space
space
space
 
ตุลาคม 2559
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
space
space
21 ตุลาคม 2559
space
space
space

สุดยอดเทคนิค พิชิต TOEFL



สุดยอดเทคนิค พิชิต TOEFL

สำหรับใครที่กำลังจะสอบ TOEFL วันนี้ DailyEnglish มีเคล็ดลับสุดพิเศษมาบอกกันแบบฟรีๆ งานนี้ใครที่กำลังกังวลอยู่กับการเตรียมตัว TOEFL กำลังเหน็ดเหนื่อยอยู่กับการอ่านหนังสือกองโต เตรียมเฮได้เลย เพราะเคล็ดลับที่จะเราจะนำมาบอกกันในวันนี้ จะช่วยให้คุณเหนื่อยน้อยลงแต่ได้ผลที่คุ้มค่าสุดๆ ซึ่งต้องขอขอบคุณเทคนิคดีๆ จากสถาบันจุฬาติวเตอร์ (https://www.chulatutor.com/toefl/) เป็นอย่างยิ่ง ที่นำเทคนิค เคล็ดลับดีๆนี้มาบอกต่อกัน เรียกได้ว่าบอกกันแบบหมดเปลือก บอกกันแบบไม่มีกั๊กเลยทีเดียว ใครอยากได้คะแนน TOEFL แบบพุ่งกระฉูด ต้องไม่พลาด!!!! เราไปดูกันดีกว่าค่ะว่า เคล็ดลับพิชิตคะแนน TOEFL มีอะไรกันบ้าง…

สำหรับเทคนิคพิชิต TOEFL Listening มีดังนี้ค่ะ

1. ปรับเสียงหูฟัง –ปรับให้ดังเล็กน้อยเพื่อการฟังที่ชัดเจน

2.ตั้งใจฟัง – เราต้องมีสมาธิอยู่กับการฟังเพื่อเก็บรายละเอียดของเนื้อหาที่เรากำลังฟังอยู่ให้ถูกต้องที่สุด

3.หัดฟังเยอะๆ – พยายามฝึกฝนจากข้อสอบ TOEFL เก่าๆหรือ Practice Test ต่างๆ โดยรอบแรกให้ฟังและโน้ตเหมือนเวลาทำข้อสอบ TOEFL จริง ครั้งต่อไป ให้ฟังพร้อมดูเทปสคริปและสังเกตว่าคำไหนที่เราฟังไม่ออก การทำแบบนี้จะทำให้เราฟังได้เก่งขึ้น และทำข้อสอบได้เร็วขึ้นด้วยค่ะ

4.ฟังสำเนียงที่หลากหลาย – แม้ว่าTOEFL จะเป็นข้อสอบของอเมริกา แต่สำเนียงที่เราจะได้ยินอาจเป็นสำเนียงบริติช ออสเตรเลียน หรือนิวซีแลนด์ เพราะฉะนั้นฟังให้หลากหลายสำเนียงเข้าไว้ ปลอดภัยที่สุดค่ะ

5.การทำความคุ้นเคยกับคำถาม – ช่วยให้เราไม่ต้องกังวลกับคำถาม คุ้นเคยกับสิ่งที่ข้อสอบมักจะถาม เราจะจับเนื้อหาที่ได้ยินได้ดีขึ้นด้วยค่ะ

6.ทำความคุ้นเคยกับสำนวนการพูด – แนะนำให้ดูหนังหรือซีรีย์ฝรั่ง โดยสังเกตลักษณะท่าทาง การคุยกันของตัวละคร น้ำเสียง จนเกิดความคุ้นเคย เวลาอยู่ในห้องสอบจะทำข้อสอบ TOEFL ได้ง่ายขึ้นและเร็วขึ้น

7.จด Keyword ตอนฟัง – จดเฉพาะเนื้อหาหลักๆ หากเป็น Lecture แล้วมีการแนะนำ New word, new idea, new concept สิ่งเหล่านี้มักจะเป็นสิ่งสำคัญที่โจทย์จะถามค่ะ

8.อย่าจดทุกอย่างที่ได้ยิน – เพราะจะทำให้เราเสียสมาธิ หากเราไม่รู้ว่าสิ่งไหนสำคัญ ก็ควรฝึกฝนบ่อยๆ ว่าแนวข้อสอบ TOEFL เป็นอย่างไร มักถามอะไร

9.เลือกคำตอบให้ดี – เพราะเราไม่สามารถกลับมาแก้ไขคำตอบได้

10 .จับจุดอ่อนของตัวเอง – เวลาที่เราฝึกทำข้อสอบ TOEFL หากมีข้อไหนที่ทำผิด แนะนำให้ย้อนกลับกลับไปฟังอีกรอบ แล้ววิเคราะห์ว่าเราผิดเรื่องอะไร ผิดในส่วนไหน จะทำให้เราทำข้อต่อๆไปอย่างระมัดระวังมากขึ้น

ข้อสอบ TOEFL แบ่งออกเป็น 3 พาร์ทใหญ่ๆ ใช้เวลาประมาณ 20 นาที มีข้อสอบทั้งหมด 6 ข้อ โดย คำถามข้อที่ 1 และ 2 เป็นเรื่อง Family Topics พูดเรื่องใกล้ตัวเรา ข้อที่ 3 และ 4 เป็น Integrated Tasks ‘Reading-Listining-Speaking’ มักจะเป็นการอ่านประกาศหรือบทความ ฟังบทสนทนา/เลคเชอร์ และพูดตอบ ส่วนข้อที่ 5 และ 6 คือ Integrated Task ‘Listening-Speaking’ เป็นการฟังบทสนทนา/เลคเชอร์ และพูดตอบนั่นเองค่ะ

สำหรับเทคนิคพิชิต TOEFL Speaking มีดังนี้ค่ะ

1. ตอบให้ครบ – เราต้องรู้หลักการตอบและตอบให้ตรงประเด็น

2. เทคนิคการตอบคำถามข้อที่ 1 และ 2 – Family Topicsจะให้พูดเรื่องใกล้ตัว ซึ่งอาจจะเป็นคน, สถานที่, สิ่งของ, เหตุการณ์ต่างๆ ที่เราประทับใจ คำที่เรามักจะได้ยินในคำถามมักจะเป็น  favorite, the best, the most โดยเราจะมีเวลาในการเตรียมตัว 15 วินาทีและพูด 45 วินาทีค่ะ โดยคำถามข้อที่ 1 ที่พบบ่อยก็อย่างเช่น ให้อธิบายถึงเหตุการณ์ และทำไมเราถึงคิดถึงมัน การตอบคำถาม เราควรให้เหตุผลประกอบสัก 2 ข้อ โดยมีการอธิบายและยกตัวอย่างเพิ่มเติมค่ะ คำถามข้อที่ 2 จะเป็นการให้เราเลือกระหว่าง 2 สิ่ง แล้วให้เหตุผลหรือแสดงความคิดเห็นว่าเห็นด้วยหรือไม่ เราควรตอบโดยขึ้นต้นประโยคด้วยค่ำว่า “In my opinion, ……….”

3. เทคนิคการตอบคำถามข้อที่ 3 – ให้เวลาอ่านประกาศ 45 วินาที จะเป็นเรื่องของสถานการณ์ต่างๆ ที่จะได้เจอในรั้วมหาวิทยาลัย หลังจากนั้นจะเป็นบทสนทนาของคน 2 คน แล้วให้เราพูดตอบประมาณ 60 วินาที สิ่งที่เราต้องจดจากที่ได้ยินคือ มีความเปลี่ยนแปลงอะไรเกิดขึ้นบ้าง เกิดเพราะอะไร เกี่ยวข้องกับประกาศอย่างไร และเวลาพูดตอบให้ขึ้นต้นด้วยคำว่า “According to the announcement, ……”

4. เทคนิคการตอบคำถามข้อที่ 4 – จะให้อ่านบทความและฟังบรรยาย แล้วพูดว่าสิ่งที่อาจารย์พูดในการบรรยายนั้นเกี่ยวข้องกับบทความที่อ่านอย่างไร ให้เวลาอ่าน 45 วินาที เตรียมตัว 30 วินาที และพูดตอบ 60 วินาที เทคนิคก็คือ ให้จดหัวข้อพวกDefinitionsเป็นข้อๆ ในส่วนของการฟัง ให้เราจดว่าครูยกตัวอย่างอะไรบ้าง และเวลาพูดตอบให้ขึ้นประโยคว่า “From the reading, X is explained as …definitions.. .

5. เทคนิคการตอบคำถามข้อที่ 5 – จะเป็นการฟังบทสนทนาว่าเกิดปัญหาอะไรขึ้น มีการเสนอทางแก้ยังไง และให้เราพูดว่าเห็นด้วยกับวิธีไหน แก้ปัญหาแบบไหนพร้อมให้เหตุผลประกอบ โดยเตรียมตัว 20 วินาที พูด 60 วินาที ในระหว่างที่ฟัง แนะนำให้จดโน้ตแยกฝั่งผู้พูด จดปัญหา และทางแก้ไขที่ 1 และ 2 พร้อมทั้งรายละเอียด โดยkeywordที่เรามักจะเจอคือ struggling, problem,  can’t ในการตอบให้ใช้คำขึ้นประโยคว่า The man has a problem of ………. So, the woman suggests him two solutions. The first solution is ……

6. เทคนิคการตอบคำถามข้อที่ 6 – จะเป็นการฟังเลคเชอร์แล้วให้เราสรุป แนะนำให้จดTopics Definitions Subtopic I & IIและควรมีการยกตัวอย่างเพื่อให้เราพูดสรุปได้อย่างครอบคลุม ครบถ้วนทุกประเด็น สำหรับการจดโน้ตจดแค่เพียง Keyword ก็พอแล้วค่ะ เพราะเนื้อหาจะค่อนข้างเยอะ โดยข้อนี้ให้เวลาเตรียมตัว 20 วินาที พูดตอบ 60 วินาทีค่ะ

7. Paraphraseและการใช้Transition words – การใช้ Paraphrase ในการตอบคำถามจะช่วยให้เราสามารถหลีเลี่ยงการใช้ศัพท์หรือประโยคซ้ำเดิมได้ เพราะการใช้คำหรือประโยคที่หลากหลายจะมีโอกาสได้คะแนนดีกว่าค่ะ และในการตอบคำถามแต่ละอย่างควรจะต้องเรียงลำดับความคิดของเราให้ชัดเจนโดยการให้ Transition words นั่นเองค่ะ

8. ฝึกทำข้อสอบ TOEFL โดยการจับเวลา – นอกจากจะทำให้เราฝึกคิดได้เร็วขึ้นแล้ว ยังช่วยให้เราวางOutlineให้ทันและตอบได้ในเวลาที่กำหนดด้วยค่ะ

9. อัดและฟังเสียงที่เราพูด – เพื่อดูว่าการพูดของเราดีหรือไม่ การพูดที่ดีนอกจากจะต้องพูดอย่างถูกต้องแล้ว จะต้องไม่มี…..เอิ่ม อ่า ระหว่างที่พูด น้ำเสียงต้องฟังง่าย ออกเสียงให้ชัด ออกเสียงถูกต้อง และไม่พูดช้าหรือเร็วเกินไป

10. ฝึกทำข้อสอบ TOEFL ในที่ๆ มีเสียงดังๆ – เนื่องจากในสนามสอบจริง ผู้เข้าสอบทุกคนจะนั่งสอบติดกัน เริ่มสอบ TOEFL พร้อมกัน แน่นอนว่าเสียงของคนรอบข้างนั้นพร้อมที่จะทำลายสมาธิเราได้เสมอหากเราไม่ชิน ดังนั้น การฝึกแบบนี้จะช่วยให้เราไม่วอกแวกและมีสมาธิในการทำข้อสอบ TOEFL ได้เป็นอย่างดีค่ะ

TOEFL Writing

สำหรับ TOEFL Writing ข้อสอบจะมี 2 พาร์ท คือ Integrated Task “Read-Listen-Write” คือ อ่านบทความ ฟังเลคเชอร์ และเขียนตอบ ว่าสิ่งที่เราได้อ่านได้ฟังนั้นเกี่ยวข้องกันอย่างไร ใช้เวลาทำประมาณ 20 นาที และ Independent Task จะเป็นการเขียนอย่างเดียว โดยใช้เวลาทำประมาณ 30 นาที ค่ะ เราไปดูกันดีกว่าค่ะว่า

1. รู้จักคำถาม – สำหรับพาร์ท Integrated Task ให้สรุปประเด็นจากเลคเชอร์ให้ครบถ้วน แล้วแสดงความเชื่อมโยงกับPassage โดยห้ามใส่ความคิดเห็นส่วนตัวของเราลงไป และควรตอบให้ให้ตรงประเด็นส่วนพาร์ท Independent Task ให้เราแสดงความคิดเห็นพร้อมกับให้เหตุผลประกอบ โดยคะแนนที่ได้ จะมาจากการให้เหตุผลประกอบที่ชัดเจนนั่นเองค่ะ

2. หัดพิมพ์ด้วยKeyboard – เพื่อให้เราชินกับการใช้ Keyboard สุด เพราะเมื่อเราใช้ Keyboardได้อย่างคล่องแคล่วก็จะช่วยให้การเขียนในสนามสอบจริงเป็นไปด้วยความรวดเร็วค่ะ

3. เทคนิคการทำข้อสอบพาร์ทIntegrated Task – การสอบจะเป็นการอ่าน passage – ฟังเลคเชอร์ – เขียนตาม เทคนิคที่เราต้องมีคือ การจด Opinion นั่นเองค่ะ หากเป็นการแสดงความคิดเห็นให้จดเหตุผลลงไปด้วย ซึ่งมักจะอยู่ตรงส่วนต้นของ Paragraph โดยเราจดเพียงแค่ keyword ก็พอค่ะ ส่วนตอนที่เราฟังเลคเชอร์เราควรจดข้อมูลเทียบกับสิ่งที่เราได้อ่านมาก่อนหน้านี้โดยควรลิสต์ให้ชัดเจนค่ะ

4. เทคนิคการทำข้อสอบพาร์ทIndependent Task – แนะนำให้แบ่งเนื้อหาเป็นส่วนๆอย่างชัดเจน คือ  Intro, Body1, Body2, Conclusion ว่าเราเห็นด้วยหรือไม่ ยังไงค่ะ ถือเป็นการวางแผนที่ดีในการเขียนค่ะ

5. ซ้อมคิดคำตอบภายใน 5 นาที – เพราะจะช่วยให้เราคิดคำตอบหรือหาเหตุผลสนับสนุนได้เร็วขึ้น และมีเวลาในการเขียนได้มากขึ้น

6. หัดตรวจงานตัวเอง – โดยสิ่งที่เราต้องเช็คคือGrammar, Spelling, Signal words  เช่น and/also/moreover/furthermore เป็นต้น การฝึกตรวจงานบ่อยๆจะทำให้เราสามารถมองหาข้อผิดพลาดได้ง่ายและรวดเร็ว เวลาไปสอบจริงๆจะได้ตรวจทานการเขียนของตัวเองภายในระยะเวลาที่จำกัดได้

7. รู้เกณฑ์การให้คะแนน – การให้คะแนนของ TOEFL Writing แบ่งเป็น
- Development – พาร์ทแรก พูดครบทุกประเด็น และเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับเลคเชอร์ พาร์ทที่สอง ในการแสดงความคิดเห็นต้องมีเหตุผลสนับสนุนที่ชัดเจน
- Organization – แยก paragraph เพื่อแสดงให้เห็นการลำดับความคิด การไม่ใช้คำซ้ำ
- Language Use – ถูกหลักไวยากรณ์ รูปการใช้ประโยค ใช้คำหลากหลาย มีการใช้ Synonyms

8. มีการใช้Paraphrase– เพื่อให้สิ่งที่เราเขียนของเราอ่านแล้วไม่น่าเบื่อ หรือเจอแต่คำซ้ำๆไปมา ซึ่งมีผลกับคะแนนมากๆค่ะ

9. อ่านทวนสิ่งที่เขียน

10. จับเวลาทำข้อสอบ TOEFL –โดยให้จับเวลาเท่ากับที่ข้อสอบ TOEFL จริงจับเวลาเราค่ะ การฝึกแบบนี้จะช่วยให้เรารู้ว่าเราต้องเขียนอย่างไรเพื่อให้ทันภายในระยะเวลาที่ข้อสอบ TOEFL กำหนดไว้

TOEFL – Reading

ข้อสอบ TOEFL พาร์ทนี้ จะประกอบด้วย 3-4 Passage โดยแต่ละ Passage จะใช้เวลาประมาณ 20 นาที เวลารวมทั้งหมด ประมาณ 60 – 80 นาที และ

1. ลองทำข้อสอบ TOEFL ในคอมพิวเตอร์ – ใครที่ไม่เคยทำข้อสอบ TOEFL ในคอมพิวเตอร์เลยก็อาจเสียเปรียบได้นะคะ เพราะข้อสอบ TOEFL จะทำในคอมพิวเตอร์ แนะนำให้ไปโหลด TOEFL Sampler ที่เว็บไซต์ของ ETS มาลองทำกันค่ะ โดยหน้าตาของโปรแกรมก็จะเหมือนกับที่เราจะได้เจอในสนามสอบจริง จะได้เกิดความคุ้นเคย เวลาสอบจริงจะได้ไม่พลาดค่ะ

2. อ่าน Passage ด้วยการ skim – ให้เราอ่านที่ย่อหน้าแรกคร่าวๆ แล้วอ่านสองประโยคแรกของย่อหน้าต่อๆ ไป และอ่านย่อหน้าสุดท้ายคร่าวๆ ค่ะ เราจะเห็นภาพรวมของเนื้อหาทั้งหมดโดยที่ไม่เสียเวลามากเกินไปค่ะ

3. อ่านคำถาม-หาคำตอบ–วิธีนี้จะช่วยเราเรื่องเวลาในการทำข้อสอบ TOEFL ค่ะ และตัวข้อสอบ TOEFL เองก็ช่วยเราตรงที่จะถามไล่เนื้อหาตามมาเรื่อยๆ ค่ะ

4. ทำความเข้าใจกับคำถามให้ดี–เนื่องจากคำถามมีหลายแบบ เพราะฉะนั้นเราต้องทำความเข้าใจให้ดีว่า คำถามนั้นๆต้องการอะไร ไม่ต้องการอะไร ยกเว้นอะไร หรืออาจจะให้ลงความเห็น หรือสรุปจากสิ่งที่โจทย์ให้มา ต้องอ่านให้รอบคอบ เพราะเมื่อใดที่เราเข้าใจคำถามผิด คำตอบที่ได้ก็จะผิดตามไปด้วย

5. เดาความหมายศัพท์–คำศัพท์หนึ่งคำมีหลายความหมาย แนะนำให้เดาคำศัพท์จากบริบทแวดล้อมด้วย เพราะสิ่งที่ข้อสอบถามคือความหมายของศัพท์ตามการใช้ใน passage

6. ตัด choice อย่างมีหลักการ –  หากตัวเลือกใดไม่ได้กล่าวถึงหรือขัดกับบทความที่เราได้อ่าน เราสามารถตัดตัวเลือกนั้นทิ้งไปได้เลยค่ะ ซึ่งจะทำให้เราเหลือตัวเลือกน้อยลง โอกาสในการตอบถูกก็มีมากขึ้น

7. สังเกตคำเชื่อมระหว่างประโยค – ใช้ได้กับข้อสอบ TOEFL ประเภทเว้นช่องว่างให้เติมประโยค หากเจอคำเชื่อมที่คล้อยตามกัน เราก็ควรเลือกประโยคที่สอดคล้องกัน

8. หัดจับใจความ–โจทย์มักจะถามว่า ใจความของย่อหน้านั้นๆ คืออะไร หากเราจับใจความสำคัญได้ถูกต้องรวดเร็ว เราก็จะทำข้อสอบ TOEFL ได้ง่ายขึ้น

9. ทำไม่ได้ให้ข้ามไปก่อน–เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาในการทำข้อสอบ TOEFL ข้ออื่นๆ

10. คุมเวลาให้ดี–ต่อเนื่องจากข้อ 9 ค่ะ หากเราติดอยู่ที่ข้อใดนานเกินไป ก็จะทำให้เราทำข้อสอบ TOEFL ไม่ทัน ข้อไหนที่เราไม่มั่นใจให้ข้ามไปก่อน เมื่อมีเวลาเหลือให้เรากลับมาดูและทำข้อสอบ TOEFL ที่ข้ามไปค่ะ

และนี่ก็คือ เคล็ดลับการพิชิตข้อสอบ TOEFL ที่เรานำมาฝากกันค่ะ ไม่ยากเกินไปใช่ไหมล่ะคะ เคล็ด
ลับดีๆ เทคนิคสุดยอดแบบนี้ ลองนำไปฝึกฝนกันดูนะคะ บอกได้เลยว่าจะทำให้การเตรียมตัวสอบ TOEFL ของคุณง่ายขึ้นเยอะ แล้วคะแนน TOEFL ที่หวังไว้จะไปไหนเสีย!!! ขอให้ทุกคนโชคดีกับการสอบ ได้คะแนน TOEFL อย่างที่หวังไว้กันถ้วนหน้าค่ะ


แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม

เครดิต 




 

Create Date : 21 ตุลาคม 2559
0 comments
Last Update : 21 ตุลาคม 2559 11:01:39 น.
Counter : 74 Pageviews.


สมาชิกหมายเลข 1091875
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






space
space
[Add สมาชิกหมายเลข 1091875's blog to your web]
space
space
space
space
space