไหว ไม่อร่อยแถมอ้วน
ถ้าอร่อยแล้วอ้วนก็อยากกินให้คุ้มกับที่ต้องไปเอาออก
แต่ไม่อร่อยแล้วอ้วนนี่ ขอไม่เอาเข้ากระเพาะจะดีกว่า
แล้วดูคิวข้าวมันไก่มะละกาแต่จะร้านนะจ๊ะ
เป็นแบบนี้ทุกร้านจ้ะ


Image Hosted by PicturePush



สุดท้าย
เราต้องเดินวนครึ่งรอบเพื่อไปกินร้าน Kocik Kitchen
ถามว่าทำไมถึงจำชื่อร้านได้
เพราะอิร้านอื่นไม่เห็นมึงบอกชื่อร้านเลย
คืออิร้านนี้แม่ง แพงเป็นพิเศษไง เลยเก็บใบเสร็จไว้เลย
เพราะมื้อนี้เราบอกว่าเราออกเอง เพราะหนุ่มซื้อตั๋วออนไลน์จ่ายเงินไปก่อนแล้ว (ที่ซื้อผิดอ่ะ)
แล้วเราก็ออกค่าซื้อตั๋วถูกไปละ
แต่ไม่เป็นไร เค้าอุตส่าห์หาที่กิน ที่เที่ยว จัดการบุ๊คกิ้งหมดทุกอย่าง
เลยขอเลี้ยงบ้าง (และมันเป็นค่าอาหารที่แพงที่สุดในทริปเลย แถมไม่ค่อยอร่อยอีกต่างหาก เจ็บใจตรงนี้เลยเก็บใบเสร็จไว้แม่งเลย)

ร้านนี้เป็นร้านออกหรูหน่อย ติดแอร์ ตกแต่งมีเรื่องราว
เค้าบอกว่าเป็นอาหารเปอรานากัน หรืออาหาร เนียงยาแท้ ๆ
มันคืออาหารพื้นเมืองจีน-มาลายู
อาหารพารานากัน มีการเตรียมวัตถุดิบที่ใช้เวลามากและเครื่องปรุงที่ซับซ้อน ฯลฯ
คือมันก็ add value ให้อาหารอ่านะ
อาหารไทยก็ซับซ้อนเหมือนกันล่ะว้า มาขายข้างแกง ตัก ๆ ยังขายจาน 30-40 บาทได้เลย
กว่าจะได้เครื่องแกงออกมาก็ซับซ้อนเหมือนกันแหละ ชิ (แพงแล้วไม่อร่อยไง เลยเซ็ง)

Image Hosted by PicturePush

ก็ให้ผู้ชายสั่งเลยว่าอยากกินไร
เพราะผู้ชายก็ไม่เคยมากินเหมือนกัน
กินกัน 3-4 อย่าง
บิลออกมาเกือบ 100 ริงกิต (700-800 บาทสำหรับ 2 คน)
คือดูในบิล อิผัดผักกะโหลกกะลา แม่ง 18 ริงกิต จานละ 144 บาท
เหมือนผัดผักจานละ 30 บาทเลย เรากินไม่หมดด้วย แอบเซ็ง
ทุกอย่างออกหวานหมดเลย
เห็นแดง ๆ นึกว่าเผ็ด เออจริง ๆ ไม่เผ็ดเลย อมเผ็ดนิดเดียว แต่หวานมาเชียว
ขนาดเราเป็นคนไม่กินเปรี้ยว ไม่กินเผ็ดยังรู้สึกว่ามันติดหวานเลย
ใครกินเปรี้ยวเผ็ด กินอาหารที่นี่ต้องบอกว่ามันหวานมากแน่นวล
เอาบิลมาให้ดู เผื่อความโมโห 555


Image Hosted by PicturePush


เสร็จแล้วเราก็เดินวนขึ้นเขาไปดูเป็น
ขึ้นไปดูโบสถ์ที่ถูกเผา
น่ารักดีนะ คนไปถ่ายรูปข้างบนเยอะ
เพราะมันได้เห็นวิวมะละกาทั้งเมืองเลย
เดินก็ไม่ได้สูงหรือลำบากอะไรเลย ลมพัดเย็นสบาย
ก็ชิลอยู่บนนั้นนานเหมือนกัน
ก็แปลกใจอยู่
ตรงย่านเมืองเก่า มันมีแต่โฮสเทล
กำลังคิดว่า
คนมีตังอยากอยู่โรงแรม 5 ดาว มันไม่มีเหรอ
คงไม่มีใครอยากอยู่โฮสเทลกันทุกคนหรอกมั้ง
เจอเด็กฝรั่งผมทองหัวหยิก น่ารักมากกกก เล่นกล้องด้วย อิป้ากรี๊ดหนักมาก



Image Hosted by PicturePush


ระหว่างทางขึ้นไปข้างบน


Image Hosted by PicturePush


Image Hosted by PicturePush



มีความมุ้งมิ้ง ผู้ชายมีแอบถ่ายตรีน
คือไม่ได้รู้เรื่องเล้ย
เอามือถือกลับมาไล่ดู เฮ้ย รูปนี้ถ่ายตอนไหนวะ
แต่คาดว่าถ่ายตอนหยุดพักเหนื่อยระหว่างขึ้นไปโบสถ์
เพราะเราต้องรอครอบครัวนึงแบกรถเข็นเด็กขึ้นและลงบันได ฮา ๆ


Image Hosted by PicturePush

พอขึ้นมาด้านบนก็ถึงบางอ้อ
อ๋อ มันมีย่านเมืองเก่าแล้วก็เมืองใหม่
คือเมืองใหม่เนี่ย เป็นแหล่งโรงแรมหรูแล้วก็ห้างหรู
คือแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
แต่พวกอยู่โรงแรมหรูอาจจะต้องเดินมาไกลหน่อยเพื่อมาดูเมืองเก่า
หรืออาจจะมีรถรับ-ส่งให้พวกคนรวยไม่ต้องเดินไกล


Image Hosted by PicturePush


Image Hosted by PicturePush


เจอกลุ่มวัยรุ่นมาเล จะเท่ไปไหน
คือตอนมันแอ็คถ่ายรูปกันนะ ใส่แว่นดำ เก๊กเท่อย่างกะถ่ายแบบ เสียดาย ถ่ายรูปไม่ทัน
เพราะมันถ่ายปุ๊บ เราเอาแว่นเก็บกัน 555


Image Hosted by PicturePush


เจออีกรอบคือแอ็คกันในโบสถ์


Image Hosted by PicturePush


บรรยากาศรอบ ๆ โบสถ์ที่ถูกเผา อยู่บนเนินเขาเตี้ย ๆ


Image Hosted by PicturePush


Image Hosted by PicturePush



แล้วก็ลงมาเดินริมแม่น้ำ
แล้วก็เมื่อยมาก นั่งมันริมแม่น้ำนั่นแหละ
เพราะรอเวลา night market ซึ่งผู้ชายบอกว่าต้องดูให้ได้ไหน ๆ ก็มาแล้ว
แล้วผู้ชายก็เล่น couchsurfing เปิด hangout หาเพื่อนมาร่วมวงกันดู
ซึ่งผู้ชายอยากใช้ เราก็โอเคเลย มีเพื่อนคุยเยอะ ๆ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ สนุกดี ดีกว่าอยู่กัน 2 คน
ซึ่งผู้ชายบอกว่า เค้าอยากใช้ตอนไปประเทศต่าง ๆ นะ
แต่แฟนเก่าไม่ชอบ เพราะไม่อยากไปเอ็นเตอร์เทนใคร ไม่อยากชวนคุย เหนื่อย
แต่เราใช่สำหรับเราจ้า ยูชวนมาเลย จะกี่คนก็ชวนมา ชั้นชอบฟัง สนุกดี
ก็เลยมีหนุ่มคนเยอรมันคนนึงมา hangout ด้วย
อยู่โฮสเทลใน night market นั่นแหละ


Image Hosted by PicturePush


Image Hosted by PicturePush


Image Hosted by PicturePush


Image Hosted by PicturePush


Image Hosted by PicturePush


Image Hosted by PicturePush


Image Hosted by PicturePush

ระหว่างนั่งรอริมแม่น้ำเนอะ
ฮีก็อยู่แต่กับมือถือ
ไอ้เราก็จิตใจล่องลอย ประมาณว่า โหย ถ้านั่งอยู่กับแฟนเราคงโรแมนติกน่าดูนะเนี่ย
หันไปหาผู้ชายข้าง ๆ ยังนั่งกดมือถือตลอดเวลา ฮา ๆ
แต่แล้วมันก็หันมาบอกว่า
ยูว์...........
ชั้นมีข่าวดี
เราไม่ต้องกลับรถบัสแล้ว
ชั้นเข้า grab hitch อีกรอบ
ได้คนขับรถจะที่กลับจากมะละกาไปส่งเราที่โรงแรมแล้ว 40 ริงกิต
เราก็บอกทันทีเลยว่า ยังไม่เข็ดอีกเร๊อะ
จำไอ้แขกเมื่อเช้าที่ชิ่งเราไม่ได้เหรอไง
มันก็บอกว่า เนี่ย ชั้นรู้ว่ายูจะพูดแบบนี้
แต่ครั้งนี้ชั้นมั่นใจว่าเค้าจะไม่ชิ่งเราแน่นอน
เพราะคนขับเป็นคนจีน 555
แล้วชั้นก็โทรคุยกันเรียบร้อยกว่า คอนเฟิร์มว่าไปได้
แต่ถึงเค้าชิ่งเรา เดี๋ยวชั้นเรียก uber กลับโรงแรมก็ได้ แพงหน่อย แต่ก็มีทางเลือก
เราจะไม่ค้างที่มะละกาแน่นอนยูไม่ต้องกลัว
เราก็ตามใจฮี ๆ อุตส่าห์หาข้อมูลทั้งวันแล้ว เราอะไรก็ได้อยู่แล้ว
แค่มีเพื่อนมาเที่ยวด้วย หาข้อมูลทุกอย่างให้ เรา happy และอุ่นใจมาก ณ จุดนี้


Image Hosted by PicturePush

อ้อ หนุ่มตี๋มาเลเมื่อคืนมีส่งข้อความมาถามว่าเบอร์ห้องเบอร์อะไร
หืมมมมมมมมมมมมมมมม????????????????
แล้วฮีก็เฉลยว่า จะเอาขนมจากมาเลไปฝากไว้ที่ล็อบบี้
เพราะขนมที่เราให้ฮีมันเยอะมาก จนไม่รู้ว่าจะตอบแทนยังไง
เลยซื้อขนมมาเลตอบแทนแล้วกัน
แต่จริง ๆ แล้วไม่เห็นต้องตอบแทนเลย
เพราะฮีก็เลี้ยงข้าว แล้วก็ขับรถพาเราเดินเล่นในเมืองแล้วนี่
แต่ก็โอเค บอกเบอร์ห้องฮีไป แล้วฮีก็ถ่ายรูปมาให้ดูว่าของเป็นแบบนี้ กลับมาโรงแรมก็อย่าลืมเอาก่อนขึ้นห้องล่ะ
(แหม่ ไม่เคยมีใครถามเบอร์ห้องที่โรงแรมมานานมากแล้ว อ้อ ไม่เคยมีเลยดีกว่า ก๊าก ๆ)


หลังจากรอมาพักใหญ่
ในที่สุด หนุ่มน้อยเยอรมันก็โผล่มา
แล้วบอกว่าหิวมาก กินแซนวิชไปตอนเช้าชิ้นเดียวเอง
เราก็พาหนุ่มน้อยเยอมันวัย 18 ที่มาเที่ยว South East Asia คนเดียวมา 2 เดือนเดินเล่นทั่ว night market ในมะละกา
แล้วก็นั่งกินก๋วยเตี๋ยวด้วยกัน
หนุ่มน้อยคนนี้กล้าหาญมากเลยนะ เที่ยวคนเดียวมา 2 เดือนแน่ะ
ไปเมืองไทยมาแล้ว เที่ยวกรุงเทพฯ ไปเรียนดำน้ำที่เกาะเต่า แล้วก็ไปเกาพงัน ไปอยุธยา
เก่งมากอ่ะ
แล้วก็มานี่ ไป KL ไปปีนัง เดี๋ยวอีก 2-3 วันไปสิงคโปร์
ก็คงได้ไปเจอกะอิหนุ่มข้างเรา เห็นนัดแนะกันละ
หนุ่มน้อยใช้ตะเกียบได้ดีกว่าเราอีก 555

Image Hosted by PicturePush


Image Hosted by PicturePush


Image Hosted by PicturePush


แล้วเราก็ต้องร่ำลาหนุ่มน้อย เพราะเรานัดกับคนขับ grab hitch ตอน 3 ทุ่ม
หนุ่มเราต้องไปซื้อขนมฝากที่บ้านและคนที่ทำงาน
เราก็แยกกะหนุ่มน้อยตอน 2 ทุ่ม
ไปฝั่งเมืองใหม่ที่เต็มไปด้วยห้างและโรงแรมหรู
เราก็เข้าไปซื้อของฝากในซุเปอร์ให้เพื่อน ๆ และเข้าห้องน้ำในโรงแรมระหว่างรอคนขับ
แล้วสามทุ่ม เค้าก็มาเจอพวกเราหน้า 2 คนหน้าโรงแรมหรูจริง ๆ เฮ้อ โล่งอก
เป็นอันว่า เรา 2 คนก็ต้องทิ้งตั๋วขากลับที่ผู้ชายซื้อผิดรอบนึง และเราซื้อถูกอีกรอบนึง ฮา ๆ


ขึ้นรถได้ หนุ่มก็ให้เรานั่งข้างหลังกับกองของฝาก
แล้วหนุ่มเราก็นั่งข้างหน้าคุยกับคนขับ ซึ่งเป็นรถของเค้าเอง
คุยกันภาษาจีนช้งเช้ง แล้วหันกลับมาแปลให้เราฟังบ้างนิดหน่อย
แต่จริง ๆ คนขับก็พูดภาษาอังกฤษได้แหละ
แต่พูดจีนคงถนัดกว่า
คนขับฟังภาษาอังกฤษผู้ชายเราปุ๊บ บอกได้เลยว่ามาจากสิงคโปร์ใช่มั้ย ฮา ๆ
เค้าก็บอกว่าใช่ มาจากสิงคโปร์ ส่วนเรามาจากเมืองไทย
มาเจอกันตรงกลางคือ KL
คนขับก็บอกว่า แหม โรแมนติกจัง
คนนึงเดินทางมาจากข้างบน อีกคนเดินทางมาจากข้างล่าง แล้วมาเจอกันตรงกลาง
คบกันมากี่ปีแล้ว
ตึ่งงงงงงงงงงงงงง
เราก็ขำ แล้วหนุ่มเราก็รีบบอกว่า ไม่ ๆ เป็นเพื่อนกัน มาเจอและมาเที่ยวด้วยกันเฉย ๆ

แล้วหนุ่มคนขับก็บอกว่า
เค้าแต่งงานแล้ว เมียและพ่อแม่อยู่มะละกา
ตัวเค้าทำงาน KL
ทุกวันศุกร์ก็จะขับรถจาก KL กลับมะละกา
แล้วคืนวันอาทิตย์ตอน 3 ทุ่ม ก็จะขับรถจากมะละกากลับ KL
หนุ่มเราจะเซ็ทเวลากลับไว้ตั้งแต่ 2 ทุ่ม 3 ทุ่ม 4 ทุ่ม
ให้คนขับเลือกว่าจะกลับเวลาไหน
แล้วคนขับคนนี้ก็เลือกตอน 3 ทุ่ม เพราะเค้ากลับได้เวลาเดียว

เราก็ถามว่าได้ลูกค้าติดรถทุกรอบมั้ย
เค้าบอกว่าจาก KL กลับมะละกา รถมันติด เค้าก็เลยไม่ค่อยรับใคร
เพราะถ้ารับ ส่วนใหญ่ก็ต้องเข้าไปรับในเมือง กว่าจะออกนอกเมืองมันเสียเวลา
แต่ขากลับจากมะละกาเข้า KL ก็มีได้บ้าง

แล้วก็เราก็หลับไป เพราะ 2 หนุ่มคุยเป็นภาษาจีน แล้วก็ไม่หันมาแปลให้เราฟังแล้ว ฮาๆ
ก็ไม่ได้หลับตลอดหรอก หลับ ๆ ตื่น ๆ เพราะมันเมื่อยน่ะ นั่งหลับ
หนุ่มก็มีปลุกมาดูไฟในเมือง ดูไฟตึกแฝด ซึ่งมันก็ใกล้จะถึงโรงแรมของเราแล้วแหละ
แล้วเค้าก็มาส่งเราตอน 5 ทุ่ม ง่วงมาก



ถึงโรงแรมได้ก็ขึ้นห้องเลย
อ้าวววววววววว
คิดขึ้นมาได้
ลืมมมมมม
หนุ่มฝากถุงขนมไว้นี่หว่า
เลยลงไปเอาที่ล็อบบี้
หนุ่มตี๋ที่ล็อบบี้คนนี้คือคนที่เราเจอวันแรกที่เรามากะอิน้องพม่า
ถ้าหนุ่มคนนี้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดคงจะแปลกใจเนอะว่าทำไมอินี่มีคนมาส่งโรงแรมไม่ซ้ำเลย
วันแรกก็มีหนุ่มพม่าถือกระเป๋าขึ้นไปส่งถึงบนห้อง
คืนนั้นก็มีสาวหมวยขึ้นไปส่งถึงบนห้อง
เช้าอีกวันก็มีหนุ่มสิงคโปร์มานั่งรอข้างล่าง
ค่ำวันนั้นก็มีหนุ่มมาเลมารอข้างล่างแล้วก็กลับมาส่งตอน 5 ทุ่ม
เช้าและค่ำอีกวันก็ไปกับหนุ่มสิงคโปร์คนเดิม แต่มีหนุ่มมาเลเอาของมาฝากไว้ให้
โห ป๊อปเป็นบ้า กร๊าก ๆ
แต่พนักงานหน้าล็อบบี้ที่เราเจอแต่ละครั้งไม่ซ้ำกันเลยนะ
จะเป็นหนุ่มตี๋บ้าง หนุ่มแขกบ้าง สาวหมวยบ้าง สาวแขกบ้าง สลับ ๆ กันไปหมดเลย
แต่ดีแล้วแหละ จะคนเดิมตลอดก็มาเห็นพฤติกรรมชั้นหมดล่ะสิ ก๊าก ๆ


Image Hosted by PicturePush

หลังจากเดินไปเอาขนมถุงใหญ่แล้วก็เตรียมอาบน้ำ
ถอดผ้าปุ๊บ
ตกใจมาก เพราะผิวไหม้แดดจ้า
ชัดเจนมากตรงคอ เพราะเราใส่เสื้อคอกว้างหน่อย เลยเห็นชัดเจนเลยว่ามันไหม้มากจริง ๆ
เดินตากแดดเพลินไปหน่อย ตั้งแต่เที่ยงยันดึกเอ๊ง ฮา ๆ
แล้วก็รีบนอน โดยก็ยังไม่ได้คุยกับผู้ชายเลยว่าพรุ่งนี้จะเจอกันกี่โมงอะไรยังไง



เขียนมายาวมากแล้ว แล้วก็เข้าใจว่าคุณผู้อ่านก็อ่านมานานมากแล้วด้วย
ติดตามตอนต่อไปเร็ว ๆ นี้นะคะ
ซีรี่ย์มาเลรวมทุกตอน

เที่ยวมาเลย์คนเดียววันแรก...ไม่ปลอดภัยกว่าที่คิด

เที่ยวมาเลย์คนเดียววันแรก...ไม่ปลอดภัยกว่าที่คิด ตอนที่ 2

เที่ยวมาเลย์คนเดียววันที่สอง...ไม่ปลอดภัยกว่าที่คิด

เที่ยวมาเลย์คนเดียววันที่สอง...ไม่ปลอดภัยกว่าที่คิด ตอนที่2



อ่านแล้วเม้นท์ให้กำลังใจหน่อยนะจ๊ะ
อย่างน้อยจะได้รับรู้ว่าก็มีคนอ่านอะไรยาว ๆ ที่เราใช้เวลาหลายชั่วโมงนั่งพิมพ์เหมือนกันนะ
รักคนอ่านนะคะ


บล็อคนี้ไม่ใช่บล็อคแรกที่ไปเจอหนุ่มทางออนไลน์นะแจ๊ะ
เคยไปเจอแล้วทั้งสิงคโปร์และฮ่องกง
ตามไปอ่านประสบการณ์ฟิน ๆ ของหนุ่มที่เราไปเจอเมืองนอกกันต่อได้เล้ย

อันนี้ของสิงคโปร์


ไปหาหนุ่มพาเที่ยวอ้อยอิ่ง...ที่สิงคโปร์ ตอนที่ 1




อันนี้ของฮ่องกง


เครื่องลงฮ่องกงปุ๊บก็นัดบอดหนุ่มฮ่องกงมากินข้าวมื้อแรกด้วยกันเล้ย


อันนี้คือประสบการณ์ความเซ็งเมื่อไปเจอหนุ่มตี๋อินเตอร์ใน กทม เนี่ยแหละ


รวบรวมสถานการณ์เซ็ง ๆ จากผู้ชายที่ไปเจอทางออนไลน์ตอนที่ 1


รวบรวมสถานการณ์เซ็ง ๆ จากผู้ชายที่ไปเจอทางออนไลน์ตอนที่ 2



รวบรวมสถานการณ์เซ็ง ๆ จากผู้ชายที่ไปเจอทางออนไลน์ตอนที่ 3




ส่วนอันนี้ ประสบการณ์การเล่น tinder
ก็ไม่ได้เยอะเท่าไหร่เล้ย
เชิญเสพย์ต่อด้านล่างจ้ะ
เจ้ไม่ได้มาเล่น ๆ เจ้เล่นจริงจัง เก็บมาเม้าได้หลายบล็อคเลย ฮา ๆ


เม้าฝรั่งที่เจอในแอพ tinder หลังจากเพิ่งเล่นได้แค่อาทิตย์เดียว

เสียเซลฟ์กับหนุ่มใน tinder อีกละ

เรามาอ่าน tinder profile ขำ ๆ แย่ ๆ หรือสร้างสรรค์กันดีกว่า

มาอ่าน tinder profile ขำ ๆ กันต่อดีกว่า

มาอ่าน tinder profile สนุก ๆ ฝึกภาษากันต่อนะ

เม้าเรื่องที่แชทคุยกับหนุ่มสิงคโปร์

แชทคุยกับคนปลกหน้าที่เป็นผู้หญิงด้วยกันกว่า 4 ชม. เกี่ยวกับด้านมืดของเธอ

ลองให้หนุ่ม ๆ ทายหัวข้อนิทรรศการภาพถ่ายนึง มาดูซิหนุ่มแต่ละอาชีพทายกันว่าอะไรบ้าง

เม้าเรื่องต่าง ๆ ที่ได้แชทกะคนสิงคโปร์

คุยมาก็หลายเดือน ถึงเวลาเอาตัวเองบินไปเจอหนุ่มซักทีปีหน้า

นัดหนุ่มที่เพิ่งเจอกันครั้งแรกเข้าไปจับกันในความมืดเป็นชั่วโมง แล้วไกด์ก็ฮามาก ได้ใจสุด ๆ

นัดเจอหนุ่มทางเน็ทครั้งแรก แต่หนุ่มไม่ได้มาแค่ 1 แต่มาถึง 3!!!!


เรื่องเศร้า ๆ เคล้าคำพูดแย่ ๆ ของหนุ่มสิงคโปร์ที่คุยด้วยจากใน tinder


แชทน่ารัก ๆ ฟิน ๆ ของหนุ่มสิงคโปร์ที่ได้คุยด้วย






Create Date : 22 กรกฎาคม 2560
Last Update : 5 สิงหาคม 2560 22:42:17 น. 2 comments
Counter : 374 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

 
ชอบอ่านเหมือนเดิมเลยค่า:)


โดย: Kate IP: 213.205.198.52 วันที่: 3 สิงหาคม 2560 เวลา:1:29:33 น.  

 
ชอบอ่านเหมือนเดิมเลยค่า:)


โดย: Kate IP: 62.232.107.146 วันที่: 3 สิงหาคม 2560 เวลา:14:30:53 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

หนูลีลี
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 86 คน [?]





โสด + อินดี้
เป็นผู้หญิงขี้บ่น
เลยมีเรื่องมาบ่น มาเล่าในบล็อคเยอะแยะเต็มไปหมด
แถมถ้าเล่า ก็เป็นคนเล่าละเอียดซะด้วยสิ

แล้วก็ผู้หญิงช่างอิน


ชอบดูหนังเอเชียเป็นชีวิตจิตใจ
โดยเฉพาะหนังญี่ปุ่น เกาหลี ฮ่องกง
แต่เป็นหนังที่คนเค้าไม่ชอบดูกันนะ
คือรันทด หดหู่ เศร้า สะเทือนอารมณ์ ดูแล้วปวดใจ + จิตตกไปหลายวัน
ไม่ก็หนังเงียบ ๆ นิ่ง ๆ เรื่่อย ๆ เอื่อย ๆ บทพูดน้อย ๆ แต่ดูจบแล้วรู้สึกอบอุ่น เรียบง่ายแต่งดงาม ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นหนังญี่ปุ่นซะเยอะ
แถมยังเรื่องมากไม่ดูหนังที่เด็กกว่าอายุตัวเองอีก


แต่อีกมุมนึงก็ชอบอ่านหนังสือเป็นชีวิตจิตใจเหมือนกัน
ถ้าได้อ่านหนังสือแล้วก็ไม่อยากออกจากบ้านไปไหนนะ
จะนั่งขลุกตัวอยู่แต่ในห้องแล้วก็ท่องเที่ยวไปในจินตนาการของคนที่เค้าถ่ายทอดทุกตัวอักษร
นักเขียนที่ชอบน่ะเหรอ

แน่นอน ต้องพี่ 'ปราย พันแสง + พี่จิก ประภาส + อภิชาติ เพชรลีลา + เพลงดาบแม่น้ำร้อยสาย + พี่โหน่ง วงศ์ทนง + พี่เอ๋ นิ้วกลม + พี่ก้อง ทรงกลด + ใบพัด + พี่พลอย จริยะเวช + บัณฑิต อึ้งรังษี + พี่ตุ๊ก วิไลรัตน์ เอมเอี่ยม + พี่ตุ๊กตา พนิดา เอี่ยมศิรินพกุล + วิภว์ บูรพาเดชะ + คันฉัตร รังษีกาญจน์ส่อง (merveillesxx) + เต๋อ นวพล + พี่บิ๊กบุญ ภูมิชาย + เราว่าเราชอบนักเขียนเกือบจะทุกคนใน A Book เลยก็ว่าได้นะเนี่ย


บางช่วงก็อินกับธรรมะ
กลับมาจากปฏิบัติธรรมก็จะอินกับธรรมะเป็นเดือน ๆ เหมือนกัน
เคยไปปฏิบัติธรรมมา 2 ที่คือที่ยุวพุทธ กับ เตโชวิปัสสนา

อินได้หมดทุกอย่าง
ขอแค่มีคนมาบิ๊ว หรือบางครั้วก็อินด้วยตัวเองแล้วก็ไปบิ๊วคนอื่น

บล็อคตัวเองที่คนเข้า search เข้าเยอะ ๆ ก็มี
รีวิวแป้งมิสทีนทุกรุ่น
วิธีการบริหารอาการปวดก้น ปวดสะโพก
การปฏิบัติธรรมแบบเตโชวิปัสสนากรรมฐาน
แล้วก็บล็อคที่เรารวบรวมคำพูดดี ๆ ประโยคสวย ๆ มาจากที่ต่าง ๆ

ถ้าอยากรู้ว่าทำไมคนถึงเข้าไปดูเยอะ ก็ลองเข้าไปตามอ่านกันนะคะ
ทิ้งคอมเม้นท์ไว้ในเราชื่นใจบ้างก็ได้ค่ะ เราเช็คทุกวัน
และค่อนข้างมีวินัยในการเขียนบล็อคใหม่ทุกอาทิตย์
ตามอ่านกันได้นะคะ มีสาระบ้าง ไม่มีสาระบ้างสนอง need เจ้าของบล็อคล้วน ๆ ค่ะ
Friends' blogs
[Add หนูลีลี's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.