Group Blog
 
<<
เมษายน 2554
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
6 เมษายน 2554
 
All Blogs
 

ไดอารี่สีเหลือง ตอนที่๒: บวช


22 มกราคม 2554

     “บวช” มาจากศัพท์บาลีว่า “ปะ+วะชะ” แปลว่า เว้นไปหมด หรือสละทุกอย่าง คือ เว้นจากการกระทำหรือสละทุกสิ่งที่เกี่ยวกับฆราวาสออกเสีย และมาประพฤติ ปฏิบัติตนตามธรรมวินัยของพระพุทธเจ้า


วันนี้ตื่นเช้ามาก ตื่นมาก็อาบน้ำแล้วแต่งชุดนาค คือใส่เสื้อขาว สบงขาวมีเข็มขัดเงินแบบเป็นตะขอเกี่ยว แล้วสวมชุดนาคที่เป็นผ้าโปร่ง ๆ ขลิบด้วยสีทอง ผมตื่นเต้นมาก กลัวว่าจะท่องบทขานนาคแล้วลืม ตลอดเวลาที่ทำกิจวัตร ผมก็พลางท่องในใจไปด้วย  พ่อกับแม่พาผมไปที่วัด ซึ่งค่อนข้างจะสายแล้ว เพราะญาติมิตรมากันหมดแล้ว แต่ก็ยังมีเวลาเหลืออีกก่อนพิธีจะเริ่มครับ  ผมมองไปที่บรรดาญาติมิตรแล้วก็รู้สึกตื้นตันใจมากที่มากันมากมายขนาดนี้ ทุกคนล้วนเดินทางมาไกล  เมื่อญาติมิตรรับประทานอาหารเช้าที่แม่ผมเตรียมไว้ต้อนรับเสร็จแล้ว ก็เป็นช่วงเวลาที่นาคชัยเดินวนรอบโบสถ์  จากนั้นผมก็ตั้งแถว ญาติเพื่อน ๆ ก็ช่วยกันถือของต่าง ๆ ที่ใช้ในพิธีบวช เดินกันเป็นขบวนยาวมาก ผมหันหลังกลับไปมองแล้วน้ำตาจะไหลครับ ผมเดินวนครบสามรอบ และก็นำพวงมาลัยไปสักการะพัทธสีมาของโบสถ์ โดยมีมัคทายกเป็นผู้นำสวด จากนั้นผมก็เดินขึ้นไปบนบันไดโบสถ์ หันหน้าเข้าโบสถ์แล้วโปรยทานซึ่งเป็นเหรียญที่แม่และอานีพับเป็นดอกบัว ผมโยนไปด้านหลังผมซึ่งมีญาติมิตรมารอเก็บไปเพื่อเป็นสิริมงคล มีเสียงร้องเป็นจังหวะตามที่ผมโปรย เหมือนเป็นดั่งเสียงโห่ร้องยินดีกับบุญใหญ่ในครั้งนี้ที่ผมจะได้สร้าง   ผมเดินเข้าไปในโบสถ์พร้อม  นาคชัย นั่งคุกเข่า พนมมือ แล้วกราบแบบเบญจางคประดิษฐ์ (เข่าสอง ฝ่ามือสอง หน้าผากหนึ่ง : ศอกต้องต่อเข่านะครับ) ผมกับนาคชัยก็กล่าวบทเอสาหัง กล่าวไปด้วยจิตใจที่สั่นรัว แต่ผมก็พยายามเรียกสมาธิกลับมา มีจังหวะหนึ่งที่ผมกับนาคชัยหยุดพร้อมกัน(เฮือก !) แต่ผมก็เรียกสติกลับมาได้และท่องต่อไปจนจบ จากนั้นเราก็กราบพระ ถอดเสื้อนาคออก พระอุปัชฌาย์ (หลวงพ่อ) นำผ้าไตรมาคล้องให้ แล้วให้ไปห่มจีวร พระโต๊สเดินไปด้านหลังพระประธานพร้อมผม แล้วท่านก็เป็นคนห่มจีวรให้  เมื่อห่มเสร็จแล้วจากนั้นเราก็กลับมากล่าวคำขอขอสรณะและศีล กล่าวสรณคมน์ และสมาทานสิกขาบท ๑๐ (คือเราต้องบรรพชาเป็นสามเณรก่อน แล้วจึงอุปสมบทเป็นพระครับ) พระอุปัชฌาย์ (พระครูอนุกูล กาญจนกิจ) เอาสายคล้องตัวผม บอกบาตรและจีวร ผมรับว่าอามะ ภันเต ๔ ครั้ง  จากนั้นผมก็เดินอ้อมเสื่อที่ปูไว้ตรงประตูโบสถ์ ผมและนาคชัยยืนพนมมือ พระคู่สวดมายืนสวดถามอันตรายิกธรรม นาคชัยเป็นผู้ตอบท่านแรก จากนั้นก็เป็นผม ผมรับ นัตถิ ภันเต ๕ ครั้ง และต่อด้วย อามะ ภันเต อีก ๘ ครั้ง พระคู่สวด (พระครูวิจัยและพระครูไพโรจน์ )จะถามอีกว่า กินนาโมสิ     ผมก็ตอบว่า อะหัง ภันเต ชาคโร (ฉายาพระของผม) นามะ  จากนั้นพระก็จะถามชื่อพระอุปัชฌาย์  เมื่อตอบเสร็จแล้ว ผมและนาคชัยก็เดินไปบนเสื่อที่ปูไว้ แล้วเข้าไปหาพระอุปัชฌาย์ กราบท่านแล้วเปล่งวาจาขออุปสมบท ต่อมาพระคู่สวดสมมติตนถามอันตรายิกธรรม ผมก็รับว่า นัตถิ ภันเต ๕ ครั้ง และ อามะ ภันเต ๘ ครั้ง บอกชื่อฉายาพระของผมเอง และชื่อพระอุปัชฌาย์ เสร็จแล้วก็นั่งฟังพระสวดกรรมวาจาอุปสมบท พอจบแล้วท่านก็จะเอาบาตรออกจากตัว ผมกราบลง ๓ ครั้ง นั่งพับเพียบฟังพระอุปัชฌาย์บอกอนุศาสน์ แล้วก็กล่าวรับว่า อามะ ภันเต พอเสร็จพิธีก็กราบ ๓ ครั้ง   จากนั้นมัคทายกก็เชิญพ่อแม่ผมให้มาถวายของเครื่องใช้ ผมรับประเคนมา จากนั้นมัคทายกก็นำให้ผมเป็นผู้กรวดน้ำ พ่อและแม่ก็จับชายสังฆาติผมไว้ (นี่คือภาพเกาะชายผ้าเหลืองขึ้นสวรรค์จริง ๆ) ผมรู้สึกตื้นตันใจมากในขณะที่กรวดน้ำโดยห่มผ้าเหลืองอยู่  เมื่อเสร็จพิธีแล้วพ่อแม่น้อง และญาติมิตรก็มาถ่ายรูปกับผม แล้วก็พากันนำของขึ้นไปเก็บบนกุฏิ  ตอนนี้จีวรของผมหลุดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผมก็พยายามหนีบ ๆ เอาไว้ และก็รัดประคดให้แน่นขึ้นจบแทบจะหายใจไม่ออก


     กลองเพลดังขึ้น นี่เป็นสัญญาณว่าถึงเวลาฉันข้าวแล้ว ผมกับนาคชัยนั้นอยู่รอที่หอฉันแล้ว มาก่อนเพราะว่ากลัวจะมีอะไรผิดพลาด พระทุกรูปมากันพร้อม ผมและนาคชัยก็ขึ้นนั่ง โดยพระนั้นจะนั่งเรียงตามลำดับพรรษา ผมและนาคชัยจึงนั่งหลังสุด แล้วตามด้วยเณร  พ่อแม่และญาติมิตรของผมและของพระชัยต่างนำภัตตาหารมาประเคน  เมื่อประเคนเสร็จ หลวงพ่อนำสวดบทพิจารณาอาหาร ปฏิสังขาโยฯ (ตอนนั้นผมยังท่องไม่ได้ แต่หลังจากบวชมา 1 เดือน ตอนนี้ผมยังท่องได้ขึ้นใจเลยครับ) ผมและนาคชัยฉันด้วยความประหม่า เพราะกลัวว่าจะไม่สำรวม ผมฉันช้ามาก และฉันไม่ทัน เพราะแขนต้องหนีบจีวรไว้ด้วย และต้องระวังการเคี้ยวอาหารไม่ให้เสียงดังด้วย (การฉันอาหารเสียงดังผิดศีลใน ๒๒๗ ข้อด้วยครับ) เมื่อฉันเสร็จ ผมก็กลับไปที่กุฏิเพื่อจัดที่สำหรับจำวัด จากนั้นเพื่อน ๆ ก็มาลาผมเพื่อเดินทางกลับ พ่อแม่และญาติก็ทยอยกันกลับไป  ผมเป็นพระเต็มตัวแล้ว รู้สึกตื้นตันและสุขอย่างบอกไม่ถูกเลยครับ ผมเคยคิดว่าตัวเองจะต้องบวช เพราะผมประทับใจกับคำสอนของพระพุทธเจ้าตั้งแต่ตอนเด็ก แล้วครับ ทุกครั้งที่เรียนวิชาพระพุทธศาสนา ผมจะตั้งใจเรียนมาก และรอฟังหลักธรรมดี ๆ ที่จะนำไปปรับใช้ได้  บัดนี้สิ่งที่ผมคิดจะทำมาตั้งแต่ตอนเด็ก ๆ ก็เป็นจริงแล้ว...พระชาคโร




 

Create Date : 06 เมษายน 2554
1 comments
Last Update : 13 เมษายน 2554 2:14:32 น.
Counter : 307 Pageviews.

 


อนุโมทนาบุญด้วยนะคะ

 

โดย: kwan_3023 6 เมษายน 2554 7:19:29 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


น้ำผึ้งพระอาทิตย์
Location :
กาญจนบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add น้ำผึ้งพระอาทิตย์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.