เตรียมตัวพิชิต IELTS : SPEAKING
คราวก่อนพูดถึงที่เรียน IELTS ไปแล้วนิดหน่อย
แต่ยังหาที่เรียน IELTS ที่ work สำหรับเรายังไม่ได้ = =
ไปเรียนยังไงก็ยังได้แค่ band 5.5 ซึ่งต้องได้ 6 อ่ะ

เลยเริ่มหาข้อมูลโดยการ search GOOGLE ค่าาาา 555

คิดอะไรไม่ออกให้ลองถาม google ก่อน
หลายๆคนบอกว่าให้ฝึกเอง หาตัวอย่างมาเยอะๆ ฝึกพูดเอาเอง
จริงๆไม่คิดว่าวิธีนี้จะได้ผลเท่าไหร่ ถ้าได้ผลจริง กุผ่านไปนานแล้ว Smiley

แต่เอาวะ มีคนทำอย่างนี้แล้วได้คะแนนดีขึ้น เราก็เลยเริ่มการค้นหาข้อมูลขั้นต่อไป
คือการหาตัวอย่างข้อสอบ 

หาบนเน็ตเนี่ย ก็จะได้ตัวอย่างมาจากหลายสำนักบ้าง บางอันก็ out of date ไปแล้ว
คือเดี๋ยวนี้เค้าเปลี่ยนรูปแบบคำถามไว้ แต่ก็ดึงๆมาก่อน

Teacher เคยบอกว่าการสอบ Speaking IELTS 3 parts จะดูตามนี้

PART 1 : เป็นการ Ice Breaking ให้เราผ่อนคลายก่อน คะแนนไม่ได้ขึ้นอยู่พาร์ทนี้มาก
ตอบไปสั้นๆ ประมาณ 1-2 ประโยคก็ได้
PART 2 : เป็นส่วนที่ให้เราได้พูดยาวที่สุด เพราะฉะนั้น เค้าจะให้คะแนนเราตรงนี้
เป็นการตัดสินคร่าวๆว่าเราจะได้ Band 5 , 6 หรือ 7
PART 3 : เป็นพาร์ทปิดท้าย เค้าจะ challenge เรา
ว่า เค้าคิดว่าเราน่าจะได้ 6 แต่เราจะ push คะแนนขึ้นไป 7 ได้มั้ย 
หรือเป็นพาร์ทแก้ตัว อย่างเช่นเราทำ part 2 ไม่ดีเท่าไหร่ เราสามารถฉุดคะแนนขึ้นได้ตอนนี้

เพราะงั้น พาร์ทที่สำคัญที่สุดในการสอบ Speaking คือ PART 2 นะค๊าาาาาา Smiley

พอรู้อย่างนี้เรา เราเลยเน้นการหาตัวอย่างข้อสอบ PART 2 มาดูแนวทาง
และคิดคำตอบตัวอย่างเอาไว้ก่อน เพื่อเป็นการเตรียม Vocabulary เก๋ๆไว้ตอบ

เช่น ตัวอย่างถามเรื่อง Favourite Book
เราก็คิดเตรียมรายละเอียดเกี่ยวกับหนังสือไว้ก่อน
ชื่อหนังสือ ชื่อคนเขียน เป็นคนชาติอะไร เรื่องราวเกี่ยวกับอะไร เขียนไว้เมื่อไหร่ ทำไมเราถึงชอบ
พอคิดอย่างนี้ได้แล้ว เราจะเริ่มนึก Vocab ออก 
เช่น it's my all-time favourite story. เป็นตัวอย่างประโยค cliche ง่ายๆ 
แต่ examiner จะให้คะแนน 555

ที่เหลือก็เติมคำเชื่อมต่างๆลงไป

เช่น อธิบายเหตุผลว่าทำไมเราถึงชอบก็ใส่ไป
I love this book, first of all, because...blah blah blah. More than that.... blah blah blah. Another reason is... blah blah blah.
เวลาพูดควรมีพวกคำเชื่อมแบบนี้ ถ้าไม่มีเลย เราจะโดนหักคะแนนได้

พอเราแอบเตรียมบทพูดแล้ว ลองพูดดูว่า เราสามารถพูดได้ถึง 2 นาทีมั้ย

แล้วถ้าไม่ถึงทำไง 

ถ้าไม่ถึง ก็ให้เลือกอีก topic นึงที่เกี่ยวข้องกับโจทย์ขึ้นมาพูด
อย่างเราเล่าเรื่องหนังสือที่ชอบไปแล้ว 
อาจจะเล่าเพิ่มถึงหนังสือที่ไม่ชอบ หรือนักเขียนที่เราชอบเพิ่มเติมได้

ตรงนี้ ไม่ได้จำเป็นว่าต้องเตรียมบทพูดยาว 2 นาทีไว้สำหรับทุก topic ที่อาจจะเจอได้
แต่ที่เราทำแบบนี้คือเหมือนเป็นการ guideline idea ว่าถ้าเจอเรื่องแบบนี้ เรามีเรื่องที่จะพูดแล้วนะ

ถ้าไม่มีเวลาลองนึกแค่ Vocab ไว้อย่างเดียวก็ได้
ว่าถ้าเราเจอ Topic นี้ เราจะสามาถใส่คำศัพท์อะไรที่เก๋ๆเข้าไปได้บ้าง

แล้วเราควรเตรียม PART 3 ควบคู่กันไปด้วย เพราะคำถามมันจะเกี่ยวเนื่องกัน
ถ้าเราเตรียม PART 2 หลายๆ Topic ติดๆกัน แล้วค่อยมาเตรียม PART 3 ทีเดียว 
ความคิดเราอาจจะไม่ปะติดปะต่อได้

นอกจากการลองพูดจับเวลาแล้ว อย่าลืม อัดเสียง เราตอนพูดไว้ด้วย
ตรงนี้จะค่อนข้างช่วยได้มาก เพราะ

1). เราจะรู้ speed ตัวเอง 
ที่เราพูดไม่ถึง 2 นาทีนี่ อาจเพราะเราพูดเร็วไปก็ได้ ลดสปีดลง แต่อย่าให้ช้าไป

2). เราจะรู้ว่าเราชะงักตรงไหน ผิดตรงไหน 
คิดว่าเรื่อง accent ส่วนใหญ่เราจะไม่ค่อยรู้ตัวหรอกว่าออกเสียงผิดรึป่าว 
ถ้ารู้ก็คงไม่ผิด จริงป่ะ 555
แต่เราจะจับผิดรูปประโยค รูป tense ได้ จะได้รีบแก้ไข



แต่สำหรับคนที่คิดว่าฝึกเองไม่น่าอัพคะแนนได้มาก อยากไปเรียน
อยากแนะนำให้เรียนตัวต่อตัว น่าจะดีกว่าเรียนเป็นกลุ่ม
เพราะ Teacher จะบอกเป็นจุดๆได้เลยว่าเราผิดตรงไหนบ้าง 
และเค้าจะสามารถให้เวลาช่วยเราแก้ไขจุดที่ผิดได้อย่างเต็มที่

สำหรับคอร์สตัวต่อตัว ค่อนข้างจะแพงมากกกกกกก เทียบกับการเรียนเป็นกลุ่ม
แต่จากที่เรียนมา มันได้ผลกว่าจริงๆสำหรับการปรับปรุง Speaking 
อยากให้เลือกคลาสที่เป็น Speaking for IELTS จริงๆ ไม่ใช่ Conversation เฉยๆ
เพราะไม่งั้นก็จะอยู่แค่ Hello! Good morning! How do you do? กันอยู่แค่นี้แหละ 55

อย่างที่บอกว่า Private Class ค่อนข้างแพง ก่อนเรียนได้ไปหาข้อมูลจากที่เด่นๆหลายๆที่มาก่อน

New Cambridge : BTS ชิดลม
Private Class อยู่ที่ 2,200 บาท ต่อชั่วโมง 
Teacher จะมีทั้งจาก UK และ AUS

IDP : BTS สีลม
Private Class 2,000 บาทต่อชั่วโมง ขั้นต่ำต้องลง 10 ชั่วโมง 
Teacher น่าจะเป็น AUS ทั้งหมด
วันนึงต้องเรียนอย่างน้อย 2 ชั่วโมง 

INLINGUA : มีหลายสาขาให้เลือกตามสะดวก
Private Class ที่นี่จะคิดตามจำนวน period ที่ซื้อ 
คือจะมีแบบ 30 periods 100 periods อะไรอย่างนี้ ถ้าซื้อเยอะ ราคาต่อ period จะถูกกว่าจำนวนน้อย
ที่ถามมาต่ำสุดรู้สึกจะอยู่ที่ สามหมื่นนิดๆ ต่อ 30 periods 
เหมือนจะถูกกว่าที่อื่น แต่ 1 period = 50 minutes แต่ของที่อื่นจะคิดเป็นเต็มชั่วโมงเลย
แล้วค่อนข้างบังคับต้องสมัครทีละเยอะๆ

นี่คือ 3 ที่ที่ไปหาข้อมูลมา ไว้เป็น option เผื่อช่วยตัดสินใจ Smiley
แต่ที่ๆเราเลือกไปเรียนคือ IDP แบบไม่มีเหตุผล 55

คือ จริงๆอยากรีบสอบ IELTS ให้เสร็จๆ ผ่านๆไปซะที
และ IDP เป็นที่ที่ไม่ได้บังคับเรียนชั่วโมงจำนวนมากขนาดนั้น 10 ชั่วโมง 5 วันก็เสร็จแล้ว
และค่าเรียนดูจะถูกที่สุดเท่าที่หาข้อมูลมา ก็เลยเลือกเรียนที่นี่

เท่าที่ไปเรียนดู 5 วัน 10 ชั่วโมง ก็ถือว่าโอเค เน้น ติวเข้ม Speaking อย่างเต็มที่
ทำข้อสอบ Speaking IELTS ไปประมาณ 20 ชุดได้ 
แล้ว Teacher ก็จะแนะนำเทคนิคว่า ถ้าบล็อก นึก wording ไม่ออกขึ้นมาจะทำยังไง 555
นอกจากนั้นก็จะชวนคุยเรื่องทั่วๆไป ถือว่าเป็นการ open vision ให้เห็นมุมมองของต่างชาติมากยิ่งขึ้น

เราเน้น รีบเรียน รีบสอบ คือเรียนจบคอร์สวันพฤหัส วันเสาร์สอบต่อเลย 
เทคนิคในหัวสดใหม่มาก เลยไปสอบอย่างมั่นใจเต็มที่
แล้วสุดท้าย ก็ผ่านทุก band ในรอบนั้นนั่นเอง

คือก็ไม่รู้ว่าผ่านเพราะไปเรียน private class นี่รึเปล่า เพราะก็ทุ่มสุดตัวเหมือนกัน
วันไปสอบนี่กระเป๋าหนักมาก เพราะ Note อะไรเยอะแยะเต็มไปหมด
ซึ่งตั้งแต่จบประถมไม่เคยหิ้วกระเป๋าหนักขนาดนี้อีกเลย 555
แต่ก็ถือว่าคุ้มค่าที่ไปเรียนมาค่ะ 
เพราะจากความพยายามสอบ IELTS มาถึงครั้งที่ 4 ก็ผ่านซักที Smiley



Create Date : 21 พฤษภาคม 2556
Last Update : 21 พฤษภาคม 2556 19:13:23 น.
Counter : 7024 Pageviews.

3 comments
  
เคยไปเรียนที่ idp เหมือนกันค่ะ แต่นานมากแล้ว โอเคสำหรับเรานะคะ

ยินดีด้วยนะคะ
โดย: tcKk วันที่: 26 พฤษภาคม 2556 เวลา:20:06:15 น.
  
รบกวนถามหน่อยนะคะ คือตอนนี้เรียน speaking course อยู่อะคะ (แต่เป็นกลุ่มประมาณ 6 คนคะ) รู้สึกท้อมากกเลยคะ เพราะไม่สามารถนึกไอเดีย part 2&3 เลยคะ พอจะขอคำแนะนำหน่อยได้ไหมคะ ว่าควรฝึกหรือเรียนเพิ่มเติมแบบไหนดีคะ
ขอบคุณมากๆๆๆๆๆเลยนะคะ
โดย: Yuki IP: 27.55.134.210 วันที่: 23 สิงหาคม 2556 เวลา:20:22:25 น.
  
ส่วนตัวเคยเรียนคอร์ส Speaking for ielts ที่ IELTS institute ตรงสุขุมวิท 1 ค่ะ อาจารย์สอนดีเลยนะ รู้สึกอาจารย์คนสอนเป็นอาจารย์ต่างชาติที่จบ Cambridge คลาสเล็กด้วย ไพรเวทที่เจ้าของ blog เรียน ชั่วโมงละ 2,000 นี่ไม่ไหวค่ะ แพงเกิ๊นนน
โดย: ยี่หวา IP: 124.120.218.209 วันที่: 31 มกราคม 2557 เวลา:0:11:38 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Little Tatii
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]



พฤษภาคม 2556

 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
20
22
23
24
25
26
27
28
29
31