Jiro Wang : Van Gogh & Me [ตอนที่ 1] การเดินทางเพื่อค้นหา


Jiro Wang : Van Gogh & Me [ตอนที่ 1] การเดินทางเพื่อค้นหา



Translated from : 梵谷與我:汪東城的字‧畫‧像╱一趟追尋之旅
Thai Translation by LaRieN @ Bloggang.com



(ท่านผู้โดยสารทุกท่าน เครื่องบินของเราจะลงจอดในไม่ช้านี้ค่ะ....) เสียงของแอร์โฮสเตสที่ประกาศนั้นราวกับเสียงนาฬิกาปลุก ปลุกผมที่กำลังหลับสนิทให้ตื่นขึ้น แสงแดดแสบตานิดหน่อย น่าจะเป็นเพราะต้องการปลุกผู้โดยสารคนอื่น แอร์โฮสเตสของสายการบินไชน่าแอร์ไลน์ค่อยๆเปิดหน้าต่าง เพื่อให้แสงแดดจากภายนอกส่องเข้ามาทางหน้าต่าง เวลา 8.00 น. อุณหภูมิ 15 องศาเซลเซียส เมื่อรวมกับแสงแดดอันอบอุ่น ก็น่าจะเป็นการเริ่มต้นที่ดีของการเดินทางมาที่เนเธอร์แลนด์นะ


หลังจากนั่งเครื่องบินมา 13 ชั่วโมง สัปหงกมาตลอด แถมยังนั่งเครื่องบินตั้งนาน เลยรู้สึกเมื่อยขบไปหมดทั้งตัว แต่เมื่อผมเดินออกมาจากสนามบิน Schiphol สองเท้าได้เหยียบลงบนพื้นดินของเนเธอร์แลนด์ ได้สูดลมหายใจแรกของเนเธอร์แลนด์ ได้เห็นท้องฟ้าสีคราม ก็ยิ่งรู้สึกว่าทั้งหมดที่ลำบากมานั้นมันแสนคุ้มค่า อดที่จะตะโกนอยู่ในใจไม่ได้ : "เนเธอร์แลนด์, ผมมาแล้ว!"


ได้หลีกหนีออกมาจากไทเปที่แสนวุ่นวาย ละวางการงานทั้งหลาย แล้วก็ได้พ้นจากวันๆที่มัวแต่ยุ่งอยู่ตลอดเวลาเสียที ผลจากการอยู่ที่ละติจูดสูงทำให้ยุโรปมีแสงอาทิตย์ส่องอยู่ตลอดเวลา ดวงอาทิตย์ยามเช้าของที่นี่นั้น มีสีส้มเหมือนกับพระอาทิตย์ยามตกดิน เลยอดที่จะมองดูบ่อยๆไม่ได้ ถึงอากาศจะเย็นเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ถึงขั้นรู้สึกว่าไม่สบาย ขอแค่กระชับเสื้อคลุมให้แน่นเข้า ก็จะรู้สึกสบายราวกับถูกแสงแดดของเนเธอร์แลนด์ห่อหุ้มไปทั้งร่างกายเลยทีเดียว (เสื้อตัวนั้นยี่ห้อ kappa ด้วยใช่มั้ย )


ปกติแล้ว ทุกครั้งที่ไปต่างประเทศก็จะต้องโทรกลับมาไต้หวันเพื่อรายงานตัวกับแม่ เวลาที่ไต้หวันเร็วกว่าเนเธอร์แลนด์ 6 ชั่วโมง คำนวณเวลาดูแล้ว ถ้าโทรศัพท์จากที่นี่ตอน 21.00 น. ก็จะเท่ากับ 15.00 น.ที่ไต้หวัน ได้เวลาที่แม่จะตื่นจากนอนกลางวันพอดีเลย พอโทรศัพท์ติดแล้วก็ได้ยินเสียงที่สดใสทันที "ต้าตง ถึงเนเธอร์แลนด์แล้วใช่มั้ยลูก" ฟังแล้วเหมือนแม่จะตื่นเต้นกว่าผมซะอีก ทำให้ผมเผลอคิดไปว่าแม่มาถึงก่อนผม มารอรับผมที่สนามบิน!


ขนาดในโทรศัพท์ แม่ก็ยังคอยเตือนผมว่าให้ถ่ายรูปวิวสวยๆมาเยอะๆ ที่สำคัญคือ กังหันลม และ ดอกทิวลิป และของที่ไม่ว่ายังไงก็ต้องซื้อมาฝากให้ได้ นั่นก็คือ รองเท้าไม้
ประเทศที่แม่รักที่สุดก็คือ เนเธอร์แลนด์ ตั้งแต่เด็กแม่ก็บอกผมว่า "ประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลกก็คือ เนเธอร์แลนด์" พอผมถามว่าทำไมล่ะ แม่ก็ตอบกลับมาว่า "ก็เพราะว่าเนเธอร์แลนด์มีกังหันลมกับดอกทิวลิปน่ะสิ"
ผมก็เลยถือว่ากังหันลมและดอกทิวลิปคือสัญลักษณ์แห่งความสุข และคิดว่าซักวันวันจะต้องมาที่เนเธอร์แลนด์ ประเทศที่แม่บอกว่าเป็นประเทศมีความสุขที่สุดให้ได้


สำหรับผม เนเธอร์แลนด์นอกจากจะเป็นที่ที่หมายถึงความสุขแล้ว ยังเป็นบ้านเกิดของจิตรกรผู้เป็นอัจฉริยะ วินเซนต์ แวน โก๊ะอีกด้วย มีคนบอกว่า "มีเส้นบางๆกั้นระหว่างคำว่าบ้าและอัจฉริยะเอาไว้" แต่แวน โก๊ะบอกกับผมว่า มันประกอบขึ้นจากความเป็นอัจฉริยะและความบ้าต่างหาก การที่แวน โก๊ะ ผู้มีจิตวิญญาณอันแรงกล้า และมีแรงบันดาลใจในการวาดรูปอย่างไม่มีจำกัด ได้ถือกำเนิดขึ้นในประเทศที่สงบสุขและสวยงาม --เนเธอร์แลนด์ ก็ยิ่งทำให้ผมอยากจะมาที่นี้มากขึ้น


ได้เดินบนถนนที่แวน โก๊ะ เคยเดิน ชมทิวทัศน์ที่แวน โก๊ะเคยมอง ไปทำความเข้าใจกับประเทศเนเธอร์แลนด์ ว่าทำไมถึงทำให้แวน โก๊ะมีพลังในการสร้างสรรค์ผลงานได้อย่างไม่มีสิ้นสุด และอะไรที่ทำให้เขาตัดสินใจที่จะเป็นจิตรกร ทั้งหมดคือสิ่งที่ผมอยากรู้ อยากจะไปสัมผัส แต่จริงๆแล้ว ลึกๆในใจของผมก็มีอีกจุดมุ่งหมายหนึ่งที่ผมต้องการยิ่งกว่า นั่นก็คือ การค้นหาแรงบันดาลใจในการวาดรูปของตัวเอง


ผมถามตัวเองว่าไม่ได้จับพู่กันมานานเท่าไรแล้วนะ นานเท่าไรแล้วที่ไม่ได้ออกจากบ้านไปไหนทั้งวันเพราะว่ามัวแต่วาดรูป นานเท่าไรแล้วที่ไม่ได้ผ่อนคลายด้วยการวาดรูปซักรูป
[ยุ่งตลอด] บางครั้งก็เป็นเหตุผลที่แท้จริง บางครั้งก็เป็นแค่ข้ออ้าง ก่อนจะเดินทาง ผมได้ไปยังร้านเครื่องเขียนที่ไม่ได้ไปนานแล้ว ซื้อสมุดวาดรูป, พู่กัน, สี และก็จานสี แค่อึดใจเดียวทั้งหมดก็ถูกจัดลงกระเป๋า ระหว่างที่รอการเดินทางครั้งนี้ ผมนอนคิดทบทวนถึงอดีตของตัวเอง และการตามรอยแวน โก๊ะ ย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้นของ "หัวใจของการวาดรูป" การเดินทางค้นหาในครั้งนี้ นอกจากเพื่อแวน โก๊ะแล้ว ยังเป็นการทำความฝันที่ยังไม่สำเร็จของผมให้เป็นจริงอีกด้วย


จุดเริ่มต้น จตุรัสแห่งพิพิธภัณฑ์ Museumplein


เพื่อให้งานก้าวหน้าไปอีกขั้นหนึ่ง มีคนมากมายยอมทุ่มเทเต็มที่ บางทีอาจจะเลือกพาตัวเองออกจากชีวิตเดิมๆ ไปเรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ๆชั่วคราว แล้วนำสิ่งใหม่ที่ได้มานั้นมาใช้กับชีวิตแบบเดิม กลายเป็นพลังใหม่ แบบนี้อาจจะเรียกได้ว่า "พักผ่อนเพื่อก้าวเดินไปบนทางที่ไกลกว่าเดิม" ก็เหมือนกับพาตัวเองไปพักร้อนยาวๆซักทีนั่นล่ะ ปล่อยวางความกังวลทั้งหลายเสียก่อน แล้วกลับมามองความคิดเหล่านั้นที่อยู่ในจิตใจ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่ฝังในใจมานานแล้วหรือจะเป็นแค่สิ่งเล็กน้อย ก็ล้วนแต่คุ้มค่าที่จะให้เราออกไปค้นหาทั้งสิ้น


พื้นที่ 1 ใน 4 ของเนเธอร์แลนด์ได้มาจากการถมทะเล ถ้าหากไม่ได้มาสัมผัสด้วยตัวเอง คงยากที่จะเข้าใจว่าคนที่นี่เขาต่อสู้กับชีวิตอย่างไร มีชีวิตที่คิดบวกได้อย่างไร คนเนเธอร์แลนด์แม้จะดูเรียบง่าย ราวกับอยู่ในมุมที่ห่างไกลจากความวุ่นวายของโลก แต่ลึกๆแล้วเต็มไปด้วยจิตใจที่ไม่ยอมแพ้ จุดนี้เองที่เหมือนกันกับผม ดังนั้นผมเลยรู้สึกมาตลอดว่าจริงๆแล้ว ผมกับเนเธอร์แลนด์อาจจะมีความรู้สึกที่บอกไม่ถูกบางอย่างเชื่อมโยงกันก็ได้


กรุงอัมสเตอร์ดัมตั้งอยู่ทางทิศเหนือของเนเธอร์แลนด์ เป็นเมืองหลวงของเนเธอร์แลนด์ บรรยากาศของประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่อบอวลไปทุกแห่ง มีผลต่อการพัฒนาของเมือง จนถึงวันนี้ อัมสเตอร์ดัมยังคงไว้ซึ่งความเป็นเอกลักษณ์และความโดดเด่นทางด้านภูมิศาสตร์ ทำให้เนเธอร์แลนด์มีมุมมองที่แปลกใหม่อยู่เรื่อยๆ Museumplein หรือ จตุรัสพิพิธภัณฑ์ เป็นที่แรกที่จะไปชม ทั้งพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ พิพิธภัณฑ์แวน โก๊ะ รวมถึงหอศิลป์แห่งอัมสเตอร์ดัม ก็อยู่ที่จตุรัสแห่งนี้รอให้เราไปเยี่ยมชม


ที่จตุรัสแห่งนี้ สิ่งที่มีชื่อเสียงมากที่สุดก็คงเป็นตัวอักษรภาษาอังกฤษขนาดใหญ่ 10 ตัว เขียนว่า I-a-m-s-t-e-r-d-a-m ที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของที่นี่ไปเสียแล้ว การตกแต่งโดยใช้สีแดงและสีขาวที่สดใสคู่กัน นอกจากจะเน้นถึงความมั่นใจในตัวเองของคนที่นี่แล้ว ยังมีความหมายถึงความเรียบง่ายที่บริสุทธิ์อยู่ในนั้นด้วย ผมเลยอดที่จะรู้สึกอบอุ่นไปกับความใส่ใจในทุกๆรายละเอียดของชาวเนเธอร์แลนด์ไม่ได้ ด้านหลังของพิพิธภัณฑ์แห่งชาตินั้นยังเต็มไปด้วยนั่งร้าน เพื่อปรับปรุงภายด้านนอกครั้งใหญ่ในรอบหลายสิบปี เหมือนกับจะป่าวประกาศว่าเมื่อมาถึงประเทศแห่งศิลปะแล้ว แม้แต่การปรับปรุงชั่วคราวก็ไม่สามารถมาหยุดยั้งการแสดงศิลปะได้ การใช้ใจทำความเข้าใจต่างหากถึงจะเป็นขั้นสูงสุดของการสร้างสรรค์ผลงาน


ข้างหน้าของ 「I am sterdam」คือสระน้ำที่ทอดยาว แสงอาทิตย์ส่องลงมากระทบดูระยิบระยับ ราวกับเป็นพรมแดงที่จะนำไปสู่พิพิธภัณฑ์ศิลปะ ในฤดูหนาวสระน้ำนี้จะกลายเป็นน้ำแข็งจนสามารถเล่นสเก็ตน้ำแข็งได้ สระน้ำที่ยาวหลายร้อยเมตรก็จะกลายเป็นสนามกีฬา และยังเป็นการเปลี่ยนหน้าตาของเมืองนี้อีกด้วย ถ้าผมมาที่นี่ในฤดูหนาว กระเป๋าคงจะหนักขึ้นอีกแน่นอน ไม่ใช่เพราะว่าเสื้อโค้ตตัวหนาหรอกนะ แต่ว่าเป็นเพราะรองเท้าสเก็ตน้ำแข็งต่างหาก


พอผมขึ้นไปเดินบนขอบสระก็มองเห็นทิวทัศน์ได้มากขึ้นทันที นอกจากจะเห็นผู้คนตามถนนและนักท่องเที่ยวที่ตื่นแต่เช้า มากันสองคนบ้างสามคนบ้าง ที่เยอะที่สุดคงจะเป็นฝูงห่านป่าที่บินผ่าน บางทีพวกมันก็จะเกาะบนกิ่งไม้เพื่อพักผ่อน บางทีก็กระพือปีก มากินเศษขนมปังที่ตกอยู่ตามทางเดินที่เป็นหิน แสนสบายกันเสียจริงๆ ด้านหน้าของจตุรัสมีที่สนามหญ้าสีเขียวเหมือนที่นอน เหยียบลงไปไม่มีเสียงซักนิด เลยเดินไปจนไปถึงทางเดินหิน ทักทายกับนกพิราบที่กำลังหากินอยู่ซักหน่อย แสงแดดยามเช้ากำลังดี เหนื่อยแล้วล่ะ ขอหาเก้าอี้ว่างซักตัวมานั่งพัก เพลิดเพลินไปกับ 「I am sterdam」 ทำตัวสบายๆอย่างคนเนเธอร์แลนด์ สนุกไปกับชีวิตวันแรกของการเป็นนักท่องเที่ยวของผมครับ


---------------------

ผิดพลาดตรงไหนขออภัยด้วยนะคะ มือใหม่หัดแปลค่ะ ส่วนตอน 2 รอไปก่อนนะคะ คนแปลยังไม่ว่างค่ะ
ขอบคุณที่สละเวลาเข้ามาอ่านนะคะ emo



Create Date : 31 สิงหาคม 2553
Last Update : 24 พฤศจิกายน 2553 0:33:47 น. 1 comments
Counter : 406 Pageviews.

 
ขอบคุณมากนะคะที่แปลไว้


โดย: may IP: 223.205.242.120 วันที่: 1 พฤศจิกายน 2553 เวลา:19:33:46 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ข้าวสวยหุงไม่สุก
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ใจมีดวงเดียว แต่แบ่งเป็น 4 ห้อง มีเตียง 2 ชั้นด้วย เชิญหนุ่มๆเลือกอยู่กันตามอัธยาศัยนะจ้ะ


เรื่องเล่า...ของข้าวสวย



++ Up to Me : LaRieN ++
== September : Super Hot in Rainy Season ==


*** Jay Chou's territory ***
Chill out @ Mr.J Restaurant (Branch 2), Taipei, TW [June 21, 2010]


## All about Da Dong (汪東城) ##
七年級生的生存之道 : Jiro Wang's Blog Entry [ Aug 06, 2010] - แปลไทย


[梵谷與我] Van Gogh & Me ~ แปลไทย
Jiro Wang : Van Gogh & Me [ตอนที่ 2] วาดภาพด้วยหัวใจ


- - 飛輪海 (Fahrenheit) : I love u - -
飛輪海 (Fahrenheit) : 心疼你的心疼 // Wu Chun กลายเป็นบอดี้การ์ดสุดหล่อปกป้อง Patty Hou

ตามใจ Group
[Modern Toilet] ร้านข้าว...ที่ว่าด้วยเรื่องขี้ๆ




MV Index : Zhou Jie Lun



Jay Album (杰倫專輯)

Fantasy (范特西)

The Eight Dimensions (八度空間)

Ye Hui Mei (葉惠美)

Common Jasmin Orange (七里香)

November's Chopin (十一月的蕭邦)

Still Fantasy (依然范特西)

On The Run (我很忙)

Capricorn (魔杰座)

The Era (跨時代)

Original Soundtracks



Emo น้องลิง
Emo หัวหอม
Emo เหลืองดุ๊กดิ๊ก
X
X
X
Group Blog
 
 
สิงหาคม 2553
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
31 สิงหาคม 2553
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ข้าวสวยหุงไม่สุก's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.