กว่าจะได้ไปเป็น... นักเรียนนอก [1]

อีก 100 กว่าวัน ก็จะบินข้ามทวีปสู่อังกฤษแล้ว
ระยะเวลาเตรียมตัว 1 ปีพอดี๊ พอดี ยาวนานมาก เพราะมัวแต่ชิว Smiley
เลยมาแนะนำดีกว่า เผื่อใครสนใจอยากไปเรียนต่อที่อังกฤษบ้าง จะได้ไม่ต้องมาเสียเวลาแบบเรา 

กว่าจะไปเป็นนักเรียนนอกกับเค้าได้ซักที มันต้องผ่านหลายขั้นตอนมาก


ก่อนอื่น ตัดสินใจ!!!


คุยกับตัวเองรู้เรื่อง อยากจะไปเรียนอะไรกันแน่
ปรึกษากระเป๋าตังค์ด้วย จะของตัวเอง ของพ่อ-แม่ ขอทุน หรือท่านผู้มีอุปการคุณใดๆ
ว่ามีอยู่งบเท่าไหร่ จ่ายไหวมั้ย และคุ้มค่ากับที่จะจ่ายไปเรียนมั้ย

สารภาพว่า ตอนแรกอยากไปเรียน Le Cordon Bleu Smiley
เพราะชอบทำขนม และพี่ที่ทำงานชวนไปเรียนที่คอร์สAUSด้วยกัน ((ได้ข่าวว่าที่เมืองไทยก็มี))
แต่โดนท่านม๊าดับฝันซะก่อน เพราะเรียนจนจบป.ตรีเมืองไทยแล้ว
งานก็มี สายงานก็ดี นั่งในออฟฟิศชิวๆ
จะไปเริ่มนับหนึ่งใหม่จากการในครัวทำไม ((ก็จริงนะ Smiley))
แถมค่าเรียนต่อคอร์ส 5-6 หลัก
แล้วหลักสูตรนึง มีไม่รู้กี่คอร์ส โอ๊ยยย เห็นเงินแล้วตาลาย Smiley

เมื่อเจ้าของเงินเค้าไม่อนุญาต เราก็คิดใหม่ สุดท้ายก็ตัดสินใจได้ว่า
ตั้งแต่ทำงานมา ตบตีกับแผนก Marketing ที่บริษัทนี่สนุกที่สุดแล้ว
งั้นเราไปเรียน Marketing แล้วกัน Smiley


เลือกสาขาที่อยากเรียนได้แล้วมาพิจารณาเลือกประเทศกัน


อันดับ 1 ประเทศไทย

ฮาาา เขียนมาตั้งยาวเรื่องไปเมืองนอก แต่ทำไมพูดถึงไทยก่อน
จริงๆทุกวันนี้หลักสูตร ป.โทประเทศไทยมีมากมายหลากหลาย ทุกมหาวิทยาลัยมีป.โทกันหมดแล้ว
และแทบทุกมหาลัยดังๆ ก็มีหลักสูตรป.โทอินเตอร์แทบทั้งนั้น
แต่ค่าเทอมก็แพงระยับ พอๆกับไปเรียนเมืองนอกกันเลยทีเดียว
((ประมาณว่าโกยเงินเข้ามหาลัยกันทางนี้))

ข้อดีของเรียนหลักสูตรอินเตอร์ในไทยคือ ได้อยู่บ้าน
เราจะประหยัดค่ากิน ค่าที่อยู่ ค่าเดินทางไปได้เยอะมากกกกกก

ความจริงก็ไปสอบป.โทอินเตอร์ของจุฬามาด้วย ติดแล้ว เค้าโทรมาตามด้วย
แต่มานั่งคิดว่า เห้ย มันก็สภาพชีวิตเดิมๆนะ ป.ตรีก็เรียนที่นี่
แถมถ้าเลือกไปเรียนเมืองนอก จะเป็นโอกาสเดียว และโอกาสสุดท้ายที่พ่อกับแม่จะยอมออกเงินให้แล้วนะ

สุดท้ายเลยปฏิเสธทางจุฬาไป เพราะเราอยากไปเที่ยวเมืองนอก~
นี่เป็นหนทางเดียวที่ป๊าม๊าจะยอมจ่ายตังค์ให้ เพราะงั้นไม่อยู่แล้วจ้าเมืองไทย Smiley


อันดับ 2 อเมริกา

จริงๆที่เมกา หลักสูตรทางด้านการตลาดถือว่าดีมาก 

แต่เป็นประเทศที่เราตัดออกประเทศแรก Smiley

สาเหตุหลักๆคือ รู้สึก((เอาเอง))ชีวิตที่ US ค่อนข้างจะวุ่นวายกว่าทาง UK & AUS อยู่มาก
และที่ US หลักสูตร ป.โทเรียน 2 ปี
ถ้าไปเรียนสองปี เราก็จะขาดรายได้หลักเยอะ และต้องรบกวนทางบ้านเยอะมากขึ้น
เลยตัดออก บายยยย

แต่จริงๆ ถ้าไปเรียนเมกาแล้ว โอกาสจะหางานทำต่อที่นู้นจะค่อนข้างง่ายกว่าทาง UK อยู่มาก
อย่างมีเพื่อนไปเรียน กำลังจะจบแล้ว ก็ได้ offer ทำงานที่นู้นเลยอยู่หลายคน
ต่างจากพวกที่ไป UK ซึ่งกลับมาเปิด Jobsdb นั่งหางานกันเองทั้งสิ้น  


อันดับ 3 ออสเตรเลีย 

เป็นประเทศนึงที่ตอนแรกเกือบตัดสินใจไปแล้ว
ด้วยความเชื่อ ((ตามที่เค้าเล่ากันมา)) ว่าค่าเทอมค่อนข้างถูกกว่าประเทศอื่นๆ
และพี่สาวไปอยู่ที่นู้นมาหลายปีแล้ว ถ้าไปอย่างน้อยก็มีคนให้พึ่งพา 

แต่,, พอมาคำนวณจริงๆแล้ว ที่ AUS เรียนป.โท 2 ปี

พอบวกๆค่าเทอม และค่ากินอยู่สองปีเข้าไป ราคามันเท่ากับไปเรียนที่ UK เลยนี่หว่า
ในเมื่อค่าใช้จ่ายพอๆกัน เลยหยิบ UK ขึ้นมาเป็นอีกตัวเลือก


อันดับ 4 United Kingdom

มหาลัยทางอังกฤษ และสก๊อตแลนด์จะเรียนป.โท 1 ปี
แบ่งเป็นสามเทอม โดยเรียนจริงๆจังๆ 2 เทอม ส่วนเทอมที่สามก็ทำ Dissertation กันไป
((สาขาที่เราไปนะ สาขาอื่นอาจต่างกันออกไป))
ใครจะกลับไปที่บ้านเกิดก็ได้ เสร็จแล้วส่งเล่มกลับไปให้ทางมหาลัย ผ่านก็จบ เย้

เหตุที่ตัดสินใจเลือกที่อังกฤษคือ ชอบความเป็นอังกฤษมากกว่าเมกา
ดูมันเรียบง่าย เงียบสงบมากกว่า คือดูบ้านนอกๆ ชนบทๆมากกว่าน่ะแหละ
เป็นโรคกลัวความวุ่นวาย เลยคิดว่าประเทศนี้น่าจะเหมาะกับเรา 


เมื่อเลือกประเทศได้แล้ว ขั้นต่อไปคือ หาข้อมูลมหาลัย ~
เดี๋ยวมาต่อกัน blog หน้า <3




Create Date : 19 พฤษภาคม 2556
Last Update : 19 พฤษภาคม 2556 17:13:22 น.
Counter : 800 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Little Tatii
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]



พฤษภาคม 2556

 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
20
22
23
24
25
26
27
28
29
31