Group Blog
 
 
สิงหาคม 2550
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
1 สิงหาคม 2550
 
All Blogs
 
เรื่องควรรู้สำหรับคนที่ถือวีซ่าคู่หมั้น หรือคู่สมรส อเมริกา



Q: คือว่ากำลังขอวีซ่าคู่หมั้น จะไปแต่งงานที่อเมริกาค่ะ แต่เห็นเวลามีใคร โดนสามีทิ้งบ้าง ทำร้ายบ้าง ชักใจไม่ค่อยดี คุณลาวัณย์วดี มีอะไรแนะนำ บ้างไหมคะ



A: ดิฉันถืิอภาษิต กันไว้ดีกว่าแก้ค่ะ ถ้ากันไว้ก่อน อย่างน้อยที่หนัก ก็จะกลายเป็นเบา ก่อนมาอเมริกา เรื่องที่อยากแนะนำ ให้ทำให้เรียบร้อยก่อน คือ..


ใบขับขี่


ถ้ามีใบขับขี่ถาวรของไทยอยู่แล้ว ให้ติดต่อกรมการขนส่งทางบก เพื่อขอใบขับขี่ฉบับแปลเป็นภาษาอังกฤษ โดยกรมฯ ประทับตราและลงนาม คุณสามารถใช้ใบขับขี่ฉบับแปลเป็นภาษาอังกฤษนี้ ขับรถในอเมริกาได้ โดยที่ยังไม่ต้องมีใบขับขี่ของรัฐ ทั้งนี้มีเงื่อนไขว่า คุณต้องมีชื่อคุณ ในกรมธรรม์ของรถคันที่คุณขับ ตรงนี้จะช่วยได้มาก ถ้าหากการยื่นขอ กรีนการ์ดใช้เวลานาน คุณจะได้ไปไหนมาไหนได้ โดยไม่ต้องรอ

การทำใบขับขี่สากลนั้น มีค่าเทียบเท่าใบขับขี่ฉบับแปลเป็นภาษาอังกฤษ คุณจะทำหรือไม่ทำก็ได้ ที่แน่ๆ คือราคาแพงกว่ามาก และมีอายุแค่ปีเดียว


บัญชีธนาคาร


บัญชีธนาคารในไทย อย่าเพิ่งปิดหมด ทิ้งบัญชีฝากออมทรัพย์ ไว้สักหนึ่งบัญชี ถ้ามีเครดิตการ์ดด้วยก็ยิ่งดี อย่าไปยกเลิก เก็บไว้เฉยๆ ห้ามใช้ ปล่อยให้วงเงินว่างๆไว้ ยามฉุกเฉินจะช่วยได้มาก ไม่ต้องบอกแฟน ด้วย สำหรับบัญชีฝากออมทรัพย์ สมัครใช้ออนไลน์ด้วย เวลาคุณอยู่ ต่างประเทศ ก็สามารถออนไลน์เช็คยอดเงิน ชำระค่าบัตรเครดิต ชำระค่าสินค้า หรือบริการ หรืออื่นๆ และบัตรเดบิทหรือเครดิตก็เก็บไว้ให้ดี สำหรับยามฉุกเฉินเท่านั้น


ถ้าคุณพกเงินติดตัวไปตอนเดินทาง ซื้อเช็คเดินทาง สั่งจ่ายเป็นชื่อคุณ อย่าพกเงินสดจำนวนมากๆ ถ้าแฟนคุณถามว่าคุณมีเงินติดตัวไหม ก็บอกว่า ไม่มี ถ้าแฟนชวนให้เอาเงินฝากในบัญชีเค้าก่อน ระหว่างที่คุณยังไม่สามารถ เปิดบัญชี ธนาคารของตนเองได้ ตอบปฏิเสธดีๆ เพราะการให้ไปแปลว่า คุณอาจจะไม่ได้คืน ต่อให้รักกันยังไงก็ตามที และถ้าเกิดเหตุฉุกเฉิน ที่คุณอาจจะต้องการค่าเดินทาง คุณต้องมีเงินสำรองบ้าง ถ้าไม่มีเลย จะลำบากมาก


ข้อมูลที่ต้องรู้


ถ้าแฟนทำเรื่องขอวีซ่าเอง ไม่ได้จ้างทนาย พยายามติดตามหน่อยว่า เอกสารมีรายละเอียดอะไรบ้าง


ถ้าแฟนจ้างทนายก็ขอสำเนาเอกสารทั้งหมดที่ส่ง มาด้วยชุดนึง อ้างว่า จะถือเอาไปด้วยวันสัมภาษณ์ ที่ให้ขอไว้ก็เพราะในวันข้างหน้า ถ้าเกิด ไปด้วยกันไม่รอด ก่อนที่จะยื่นเรื่องขอถอดถอนเงื่อนไข จะได้มีสำเนา ข้อมูลเดิม ที่สามารถอ้างถึง ใช้เป็นประโยชน์ได้ เช่นต้องรู้ว่าใน letter of intent นั้น เช่นว่าคุณทั้งสองพบกันได้ยังไง ตั้งแต่เมื่อไหร่ และเรื่องอื่นๆ เช่น แฟนทำงานที่ไหน รายได้เท่าไหร่ มีหนี้ไหม ที่แนะนำให้หาข้อมูลตรงนี้ เพราะถ้าคุณเกิดไปกันไม่รอด ในระยะสองปีแรก และคุณต้องยื่นเรื่อง ขอถอดถอนเงื่อนไขด้วยตนเอง คุณจะได้อ้างได้ว่า สามีหลอกคุณ และประการสำคัญ ทางการใช้ประเด็นนี้เป็นการพิสูจน์ว่า คุณแต่งงานกัน เพราะอะไร จริงใจหรือเปล่า


หลายรายสามีจ้างเอเย่นต์ทำวีซ่าให้ จริงๆ แล้วรู้จักกันไม่กี่เดือน ทางเอเย่นต์ สร้างเรื่องขึ้นมาใหม่ทั้งหมด เจ้าตัวไม่ทราบอะไรเลยแม้แต่ว่า letter of intent นั้นมีรายละเอียดว่าอย่างไรบ้าง พอต้องถอดถอน เงื่อนไข ด้วยตนเอง ทนายก็ช่วยไม่ได้เพราะไม่ทราบจริงๆ ว่า ทำอะไรไว้บ้าง


สำเนาเอกสารฉบับสำรอง


ถ้าที่บ้านมีสแกนเนอร์ ให้สแกนเอกสารทั้งหมดเป็นไฟล์ PDF แล้วส่ง เป็นอีเมล์ ถึงตัวเอง สำหรับเก็บไว้ เผื่อฉุกเฉินจะได้มีสำเนาไว้ใช้ อีเมล์ที่เ ป็นตู้เก็บเอกสารนี้ ควรเปิดต่างหาก อย่ารวมกับอีเมล์ที่ใช้ประจำ เลือกบริการ ที่ไม่มีค่าใช้จ่ายและไม่ลบของเราออก ถ้าเราไม่เช็คเมล์บ่อยๆ และที่สำคัญอย่าให้แฟนรู้เป็นอันขาด


อย่าเลือกให้คอมพิวเตอร์จำอีเมล์แอดเดรส หรือ username


เอกสารที่สำคัญ ที่ต้องเก็บก็มีสูติบัตรทั้งฉบับภาษาไทยและฉบับแปล ทะเบียนสมรส ใบหย่า (ถ้าเคยแต่งงานมาก่อน) ใบเปลี่ยนชื่อสกุล (ถ้าเคยเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุล) สำเนาพาสปอร์ต (ทั้งหน้าแรกแ ละหน้าวีซ่า) ใบขับขี่ของไทย ทรานสคริพท์ ใบผ่านงาน ฯลฯ


หลักฐานความสัมพันธ์


หลักฐานการติดต่อกันระหว่างที่ยังไม่ได้วีซ่า รวมทั้งอีเมล์ที่ส่งถึงกัน ทั้งของแฟนและของคุณ อย่าลบทิ้งเป็นอันขาด ถึงจะได้วีซ่าแล้วก็ตาม เซฟเป็นไฟล์หรือทำแบ็คอัพไว้ เพราะหากแต่งงานไปไม่ถึงสองปี เกิดหย่าร้าง คุณต้องขอถอดถอนเงื่อนไขด้วยตนเอง จะได้ใช้เป็นหลักฐาน ว่า คุณแต่งงานกับสามีโดยบริสุทธ์ใจ ส่วนมากพลาดเรื่องนี้เพราะคิดว่า ได้วีซ่าแล้ว ไม่จำเป็นต้องเก็บ เปลืองที่เปล่าๆ เก็บค่ะ เอาไว้คุณได้ กรีนการ์ด สิบปีแล้วค่อยลบทิ้ง ตอนนั้นไม่เป็นไรแล้ว


ลูก (ถ้ามี)


ถ้าคุณมีลูกติดมาจากการแต่งงานครั้งก่อน และแฟนคุณยินดีที่จะ เป็น สปอนเซ่อร์ ให้เด็กๆ ด้วย และทำเรื่องพร้อมคุณ อย่าเพิ่งเอาลูกมาด้วย ฝากไว้กับคุณตาคุณยาย หรือญาติที่ไว้ใจได้ก่อน รอให้คุณเข้าที่เข้าทาง เอกสารพร้อม ได้กรีนการ์ด มีใบขับขี่ และถ้าจะให้ดีคือมีงานทำ มีรายได้ ถึงตอนนั้นค่อยรับลูกมาอยู่ด้วย เพราะถ้าคุณกับสามีเกิดไปกันไม่ได้ คุณเอง ก็ไม่สามารถพึ่งตัวเองได้ ลูกจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ ทำให้คุณหาที่อยู่ หางาน ลำบาก เพราะไม่คล่องตัว ถ้าคุณลงหลักปักฐานมั่นคงแล้ว ก็ไม่มีปัญหาอะไร


บางรายสามีไม่รู้ว่าค่าใช้จ่าย ในการยื่น ขอปรับสถานะ ให้ภรรยากับ ลูกติดนั้น เป็นจำนวนเท่าไหร่ พอรู้เข้าเลยพาล ไม่ยอมยื่นเรื่องให้ อ้างว่าไม่มีเงิน ลงท้ายภรรยาจดทะเบียนสมรสแล้ว ก็ขอกรีนการ์ดไม่ได้ เพราะสามีไม่ยอมทำให้ จะหนีก็ติดตรงลูก ติดตรงไม่มีเงิน เลยทำให้ ต้องทนอยู่อย่างนั้น น่าสงสารมาก


มาถึงอเมริกาแล้ว.. ที่ต้องทำก็มี


หลักฐานเรื่องการปรับสถานะ


เก็บเอกสารทั้งหลายที่ USCIS ส่งมาให้ดี ทำสำเนาเก็บไว้กับเอกสาร ที่แนะนำให้เก็บ ข้างบน ส่วนฉบับจริงถ้าทำได้ ให้เก็บเอง อย่าให้แฟนมายุ่ง ที่แนะนำอย่างนี้ก็เพราะ ถ้าเกิดทะเลาะถึงขั้นเลิกกัน แฟนคุณ ในฐานะที่เป็น สปอนเซ่อร์สามารถแจ้ง USCIS เพื่อขอถอนการเป็นสปอนเซ่อร์ได้ ถ้าทางการรับแจ้งก็แปลว่าเค้าส่งคนมาตามคุณ แน่นอน แต่การรับแจ้ง ทางโทรศัพท์นั้น ทางแฟนคุณจะต้องรู้เลข A# ของคุณ มิฉนั้นทาง USCIS จะไม่รับแจ้ง ถ้าคุณเก็บเอกสารหมด ไม่ให้เค้าหาเจอได้ คุณก็จะมีเวลาในการยื่นเรื่องอุทธรณ์ จะได้ไม่โดนเนรเทศทันทีค่ะ


สร้างหลักฐานถิ่นที่อยู่


ถ้าคุณยังไม่ได้สัมภาษณ์ ระหว่างรอ สร้างหลักฐานถิ่นที่อยู่ ที่บ้านสามี ของคุณ เช่น ให้เพื่อนหรือทางบ้านส่งจดหมาย หรือโปสการ์ดถึงตัวคุณ สมัครสมาชิกนิตยสาร ต่างๆ หรือเขียนขอ ฟรีแคตตาล็อคของสินค้า หรือบริการต่างๆ โดยใช้ชื่อคุณ ทั้งนี้ เพื่อเป็นหลักฐาน ว่าคุณอยู่กินกับสามี จริงๆ ถึงสามีจะไม่ยอมเพิ่มชื่อคุณ ในสัญญาเช่าบ้าน บิลค่าสาธารณูปโภค ต่างๆ บัญชีธนาคาร ฯลฯ

มีต่อค่ะ



© 2007 Lawanwadee



Create Date : 01 สิงหาคม 2550
Last Update : 3 พฤศจิกายน 2550 13:19:52 น. 4 comments
Counter : 981 Pageviews.

 
สวัสดีค่ะ ขอบคุณสำหรับสาระความรู้เกี่ยวกับกฏหมายที่นำมาเผยแพร่นะคะ...มีประโยชน์มากมายเลยค่ะ


โดย: ธิดาดอง วันที่: 1 สิงหาคม 2550 เวลา:16:44:11 น.  

 
Your Blog and your website very useful...
Thanks a million!


โดย: RealLoveExist-JJ วันที่: 7 ธันวาคม 2550 เวลา:10:03:05 น.  

 
ขอบคุณมากๆเลยนะคะ อนุญาต แอดนะคะ


โดย: แนนนิสา วันที่: 24 ตุลาคม 2551 เวลา:18:38:42 น.  

 
สุดท้ายก็ต้องบอกเค้าว่าขอเป็นวีซ่าแบบคู่หมั้น ดีที่สุด ขอบคุณค่ะ


โดย: iamjaii วันที่: 20 พฤศจิกายน 2551 เวลา:23:08:29 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Lawanwadee
Location :
California United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 44 คน [?]




ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและติดต่อดิฉันได้ที่ http://lawanwadee.com/

หากคุณกำลังประสบปัญหาเรื่อง domestic violence เช่น สามีทำร้ายร่างกาย สามีเอาข้าวของๆ คุณออกมาโยนไว้หน้าบ้าน ไล่คุณออกจากบ้าน เปลี่ยนกุญแจ หรือสามีบังคับให้คุณขายบริการทางเพศ บังคับให้เข้าร่วมกลุ่มสวิงกิ้ง หรือทำการใดๆ ที่เป็นการบังคับขู่เข็ญ คุณสามารถติดต่อดิฉันได้ ทางฟอร์มข้างล่างนี้ กรุณาเล่ารายละเอียดทั้งหมด ตั้งแต่คุณมาด้วยวีซ่าอะไร เมื่อไหร่ แต่งงานมานานเท่าไหร่ เกิดอะไรขึ้น ฯลฯ และระบุชื่อเมือง รัฐ และ zip code มาด้วย ถ้าเป็นกรณีเร่งด่วน กรุณาให้เบอร์โทรศัพท์ของคุณมาด้วยค่ะ
Friends' blogs
[Add Lawanwadee's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.