ラブラブ山コンビ

laruku_poy
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




B Type, Fangirling, ติ่งไปวันๆ


5 X 10 - ARASHI
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2551
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
10 กรกฏาคม 2551
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add laruku_poy's blog to your web]
Links
 

 

[Translate Short Fiction] Tongue-Twister [Toma/ Ohno] Rate: PG - 13

WARNING



Fiction เรื่องนี้เป็น Slash Shonen Ai & YAOI's Fiction
ถ้าคุณรู้จักคำนี้และรับได้เลื่อนลงไปอ่านด้านล่างได้เลย
แต่...ถ้าคุณไม่รู้จัก...จงออกไปซะดีกว่า
ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน ต่างคนต่างอยู่ อารยะชนฟังภาษาคนคงเข้าใจ

.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
Title: Tongue-Twister
Author: kegom http://kegom.livejournal.com
Translator: tsuzureori
Category: Comedy
Pairing: Implied Toma/Ohno, Jun/Ohno
Rating: PG-13
Summary: โอโนะมีปัญหากับบทพูดMAOUและโทมะก็พยายามช่วยเท่าที่จะทำได้
Translator Talk: สนองนีดส์??? ใคร??? คนแปล ก็แปลไปปวดใจไป เพราะว่าโอโนะ ซาโตชิ คือเซเมะอันดับหนึ่งในใจมาตลอด
แต่ด้วยความว่า ทรงผมทรงนี้ของคุณทนายนารุเซะ ทำให้โอน่ารักมั๊กๆเมื่อเทียบกับโทมะที่หล่อลากกกกกกอยู่แล้ว!!!
พออยู่ด้วยกันปุ๊บ โอก็เคะปั๊บทันที อย่างไม่อยากจะยอมรับเท่าไหร่ T^T
ไหนจะไซส์ที่พอดีมือโทมะเกินไปแบบนั้นอีก ฮึกๆ ก็เลยจัดการแปลซะเพื่อตอกย้ำความช้ำตัวเอง
------------------------------------------------------

วินาทีที่โทมะก้าวสู่ห้องแต่งตัวซึ่งเขาทั้งสองคนใช้ร่วมกัน ชายหนุ่มสังเกตเห็นบางสิ่งบางอย่างที่ไม่ถูกต้อง
โอโนะนั่งหลังงองุ้มอยู่บนโซฟายาว หนีบบทของตัวเองด้วยนิ้วมือ
ดวงตาสีน้ำตาลมีเค้ายุ่งยากใจ ริมฝีปากบางขมุบขมิบเล็กน้อยเหมือนกำลังอ่านบทนั่นอยู่
และทุกๆไม่กี่วินาทีก็จะหยุดเม้มปากแล้วก็เริ่มพึมพำต่อไป เป็นแบบนี้อยู่หลายครั้งหลายครา

"มีอะไรหรือป่าว" โทมะถามอย่างอ่อนโยน แต่ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองจากอีกฝ่าย

โทมะกระพริบตาด้วยความแปลกใจและรออีกอึดใจโอโนะก็ไม่ได้แสดงออกซึ่งสัญญาณใดๆว่ารับรู้ว่าเขามาถึงแล้ว
แปลกดี, โทมะนั่งลงถัดจากโอโนะบนโซฟาตัวเดียวกันและชะโงกข้ามไหล่ของอีกฝ่ายเพื่ออ่านสิ่งที่อยู่ในมือฝ่ายนั้น
โอโนะกำลังอ่านบทส่วนที่พวกเขาจะต้องถ่ายทำในวันถัดไป และฉากหนึ่งในนั้นโอโนะได้ทำเครื่องหมายไว้เยอะแยะ

"เกิดอะไรขึ้น" โทมะถามอีกครั้ง

"นายมีปัญหาอะไรกับบทหรือป่าว"

เมื่อโอโนะยังคงไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง โทมะจึงเอนตัวเข้าไปใกล้มากขึ้นแล้วเป่าลมหายใจใส่หูอีกฝ่ายเบาๆ
ดูเหมือนว่าจะได้ผล โอโนะเหมือนจะตกใจขึ้นมา

"อ่ะ โทมะคุง" โอโนะพูด โทมะยิ้มยิงฟันให้

"คำถามเดิม" ชายหนุ่มพูด "มีปัญหากับบทหรือป่าว?"

โอโนะกระพริบตาปริบๆแล้วก็ก้มลงไปมองบทในมืออีกครั้ง

"ฉันไม่ค่อยเข้าใจส่วนนี้เท่าไหร่" โอโนะอธิบาย

"ฉันกำลังพยายามอยู่แต่ว่าฉันก็สะดุดกับประโยคพวกนั้นตลอดเวลา!"
เสียงทุ้มนุ่มของเขาปรากฏร่องรอยแห่งความยุ่งยากใจ
โทมะอ่านบทนั้นอีกครั้ง

"บทพูดยากใช้ได้เลยนะ" ชายหนุ่มเห็นด้วย

"ให้ฉันช่วยไหม นายอ่านออกเสียงให้ฉันฟังได้หรือป่าว"

โอโนะเริ่มอ่านแล้วเขาก็ติดตรงคำที่สามของประโยคทันที

"ลองอีกที" โทมะบอก

โอโนะพูดบทนั้นอีกครั้ง คราวนี้กลายเป็นว่าเขาหยุดตรงคำที่ห้าของประโยคแทน
ครั้งหลังจากนั้นก็สะดุดตรงคำที่สามเหมือนกับครั้งแรก ครั้งที่สี่ก็ติดตั้งแต่คำแรกของประโยคแรก!!
โทมะเม้มปากอย่างใช้ความคิด

"บางที่ถ้าช้าลงกว่านี้มันอาจจะช่วยนายได้นะว่ามั๊ย?"

ดูเหมือนว่าโอโนะจะไม่แน่ใจท่าไหร่ว่ามันจะช่วยได้ แต่เขาก็อดทนอย่างน่ายกย่องทำตามที่โทมะบอก ด้วยการพูดให้ช้าลงและใส่ใจกับทุกคำพูด
แต่แล้วเขาก็สะดุด ณ คำที่ห้าเป็นคำแรกและต่อมาด้วยคำที่แปดอยู่ดี

"ฉันไม่รู้จะช่วยนายยังไงแล้วล่ะ" โทมะกัดริมฝีปาก อับจนหนทาง

"ฉันไม่รู้ว่าทำไมปัญหามันแบบนี้มันถึงเกิดกับนายได้.. โดยเฉพาะกับนายผู้ซึ่งต้องพูดบทพูดยาวๆแบบนี้บนละครเวทีเป็นประจำ!!"

โอโนะถอนหายใจยาว

"มันต่างกับละครเวที" เขาอธิบาย น้ำเสียงยุ่งยากใจมากขึ้น

"นายยังมีเวลาซ้อมก่อนแสดงจริง และถ้านายมีปัญหาเกี่ยวกับบทพูด ก็มีนักแสดงร่วมอีกหลายคนเพื่อช่วยนายให้ผ่านมันไปได้
หรือบางครั้งถ้านายจะเปลี่ยนบทให้เปลี่ยนไปจากเดิม นักแสดงทุกคนก็จะให้ความเห็นเพื่อให้ได้บทใหม่ที่ดีที่สุด" ดูเขาไม่มีความสุขอย่างเห็นได้ชัด

"ในละครนั้น นายมีเวลาน้อยนิดเพื่อทำสิ่งในสิ่งที่ผู้กำกับบอกให้นายทำและได้เพียงแต่หวังว่ามันจะออกมาดีที่สุด"
เขาวางบทลงบนโต๊ะตรงหน้าเขาอย่างไม่มีความสำคัญใดๆ

"และฉันต้องเข้าใจมันให้ดีที่สุดก่อนวันพรุ่งนี้!!"

โทมะโอบไหล่ของเขาเพื่อปลอบใจ "หน่า อย่างน้อยในละคร นายมีโอกาสแก้ไขในฉากที่นายผิดพลาดได้นะ!"

โอโนะเอนตัวพิงชายหนุ่ม
"แต่ถ้าผิดพลาดขึ้นมา ก็หมายความว่านายทำให้คนอื่นต้องรอนายไม่ใช่เหรอ และการถ่ายทำก็ต้องยาวนานออกไป ทุกคนก็จะกลับบ้านช้าลงไปอีก"โอโนะโต้
"และมัตซึจุนก็ไม่เคยพูดบทของตัวเองผิดเลยซักครั้ง" เขาดูหมดอาลัยตายอยากทันทีที่พูดจบ

โทมะเงียบไปหนึ่งอึดใจ โดยไม่รู้ว่าต้องพูดเช่นไรต่อ เพื่อจะทำให้อีกฝ่ายคิดตกและเข้มแข็งขึ้น

"ฝึกออกเสียงไง(1)!!" ชายหนุ่มพูด "ลองฝึกออกเสียงดู! บางทีมันอาจจะช่วยให้นายเอาชนะมันและผ่านมันไปได้ก็ได้นะ!"

โอโนะทำท่าคิดในสิ่งที่โทมะพูด "เหมือนที่ผู้ประกาศข่าวหรือพิธีกรทำน่ะเหรอ" เขาถาม

โทมะกระพริบตาปริบๆ "ผู้ประกาศข่าวกับพิธีกรเนี่ยเขาทำแบบนี้ด้วยเหรอ??"

โอโนะพยักหน้า "โชเคยเล่าเรื่องนี้ให้พวกเราฟัง"

"งั้น ถ้าโชคุงเคยพูดแบบนั้น" โทมะอมยิ้ม "ลองดูนะ..." เขาดึงโทรศัพท์ออกจากกระเป๋าและเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ต

"การฝึกออกเสียง...." เขาลองค้นหาดูในเวปข้อมูล ซักครู่หนึ่งเขาก็ได้ในสิ่งที่เขาหาอยู่

"อันนี้พอใช้ได้เลย!" เขาแนะนำ "ลองพูดตามฉันดูนะ 'ยักษ์ใหญ่ไล่ยักษ์เล็ก' (2)”
โอโนะพูดตามทันทีแล้วเขาก็พูดลิ้นพันกันทันทีเช่นเดียวกัน โทมะหัวเราะเบาๆ

"ลองอีกที นี่นะ ฟังฉัน 'ยักษ์ ใหญ่ ไล่ ยักษ์ เล็ก' "
ชายหนุ่มพูดได้อย่างดีไม่มีติดขัด โอโนะจ้องมองอีกฝ่ายอย่างสงสัย โทมะหัวเราะขำแล้วก็เลือกประโยคอื่นขึ้นมาใหม่

" ระนอง ระยอง ยะลา"(3) แล้วเขาก็พูดได้อย่างคล่องแคล่วไม่ต่างจากครั้งแรก โอโนะเบ้ปากอย่างไม่พอใจ

"นายเคยฝึกใช่ไหม ประโยคพวกนี้เนี่ย?"

โทมะหัวเราะชอบใจ "หน้ากระจกทุกคืนก่อนนอน" เขาตอบ

"มันช่วยเรื่องบทของฉันได้ดีเชียวล่ะ เถอะหน่า ลองดูอีกซักทีนะ"

โอโนะลองทำดู หลังจากลองพยายามหลายครั้งเขาก็สามารถผ่านประโยคนั้นได้
โทมะอมยิ้มด้วยความพอใจและสนุกกับการออกเสียงประโยคบ้าๆบอๆเหล่านั้นซ้ำไปซ้ำมาเร็วขึ้น เร็วขึ้น
ไม่นานหลังจากนั้นพวกเขาก็มาถึงประโยค 'กล้วยตานีปลายหวีเหี่ยว น้ำไหลเชี่ยวปลายหวีหัก หิ้วหวีไปหิ้วหวีมา'(4)
ทั้งคู่หัวเราะกันเป็นบ้าเป็นหลัง และโอโนะก็นั่งเบียดชิดโทมะอย่างเป็นธรรมชาติด้วยความสบายใจ
การฝึกดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง โทมะฉวยเอาบทที่วางอยู่บนโต๊ะยื่นให้โอโนะ

"ลองพยายามอีกครั้งดู"

ชายหนุ่มพูดในขณะที่ยังหายใจไม่ทันจากการหัวเราะ โอโนะหยิบบทขึ้นมาและเริ่มพูดบทนั้นอีกครั้ง
แต่แล้วก่อนที่เขาจะสะดุดกับคำที่สามในประโยคแรก เขากลับทำในสิ่งที่คาดไม่ถึง....
....บทละครนั้นถูกโยนข้ามไปอีกฝั่งหนึ่งของห้อง.....
เกิดความเงียบที่ชวนอึดอัดใจ...

"ฉันคิดว่านายอาจจะขยับลิ้นไม่ถูกวิธี หรือมีอย่างอื่นผิดพลาด" โทมะพูดอย่างตรงไปตรงมา

"มันไม่มีเหตุผลเลยว่าทำไมปัญหาของนายจึงมีแค่กับฉากนี้ฉากเดียวเท่านั้นเนี่ย!!"

โอโนะทรุดลงนั่งถอนหายใจ "แล้วเราจะทำอะไรกับมันได้บ้างเล่า?"
โทมะหันมาเผชิญหน้าอีกฝ่าย

"ไหนให้ฉันดูซิว่านายขยับลิ้นของนายยังไง!" เขาบอก "เราจะได้เห็นกันเสียทีว่านายผิดตรงไหน!"

"แต่ลิ้นมันก็อยู่ในปากตอนฉันพูดนี่" โอโนะโต้ "แล้วนายจะทำยังไงถึงจะเห็นได้ล่ะ?"

โทมะนิ่วหน้าอย่างใช้ความคิด

"ฉันเคยอ่านเจอมาว่าครูสอนร้องเพลงเขาจะสอดนิ้วเข้าไปในปากนักเรียนเพื่อดูว่า พวกนักเรียนขยับลิ้นได้ถูกวิธีหรือป่าว ฉันว่าเราควรลองทำดู"

เขาพูดด้วยความไม่มั่นใจนัก แต่โอโนะกลับอ้าปากอย่างเชื่อฟัง
โทมะจึงค่อยๆสอดนิ้วชี้เข้าไปในปากของอีกฝ่ายด้วยความระมัดระวังระคนกระอักกระอ่วนใจ
มันเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ที่เขาสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิและความชื้นภายในช่องปากของโอโนะผ่านผิวหนังของเขา
แต่เขาพยายามใช้สมาธิอย่างหนักเพ่งไปที่มือของเขาเท่านั้น
และที่แน่ยิ่งกว่าแช่แป้งก็คือ ถ้าเกิดเขายังไม่สามารถบอกถึงความผิดปกติได้ล่ะก็ โอโนะก็จะยังพูดต่อไปเรื่อยๆเท่าที่จะทำได้โดยยังมีนิ้วของโทมะอยู่ในปาก
นานเท่าที่โทมะบอกให้ทำ โอโนะยังคงพูดสะดุดอยู่อย่างต่อเนื่อง นั่นอาจจะเป็นเพราะนิ้วที่อยู่ในปากนั่นแหละที่ทำให้โอโนะไม่สามารถพูดได้อย่างสะดวกนัก
เมื่อเขาพูดประโยคทั้งหมดจนจบ โอโนะก็จ้องโทมะด้วยความคาดหวัง
โทมะค่อยๆถอนนิ้วออกจากปากด้วยความระมัดระวัง แต่โอโนะนั้นหุบปากลงเร็วเกินไปกลายเป็นว่าริมฝีปากชื้นๆของเขาสัมผัสกับนิ้วของโทมะจนเกินความจำเป็น
โทมะกลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็น และขยับตัวออกห่างด้วยใบหน้าอันแดงก่ำ

"นายจะบอกฉันได้หรือยังว่าปัญหามันอยู่ตรงไหน" โอโนะถาม

โทมะกระแอมในลำคอเล็กน้อย "ฉัน...เอ่อ...ยังไงดีล่ะ...ฉันคิดว่ามันไม่ค่อยได้ผลเท่าไรน่ะ" เขายอมรับตามตรง

"เหรอ..." โอโนะคิดอยู่ซักพักหนึ่ง

"บางทีเป็นเพราะว่ามันไม่ค่อยถูกต้องนักก็ได้" เขาพูดขึ้น ริมฝีปากเม้มเข้าหากันอย่างสับสน

"ทำไมนิ้วนายถึงจะรู้ล่ะว่าลิ้นมันทำงานยังไง มันต้องเป็นลิ้นของนายมากว่านิ้วถูกไหม??"

โทมะจ้องอีกฝ่ายตาโตด้วยความคาดไม่ถึง

"นายหมายความว่าให้ฉันเอาลิ้นของฉันใส่เข้าไปในปากนาย?? เพื่อสัมผัสว่านายทำผิดตรงไหนอย่างงั้นเรอะ???"

โอโนะหัวเราะและอ้าปากตัวเองเหมือนครั้งแรก
หลังจากช่วงเวลาแห่งความลำบากใจครู่หนึ่ง โทมะกระแอมเบาๆอีกครั้งแล้วก็เคลื่อนตัวจากตำแหน่งที่เขานั่งอยู่ไปยังตำแหน่งที่โอโนะนั่งบนโซฟาตัวเดียวกัน
สูดลมหายใจเข้าสู่ปอดจนลึก แล้วเขาก็ค่อยๆเอนตัวไปข้างหน้า
คาดหวังให้โอโนะเคลื่อนตัวหลบไปซักในวินาทีใดวินาทีหนึ่ง แต่คนอายุมากกว่าก็ยังคงนั่งอยู่ในตำแหน่งเดิมไม่เปลี่ยนไปไหน
ริมฝีปากบางเผยอขึ้นเล็กน้อย ดวงตาพราวระยับราวกับสนุกสนานกับอะไรบางอย่างและราวกับรอคอยให้โทมะขยับตัวเสียที
โทมะสูดลมหายใจอีกครั้ง ก่อนจะปิดริมฝีปากของอีกฝ่ายด้วยริมฝีปากของตัวเอง
เมื่อเรียวลิ้นของทั้งสองคนสัมผัสซึ่งกันและกัน ชายหนุ่มรู้สึกได้ถึงความอุ่นชื้นภายใน
อีกทั้งยังรู้สึกถึงการขยับเคลื่อนไหว ราวกับอีกฝ่ายนั้นพยายามออกเสียงบทพูดประโยคนั้นอยู่อีกด้วย
ในที่สุด โทมะก็หลับตาลงและดึงโอโนะเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดอย่างอ่อนโยน เอียงศีรษะให้ได้มุมเพื่อจูบให้ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น

ซักพักหนึ่งโอโนะก็เป็นฝ่ายผลักเขาออกห่าง "ฉันไม่คิดว่านี่มันได้ผลอ่ะ" เขาพูดอย่างไร้เดียงสา
ในขณะที่โทมะหอบหายใจอย่างหนักหน่วงและพยายามตั้งสติให้กลับมาสู่ปัญหาที่เป็นจุดเริ่มต้น

"เอ่อ... ฉัน, ฉันคิดว่าปัญหามันต้องอยู่ที่ลิ้นของนาย มันต้องงอมากขึ้น..." โทมะพูด โอโนะย่นหน้าผากด้วยความยุ่งยากใจ

"101 สารพัดวิธีทำให้ลิ้นโอโนะงอมากขึ้น?" โอโนะพูดขึ้นมา

"อะไรนะ??" นั่นทำให้โทมะช็อค รอยยิ้มของเขาดูไร้เดียงสาเหมือนที่เขาเป็นอยู่เสมอ

"ก็มันจริงนี่ ไม่ถูกเหรอ?" โทมะกลืนน้ำลายและจ้องไปที่อีกฝ่าย

"เอ่อ..." เขาตะกุกตะกัก ส่งเสียงอู้อี้เบาๆ "นั่น...นายคิดอะไรอยู่กันแน่เนี่ย?" โอโนะเม้มปากอย่างใช้ความคิด

"นายพอจะมีเวลาไหมล่ะ?"

โทมะแสร้งทำเป็นมองไปยังนาฬิกาเหนือประตูก่อนกลืนน้ำลายเหนียวๆลงคอและตอบออกไปด้วยน้ำเสียงแหบห้าว

"เหลือเฟือเลยล่ะ"
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.

"หยุดหัวเราะเดี๋ยวนี้เลยนะ" โทมะตะโกนขึ้นหลังจากนั้นห้าชั่วโมง กับชุนผู้ซึ่งเมื่อได้ฟังเรื่องทั้งหมดแล้วหัวเราะดังลั่นแบบหยุดไม่อยู่

"มันไม่ใช่เรื่องตลกนะเนี่ย"

"ถูก มันไม่ตลกแน่นอน นิโนะต้องฆ่านายแน่ถ้าหมอนั่นรู้เรื่องเข้า นายก็รู้ใช่ไหม?" ดูเหมือนว่าชุนจะรู้สึกสนุกอย่างมากกับเรื่องนี้

"หุบปากไปเลย และโอโนะคุงก็เป็นคนเริ่มก่อนด้วย"
โทมะพยายามปกป้องตัวเองอย่างสุดกำลัง ชุนหัวเราะเสียงดังเป็นบ้าเป็นหลังแทนคำตอบ ในที่สุดเมื่อหยุดหัวเราะได้ เขาจึงพูดว่า

"ก็ไม่ได้เถียง แต่นายน่ะก็รู้ว่านั่นคือโอโนะใช่ไหม หรือว่านายไม่รู้ว่า
นั่นคือเหตุผลว่าทำไมเพื่อนๆของเขาจึงคอยเตือนเขาตลอดเวลาต้องไปที่ไหนว่า อย่าตามคนที่ไม่น่าไว้วางใจไปนะ”

"...พวกเขาทำแบบนั้นเหรอ?" โทมะถามอย่างแปลกใจ ชุนหัวเราะใส่โทรศัพท์อีกครั้ง

โทมะดึงโทรศัพท์ออกห่างจากหูอย่างรังเกียจ แต่นั่นทำให้เขากลายเป็นคนโชคร้ายไปทันที
เมื่อเขาพลาดประโยคถัดไปของชุน เขาจึงได้ยินเพียงว่า "....นิโนะ ....ฆ่า... ตายแน่.... จุน"
ตาโตขึ้นอย่างตกใจ โทมะเอาโทรศัพท์แนบหูอย่างรวดเร็วอีกครั้ง

"อะไรนะ?!! ชุน! นายอย่าเอาไปบอกจุนนะโว้ย!! เฮ้ชุน! ชุน!!" มีแต่เพียงเสียงสัญญาณบี๊บๆเป็นคำตอบเดียวที่เขาได้รับ

"ฉันตายแน่" ชายหนุ่มพูดอย่างหมดหวัง




เช้าวันถัดมา จุนปรากฏตัวในชุดสีเงินดำอย่างมีสไตล์ พร้อมๆกับบรรยากาศที่หนักแน่นและแน่วแน่รอบๆตัวเขา ณ ห้องแต่งตัว ไม่นานก่อนการถ่ายทำในวันนี้จะเริ่มต้นขึ้น
สีหน้านิ่งเรียบไม่สามารถคาดเดาได้ ประกายจากแหวนเงินที่อยู่กับมือทั้งสองข้างสะท้อนแสงแห่งความประสงค์ร้ายออกมา

"ลีด้า โทมะอยู่ที่ไหน" เขาถามอย่างสุภาพ โอโนะมองที่นิ้วมือของเขาด้วยความไม่พอใจเท่าไหร่นัก

"เขาเพิ่งอยู่ที่นี่เมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา" โอโนะพูด ดูงงๆและมองไปรอบๆห้องที่ว่างเปล่า แล้วเขาก็ถามจุนเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้

"จุน แล้วนายมาทำอะไรที่นี่ล่ะ"

จุนไม่ตอบ เขากลับเอนตัวข้ามพนักโซฟาที่โอโนะนั่งอยู่
ซอกเล็กๆหลังโซฟา โทมะพยายามทำตัวให้เกิดเสียงดังน้อยที่สุด และแล้วทันใดนั้นใบหน้าของจุนก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าเขา

"โทมะ" จุนพูดขึ้นอย่างธรรมดาและสุภาพที่สุด

"เพราะว่านิโนะไม่ได้อยู่ที่นี่ ณ ตอนนี้ และเพราะว่าฉันยังนึกถึงมิตรภาพระหว่างเรามากว่าที่หมอนั่นเป็น นายมีเวลาเพียงแค่ห้าวินาทีเท่านั้นเพื่อจะวิ่งไปจากที่นี่"

โทมะรีบตะเกียกตะกายลุกขึ้นและวิ่งออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว จุนเปลี่ยนไปสีหน้าของนักล่าทันที และโอโนะก็โบกมือให้ทั้งสองคนอยู่ข้างหลัง



สองชั่วโมงหลังจากนั้น โอโนะสามารถพูดประโยคทั้งหลายเหล่านั้นได้อย่างไม่ติดขัดและสมบูรณ์อย่างที่สุด
เมื่อโอโนะปลีกตัวออกจากฉาก โทมะผู้ซึ่งสามารถควบคุมร่างกายตัวเองไม่ให้สั่นได้ในที่สุดหลังจากพบกับการทักทายจากมัตซึจุนแล้ว
ได้เดินเข้าไปหาเขาแล้ววาดแขนโอบบ่าของโอโนะไว้

"งั้นก็แปลว่า... วิธีของฉันได้ผลใช่ไหม?" ชายหนุ่มพูดอย่างภาคภูมิใจ แต่ก็ยังตัวสั่นอยู่หน่อยๆ

โอโนะหลบสายตาโทมะพร้อมกับอมยิ้มเล็กน้อย"

"ก็ไม่เชิง... แต่เมื่อเช้ามีมัตซึจุนมาช่วยด้วยอีกคนล่ะ!"

END



----------------------------------------------------------------------------------------
T/N :
(1) แปลมาจากคำว่า Tongue-Twister ซึ่งเป็นชื่อเรื่องไม่รู้ว่าถ้าภาษาไทยเรียกว่าอะไร
แต่มันคือประโยคพวกนี้ ตอนแปลก็เลยแปลเป็นประโยคที่เราคุ้นๆ ที่เคยพูดกัน
(2) Six Sticky Sucker Sticks!
(3) Freshly-fried flying fish!
(4) Just think, that sphinx has a sphincter that stinks!




 

Create Date : 10 กรกฎาคม 2551
4 comments
Last Update : 10 กรกฎาคม 2551 23:26:14 น.
Counter : 528 Pageviews.

 

จบแบบตบเข่าฉาด

แก๊.....จุน ทำอะไรโทมะหน่ะ

แกก็ด้วยไม่ใช่หรอ อย่าให้นิโนะรู้จะ นิโนะเอาตายแน่ทั้งคู่

ว่าแต่ลีด้า รู้อะไรบ้างมั้ย ว่าเกิดอะไรขึ้นเนี่ย

 

โดย: sanzokung IP: 58.9.199.168 10 สิงหาคม 2551 13:10:52 น.  

 

ป้าดดดดดดดดดดดด


ไอ้เราก็นึกว่า โทมะมันจะรุกโดยเป็นตัวการ ที่แท้ไอ้ตัวการที่แท้จริงก็คือคุณทนายนี่เอง


แหม่ ยังมีหน้ามาบอกหน้าซื่อเรื่องจุนมาช่วยอีดนะคะคุ๊ณณณณณ!!!

แอบสงสารโทมะเงียบๆ เพราะเกรงใจมัสซึจุน (555)

 

โดย: pierce IP: 158.108.121.58 19 สิงหาคม 2551 11:53:16 น.  

 

ต๊ายยยย
โอจัง ตามใครเค้าไม่ทันเล้ยยยยย (หรือว่าจริงๆ แล้วแผนสูงกว่านั้นมาก)

แล้วจุนจุนไปทำอะไรเค้าน่ะ หา?!?

 

โดย: omgnat IP: 125.25.118.45 18 พฤษภาคม 2552 14:33:10 น.  

 

โอจังเอ๊ยยย ซื่อใสกันไปไหน...ไอ้เราก็นึกว่าเสร็จโทมะไปแล้ว..แต่ยังไม่พอแถมจุนไปอีกคน...ไปเป็นเซะเมะเหมือนเดิมเถอะโออ่านแล้วปวดใจ...

 

โดย: MamLHC 6 พฤศจิกายน 2552 12:12:08 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.