ตามมาติดๆ กับร้านอาหารสีฟ้าครั้งที่สอง @ Siam Square
กลับมากินสีฟ้าอีกครั้งหลังจากการกินครั้งที่แล้วเพียงหนึ่งสัปดาห์ กินไปติดๆ เบยยยย แต่ครั้งนี้เรามาที่สาขาสยามสแควร์กันค่ะ





สาขาสยามสแควร์นี้อยู่ที่ซอย 9 หากเข้ามาทางถนนอังรีดูนังจะเข้ามาได้ใกล้กว่าค่ะ ร้านค่อนข้างกว้างขวาง แต่ตอนที่เราไปกินนั้นคือช่วงเย็นย่ำค่ำ คนมากมายเต็มร้านแทบไม่มีที่นั่ง แต่ก็ยังคงเหลือให้เรานั่งอยู่โต๊ะนึงริมกระจกค่ะ





มาสาขาใหม่ก็ยังคงใช้สิทธิ์เดิมๆ ค่ะ รับข้าวหน้าไก่ราชวงศ์ฟรีจากทรู



ข้าวหน้าไก่ราชวงศ์ (75 บาท) เมนูฟรีของเรา เป็นเมนูขึ้นชื่อของร้านสีฟ้า เสิร์ฟมาในชามใบใหญ่ ปากกว้าง ข้าวอยู่กลางราดด้วยไก่ ด้านหนึ่งวางด้วยกุนเชียงทอด อีกด้านเป็นผักแกล้ม คือ ต้นหอมและผักชี น่ากินมากๆ แต่ด้วยรสชาติ ไม่ค่อยถูกปากเราเท่าไหร่ น้ำราดที่ดูเยอะ แต่พอคลุกรวทกับข้าวกลับดูน้อยไปทันที รสชาติเขาเข้มข้นนะคะ แต่เราว่าออกหวานไปหน่อย เราเลยขอพริกน้ำส้มมาราด เคี้ยวพริกดองคู่ข้าว อร่อยขึ้นเยอะเลย 555 ข้าวนุ่มดีค่ะ ไก่ก็สด เนื้อนุ่มๆ กุนเชียงทอดอร่อยดีค่ะ แต่ออกมันไปนิสสส


ถึงจะกินคนละสาขาแต่รสชาติก็ไม่ได้ต่างกันมากเลยนะคะ

แต่เมนูที่เลือกเปลี่ยนจากครั้งที่แล้ว
เมนู "กินจริงที่ใช่" เราเลือกเป็นข้าวอบปู (160 บาท) เลือกเมนูนี้เพราะอยากรู้ว่าจะเป็นยังไง จะเหมือนกับข้าวอบเผือกหรือเปล่า



ซึ่งไม่เหมือนกันค่ะ ข้าวอบปูนี้จะเป็นข้าวอบในหม้อดิน ด้านบนจะโรยด้วยไข่ กุนเชียง ปูนิดน่อย ต้นหอมและเห็ด ถ้าเราจำไม่ผิดนะคะ ของทุกอย่างนี้จะเป็นของสด มาอบพร้อมกันในหม้อดินให้สุกค่ะ อ้อ ไข่น่าจะใส่ทีหลังค่ะ ถึงเยิ้มๆ น่ากินขนาดนี้ เวลาเรากินก็คลุกรวมเลยค่ะ 555 กินแล้วจะคล้ายๆ ข้าวหน้าไก่เลยค่ะ จะมีน้ำเหนียวๆ าด แต่รสชาติและกลิ่นไม่เหมือนกันค่ะ เราว่ารสชาติกลมกล่อมดีนะคะ ไม่มีรสใดโดดขึ้นมา แต่ว่าไม่ใช่แนวของเรา เราเลยเฉยๆ จะอร่อยก็ไม่เต็มปาก เพราะเราไม่ค่อยชอบอาหารแนวนี้ แต่ก็กินได้ แต่ความแปลกเราชอบนะคะ เขาคิดได้ ให้มีความต่างจากเมนูข้าวทั่วไปที่เราเคยกิน



เมนู "กินเล่นที่ชอบ" เราสั่งเป็น หมูสะเต๊ะ (125 บาท) เหมือนเดิมค่ะ จะกินปอเปี๊ยะสด แต่หมดดดดดดด อดอีกแล้ว เลยเปลี่ยนมาเป็นหมูสะเต๊ะ



ไม้ไม่ใหญ่มาก มีทั้งหมด 8 ไม้ และขนมปังปิ้งชิ้นยาวๆ อีก 2 ชิ้น ใส่มาในจานเดียวกันพร้อมทั้งน้ำจิ้มและอาจาด ถามว่าอร่อยมั้ย ถืออร่อย แต่ยังไม่สุดอ่ะค่ะ



หมูนุ่มดีมีติดมันบ้าง เพื่อความฟิน 555
ขนมปังไม่ค่อยกรอบทีเดียว มาทั้งแผ่นยาวๆ เลย เราคิดว่าน่าจะตัดมาเป็นชิ้นๆ พอดีคำน่าจะดีกว่าอ่ะค่ะ จะได้จิ้มทีละชิ้นกินไปเลย
น้ำจิ้ม รสชาติใช้ได้ แต่ยังไม่ละเอียดทีเดียว เราว่าน้ำจิ้มน้อยไปนิด ให้มาแค่นี้นี่เราจิ้มขนมปังสองชิ้นก็หมดแล้วน้าาาา เราเลยแก้ปัญหาด้วยการผสมน้ำจิ้มรวมกับอาจาดไปเลยยย 555
อาจาด มีทั้งแตงกวา หอมแดงและพริกแดง เคี้ยวรวมด้วยกัน กรุบๆ หวานๆ เปรี้ยวๆ เผ็ดนิดๆ ฟินเฟ่อร์~~~~~



คาราเมลคัสตาร์ด (55 บาท) เนื้อพุดดิ้งนุ่มละมุ่นลิ้นมีรสชาติหน่อย คาราเมลหวานกำลังดี แต่มีกลิ่นออกไหม้ๆ เราไม่แน่ใจว่ากลิ่นไหม้นี้มาจากเนื้อพุดดิ้งหรือซอสคาราเมล เพราะว่าด้านล่างของเนื้อพุดดิ้งนั้นไหม้หมดเลยค่ะ หากไม่มีกลิ่นไหม้นี้ แล้วได้เป็นกลิ่นคาราเมล เวลากินคงจะฟินมากกว่านี้ เพราะรสชาติกำลังดีได้ที่มากๆ





น้ำตะไคร้ (65 บาท ) น้ำแก้วนี้ได้มาฟรีจากการกินครั้งที่แล้วสแกนบาร์โค้ดได้รหัสมาแลกเครื่องสมุนไพรได้ 1 แก้วค่ะ



น้ำสมุนไพรนี้ก็เลือกได้ทั้งน้ำตะไคร้ เก็กฮวย กระเจี๊ยบ ลำไยและมะตูมค่ะ เราสั่งเป็นน้ำลำไยไป แต่สิ่งที่มาเสิร์ฟคือน้ำตะไคร้ ผ่างๆๆๆ ลำไยกับตะไคร้ เออ เสียงก็คล้ายกัน สงสัยพนักงานจะฟังผิด แต่ประเด็นคือ ตะไคร้ที่เป็นน้ำเราไม่กินนนนนน สุดท้ายเลย กินๆไป ขี้เกียจขอเขาเปลี่ยนให้วุ่นวาย รสชาติก็กินได้ ออกหวานนิดๆ แต่กลิ่นตะไคร้มาแรงมากกกกกก



หมดนี่ก็นิดๆ 313 บาท รวมค่าบริการอีก 10% แล้ว อิ่มกันเป็นคู่ ^^



Create Date : 23 มีนาคม 2560
Last Update : 30 มีนาคม 2560 17:21:03 น.
Counter : 267 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Leelee LifeStyle
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



มีนาคม 2560

 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
13
14
15
16
17
19
20
21
24
25
26
27
28
29
31
 
 
All Blog